<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก. เร่งฉีดวัคซีนโควิด-19ให้กับพนักงานสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 พ.ค.2464-นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)เปิดเผยว่าเตรียมความพร้อมให้พนักงานประจำรถโดยสารของ ขสมก.ทุกคน และพนักงานประจำรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ ที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ขสมก. เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ณ สถานีกลางบางซื่อ ตั้งแต่วันที่ 24 &amp;ndash; 31 พฤษภาคม 2564 เพื่อลดการติดเชื้อฯ ลดการแพร่ระบาด และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ระลอกที่ 3 ที่มีความรุนแรงมากกว่าครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อฯเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้บริการอาจมีความกังวลว่า จะได้รับการแพร่เชื้อฯจากพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสาร &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมา ขสมก. ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;อาทิ การให้พนักงานประจำรถสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งก่อนและหลังปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร การหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และการฉีดพ่นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70 % ภายในรถโดยสาร ก่อนนำรถออกวิ่งให้บริการประชาชน เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดได้ดีในระดับหนึ่ง &amp;nbsp;แต่ถ้าจะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ &amp;ldquo;การฉีดวัคซีน&amp;rdquo; คือวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากจะมีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับวัคซีน ในแง่ของการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ลดความรุนแรงของโรค ลดอัตราการเสียชีวิต และยังเป็นประโยชน์ต่อคนรอบข้างอีกด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ &amp;nbsp;ขสมก. จึงเตรียมความพร้อมให้พนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกคน รวมถึงพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารของรถเอกชนร่วมบริการ ที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ขสมก. เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ณ สถานีกลางบางซื่อ ตั้งแต่วันที่ 24 - 31 พฤษภาคม 2564 เพื่อลดการติดเชื้อฯ ลดการแพร่ระบาด และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก. และรถเอกชนร่วมบริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, พนักงานขสมก, สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a5d7981c056.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก. สกัดโควิดแจ้งปรับลดเที่ยววิ่งรถ เริ่ม 28 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27เม.ย.64 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบก ได้ออกประกาศ เรื่อง &amp;ldquo;การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 &amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง พิจารณาปรับลดจำนวนเที่ยวการเดินรถ ในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่าที่สามารถจะทำได้ โดยให้พิจารณาจัดการเดินรถตามความจำเป็น ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้ง ปรับลดการให้บริการ ในช่วงเวลา 23.00 &amp;ndash; 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ซึ่งในส่วนของการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถกะสว่าง ขสมก. ได้ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ขสมก. จึงเตรียมปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท ในช่วงเวลาการให้บริการปกติ ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2564 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศดังกล่าว และเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันที่มีจำนวนลดลง เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการทำงานอยู่ที่บ้าน (Work From Home) และสถานศึกษาหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขสมก. จะปรับลดจำนวนเที่ยววิ่ง เฉพาะเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการลดลง ส่วนเส้นทางที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเท่าเดิม จะไม่มีการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งแต่อย่างใด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ขสมก. ยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด - 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยแบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้ด้านพนักงานประจำรถ 1. ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้งก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร หากตรวจพบว่าพนักงานมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่และให้รีบไปพบแพทย์ทันที2. กำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารและ3. ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ขณะใช้บริการรถโดยสาร กรณีมีผู้ใช้บริการบนรถมากพอสมควร &amp;nbsp;ควรรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับด้านรถโดยสารประจำทาง1. เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดระบบปรับอากาศ และการทำความสะอาดผ้าม่าน2. ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นทำความสะอาดภายใน รถโดยสาร และใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น พร้อมทั้งติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์ สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือบริเวณประตูทางขึ้น3. กำหนดจุดนั่ง (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และจุดยืนภายในรถโดยสาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
4. ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชัน&amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo;บริเวณหลังเบาะที่นั่ง และบริเวณผนังด้านข้าง ภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทาง กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อใช้บริการรถโดยสารคันเดียว และเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการ จะมีการแจ้งเตือน ผ่านระบบ SMS ว่าผู้ใช้บริการ มีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์และ5. ติดตั้ง QR Code แอปพลิเคชัน&amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo;บริเวณผนังด้านข้างภายในรถโดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ ในการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านผู้ใช้บริการ1. ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา &amp;nbsp;ขณะใช้บริการรถโดยสาร2. ล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ที่ติดตั้งบริเวณประตูทางขึ้น3. เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรสแกนQR Code แอปพลิเคชัน&amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; บนรถโดยสาร เพื่อเช็คอินเมื่อขึ้นรถ และเช็คเอาท์ก่อนลงจากรถ สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ของ ขสมก.ทุกประเภท &amp;nbsp;ควรลงทะเบียนบัตรที่ www.bmta.co.th เพื่อให้บัตรดังกล่าว สามารถเช็คอิน &amp;ndash; เช็คเอาท์ โดยอัตโนมัติ เมื่อนำบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์มาแตะที่เครื่อง EDC เพื่อชำระค่าโดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
4. เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; เพื่อตอบแบบสอบถามประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19และลงทะเบียน 5. ขอความร่วมมือนั่งบนเบาะที่กำหนด (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และยืนบนจุดที่กำหนด หรือยืนห่างกันอย่างน้อย 30 เซนติเมตร กรณีมีผู้ใช้บริการบนรถมากพอสมควร ควรรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป6. ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด และ 7. ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ ชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด ผ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทของ ขสมก. บัตรเดบิต-เครดิตที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโมบายแบงก์กิ้ง &amp;nbsp;เพื่อลดการสัมผัสธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ ที่อาจเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100873</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดขบวนเที่ยวรถ, สกัดโควิด, สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60818088ab1c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ! ขสมก.เปิดทางผู้มีสิทธิ์ &#039;ม 33 เรารักกัน&#039;ซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 2564 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ม 33 เรารักกัน&amp;rdquo; เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ในกลุ่ม &amp;ldquo;ผู้ประกันตน มาตรา 33&amp;rdquo; โดยมอบเงินเยียวยา คนละ 4,000 บาท ตลอดโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ์ในโครงการตามคุณสมบัติที่กำหนด &amp;nbsp;นำไปใช้ชำระค่าสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม และบริการต่าง ๆ ณ ร้านค้าที่ลงทะเบียนคนละครึ่ง ร้านค้าที่ลงทะเบียน &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; และระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ (ยกเว้นทางอากาศ) &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของ ขสมก. ได้มีการเตรียมความพร้อมสนับสนุนโครงการดังกล่าว &amp;nbsp; โดยให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ในโครงการ &amp;nbsp;สามารถซื้อบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ บุคคลทั่วไป และบัตรโดยสารนักเรียน นิสิต นักศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ณ จุดจำหน่ายบัตรโดยสาร กว่า 30 แห่ง &amp;nbsp;เพื่อนำบัตรโดยสารดังกล่าว &amp;nbsp;มาใช้ชำระค่าบริการบนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ขสมก. ได้เปิดให้ประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์โครงการ &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; ทั้งผู้ที่ได้รับเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ &amp;nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; และผู้ที่ได้รับเงินผ่านบัตรประจำตัวประชาชน (กรณีไม่มีสมาร์ทโฟน) สามารถนำเงินช่วยเหลือไปซื้อบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ บุคคลทั่วไป และบัตรโดยสารนักเรียน นิสิต นักศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ ได้เช่นเดียวกับโครงการ &amp;ldquo;ม 33 เรารักกัน&amp;rdquo; พร้อมทั้งยกเลิกค่าธรรมเนียมบัตร ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนมาชำระค่าโดยสารผ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;เพื่อลดการสัมผัสเงินสด ลดความเสี่ยงจากโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97037</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, ม 33 เรารักกัน, สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e86bd717b60f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โควิดทำพิษ&#039;ขสมก.&#039;โอดผู้โดยสารหายวันละ5.5แสนคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค. 2564 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อการเดินรถโดยสารของ ขสมก. ผู้ใช้บริการน้อยลง ก่อนโควิด-19 ระบาดรอบใหม่ มีผู้โดยสารสูงสุดอยู่ที่ 8-8.5แสนคนต่อวัน มีรายได้ 10-11ล้านบาทต่อวัน ในจำนวนรถเมล์ที่มีทั้งหมด 3พันคัน ปัจจุบันผู้โดยสารลดเหลือ 3แสนกว่าคนต่อวัน มีรายได้ 4.4-4.5ล้านบาทต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของผู้โดยสารหายไปกว่า50% หรือหายไป 5-5.5แสนคนต่อวัน รายได้หายไป 5.6-6.5ล้านบาทต่อวัน เนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่ 64 ประชาชนบางส่วนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา บางส่วนที่อาศัยอยู่กรุงเทพฯ ไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะกลัวโควิด-19 ทำให้เดินทางน้อย ประกอบกับบริษัทเอกชนหลายแห่งมีนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้านด้วย เหมือนกับ ขสมก. ปัจจุบันมีพนักงานทั้งหมด 1.3หมื่นคน แบ่งเป็นพนักงานขับรถและ พนักงานเก็บค่าโดยสาร 1.1หมื่นคน และ ทำงานที่สำนักงานหรือออฟฟิศประมาณ 2พันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังคุมเข้มมาตรการด้านสาธารณสุข ในการป้องกันโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยได้ตั้งเครื่องสแกนวัดอุณหภูมิ และบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้ผู้โดยสารภายในรถเมล์ ขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มข้น สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร
&amp;ldquo;ขสมก. ได้ติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมปรับแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ประกอบกับผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก. มีจำนวนลดลงได้ประชุมผู้บริหารเขตการเดินรถที่ 1-8 และบริษัทเหมาซ่อม เพื่อวางแผนในการบริหารจัดการเดินรถให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลง ด้วยการปรับเปลี่ยนจำนวนรถออกวิ่ง ให้มีความสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบัน&amp;rdquo;นายสุระชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ขสมก. อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการจัดทำแผนการเดินรถ คาดว่าจะสามารถดำเนินการตามแผนได้ภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการดำเนินการตามแผนดังกล่าว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และพฤติกรรมการใช้บริการรถโดยสารของประชาชน ซึ่งแผนดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละช่วงเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, ผู้โดยสารลดลง, สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8aea09cbcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.ผุดสัญญา&quot;เชิงคุณภาพ&quot; คุมมาตรฐานจ้างเอกชนร่วมเข้าเดินรถตามแผนฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.2563 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ(ขสมก)เปิดเผยถึงหลักเกณฑ์ที่ขสมก.จะมีการว่าจ้างเอกชนเดินรถ ตามแผนฟื้นฟูกิจการ &amp;nbsp;ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในปลายเดือน สิงหาคม 2563 โดยการนำรถเอกชนเข้าร่วมถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินรถเมล์ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อให้สามารถกำหนดค่าโดยสารในอัตราเดียว 30 บาทต่อวัน มีการเดินรถเส้นทางที่สอดคล้องไม่ทับซ้อนกันเหมือนในอดีต โดยข้อกำหนดว่าจ้างรถร่วมเอกชนเข้าร่วมในแผนฟื้นฟูฯ เอกชนจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ ขสมก. กำหนดไว้ อย่างเข้มงวด โดยผู้โดยสารพี่ใช้บริการจะได้ประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าข้อกำหนดที่ออกมานั้นเป็นสัญญาเชิงคุณภาพ &amp;nbsp;เพื่อให้มีกานปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน กับบริการของรถ ขสมก. ทั้งในเรื่องของสภาพตัวรถ พลังงานสะอาด ระบบเทคโนโลยีการให้บริการ สภาพความพร้อมของคนขับและพนักงาน รวมถึงการต้องจัดให้มีปริมาณรถวิ่งไม่น้อยกว่า 95%ตามที่กำหนดในสัญญา เพื่อให้เพียงพอในการให้บริการแก่ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ&amp;quot;นายสุระชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อกำหนดที่เข้มงวดให้รถร่วมเอกชนต้องดำเนินการ เช่น ต้องเป็นรถร่วมเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตเดินรถจากกรมการขนส่งทางบก ในเส้นทางปฏิรูป 54 เส้นทาง ต้องเป็นรถเมล์ไฟฟ้า (EV) หรือรถก๊าซ NGV เท่านั้น ต้องเป็นรถโดยสารใหม่ หรือมีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันจดทะเบียน ต้องติดตั้งอุปกรณ์พร้อมระบบ E-Ticket / GPS / Wi-Fi มาพร้อมรถ ต้องเดินรถตามเงื่อนไขในสัญญาที่ ขสมก.กำหนด และ วางหลักประกันสัญญา ไม่น้อยกว่าคันละ 4 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ต้องเป็นรถโดยสารชานต่ำ Universal Design ต้องวางหลักประกันสัญญา ไม่น้อยกว่า 5-10 % ของวงเงินตามสัญญา หากทำผิดสัญญา จะถูกริบหลักประกันจำนวนนี้ได้ ต้องจัดหารถสำรอง และต้องมีความพร้อมในการปรับปรุงเส้นทางในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ประเด็นดังกล่าวผู้ประกอบการรถร่วมเอกชน เห็นว่าข้อกำหนดค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะการกำหนดให้ต้องลงทุนจัดหารถใหม่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี โดยเป็นรถ low floor มาตรฐานเดียวกับที่ ขสมก กำหนด และการวางเงินหลักประกันสัญญา ทำให้รถร่วมเอกชนมีต้นทุนเพิ่มขึ้น และต้องควบคุมคุณภาพต่างๆ เพื่อไม่ให้เสียค่าปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่กำหนดให้ต้องเสียค่าปรับ อาทิเช่น แอร์ไม่เย็น รถเสียระหว่างทาง รถเสียจุกจิก วิ่งไม่ตรงแผนเดินรถที่กำหนดไว้ คนขับรถไม่พร้อม และการขับขี่รถไร้มารยาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประกอบการ รถร่วมเอกชน เข้าใจดีว่า ขสมก.ต้องการทำให้ผู้โดยสาร ได้รับบริการที่ดีที่สุด ลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้รับบริการที่คุ้มค่าอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75354</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก, จ้างเอกชนเดินรถ, ผุดสัญญา&quot;เชิงคุณภาพ&quot;, สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f4320b5e7ec9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.ยันค่าโดยสารตั๋วเหมาจ่ายวัน 30 บาท ช่วยลดค่าเดินทางประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.2563&amp;nbsp;นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล&amp;nbsp; ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยถึงประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวทางตามแผนฟื้นฟูกิจการของขสมก ที่จะมีการเก็บค่าโดยสารในลักษณะตั๋ววัน 30 บาทตลอดทั้งวัน ล่าสุดผลสำรวจของกรุงเทพฯโพลล์ ได้ออกมาระบุว่าประชาชนเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว อย่างไรก็ตามมีการตั้งคำถาม ความสะดวกของผู้เดินทางโดยรถเมล์ช่วงสั้นๆ จะมีภาระค่าเดินทางสูงเกินจำเป็นหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุระชัย กล่าวว่าแนวทางการจัดเก็บค่าโดยสารแบบตัววัน 30 บาท ที่เป็นสาระสำคัญแผนฟื้นฟูกิจการของขสมก.ที่ขณะนี้ผ่านคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)ไปแล้ว และถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนารถเมล์โดยสารของขสมกในอนาคต สากลศึกษาระบุชัดเจนว่า แบบต่อวันราคา 30 บาทเดินทางกี่เที่ยวก็ได้ เมื่อนำมาเฉลี่ยกับอัตราค่าโดยสารที่ประชาชนเสียค่าโดยสารในรถปรับอากาศปัจจุบัน ประชาชนจะลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเฉลี่ยมากกว่า 20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามเมื่อนำการจัดเก็บค่าโดยสารในลักษณะดังกล่าว มารวมกับแนวทางการจัดหารถใหม่ งานไฟฟ้า (EV) จำนวน 2,511 คัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรถเมล์ใหม่ที่ได้คุณภาพใช้บริการ การจัดระบบเดินรถแก้ปัญหาการจราจรอย่างเป็นระบบ เดินทางสามารถบริหารเวลาเดินทางได้ รวมถึงการดูแลการเชื่อมต่อ ระหว่างระบบรถเมล์โดยสารด้วยกัน และโหมดการเดินทางอื่น เช่น รถไฟฟ้า เรือโดยสาร ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ ขสมก.มีอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยเติบโตขึ้นทุกปีอย่างน้อยปีละ 3%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารนี้ส่งผลดีทั้งในแง่ของการยกระดับ บริการรถเมล์โดยสาร รวมทั้งส่งผลดีต่อเรื่องของรายได้ตามแนวทางการฟื้นฟูฐานะการเงินของขสมก.ในอนาคต ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้วางเป้าหมายให้ผลประกอบการของขสมกหลุดพ้นการขาดทุนรายปี ผลประกอบการกลับมาเป็นบวกในปี 2572 ไม่มีผลประกอบการขาดทุน ที่กลายเป็นภาระงบประมาณ ที่รัฐบาลต้องมาชดเชยในอนาคตอีก&amp;rdquo;นายสุระชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับประเด็นเรื่องการเดินทางของผู้โดยสารในเส้นทางสั้นๆ ซึ่งมีความวิตกว่าผู้โดยสารที่ต้องจ่ายค่าโดยสารแบบตัววัน จะรับภาระมากเกินไปนั้น ในส่วนนี้ยืนยันว่าจะมีทางเลือกในเรื่องของการเก็บค่าโดยสารให้แก่ผู้ใช้บริการ ส่วนประเด็น การล้างหนี้กว่า 120,000 ล้านบาทให้แก่ ขสมก.ภายใน 3 ปี ตามเงื่อนไข ที่คนร.กำหนด ขณะนี้ผู้บริหาร ขสมก.ได้เจรจากับ 4 หน่วยงานที่บริหารหนี้ของกระทรวงการคลังไปแล้ว 3 ครั้ง และในสัปดาห์หน้าจะมีการนำผลการหารือ รายงานให้กระทรวงคมนาคมรับทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71107</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., ค่าโดยสารเหมาจ่าย 30 บาท, สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06d32f75077.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.ยกเครื่องแผนฟื้นฟูฯดันคิดราคาเหมาจ่าย 30 บาท การันตีรถใหม่สะอาด รอไม่เกิน 10 นาที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ออกแผนฟื้นฟูปี 2563 รับกระแสโพล &amp;ldquo;รถเมล์แบบไหนถูกใจคนกรุงฯ&amp;rdquo; หลังพบแผนฯเดิมมีบางข้อไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ และไม่ทันยุค Covid-19 &amp;nbsp;เน้นความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นฐานของประชาชนทั้งด้านบริการ ความสะดวก ปลอดภัย ถูกสุขอนามัยตามวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) &amp;nbsp;หวังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นรถเมล์สาธารณะของคนไทย ให้บริการสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ล่าสุดผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)แล้ว เตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนสิงหาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก) กล่าวถึงการปรับแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ที่ได้มีการปรับแผนใหม่ล่าสุด ทันต่อยุค Covid-19 ว่า &amp;ldquo;ขสมก.ได้เคยจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อปี พ.ศ. 2562 โดยได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรี แต่เนื่องจากเรายังมีโจทย์ที่จะต้องปรับแผนให้รอบคอบรัดกุม สามารถแก้ปัญหาเรื้อรัง ทั้งสถานะทางการเงิน สภาพรถเก่าและจำนวนรถโดยสาร การปรับโครงสร้างองค์กร ต้นทุนการดำเนินงานที่สูง และการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีด้าน IT ของหน่วยงานให้ทันต่อยุคสมัย &amp;nbsp;โดยจะเห็นว่าจากสถานการณ์โลกปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ Covid-19 เป็นตัวเร่ง ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากแผนฟื้นฟูดังกล่าว อาทิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประชาชนจะได้ใช้รถใหม่ มีบริการที่สะอาด สะดวก สบาย ปลอดภัย ผ่านการตรวจสอบคุณภาพตัวรถทั้งระบบคันเร่ง เบรก เป็นอย่างดี และเป็นรถเย็น ติดแอร์ทั้งหมด ทำให้พนักงานขับรถไม่รู้สึกเครียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ราคาค่าบริการเหมาจ่ายทั้งวัน 30 บาท สามารถโดยสารกี่เที่ยวก็ได้ไม่จำกัด ทั้งรถของขสมก.และรถร่วมทั้งนี้คนที่ขึ้นเที่ยวเดียวคิดราคาเพียง 15 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ปัญหาการจราจรลดลง เนื่องจากจะมีจำนวนรถประจำทางลดลง จาก 6,000 คัน เหลือเพียง 2,500 คัน &amp;nbsp;เท่ากับการลดพื้นที่การใช้ถนนลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. คุณภาพอากาศดีขึ้น โดยเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า เอ็นจีวี และ ไฮบริดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การปฏิรูปเส้นทางรถเมล์รูปแบบใหม่ ที่จะครอบคลุมทั้ง กทม.และ ปริมณฑล โดยมีเส้นหลัก เส้นรอง และวงกลม ตามโปรแกรมคำนวณจากระบบคอมพิวเตอร์ของกรมขนส่งทางบก ทำให้รถไม่ต้องวิ่งทับเส้นทางกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ระยะเวลารอรถ สั้นลง 5-10 นาที โดยการปรับเส้นทางวิ่งระยะสั้น แต่มีความถี่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ประชาชนโดยรวมทั้งประเทศ ไม่มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น เนื่องจากหนี้สินเดิมได้มีการจัดการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากทำตามแผนที่วางไว้ มีการคำนวณว่าจะขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเป็นระยะเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2571 และในปี 2572 ขสมก.จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระให้ภาครัฐในอนาคตซึ่งนับเป็นการเตรียมแผนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลโพล &amp;ldquo;รถเมล์แบบไหน ถูกใจคนกรุง&amp;rdquo; เก็บข้อมูลจากประชาชนที่ใช้บริการรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,299 คน จัดทำโดยกรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 46.7 มีความพึงพอใจต่อรถเมล์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในระดับน้อย รองลงมาร้อยละ 33.0 ระบุว่าพึงพอใจปานกลาง และร้อยละ 20.3 ระบุว่าพึงพอใจมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงภาพลักษณ์ของรถเมล์ที่วิ่งอยู่ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร &amp;nbsp;พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.0 ระบุว่ารอรถเมล์นาน รถไม่พอกับความต้องการ &amp;nbsp;รองลงมาร้อยละ 51.7 ระบุว่า รถมีสภาพเก่า ชำรุดทรุดโทรม และร้อยละ 41.2 ระบุว่ารถปล่อยควันดำ ส่งผลเสียด้านมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคาดหวังว่าอยากได้รถเมล์แบบใดนั้น พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.6 อยากให้รถเมล์มาตรงเวลา ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน จะได้เดินทางรวดเร็วขึ้น &amp;nbsp;รองลงมาร้อยละ 53.1 ระบุว่าอยากให้รถเมล์ใหม่ทุกคัน ทุกสาย เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และร้อยละ 51.9 ระบุว่าอยากให้ออกรถถี่ขึ้น มีที่นั่งเพียงพอ ไม่ต้องเบียดเสียดแออัด ตามรูปแบบการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีความต้องการอื่น ๆ จากเสียงของผู้ใช้บริการ อาทิ ร้อยละ 37.6 อยากให้รถโดยสารเป็นรถชานต่ำ เป็นมิตรกับผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และร้อยละ 26.8 &amp;nbsp;มีความคาดหวังให้ชำระค่าบริการผ่าน&amp;nbsp; E-Ticket แทนการใช้เงินสด เพื่อความสะดวก ลดการสัมผัส และปรับราคาค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย 30 บาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการแก้ไขปัญหา การขับรถหวาดเสียว &amp;nbsp;การไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร และการขับรถเลยป้าย ขสมก.จะเข้มงวดกวดขันในการกำกับดูแลพนักงานขับรถ ให้ปฏิบัติตามกฎจราจรและคู่มือพนักงานขับรถตามมาตรฐานระบบ ISO 9001: 2015 อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ ขสมก.พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนสู่สิ่งที่ดีขึ้น เรามองไปที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ขสมก.ใหม่ทั้งหมด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ ในการพลิกโฉม ขสมก.ในอดีตโดยสิ้นเชิง โดยเราได้รับฟังเสียงจากประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. &amp;nbsp;โดยในปี 2563 นี้ เราหวังส่งสัญญาณไปถึงประชาชนทุกคน เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตพื้นฐานของคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสังคม ไม่เพียงแต่พนักงานของ ขสมก. หรือผู้ใช้บริการ แต่หมายถึงคนในสังคม ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัย&amp;rdquo; นายสุระชัย ผอ.ขสมก.กล่าวทิ้งท้าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70945</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถเมล์, สุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล, แฟนฟื้นฟู ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06d34e53018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
