<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ขึ้นเชียงใหม่ ถกแนวแก้ฝุ่นพิษ 2มหา&#039;ลัยปิดหนี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าฝุ่นละออง 8 จังหวัดภาคเหนือวิกฤติหนัก! 14 พื้นที่อยู่ระดับสีแดง หลายจุดสูงเกิน 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร &amp;quot;เชียงใหม่&amp;quot; ดัชนีคุณภาพอากาศแย่อันดับ 1 ของโลกต่อเนื่อง &amp;quot;สายการบิน&amp;quot; เปลี่ยนรันเวย์ลง &amp;quot;เชียงราย&amp;quot; 2 มหาวิทยาลัยดังประกาศหยุดเรียน 1-2 เม.ย.นี้ &amp;quot;กรมฝนหลวง&amp;quot; รอเวลาทำฝนหลวง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เคลียร์คิวไปเชียงใหม่ 2 เม.ย. ถกแนวทางแก้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์คุณภาพอากาศในจังหวัดภาคเหนือค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ยังเกินมาตรฐานในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพใน 14 พื้นที่ ซึ่งมีค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นสูง รวมทั้งหลายพื้นที่สูงกว่า 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พื้นที่ภาคเหนือวันที่ 31 มี.ค.2562 ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยสารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐานคือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าเฉลี่ยระหว่าง 43-352 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมค่าฝุ่นหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นมาก จนอยู่ในระดับรุนแรงจากเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2562 เนื่องจากทิศทางลมเปลี่ยนแปลงพัดพาหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พบเกินมาตรฐานในระดับสีแดงมีผลกระทบต่อสุขภาพ 14 พื้นที่ มีค่าฝุ่นเพิ่มขึ้น และหลายพื้นที่สูงกว่า 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพิ่มสูงขึ้น อยู่ที่ 352 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ต.เวียง อ.เมืองฯ จ.เชียงราย เพิ่มสูงขึ้น อยู่ที่ 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 76-395 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐาน 13 พื้นที่ และหลายพื้นที่สูงกว่า 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพิ่มสูงขึ้น อยู่ที่ 395 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าฝุ่นสูงสุดบริเวณ ต.เวียง อ.เมืองฯ จ.เชียงราย เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 339 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คพ.ระบุว่า ประเทศไทยได้ขอความร่วมมือทุกมิติจากเมียนมา ร่วมรณรงค์ช่วยตรวจสอบพื้นที่ตามแนวชายแดนไม่ให้มีการลักลอบเผาป่า โดยไทยได้มอบสิ่งของและอุปกรณ์ให้กับชุดปฏิบัติการดับไฟป่าของทหารเมียนมาด้วย เช่น เครื่องอุปโภค-บริโภค อุปกรณ์ดับไฟป่า และหน้ากากอนามัย N95
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับ คพ. เมื่อวันที่ 31 มี.ค. เวลา 05.00 น. พบมีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 รวม 8 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย (ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย) จ.เชียงใหม่ (ต.ช้างเผือก ต.ศรีภูมิ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม)&amp;nbsp;
ค่าฝุ่นวิกฤติหลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ลำปาง (ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง ต.สบป้าด ต.บ้านดง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ), จ.ลำพูน (ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน), จ.แม่ฮ่องสอน (ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน), จ.น่าน (ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ), จ.แพร่ (ต.นาจักร อ.เมืองแพร่), จ.พะเยา (ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา) โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 78-363 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 100-403 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 170-473 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี ปภ.กล่าวว่า ได้ระดมรถฉีดพ่นน้ำพร้อมรถบรรทุกน้ำจากศูนย์ ปภ.เขต 1 ปทุมธานี, เขต 2 สุพรรณบุรี, เขต 8 กำแพงเพชร, เขต 9 พิษณุโลก, เขต 10 ลำปาง, เขต 15 เชียงราย และเขต 16 ชัยนาท ฉีดพ่นเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศในพื้นที่ที่ประสบปัญหาหมอกควัน พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาหมอกควันเชิงรุก ทั้งการกำหนดกติกาชุมชน เพื่อจัดระเบียบพื้นที่และช่วงเวลาห้ามเผาให้เหมาะสมตามสภาพความเสี่ยงภัย อีกทั้งสนธิกำลังเจ้าหน้าที่และจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรด้านสาธารณภัยให้พร้อมดับไฟป่า และบรรเทาลดผลกระทบจากหมอกควัน ตลอดจนเข้มงวดการเผาในพื้นที่เสี่ยงด้วยการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผาในพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่การเกษตร พื้นที่ชุมชน และพื้นที่ริมทาง รวมถึงจัดกำลังลาดตระเวนและเฝ้าระวังการลักลอบเผาป่าหรือวัสดุทางการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ เว็บไซต์ของ Airvisual ยังรายงานดัชนีคุณภาพอากาศของ จ.เชียงใหม่ อยู่ในอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันมาหลายวัน โดยก่อนเที่ยงของวันนี้(31 มี.ค.) มีค่า AQI อยู่ที่ 223 ถือว่าลดลงจากเมื่อวันที่ 30 มี.ค.เล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ท่าอากาศยาน จ.เชียงใหม่ แจ้งว่า มีเที่ยวบิน Divert flight หรือการขอเปลี่ยนเส้นทางไปลงสนามบินสำรอง ซึ่งไม่สามารถลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่ได้ เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี มีหมอกควันปกคลุมสนามบิน ส่งผลให้สายการบิน Spring air เที่ยวบิน 9C8511 เส้นทางบิน เซี่ยงไฮ้-เชียงใหม่ เวลาตามตารางบิน 10.00 น. เปลี่ยนเส้นทางการจอดไปสุวรรณภูมิ เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสายการบิน Bangkok Airways ได้ยกเลิกเที่ยวบินที่ PG353 CNX - HGN เวลาตามตาราง 16.15 น. และเที่ยวบินที่ PG354 HGN - CNX เวลาตามตาราง 18.10 น. เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี ณ ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน และยังมีหลายสายการบินที่จะบินไปเชียงใหม่เกิดการล่าช้าและดีเลย์ไปอีกหลายเที่ยวบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงราย ว่าที่ ร.ต.กรกฎ ประเสริฐวงษ์ นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้รายงานถึงนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุ ในช่วงดึก (30 มี.ค.) ที่ผ่านมา ได้เกิดไฟไหม้ป่าตามพื้นที่สูงเขตระหว่างหมู่บ้านป่าคาสุขใจ ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง ติดต่อกับหมู่บ้านป่าตึง ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จึงได้ระดมกำลังทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครชาวบ้าน เข้าไปดับไฟเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามต่อไป แต่ขณะที่ปฏิบัติการ ได้มีนายอาโล๊ะ อาซังกู่ อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 164 หมู่ 5 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง ซึ่งถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยและได้ร่วมในการดับไฟ เกิดพลัดตกจากภูเขาศีรษะกระแทกพื้นจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุชาวบ้านช่วยกันเก็บกู้ศพขึ้นมาจากช่องเขาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายประจญ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองว่า ช่วงเช้าวันที่ 31 มี.ค. ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศที่หน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย ขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 มีปริมาณ 352 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือพีเอ็ม 10 มีปริมาณ 395 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนในตัวเมืองเชียงราย พบมีค่า PM 2.5 มีปริมาณ 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ PM 10 มีปริมาณ 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;
บิ๊กตู่ลง ชม.ประชุมด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือว่าปริมาณค่าฝุ่นละอองเพิ่มมากขึ้นกว่าวันที่ผ่านมา ทำให้สภาพโดยทั่วไปปกคลุมด้วยหมอกที่เป็นฝุ่นควัน โดยเฉพาะประชาชนทั่วไปต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยกันโดยถ้วนหน้า และต้องรอให้ฝนและพายุลมพัดแรงเกิดขึ้นตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งต่อไป&amp;quot; นายประจญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้ประกาศงดการเรียนการสอนในวันที่ 1-2 เม.ย.นี้แล้ว เนื่องจากสถานการณ์หมอกควันที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยได้จัดโซนหลบฝุ่นภายในมหาวิทยาลัยให้กับนักศึกษาและบุคลากรไปใช้บริการด้วย และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการประกาศปิดมหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ลำปาง ภาพมุมสูงบริเวณถนนสายแจ้ห่ม-วังเหนือ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง บริเวณบ้านหนองนาว พบหมอกควันไฟป่าสีขาวขุ่นได้ปกคลุมบนถนนไปทั่วบริเวณ แสงอาทิตย์แทบไม่สามารถเล็ดลอดหมอกควันลงมาบนถนนได้ ทำให้สองอำเภอในขณะนี้คือ อ.แจ้ห่ม และ อ.เมืองปาน ยังคงเต็มไปด้วยหมอกควันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ซึ่งปกติประชาชนที่สัญจรผ่านถนนดังกล่าวจะสามารถมองเห็นวัดพระพุทธบาทสุทธาวาส หรือวัดเจดีย์ลอยฟ้า ที่เป็นวัดชื่อดังและเป็นแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอแจ้ห่ม แต่ขณะนี้ก็ไม่สามารถมองเห็นเพราะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟ มองแทบไม่เห็นกุฏิวัดและมองไม่เห็นเจดีย์ที่อยู่บนหน้าผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พะเยา ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต.บ้านต๋อม อ.เมืองฯ จ.พะเยา ปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) มีค่า 275 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) มีค่า 276 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั้ง 10 หน่วยปฏิบัติการจะเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ไฟป่าหมอกควัน พายุลูกเห็บ การเติมน้ำให้แหล่งน้ำ และพื้นที่ลุ่มรับน้ำในทุกพื้นที่ทันทีเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม โดยพื้นที่ภาคเหนือ พบมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งภายในประเทศและพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ฝุ่นละอองในอากาศมีปริมาณหนาแน่นมากขึ้น ซึ่งผลการตรวจสภาพอากาศยังไม่เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง หน่วยปฏิบัติการฯ จ.เชียงใหม่และพิษณุโลก จึงขอติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะนำคณะเดินทางโดยเครื่องบินออกจากกรุงเทพฯ ในวันที่ 2 เม.ย. เวลาประมาณ 07.00 น. ไปยัง จ.เชียงใหม่ เพื่อร่วมประชุมติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ และคณะจะกลับมาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ แต่จะเลื่อนจากเดิมเริ่มประชุมเวลา 09.00 น. เป็น 14.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32665</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, สุรสีห์ กิตติมณฑล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca0c0ce03df1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้รร.ตัดสินปิดหนีฝุ่นพิษต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.ลุยบิ๊กคลีนนิ่งทั่วเมือง &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; ฟุ้งค่า PM 2.5 กลับสู่เกณฑ์มาตรฐานแล้ว ระบุยังต้องฉีดพ่นละอองน้ำและล้างถนนอีก &amp;quot;สพฐ.&amp;quot; ให้ ผอ.โรงเรียนตัดสินใจ 4 ก.พ.จะเปิด-ปิดเรียนหนีฝุ่นพิษต่อหรือไม่ &amp;quot;ขนส่ง&amp;quot; คุมเข้มตรวจควันดำรถบรรทุก-รถโดยสาร &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ขอทุกฝ่ายช่วยกันแก้ปัญหา วอนอย่าโทษกันไปมา &amp;quot;โพล&amp;quot; ชี้ ปชช.เบื่อนักการเมืองเอาฝุ่นมาทำลายกัน หนุนรัฐแจกหน้ากากชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ก.พ. กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งล้างถนนและฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ PM 2.5 โดยพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เริ่มกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งมาตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น. วันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการปล่อยขบวนรถน้ำ ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาพระราม 2 เขตบางขุนเทียน ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างกองพันทหารม้าที่ 19 กองทัพเรือ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเขตภาษีเจริญ สำนักงานเขตหนองแขม สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ และกองบังคับการตำรวจจราจร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินนำทุกหน่วยงานฉีดพ่นละอองน้ำ และทำการฉีดล้างพื้นถนนและต้นไม้ ทั้งขาเข้าและขาออก บนถนนพระราม 2 ตั้งแต่รอยต่อจังหวัดสมุทรสาคร จนถึงแยกบางปะแก้ว ระยะทางรวม 14.5 กิโลเมตร เพื่อล้างฝุ่นละอองขนาดเล็ก ภายหลังได้ใช้เครื่องบินฉีดพ่นละอองน้ำ ทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กตกลงมายังพื้นถนน จึงต้องรีบทำการฉีดล้างเพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กลอยขึ้นไปบนอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.00 น. นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. นำเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา และสำนักงานเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร (กทม.) กว่า 500 คน ปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำบนชั้นดาดฟ้า ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดง หลัง กทม.ออกหนังสือขอความร่วมมือตึกสูงทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 3,200 แห่ง ฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไทวุฒิกล่าวว่า สำนักการโยธาได้ส่งแบบในการติดตั้งสปริงเกลอร์บนชั้นดาดฟ้าไปยังตึกสูง 3,200 ตึก เพื่อให้แต่ละตึกนำไปประกอบการตัดสินใจในการติดตั้ง รวมทั้งไซต์งานก่อสร้าง 150 แห่ง ประกาศหยุดการก่อสร้างกว่า 40 โครงการ โดยมาตรการต่างๆ ทั้งการขอความร่วมมือหยุดการก่อสร้าง การฉีดพ่นละอองน้ำจะดำเนินการไปจนกว่าสถานการณ์มลพิษทางอากาศจะคลี่คลาย โดยการฉีดพ่นละอองน้ำจะดำเนินการทุกๆ ชั่วโมง ประมาณคราวละ 20 นาที ส่วนสปริงเกลอร์จะปล่อยละอองน้ำตลอดทั้งวัน ตามผลการศึกษาที่ว่าลักษณะน้ำเป็นฝอย ถึงจะสามารถดักจับฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตึกสูงอีก 3,200 แห่ง อาทิ ตึกใบหยก ตึกมหานคร ตึกจีแลนด์ และเซนทรัลเวิลด์ เจ้าหน้าที่สำนักการโยธาจะเข้าไปประจำการอยู่ในแต่ละตึกเพื่อติดตามและสรุปผลในการดำเนินการ ผลที่ได้คือจะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 ได้ตามผลการศึกษาไว้ รวมทั้งยังใช้รถดับเพลิงฉีดพ่นที่พื้นราบ เพื่อดักไม่ให้ฝุ่นละอองที่ตกลงมาฟุ้งกระจายกลับขึ้นไปอีก&amp;quot; รอง ผอ.สำนักการโยธาฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบของ รฟม. ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี, โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต, โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย- มีนบุรี ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมบิกคลีนนิ่งเดย์ จัดกิจกรรมพร้อมกันทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ร่วมกับสำนักงานเขตในพื้นที่ตามแนวสายทาง เพื่อรวมพลัง ทำความสะอาด ฉีดน้ำ ดูดฝุ่น ขัดล้างทำความสะอาดแผงผ้าใบ ทำความสะอาดผิวจราจร ตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้า เพื่อลดฝุ่นละออง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้สอดคล้องตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม &amp;ldquo;One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5&amp;rdquo; คมนาคมรวมใจช่วยลดฝุ่น เพื่อความสุข สุขภาพดีของประชาชน
ฟุ้งฝุ่นเข้าสู่เกณฑ์ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ผู้ว่าฯ อัศวิน&amp;quot; ว่า ค่าฝุ่นละออง PM2.5 เข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่แล้ว หลังปฏิบัติการอย่างเข้มข้นทุกรูปแบบของทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง วันนี้ (3 ก.พ.) ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 กลับเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานแล้ว แต่เราก็ไม่ประมาท ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการตามแผนงานและมาตรการต่างๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างเช้านี้เครื่องบินเล็กโรงเรียนการบินกรุงเทพ (BAC) ได้ทำการบินต่อเนื่องเพื่อโปรยละอองน้ำจับฝุ่นละอองทางอากาศเหนือพื้นที่เขตบางแค บางบอน ทวีวัฒนา และตลิ่งชัน รวมทั้งหมด 11 เที่ยวบิน ส่วนทั้ง 50 เขตได้ระดม Big Cleaning บริเวณหน้าบ้านและสถานที่ต่างๆ โดยในช่วงค่ำ กทม.ก็จะระดมล้างถนนตั้งแต่เวลา 22.00 น. บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ระหว่างถนนพระราม 2 ถึงถนนกัลปพฤกษ์ด้วย&amp;quot; พล.ต.อ.อัศวินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า สำหรับวันเปิดทำงานเช้าวันจันทร์มีแนวโน้มว่าค่าฝุ่นละอองอาจจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า 4 ก.พ.62 ลมทิศใต้และตะวันออกเฉียงใต้ จะเริ่มมีกำลังแรงขึ้นต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 ก.พ. ทำให้มีลมเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์อีกทางหนึ่ง หากพวกเราทุกคน ทุกหน่วยงาน ดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองเช่นนี้อย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเช่นนี้ ปัญหาฝุ่นละอองก็สามารถลดลงได้ในช่วงนี้ ส่วนมาตรการแก้ปัญหาระยะยาว ทั้ง กทม.และหน่วยงานภาครัฐกำลังประสานหารือเพื่อประกาศเป็นแนวทางต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า เมื่อเวลา 10.00 น.หน่วยฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว 2 หน่วยได้ขึ้นบินปฏิบัติการแล้ว โดยใช้หน่วยฝนหลวง จ.ระยอง รวมทั้ง จ.นครสวรรค์ เพื่อต่อสู้ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยได้ปฏิบัติการติดตามอย่างใกล้ชิดมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรสีห์กล่าวว่า ขอชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ในการทำฝนหลวงได้ทำตามตำราฝนหลวงพระราชทาน ทุกขั้นตอนมีการประเมินผลระหว่างวัน โดยกำหนดเป็นหลักๆ ขั้นตอนแรกคือการก่อกวน จะใช้สารเกลือแกง ที่เรารับประทานในบ้าน บดเป็นแป้ง โปรยในอากาศที่ระดับ 6,000-7,000 ฟุต ซึ่งปกติอนุภาคเกลือแกงเป็นสารแขวนลอยในอากาศอยู่แล้ว เมื่อมีความชื้นมากกว่า 60% จะไปจับร่วมกันเป็นกลุ่มน้ำมากขึ้นคือก้อนเมฆ และขั้นตอนสอง ใช้สารแคลเซียมคลอไรต์ เสริมการพัฒนาตัวเมฆให้เป็นแนวตั้ง ร่วมกับพลังจากแสงอาทิตย์ ช่วยสร้างพลังงาน พัฒนาตัวเป็นเมฆฝนให้ได้ และขั้นตอนที่สาม การโจมตี ใช้สารไปทำให้สภาพแวดล้อมเกิดความเย็นจัด สารยูเรีย หรือน้ำแข็งแห้ง โปรยใต้ฐานเมฆ ทำให้เกิดความเย็นมาก เร่งให้เกิดการควบแน่น เป็นหยดน้ำกลายเป็นฝนตกลงมาได้ในพื้นที่เป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ได้ทำให้มีฝนตกเล็กน้อย ที่เขตจตุจักร พญาไท ลาดพร้าว จากที่ได้ขึ้นบินปฏิบัติการก่อกวน ก่อเมฆ ใช้เกลือแกงโปรยแนว อ.บางบ่อ สมุทรปราการ อ.บางน้ำเปรี้ยว เมื่อเวลา 11.00 น. มีความเร็วลม 15 กม.ต่อ ชม. เมื่อเมฆเกิดขึ้นจะเคลื่อนตามทิศทางของลม ระหว่างทางเมฆไปร่วมกับเมฆอื่นๆ ดูดซับอนุภาคแขวนลอยในธรรมชาติ จากการติดตามภาพเรดาร์พบกลุ่มเมฆฝน เวลาประมาณ 16-17.00 น. จากบริเวณเราทำฝนหลวง ใช้เวลาเดินทาง 5-6 ชม. จะเห็นว่าเป็นระยะทางทำฝนมาตกในเขตจตุจักร พญาไท ลาดพร้าว&amp;quot; อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) แจ้งถึง ผอ.สพท.ในเขต กทม. ปริมณฑลและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ว่าสำหรับการพิจารณาเปิด/ปิดสถานศึกษาตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.62 เป็นต้นไป ให้พิจารณาตามสภาพของสถานการณ์ของฝุ่น ณ จุดที่ตั้งของโรงเรียน โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาพิจารณาเปิดหรือปิดได้ตามอำนาจหน้าที่ และผลกระทบที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักเรียนเป็นสำคัญ&amp;nbsp;
ขออย่าโทษกันไปมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่มีความจำเป็นจะต้องปิดเรียนต่อเนื่อง ขอให้สถานศึกษาแนะนำให้นักเรียนได้เรียนผ่านระบบการเรียนการสอนทางไกล DLTV ที่มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดส่งสัญญาณทั้งทางระบบโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต หรือเสนอแนะให้ทบทวนความรู้จากแอปพลิเคชัน ติวฟรี.คอม หรือจัดสอนสดผ่านช่องทางสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม&amp;quot; เลขาฯ กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขส.ทบ.) กล่าวว่า มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศตรวจวัดควันดำรถโดยสารสาธารณะและรถอื่นๆ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารบนถนนสายต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และเข้มงวดตรวจสอบการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) โดยได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงสุ่มตรวจการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถเอกชนในเขตพื้นที่ หากพบสถานตรวจสภาพรถใดละเลยไม่ตรวจสภาพรถให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด พิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารทั่วประเทศ นำรถเข้ารับการตรวจสภาพก่อนถึงกำหนดรอบชำระภาษีรถ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ป้องกันสาเหตุการเกิดควันดำและก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5&amp;quot; อธิบดีกรมการขนส่งฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในวันที่ 4 ก.พ.62 เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ที่สำนักนโยบายและแผน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อกำหนดมาตรการระยะต่างๆ รองรับการแก้ปัญหาภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สะสมในบรรยากาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า สำหรับพื้นที่ กทม. มี กทม.เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก ได้ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมและจัดตั้งศูนย์ประสานและแก้ปัญหามลพิษในอากาศใน กทม. เพื่อทำงานร่วมกับส่วนราชการต่างๆ รวมทั้ง 5 จังหวัดปริมณฑลอย่างใกล้ชิด โดยประเมินสถานการณ์เป็นระยะ และแจ้งข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ทุกจังหวัดในส่วนภูมิภาคได้ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาไปด้วยกัน ทั้งมาตรการป้องกันและการแก้ปัญหา โดยเน้นการมีส่วนร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชนด้วยดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มลภาวะที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทุกฝ่ายต่างได้รับผลกระทบและมีความจำเป็นต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหาและให้กำลังใจกันและกัน โดยไม่โทษกันไปมา ซึ่งถือเป็นเวลาแห่งความท้าทายที่เราคนไทยทุกคนต้องตระหนักรู้ มีส่วนร่วมรับผิดชอบและรวมพลังหาทางออกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเชื่อว่าเราทุกคนจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันโดยเร็ว&amp;quot; โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ฝุ่นพิษการเมือง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,097 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26 ม.ค.-2 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 48.5 ติดตามข่าวฝุ่นพิษบ่อยๆ, ร้อยละ 48.3 ติดตามบ้าง และร้อยละ 3.2 ไม่ติดตามเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่ร้อยละ 81.4 เห็นด้วยที่คนไทยตื่นตัวห่วงใยสุขภาพจากปัญหาฝุ่นพิษ ปิดหน้ากากกันฝุ่นคือข้อดี อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 65.3 ไม่เห็นด้วยที่นักการเมืองเอาปัญหาฝุ่นพิษมาทำลายกัน ในขณะที่ร้อยละ 20.9 เห็นด้วย และร้อยละ 13.8 ไม่มีความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 68.9 ระบุมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นพิษคือแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นฟรี รองลงมาคือร้อยละ 63.6 ระบุหน่วยงานรัฐเข้มงวดจริงจังต่อเนื่อง ทั้งแหล่งปล่อยฝุ่นพิษ และพวกฉวยโอกาสขายหน้ากากแพง, ร้อยละ 60.9 ระบุพ่นน้ำลดฝุ่นพิษ, ร้อยละ 55.1 ระบุควบคุมแหล่งปล่อยฝุ่นพิษระยะยาว และร้อยละ 12.8 ระบุอื่นๆ เช่น ทุกพรรคการเมืองเอาเป็นนโยบายสุขภาพ แก้ปัญหาไม่ใส่ร้ายป้ายสีกันไปมา ทุกฝ่ายช่วยกันป้องกันแก้ไข ลดมลพิษ ตระหนักรักษาสิ่งแวดล้อม หยุดเรียน หยุดทำงาน เป็นต้น.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28235</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, สุรสีห์ กิตติมณฑล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทวุฒิ ขันแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c5704cb739f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตื่นสั่งบูรณาการ แก้ไขฝุ่นละออง เริ่มทำฝนหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกหน่วยบูรณาการแก้ปัญหาฝุ่นละออง แนะ ปชช.ไม่จำเป็นให้อยู่แต่ภายในบ้าน &amp;quot;กรมควบคุมมลพิษ&amp;quot; รายงานค่า PM 2.5 กทม.-ปริมณฑลเกินค่ามาตรฐาน ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 18 พื้นที่ &amp;quot;กรมฝนหลวงฯ&amp;quot; เตรียมปฏิบัติการฝนหลวง 15-18 ม.ค.นี้ &amp;quot;ทัพภาค 1&amp;quot; ส่งรถฉีดน้ำเช้าเย็นทั่วกรุง &amp;quot;สธ.&amp;quot; ยันยังไม่พบผู้ป่วยรุนแรง &amp;quot;กรีนพีซ&amp;quot; เผยกรุงเทพฯ ติดอันดับ 9 เมืองหลวงอากาศแย่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพพื้นที่ กทม.และปริมณฑลว่า ได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานครไปดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยให้มีการฉีดน้ำและรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสวมหน้ากากอนามัย รวมทั้งให้สำรวจว่าต้นตอมาจากไหน ซึ่งทุกหน่วยงานมีการรณรงค์และเตรียมการไว้แล้ว แต่วันนี้จะต้องมาบูรณาการร่วมกัน เนื่องจากเป็นปัญหาที่เราต้องดูแลสุขภาพของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเรื่องของฝนหลวงก็ได้มีการเตรียมการ แต่ก็ต้องใช้เวลา บางทีถ้าทำไปแล้วลมไม่เป็นไปในทิศทางที่กำหนดฝนก็ไม่ตก ต้องดูปริมาณความชื้นในอากาศด้วย ซึ่งรัฐบาลและทุกส่วนราชการก็จะทุ่มเทดูแลและแก้ไขปัญหา เบื้องต้นให้ฉีดน้ำในพื้นที่เสี่ยงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เป็นต้นตอของปัญหามีหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งโรงงานอุตสากรรม การจราจร การเผาไร่นาต่างๆ ทุกคนมีส่วนช่วยทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง ก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหาร่วมกับรัฐบาลด้วย รัฐบาลและทุกส่วนราชการก็จะทุ่มเทดูแลและแก้ไขปัญหา เบื้องต้นให้ฉีดน้ำในพื้นที่เสี่ยงแล้ว จะปล่อยให้รัฐบาลทำงานคนเดียวไม่ได้&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้รับรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าได้ประสานงานกับ กทม.และ 5 จังหวัดปริมณฑล เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ล่าสุด กทม.ได้สั่งการให้ทุกเขตกวาดล้างถนนอย่างเข้มข้นทุกวัน จัดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น &amp;nbsp;ตรวจวัดควันดำ ควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง รวมทั้งประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อทำฝนเทียมในพื้นที่เสี่ยงในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ข้อควรปฏิบัติของประชาชนคือจะต้องติดตามข่าวสารจากกรมควบคุมมลพิษอย่างใกล้ชิด โดยพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองหนาแน่นก็ขอให้ประชาชนอยู่ภายในบ้าน หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยคุณภาพดีที่สามารถป้องกันฝุ่นได้ในระดับสูง ส่วนหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาที่มีขายทั่วไปนั้นก็สามารถป้องกันได้ดีระดับหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ประชาชนควรหมั่นสังเกตอาการทางสุขภาพเบื้องต้น เช่นเมื่อมีอาการไอหรือระคายเคืองตา มากผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงทั้งผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
ทำฝนหลวงลดฝุ่นละออง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ PM 2.5 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วันที่ 14 ม.ค.62 เวลา 12.00 น. พื้นที่ริมถนนตรวจวัดได้ระหว่าง 55-78 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 18 พื้นที่ ส่วนพื้นที่ทั่วไป ตรวจวัดได้ระหว่าง 46-82 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ &amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐาน 12 พื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยรวมปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กรมควบคุมมลพิษขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และงดการใช้รถยนต์ควันดำอย่างเด็ดขาด ท่านสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศของหน่วยงานราชการได้ทางแอปพลิเคชัน Air4Thai และเว็บไซต์ http://air4thai.pcd.go.th และสถานการณ์คุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;quot; รายงานของกรมควบคุมมลพิษระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ในระยะนี้ กทม.และปริมณฑลมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่ง คพ.ได้ประสานหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งให้ความช่วยเหลือในการทำฝนเทียมเพื่อลดฝุ่นมาตลอด ทราบว่ากรมฝนหลวงฯ ก็ติดตามปัญหาเพื่อดำเนินการช่วยเหลืออยู่ ซึ่งมีปัจจัยทั้งด้านความชื้นและทิศทางลม หากในอากาศมีความชื้นไม่เพียงพอก็ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่คาดว่าในวันที่ 15 ม.ค.นี้อาจมีโอกาสจะทำฝนเทียมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี คพ.กล่าวว่า ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจจราจรตรวจจับรถควันดำบนเส้นทางจราจร &amp;nbsp;ร่วมกับ ขสมก.ให้ตรวจรถโดยสาร ขสมก.ในอู่ต่างๆ พร้อมร่วมประชุมและประสาน กทม.เพื่อดำเนินการตามมาตรการและแนวทางดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา PM 2.5 ทั้งสั่งให้ทุกเขตกวาดล้างถนนอย่างเข้มข้นทุกวัน รวมทั้งประสานกระทรวงสาธารณสุขเตรียมแจกหน้ากากอนามัยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงฯ มีแนวโน้มขึ้นปฏิบัติการทำฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในพื้นที่ กทม.ระหว่างวันที่ 15-18 ม.ค.นี้ โดยจะตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ จ.ระยอง ด้วยเครื่องบินคาซา 2 ลำ เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีแนวโน้มจะทำได้ เพื่อแก้ไขสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ (ทอ.) กล่าวว่า พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.ห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM &amp;nbsp;2.5 ในอากาศ ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จึงได้สั่งในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ ให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศจัดเครื่องบิน BT-67 &amp;nbsp;จำนวน 2 เครื่อง จากกองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เข้ามาเตรียมพร้อม ณ ที่ตั้งกองบิน 6 ดอนเมือง &amp;nbsp;และเตรียมทำการบินโปรยน้ำลดฝุ่นละอองในอากาศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2ก หรือเครื่องบิน BT-67 สังกัดกองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก เป็นเครื่องบินที่กองทัพอากาศใช้ในการสนับสนุนภารกิจปฏิบัติการฝนหลวง การบินควบคุมไฟป่า และการบินโปรยน้ำลดหมอกควัน/ฝุ่นละออง ซึ่งในส่วนของการบินโปรยน้ำแต่ละเที่ยวบินจะบรรทุกน้ำได้เที่ยวละประมาณ 3,000 ลิตร ทำการโปรยน้ำเป็นละอองลงมาจากความสูงเหนือพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งละอองน้ำจะเกิดการกระจายตัวครอบคลุมบริเวณกว้าง และจับตัวกับฝุ่นละอองเพื่อบรรเทาความรุนแรงของปัญหา &amp;nbsp;โดยน้ำที่นำมาใช้เป็นน้ำสะอาดและโปรยลงมาเป็นละอองน้ำ จึงจะไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน&amp;quot; โฆษก ทอ.กล่าว
ระดมฉีดน้ำทั่วกรุงเช้าเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.
สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกเข้าสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในการคลี่คลายปัญหาฝุ่นละอองให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมสั่งการให้กองทัพภาคที่ 1 กรมการทหารช่าง และหน่วยทหารของกองทัพบกในพื้นที่ กทม.เตรียมรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงจำนวน 60 คัน พร้อมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมสนับสนุนการแก้ปัญหาฝุ่นละออง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด การตรวจจับรถที่ก่อให้เกิดมลภาวะมากขึ้น เช่น การปล่อยควันดำ หรือนำรถที่มีอายุเกินกำหนดมาใช้ ตลอดจนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดระเบียบและควบคุมยานพาหนะที่ใช้บนท้องถนนอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาหมอกควันพิษ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานปล่อยแถวรถยนต์ฉีดน้ำเพื่อลดระดับความเข้มข้นของฝุ่นละออง บริเวณพื้นที่รอบเขตพระราชฐานและพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น จตุจักร &amp;nbsp;บางขุนเทียน ปทุมวัน และสวนลุมพินี &amp;nbsp;โดยจะทำการฉีดน้ำในตอนเย็นเวลา 18.00 น. และตอนเช้าเริ่มเวลา 05.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 จัดรถบรรทุกน้ำ 26 คันออกล้างพื้นถนน ทางเดินเท้า และฉีดรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆ ทั่ว กทม. รวมทั้งแจกหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละอองให้ประชาชนใน 7 พื้นที่ ได้แก่ &amp;nbsp;1.บริเวณรอบงานอุ่นไอรัก 2.บริเวณสวนลุมพินี 3.บริเวณราชประสงค์ 4.บางขุนเทียน 5.ธนบุรี 6.บางคอแหลม 7.บางกะปิ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ต่อเนื่องถึงวันพุธที่ 16 ม.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สธ.มอบให้กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กรมอนามัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังผลกระทบสุขภาพ และให้ความรู้ในการป้องกันตนเองจากสภาพอากาศที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อมูลการเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยาที่ได้รับรายงานในโรงพยาบาลเครือข่ายกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 3 ส.ค.61 - 7 ม.ค.62 ไม่พบว่ามีผู้ป่วย 3 กลุ่มโรคที่เฝ้าระวังสูงขึ้นผิดปกติ &amp;nbsp;หรือพบเป็นกลุ่มก้อนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แก่ หอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด และไม่มีรายงานผู้ที่มีอาการรุนแรง&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีหน้ากากอนามัย เอ็น 95 ขาดตลาดว่า มีหน้ากากอย่างหนึ่งที่สามารถใช้แทนหน้ากากอนามัยเอ็น 95 ราคาพอๆ กัน คือหน้ากากที่ใช้ป้องกันพิษ แต่เหมาะสำหรับคนที่ต้องรับควันพิษมากกว่า เช่น ตำรวจจราจร คนทั่วไปไม่มีความเสี่ยงไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ อย่างไรก็ตามการใช้หน้ากากอนามัยเอ็น 95 ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดี แต่ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก คนที่ควรจะใช้หน้ากากชนิดนี้ควรเป็นคนที่ทำงานกลางแจ้งในพื้นที่เสี่ยง อาทิ กรรมกรก่อสร้าง จักรยานยนต์รับจ้าง และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ มากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาฝุ่นละอองไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา และไม่ได้เกิดขึ้นทุกพื้นที่ ถ้าอยู่ในบ้านหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากพื้นที่เสี่ยงที่ค่าฝุ่นละอองไม่เกิน&amp;quot; รองอธิบดีกรมอนามัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ทวิตเตอร์ &amp;quot;@greenpeaceth&amp;quot; หรือกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย) &amp;nbsp;องค์กรรณรงค์อิสระระดับโลก (Greenpeace Thailand) เปิดเผยสถิติการจัดอันดับเมืองหลวงที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก พร้อมด้วยแฮชแท็ก #ขออากาศดีคืนกลับมา และ #RightToCleanAir &amp;nbsp;โดยระบุข้อความว่า กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ใน 10 อยู่ในลำดับที่ 9 ของเมืองหลวงที่คุณภาพอากาศเลวร้าย โดยอันดับ 1.นิวเดลี ประเทศอินเดีย 2.ธากา ประเทศบังกลาเทศ 3.โกกาตา &amp;nbsp;ประเทศอินเดีย 4.เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน 5.กาฏมาณฑุ ประเทศเนปาล 6.อูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย 8.หูอัน ประเทศจีน 9.กทม. และ 10.ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26576</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประลอง ดำรงค์ไทย, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, สุรสีห์ กิตติมณฑล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c993dcf649.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ฝนกระหน่ำ &#039;เกษตร-สทนช.&#039; นัดถกแก้&#039;แล้ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนตกแก้แล้ง! เกษตรฯ-สทนช.กินยาผิดซอง เรียกประชุมด่วน 24 ก.ย. สั่งระดมทำฝนหลวงเติมน้ำเขื่อน สวนทางประกาศอุตุฯ เตือนภัยเหนืออีสานฝนถล่ม 27-29 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย.61 โดยระบุว่า บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย.61 ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย.61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนาแน่นในหลายพื้นที่ของประเทศ &amp;nbsp;แต่ในส่วนของหน่วยงานที่รับผิดชอบบริหารจัดการน้ำกลับประชุมเร่งด่วนในเรื่องของการแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเร่งให้หน่วยปฏิบัติการทำฝนหลวงระดมทำฝนเติมน้ำเขื่อนมีน้ำไม่ถึงร้อยละ 60 และเขื่อนมีน้ำน้อยร้อยละ 30 และแผนที่พื้นที่เป้าหมายทำเกษตรที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยงจนเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตดี ให้จัดทำแผนทำฝนหลวงให้กับพื้นที่ขาดแคลนน้ำ เพราะขณะนี้มีหลายจังหวัดเกิดภาวะแล้งมาเร็ว และจากปัญหาฝนทิ้งช่วงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า ให้หน่วยฝนหลวงทุกภูมิภาคทำฝนจนถึงเดือน ต.ค. เพราะหลายพื้นที่ยังประสบภาวะฝนทิ้งช่วงมาต่อเนื่อง โดยการทำแผนที่ทำฝนหลวงว่าพื้นที่ไหนต้องการฝนเพื่อเติมน้ำเขื่อนน้ำน้อย จนทำให้เขื่อนลำตะคองมีน้ำมากขึ้นพอใช้ตลอดหน้าแล้ง และปรับแผนไปทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวว่า จากการคาดการณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) ว่าประเทศไทยจะเริ่มมีฝนลดลงนั้น สทนช.ได้เน้นย้ำทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องวางแผนปรับลดการระบายน้ำในอ่างฯ ทุกขนาด ตามการคาดการณ์ของฝน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย.61) สทนช.จะหารือประเด็นดังกล่าวในการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเตรียมการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำต้นทุนน้อย ซึ่งจะมีการหารือถึงแผนปฏิบัติการเพื่อลดผลกระทบในพื้นที่เสี่ยง ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แล้งล่วงหน้าด้วย โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&amp;quot; นายสำเริงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการ สทนช.ระบุด้วยว่า จากแนวโน้มการคาดการณ์ฝนที่ลดลงดังกล่าว ศูนย์เฉพาะกิจฯ ได้แจ้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงข้อสั่งการและข้อห่วงใยของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ที่มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในการแผนบริหารจัดการและการปฏิบัติการฝนหลวง ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักก่อนสิ้นสุดฤดูฝน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในกลางเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้อยกว่า 60% ของความจุทั้งประเทศ ขณะนี้พบว่าขนาดใหญ่มีจำนวน 11 แห่ง แต่หากพิจารณาถึงจำนวนอ่างเฝ้าติดตามที่มีความจุน้อยกว่า 30% พบว่ามีเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่มอก 27% และเขื่อนทับเสลา 26% ส่วนขนาดกลางมีทั้งสิ้น 33 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 3 แห่ง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21 แห่ง, &amp;nbsp;ภาคตะวันออก 3 แห่ง, ภาคกลาง 2 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง&amp;quot; นายสำเริงระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18259</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำเริง แสงภู่วงค์, สุรสีห์ กิตติมณฑล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba79d8c39ea8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
