<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.สุรเชษฐ์ แฉด้วยภาพ!ตอกย้ำต้องเพิ่มเที่ยวรถ รักษาระยะห่างระหว่างคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย. 64&amp;nbsp; - นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้านคมนาคม และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากกรณีที่มีกระแสในโลกออนไลน์เรื่องรถเมล์คนแน่นมาก ดังที่บางคนระบุพร้อมโชว์ภาพว่า &amp;ldquo;แน่นไปจนถึงบันไดประตูรถเมล์เลยค่ะ ชีวิตมีความเสี่ยงมากค่ะ กลัวจะติดเชื้อโควิดค่ะ ให้ภาพเล่าเรื่องดีกว่านะคะ เพราะมันสวนทางกับที่ทาง ศบค. หรือทางรัฐบาล อยากให้รักษาระยะห่าง social distacing มากเลยค่ะ ... คือตอนแรกที่ดิฉันขึ้นรถเมล์ โชคดีที่ได้ขึ้นต้นทางค่ะ จึงได้นั่งและบนรถก็ยังโล่งอยู่ แต่ต่อมาคนเริ่มทยอยขึ้นรถเมล์คันนี้เพิ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพวกเราทุกคนต่างก็อยากเดินทางกลับบ้านเพื่อนอนพักผ่อนเช่นเดียวกัน หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมากจากการทำงาน จึงจำเป็นต้องขึ้นรถเมล์คันเดียวกันดังกล่าว&amp;nbsp; คนบนรถเบียดกันจนดิฉันนึกถึงเพลงของวงซาซ่าอยู่เพลงหนึ่งคะ ชื่อเพลง &amp;lsquo;เลือกได้ไหม?&amp;rsquo; ... แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย เลือกให้เธอไม่ไปได้หรือเปล่า ?&amp;rdquo;

จากกรณีดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะได้เคยเตือนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว แต่ท่านไม่ฟัง ท่านต้องเข้าใจเสียใหม่ว่า ขสมก. เป็นบริการสาธารณะ อย่ามองเรื่องกำไรหรือขาดทุน&amp;nbsp; ในกรณีนี้ต้องเพิ่มความถี่เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างคน ไม่ใช่ลดเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถ และนี่เป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องกำกับดูแลไม่ให้ไปซ้ำเติมสถานการณ์ทางสาธารณสุขและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ท่านต้องทำหน้าที่ของตัวเองบ้าง

&amp;ldquo;ต้องเข้าใจหัวอกประชาชนบ้างว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถหยุดอยู่บ้านเฉยๆแล้วมีเงินใช้ได้ และไม่ได้ร่ำรวยพอที่จะซื้อรถยนต์ส่วนตัว เรียกแท็กซี่ หรือขึ้นรถไฟฟ้าราคาแพง อย่าลืมว่าโควิดรอบนี้รัฐบาลที่ท่านนั่งร่วมอยู่ ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วมีแต่คำสั่งบังคับให้ประชาชนทำนั่นทำนี่ แต่มาตรการเยียวยาช่วยเหลือกลับไม่มีให้เห็นออกมาเลย&amp;rdquo;

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายสุรเชษฐ์ ได้เคยแสดงความเห็นในเฟซบุ๊กถึงกรณี ขสมก.ปรับลดเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยระบุว่า การลดเที่ยววิ่ง เป็นการลด &amp;lsquo;ความถี่&amp;rsquo; ของการให้บริการ ทำให้ผู้ใช้บริการต้องรอนานขึ้น ส่วนการที่รถโล่งขึ้นก็เป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้วในช่วงโควิด เพราะเป็นการรักษาระยะห่างระหว่างคน รัฐมนตรีควรเข้าใจว่า รถเมล์เป็นบริการสาธารณะที่รัฐควรอุดหนุนโดยไม่ลดระดับการให้บริการความถี่ ซึ่งก็คือการใช้เงินภาษีอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยโดยตรง นอกจากนี้ เขายังแนะนำว่า เมื่อรัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน ประชาชนก็ต้องดูแลตัวเอง โดยแนะนำให้ใช้ &amp;lsquo;Via Bus&amp;rsquo; แอปติดตามรถเมล์บนมือถือที่อย่างน้อยก็ทำให้ประชาชนเดินทางอย่างมีความ﻿หวังขึ้น เพราะสามารถทราบพิกัดรถเมล์แบบเรียลไทม์ได้ด้วย GPS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, รถเมล์, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608ba62c6d05a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สส.ก้าวไกล&#039;ย้ำเตือนรถเมล์คนแน่นเสี่ยงติดโควิดจี้รมว.คมนาคมทำหน้าที่ตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;30 เม.ย.64 - นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากกรณีที่มีกระแสในโลกออนไลน์เรื่องรถเมล์คนแน่นมาก ดังที่บางคนระบุพร้อมโชว์ภาพว่า &amp;ldquo;แน่นไปจนถึงบันไดประตูรถเมล์เลยค่ะ ชีวิตมีความเสี่ยงมากค่ะ กลัวจะติดเชื้อโควิดค่ะ ให้ภาพเล่าเรื่องดีกว่านะคะ เพราะมันสวนทางกับที่ทาง ศบค. หรือทางรัฐบาล อยากให้รักษาระยะห่าง social distacing มากเลยค่ะ ... คือตอนแรกที่ดิฉันขึ้นรถเมล์ โชคดีที่ได้ขึ้นต้นทางค่ะ จึงได้นั่งและบนรถก็ยังโล่งอยู่ แต่ต่อมาคนเริ่มทยอยขึ้นรถเมล์คันนี้เพิ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพวกเราทุกคนต่างก็อยากเดินทางกลับบ้านเพื่อนอนพักผ่อนเช่นเดียวกัน หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมากจากการทำงาน จึงจำเป็นต้องขึ้นรถเมล์คันเดียวกันดังกล่าว&amp;nbsp; คนบนรถเบียดกันจนดิฉันนึกถึงเพลงของวงซาซ่าอยู่เพลงหนึ่งคะ ชื่อเพลง &amp;lsquo;เลือกได้ไหม?&amp;rsquo; ... แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย เลือกให้เธอไม่ไปได้หรือเปล่า ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะได้เคยเตือนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว แต่ท่านไม่ฟัง ท่านต้องเข้าใจเสียใหม่ว่า ขสมก. เป็นบริการสาธารณะ อย่ามองเรื่องกำไรหรือขาดทุน&amp;nbsp; ในกรณีนี้ต้องเพิ่มความถี่เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างคน ไม่ใช่ลดเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างรถ และนี่เป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องกำกับดูแลไม่ให้ไปซ้ำเติมสถานการณ์ทางสาธารณสุขและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ท่านต้องทำหน้าที่ของตัวเองบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องเข้าใจหัวอกประชาชนบ้างว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถหยุดอยู่บ้านเฉยๆแล้วมีเงินใช้ได้ และไม่ได้ร่ำรวยพอที่จะซื้อรถยนต์ส่วนตัว เรียกแท็กซี่ หรือขึ้นรถไฟฟ้าราคาแพง อย่าลืมว่าโควิดรอบนี้รัฐบาลที่ท่านนั่งร่วมอยู่ ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วมีแต่คำสั่งบังคับให้ประชาชนทำนั่นทำนี่ แต่มาตรการเยียวยาช่วยเหลือกลับไม่มีให้เห็นออกมาเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายสุรเชษฐ์ ได้เคยแสดงความเห็นในเฟซบุ๊กถึงกรณี ขสมก.ปรับลดเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยระบุว่า การลดเที่ยววิ่ง เป็นการลด &amp;lsquo;ความถี่&amp;rsquo; ของการให้บริการ ทำให้ผู้ใช้บริการต้องรอนานขึ้น ส่วนการที่รถโล่งขึ้นก็เป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้วในช่วงโควิด เพราะเป็นการรักษาระยะห่างระหว่างคน รัฐมนตรีควรเข้าใจว่า รถเมล์เป็นบริการสาธารณะที่รัฐควรอุดหนุนโดยไม่ลดระดับการให้บริการความถี่ ซึ่งก็คือการใช้เงินภาษีอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เขายังแนะนำว่า เมื่อรัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน ประชาชนก็ต้องดูแลตัวเอง โดยแนะนำให้ใช้ &amp;lsquo;Via Bus&amp;rsquo; แอปติดตามรถเมล์บนมือถือที่อย่างน้อยก็ทำให้ประชาชนเดินทางอย่างมีความหวังขึ้น เพราะสามารถทราบพิกัดรถเมล์แบบเรียลไทม์ได้ด้วย GPS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101282</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถเมล์คนแน่น, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, เสี่ยงติดเชื้อโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec1fb188e5c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>104 บาท แพงเกิน! ส.ส.ก้าวไกล อัด กทม.จับประชาชนเป็นตัวประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 64 - นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้ความเห็นจากการที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยเมื่อวาน (15 ม.ค. 2564) ว่าจะมีการประกาศอัตราค่าโดยสารใหม่เนื่องจากการกำหนดฟรีค่าโดยสารในส่วนต่อขยายกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ม.ค. 2564 &amp;nbsp;และได้เผยแพร่ &amp;ldquo;ประกาศกรุงเทพมหานคร&amp;rdquo; เรื่อง &amp;ldquo;การกำหนดค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว&amp;rdquo; ลงวันที่ 15 ม.ค. 2564 ส่งผลให้ค่าโดยสารใหม่มีผลตั้งแต่ 16 ก.พ. 2564 โดย &amp;ldquo;ไม่มีการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน&amp;rdquo; และให้จัดเก็บอัตราค่าโดยสาร &amp;ldquo;ตลอดเส้นทางไม่เกิน 104 บาท&amp;rdquo; นับว่าข้อเรียกร้องจากประชาชนเป็นผลอยู่บ้าง โดย กทม. ยอมถอย &amp;ldquo;เปลี่ยนแผน&amp;rdquo; จากเดิม 158 บาท มาเป็น 104 บาท หรือลดลงมา 54 บาท จากการไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนระหว่างส่วนหลักและส่วนต่อขยาย อย่างไรก็ตาม ราคาตลอดเส้นทางดังกล่าวก็ยังแพงเกินไปอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงแพง ต้นตอของปัญหาที่แท้จริงก็คือ รัฐอุดหนุนไม่เพียงพอ เพราะการลงทุนแบบไม่พอเพียง กล่าวคือ พอเอาเงินไปลงทุนเพื่อก่อสร้างเยอะเกินจำเป็นก็เหลือเงินอุดหนุนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ต้องเก็บแพงๆ จากผู้โดยสาร รัฐบาลก็ทราบดีว่าค่าโดยสารแพง แต่อยากเก็บเงินไว้สร้างหรือผลาญกับโครงการอื่นเพิ่มเติม จึงพยายาม Hot Fix โครงการนี้โดยให้ กทม. เอารายได้จากอนาคตมาโปะคล้ายการกู้เพิ่ม และพยายามขยายสัมปทานออกไปอีก 30 ปี ทั้งที่ยังเหลืออีก 9 ปี ซึ่งเรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลหลายประการเกิดขึ้นจากการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 แต่งตั้งคนของตัวเองไปมุบมิบเจรจา และไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่า สภาผู้แทนเคยพิจารณาประเด็นนี้แล้ว และกรรมาธิการเสียงข้างมาก ทั้งจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล &amp;#39;ไม่เห็นด้วยกับการขยายสัมปทาน&amp;#39; แต่ล่าสุด กทม. ยังดึงดันจะขยายสัมปทาน โดยใช้ผลการมุบมิบเจรจาตามมาตรา 44 โดยออกมาขู่ประชาชนว่าหากไม่ขยายก็จะแพงอย่างนี้ หากยอมขยายก็จะลดเหลือ 65 บาทตลอดสาย นี่คือจับประชาชนเป็นตัวประกันชัดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญคือหากจะขยายสัมปทานที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทแบบนี้ ต้องเจรจาบนพื้นฐานของกฎหมายปกติและเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส นอกจากนั้น การขยายสัมปทานออกไปอีก 30 ปี จะส่งผลให้การแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ กับรถไฟฟ้าสายสีอื่นและระบบรถเมล์ ช้าออกไปอีก 30 ปี ดังนั้น แม้จะแก้ปัญหาค่าโดยสารแพงในเส้นนี้ได้ เส้นอื่นก็ยังคงมีปัญหาอยู่ การเชื่อมต่อกับสายสีอื่นหรือระบบรถเมล์ก็ยังคงมีปัญหาอยู่ ทุกวันนี้ แค่ &amp;#39;ตั๋วร่วม&amp;#39; ง่าย ๆ ยังทำไม่ได้เลย ปัญหา &amp;ldquo;ค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน&amp;rdquo; กับสายสีอื่นก็จะยังคงอยู่ต่อไป ไม่ต้องพูดถึงการ &amp;#39;ยกเว้นค่าแรกเข้าระหว่างรูปแบบการเดินทาง&amp;#39; เช่น ขึ้นรถเมล์ไปต่อรถไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้จุดพีคก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องเป็นคนทุบโต๊ะ คงต้องติดตามกันต่อว่าสุดท้ายแล้วผลจะออกมาอย่างไร.&lt;/p&gt;


	แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ-ปวิน อ่วม! &amp;#39;พุทธิพงษ์&amp;#39; ประเคนคดีพรบ.คอมพ์
	&amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39; ชี้เพราะมีอาจารย์แบบปิยบุตร ลูกศิษย์​ถึงได้กู่ไม่กลับ
	ไม่ไหวจะทน! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; จ่อร้องบัวแก้ว คุยรัฐบาลญี่ปุ่น ดับอาการพล่าน &amp;#39;ปวิน&amp;#39;
	&amp;#39;แรมโบ้&amp;#39; สอนมวย &amp;#39;ท่านโรม&amp;#39; เป็นส.ส.เสียเปล่า แต่กลับปกป้องคนผิดมาตรา112

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90016</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารถ, พรรคก้าวไกล, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_600277fc35de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดินแดนประนีประนอม ในหลวงตรัสตอบสื่อนอก&#039;เรารักทุกคนเหมือนๆกัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอ็นเอ็นและแชนเนล 4 เผยแพร่ข่าวกราบบังคมทูลถามพระเจ้าอยู่หัว กรณีผู้ชุมนุมเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน มีพระราชดำรัสตอบ &amp;quot;เรารักทุกคนเหมือนๆ กัน...ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม&amp;quot; สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มีพระดำรัส &amp;quot;เรารักคนไทยไม่ว่าจะเป็นอย่างไร&amp;quot; สถาบันพระปกเกล้าชง 2 รูปแบบตั้ง กก.ปรองดองสมานฉันท์ &amp;quot;ชวน&amp;quot; รับลูกนัด &amp;quot;ผู้นำฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล&amp;quot; หารือ 3 พ.ย. พร้อมเชิญ 3 อดีตนายกฯ และผู้ใหญ่ในบ้านเมืองร่วมถก &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ยี้ชูธง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้องลาออกสถานเดียว &amp;quot;วิรัช&amp;quot; ขออย่าตั้งเงื่อนไข &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; หนุนออกเสียงประชามติแล้วห้ามชุมนุม 2 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูหนาวพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงพระดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อมีพระราชปฏิสันถารกับพสกนิกรที่มาเฝ้าฯ และเปล่งเสียงทรงพระเจริญนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีช่วงหนึ่งที่ผู้สื่อข่าวของสถานีแชนเนล 4 ของอังกฤษและสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐอเมริกาที่แทรกตัวอยู่ในกลุ่มประชาชน ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานสัมภาษณ์แบบทะลุกลางปล้อง โดยได้ยื่นไมค์กราบบังคมทูลถามพระเจ้าอยู่หัวหลายประโยค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของซีเอ็นเอ็นและแชนเนล 4 เป็นภาพเหตุการณ์ที่ผู้สื่อข่าวต่างชาติกราบบังคมทูลถามพระเจ้าอยู่หัวเป็นภาษาอังกฤษว่า &amp;quot;ประชาชน ณ ที่นี้ต่างรักพระองค์ แต่พระองค์จะมีรับสั่งอย่างไรกับผู้ประท้วงที่ออกมาชุมนุมบนท้องถนนเรียกร้องการปฏิรูป&amp;quot; ในหลวงมีพระราชดำรัสตอบว่า &amp;quot;ไม่มีความเห็น&amp;quot; จากนั้นพระองค์มีพระราชดำรัสว่า &amp;quot;เรารักทุกคนเหมือนๆ กัน เรารักทุกคนเหมือนๆ กัน เรารักทุกคนเหมือนๆ กัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวต่างชาติกราบบังคมทูลถามอีกว่า &amp;quot;มีที่ว่างสำหรับการประนีประนอมหรือไม่&amp;quot; พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบว่า &amp;quot;ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีทรงพระดำเนินจากไป ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ &amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงพระดำเนินกลับมาหาผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็นอีกครั้ง และมีพระดำรัสตอบว่า &amp;quot;ไทยเป็นประเทศที่สงบ เรารักคนไทยไม่ว่าจะเป็นอย่างไร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันพระปกเกล้า วันที่ 2 พ.ย. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร หารือร่วมกับนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าและผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้า เพื่อออกแบบโครงสร้างและวิธีการทำงานของคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนแถลงภายหลังการหารือว่า จากที่ได้ให้เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าไปศึกษารูปแบบองค์ประกอบของงานที่จะต้องทำในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ขอให้สถาบันติดตามงานจากนายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ว่ารูปแบบที่เสนอมานั้นเป็นอย่างไร &amp;nbsp;เลขาฯ ได้เสนอรูปแบบการแก้ไขปัญหาเป็น 2 รูปแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรูปแบบที่ 1 เป็นไปตามที่นายจุรินทร์เสนอคือ มีผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ รวม 7 ฝ่าย เช่น ส.ส. &amp;nbsp;ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ตัวแทนของฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนของวุฒิสภา และตัวแทนขององค์กรอื่น แต่ก็มีจุดอ่อนคือ หากฝ่ายใดปฏิเสธไม่ร่วมองค์ประชุม ก็จะไม่ครบองค์ประชุม หรือการหารือพูดคุยกันไม่นานก็อาจจะล่มได้ หรืออาจจะเสร็จเร็วได้ รวมทั้งถ้ามองผิวเผินจะมีแค่ฝ่ายรัฐบาลกับวุฒิสภา ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ถือว่าน่ากังวล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรูปแบบที่ 2 มีคนกลางที่มาจากการเสนอของฝ่ายต่างๆ หรือประธานรัฐสภาเป็นผู้สรรหา หรือแต่งตั้งคณะกรรมการ ยังไม่แน่ใจว่ากรรมการที่เราไปทาบทามจะรับหรือไม่ ด้วยเป้าหมายของงานเขาก็ต้องดูปัญหาที่เขาจะเข้ามาดูนั้นคือเรื่องอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเอา 2 รูปแบบนี้ไปประสานกับฝ่ายต่างๆ หรือดึงรูปแบบที่ 1 กับ 2 มาประสานกัน ในเชิงของตัวบุคคลอาจต้องไปถามตัวแทนของฝ่ายต่างๆ ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ หรือคนนอกจะมาร่วมด้วยหรือไม่ &amp;nbsp;เพราะต้องไปคัดคนให้ได้จำนวนไม่มาก แต่มีประสิทธิภาพเข้าใจปัญหา ในวันที่ 3 พ.ย.เป็นไปได้จะไปพูดคุยกับผู้นำฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเป็นการภายใน โดยได้ประสานกับอดีตผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคน อดีตนายกรัฐมนตรี 3 คน อดีตประธานรัฐสภา ซึ่งเสียงส่วนใหญ่พร้อมจะร่วมด้วยถ้ามีโอกาส ไม่อยากให้สื่อไปคิดว่าจะมีประโยชน์หรือไม่สำเร็จ ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากการที่คนส่วนใหญ่ในประเทศอยากเห็นบ้านเมืองสงบ วิธีไหนทำให้บ้านเมืองสงบได้เราจะพยายาม&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะเป็นประธานคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเองหรือไม่ นายชวนกล่าวว่าจะหารือกับอดีตนายกฯ และประธานสภา รวมถึงบุคคลต่างๆ เพื่อดูว่าจะมีใครสนใจในเรื่องนี้บ้าง จะเชิญมาร่วม ซึ่งอดีตนายกฯ &amp;nbsp;3 คนที่ได้พูดคุยต่างก็ห่วงบ้านเมืองและพร้อมให้ความเห็น แต่อย่าเพิ่งกำหนดเวลาเพราะต้องใช้เวลาในการประสานในแต่ละคน ซึ่งตนจะพยายามไปคุยส่วนตัว และหลายท่านก็ยังบอกว่าไม่สะดวก ส่วนตัวแทนของผู้ชุมนุมถ้าเข้าร่วมด้วยก็จะเป็นประโยชน์มาก จึงให้เลขาฯ สถาบันพระปกเกล้าไปประสาน ไม่อยากให้สื่อตั้งเงื่อนไขว่าผู้ชุมนุมจะเข้าร่วมหรือไม่ เอาเป็นว่าเราเป็นฝ่ายยื่นมือเข้าไปเชิญชวนให้เขามาร่วมแก้ไขปัญหาส่วนรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การหารือวันนี้พูดคุยกันเฉพาะเรื่องของโครงสร้างคณะกรรมการ ไม่ได้มีการพูดคุยถึงข้อเรียกร้องต่างๆ รวมถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อของผู้ชุมนุม หรือที่พรรคก้าวไกลระบุว่าต้องมีการคุยในประเด็นปฏิรูปสถาบันจึงจะเข้าร่วม เพราะเห็นว่าใครจะตั้งธงอย่างไรก็ได้ แต่ขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการว่าจะหารือพูดคุยในเรื่องอะไรบ้าง&amp;quot; ประธานสภากล่าว &amp;nbsp;
ชง 2 รูปแบบสมานฉันท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันพระปกเกล้าได้เผยแพร่เอกสารระบุถึงองค์ประกอบของคณะกรรมการสมานฉันท์ มีรายละเอียดตอนหนึ่งว่า จำนวนกรรมการที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 7-9 คน โดยรูปแบบที่ 1 &amp;nbsp;ผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ ซึ่งในรูปแบบนี้มีข้อห่วงกังวล คือ 1.ตัวแทน 7 ฝ่ายอาจมีองค์ประกอบที่ไม่สมดุล &amp;nbsp;น้ำหนักเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาล ทำให้มีกรรมการจะไม่ได้รับความไว้วางใจ 2.ต้องระมัดระวังในการจัดหาผู้เอื้อกระบวนการ ซึ่งควรเป็นคณะทำงานจากหลายหน่วยงานและหลายภาคส่วน ไม่ควรผูกขาด การจัดวาระการประชุมและการยอมรับในตัวประธานคณะกรรมการ 3.โอกาสที่พรรคฝ่ายค้านไม่ร่วมมีสูง &amp;nbsp;และ 4.การหาตัวแทนฝ่ายผู้ชุมนุมเป็นไปได้ยาก ในส่วนรูปแบบที่ 2 การมีคนกลางนั้นมีข้อดีคือ ทำให้รัฐสภาเป็นพื้นที่ของการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ ส่วนข้อห่วงกังวลคือ การยอมรับในตัวประธานคณะกรรมการและกรรมการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ตัวแทนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) ได้ประชุมหารือถึงสถานการณ์การเมือง และท่าทีของพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อการเข้าร่วมในคณะกรรมการสมานฉันท์ และการหาทางออกให้ประเทศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นร่วมกันว่าปัญหาสำคัญของประเทศในขณะนี้ เกิดจากตัวนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศมา 5-6 &amp;nbsp;ปี แต่ความขัดแย้งกลับเพิ่มขึ้น ไม่ได้มีความปรองดอง เศรษฐกิจยังล้มเหลว การตั้งกรรมการอะไรขึ้นมาคงเปล่าประโยชน์ เรามองว่าคงต้องถอดสลักสำคัญของประเทศออกเสียก่อน ยืนยันสิ่งที่ได้มีการอภิปรายไปในสภาว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกไปเสียก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีประสบการณ์ว่ากรรมการแต่ละชุดที่เคยตั้งมาก่อนหน้านี้ ในลักษณะนี้ไม่มีอำนาจในตัวเองในการดำเนินการใดๆ แค่ให้ข้อแนะนำ รัฐบาลไม่ได้เอาไปดำเนินการ และการที่จะมีกรรมการชุดนี้ขึ้นมา &amp;nbsp;สิ่งสำคัญที่สุดต้องตีโจทย์ให้แตกว่าปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นขณะนี้คืออะไร แล้วแก้ปัญหาที่โจทย์นั้น &amp;nbsp;อยากตรวจสอบดูก่อนว่าตั้งกรรมการชุดนี้มีโจทย์อย่างไร ถ้าอยากคลี่คลายปัญหาประเทศ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดอันดับแรก คือการหยุดคุกคามนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนก่อน หากยังมีการคุกคามอยู่ โอกาสที่จะคลี่คลายปัญหาโดยคณะกรรมการอะไรก็แล้วแต่คงจะไม่มีประโยชน์และสำเร็จได้ยาก&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ถ้าวันนี้พวกเรามองว่า พล.อ.ประยุทธ์คือปัญหา หาก พล.อ.ประยุทธ์ออกไป การพูดคุยหรือการคลี่คลายปัญหาคงจะง่ายขึ้น หากจะมีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาจะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เขาสามารถมาเสนอข้อเรียกร้องสู่สาธารณะได้ แล้วหาทางออกรวมกันอย่างสันติ และกรรมการชุดนี้ต้องสรุปจุดร่วมและจุดต่างเพื่อนำมาหาช่องทางในการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายกฯ ก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านได้อภิปรายชี้แจงให้นายกฯ เห็นแล้วว่านายกฯ ล้มเหลว ไร้ความสามารถทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม ทำให้เกิดการชุมนุมของกลุ่มนิสิต นักศึกษา นายกฯ ต้องตัดสินใจเสียสละลาออกและหยุดคุกคามประชาชน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพูดคุยหาทางออกให้ประเทศได้&amp;nbsp;
อย่าตั้งเงื่อนไขปรองดอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระรับหลักการ หากพิจารณาโดยไม่รอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน หรือไอลอว์ สามารถบรรจุได้เลย เพราะรายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการเสร็จเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;หากรอร่างของไอลอว์จะบรรจุในวาระการประชุมได้หลังวันที่ 12 พ.ย. คาดว่าประมาณวันที่ 17 พ.ย. หรือ 18 พ.ย. ถ้ามีปัญหาก็อาจจะล่าช้าออกไปได้เล็กน้อย และเมื่อพิจารณาแล้วอาจจะใช้เวลาครึ่งวันในการรับทราบรายงานของ กมธ. จากนั้นสามารถโหวตได้เลย หากเสียเวลารอร่างของไอลอว์จะเสียเวลาเพียงแค่อีก 1 สัปดาห์ก็จะมีโอกาสพิจารณาพร้อมกันทั้ง 3 ร่างที่มีเนื้อหาคล้ายกัน คือร่างของรัฐบาล &amp;nbsp;ฝ่ายค้าน และร่างของไอลอว์ที่ให้แก้ไข ม.256 และให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม แต่เป็นไปตามระบบขั้นตอนที่เราได้กำหนดไว้ ซึ่งรูปแบบ ส.ส.ร.ในรายงานของ กมธ.ได้มีการพูดคุยกันมากว่าควรเอาร่างของรัฐบาลเป็นหลัก โดยให้มาจากการเลือกตั้ง ใช้เขตจังหวัดจำนวน 150 คน และส่วนอื่นเป็นองค์ประกอบตามที่กำหนดไว้&amp;quot; นายวิรัชกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าท่าทีของฝ่ายค้านดูเหมือนจะไม่ตอบรับกับคณะกรรมการชุดนี้ ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ยิ่งตั้งเงื่อนไขว่านายกฯ ต้องลาออก หาก ส.ส.เขาย้อนกลับไปว่าฝ่ายค้านก็ลาออกด้วยก่อนหรือไม่ จะทำให้ยุ่งไปใหญ่ อะไรที่เป็นเงื่อนไขที่เป็นไปได้ก็ควรจะทำ และอะไรที่เป็นเงื่อนไขเป็นความขัดแย้งก็อย่าไปทำ เมื่อเขาเสนอให้นายกฯ ลาออก ผมก็เสนอไปแล้วว่านายกฯ ต้องอยู่ต่อเพื่อแก้ไขปัญหา นายกฯ ยังเป็นผู้มีเสียงสนับสนุนจากสภามากที่สุด ส่วนผู้ชุมนุมก็เป็นผู้ชุมนุม วันนี้เราต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของประเทศทั้ง 67 ล้านคน หากให้นายกฯ ลาออกแล้วสภาเลือกกลับเข้ามาใหม่จะทำอย่างไร มีอะไรตรงไหนที่ไม่ให้นายกฯ มาลงสมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงทางออกเพื่อแก้ปัญหาประเทศว่า ได้เสนอทางออกของประเทศในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองขั้นรุนแรงของไทยไปแล้ว โดยให้ใช้การออกเสียงประชามติถามประชาชนทั้งประเทศ แทนการยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่ แต่ยังมีปัญหาข้อกฎหมายว่าจะตั้งคำถามอย่างไรจึงจะไม่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 166&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางออกของประเทศโดยการให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งประเทศ 52 ล้านคนออกเสียงประชามติ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำถามประชามตินั้นให้มีผลเป็นข้อยุติ หากผลการออกเสียงประชามติเสียงข้างมากเห็นด้วยกับรัฐบาล เมื่อเป็นมติของประชาชนเสียงข้างมากทั้งประเทศ ให้รัฐบาลสามารถใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด ห้ามชุมนุมการเมืองดังกล่าวเป็นระยะเวลา 2 ปีนับจากวันออกเสียงประชามติ จะทำให้ยุติปัญหาที่เกิดจากการชุมนุมการเมืองไประยะเวลาหนึ่ง เพียงพอที่รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้พ้นวิกฤติจากผลกระทบการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอดังกล่าวของนายไพบูลย์ว่า &amp;nbsp;ตนไม่ทราบ แต่มีความเป็นไปได้ เนื่องจากมีการพูดในสภาก่อนหน้านี้ให้ตั้งคำถามไปพร้อมกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ส่วนคำถามจะเป็นอย่างไรนั้นไม่ทราบ เพราะเขาจะให้คณะกรรมการสมานฉันท์เป็นผู้ตั้ง และถ้าทำพร้อมกับเลือกตั้ง อบจ.ก็จะทำให้ประหยัด แต่ไม่ทราบว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะทำหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหากจะมีคำถามพ่วงจะทันวันที่ 20 ธ.ค.นี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คิดว่า กกต.คงไม่น่าจะแฮปปี้ แต่ถ้าไม่ทันวันที่ 20 ธ.ค.ก็จะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมาก 2-3 พันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าแนวคำถามที่เป็นข้อเสนอของนายไพบูลย์นั้นจะสามารถทำได้หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นที่จะไม่ให้มีการชุมนุม 2 ปีเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้ำว่าแล้วจะเป็นไปได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;พิลึก&amp;quot;. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82611</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, พรรคเพื่อไทย, ภูมิธรรม เวชยชัย, วิรัช รัตนเศรษฐ, วิษณุ เครืองาม, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5fa014b2cf226.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สภาฯระอุ!&#039;สส.ก้าวไกล&#039;จวก&#039;ศุภชัย&#039;ดึงงบลงพื้นที่ตัวเองเจ้าตัวท้าเดิมพันถ้าผิดจริงพร้อมทิ้งตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 21.40 น. คืนวันที่ 17 ก.ย. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ซึ่งขอปรับลง 5.55 เปอร์เซ็นต์ โดยยกตัวอย่างโครงการที่ส.ส.พยายามแปรญัตติดึงงบไปลงพื้นที่ตัวเอง เอาเงินภาษีประชาชนไปหาเสียง เช่น โครงการบูรณะทางผิวถนนแอสฟัสต์ อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่มีการทำป้ายขอบคุณส.ส.ในพื้นที่ในการปรับปรุงถนนเส้นดังกล่าว วิธีการแบบนี้เรียกว่าสูบเลือดจากคนทั้งแผ่นดิน เพราะมีโลโก้พรรคการเมือง และชื่อส.ส.ชัดเจน คำถามคือการใช้เงินภาษีไปหาเสียงขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ รัฐธรรมนูญมาตรา 144 ไม่มีงบส.ส. และส.ส.ไม่สามารถดึงงบไปลงพื้นที่ตัวเองได้ ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ไม่ใช่สิ่งดี เราควรใช้วิธีการกระจายอำนาจนำเม็ดเงินลงสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง จึงเสนอให้ตัดงบ 5.55 % เพราะเป็นตลกร้าย ใช้งบประมาณเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง รมว.คมนาคมและเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าการกระทำแบบนี้ผิดหรือไม่ จะแก้ปัญหามือใครยาวสาวได้สาวเอาอย่างไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าภูมิใจเลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประเด็นนี้ ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 และส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ลงจากบัลลังก์ประธานสภาฯ ไปนั่งที่ในที่นั่งส.ส.พรรคภูมิใจไทย ใช้สิทธิ์ถูกพาดพิงว่า ไม่เคยประสานงานของบประมาณจากรมว.คมนาคม ทั้งทางเอกสารและวาจา ไม่เคยทำหนังสือขอแปรญัตติ แม้จะอยู่พรรคเดียวกัน เมื่อประชาชน อ.บ้านแพง จ.นครพนม เดือดร้อน ถนนทรุดโทรมมานานหลายปี เรียกร้องมายังส.ส.ให้ช่วยเหลือ ในฐานะส.ส.พื้นที่ จะละเลยได้อย่างไร เมื่อทราบว่าเป็นความรับผิดชอบของทางหลวงแผ่นดิน ได้ให้ลูกน้องประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่แขวงการทางว่าถนนชำรุดให้ไปดู เมื่อเจ้าหน้าที่ลงมาดูชาวบ้านได้นัดหมายจะชุมนุมกันที่ตรงนั้น ตนได้ลงไปในพื้นที่ดังกล่าวและได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน ก็นำหนังสือมอบให้เจ้าหน้าที่แขวงที่รับผิดชอบนำไปพิจารณาแก้ไขให้ประชาชน ไม่ทราบว่านานกี่เดือนจึงมีการซ่อมถนนตรงนี้ เมื่อลงพื้นที่ตรงนั้นอีกครั้ง เห็นถนนซ่อมแซมแล้ว สาเหตุที่เกิดเหตุน่าจะมาจากป้าย น่าจะเป็นความบริสุทธิ์ใจของพี่น้องตรงนั้นที่เขาคงดีใจ คงเข้าใจว่าเป็นเพราะส.ส.ประสานงานให้จึงทำป้ายขอบคุณ ตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนขึ้นป้าย และป้ายขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อเห็นป้ายก็ไม่สบายใจจึงขอให้ชาวบ้านเอาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าผมต้องหลุดจากส.ส. ส.ส.ทั้งสภาจะต้องหลุดด้วย เพราะทุกคนล้วนแต่รับปัญหาของชาวบ้านมาสะท้อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฟัง การกล่าวหาของนายสุรเชษฐ์ เป็นเหตุรุนแรง ถ้าผมกระทำผิดกฎหมายจริงจะต้องหลุดจากส.ส. จึงขอท้านายสุรเชษฐ์ หรือจะทั้งพรรคก็ได้ว่า ถ้ามีหนังสือว่าผมทำหนังสือไปของบจากรมว.คมนาคม หนังสือแปรญัตติของบประมาณ ถ้าผมผิดจริง ยินดีลาออกจากการเป็นส.สเขต 1 และรองประธานสภาฯคนที่ 2 ทันที แต่ถ้าไม่มีนายสุรเชษฐ์จะรับผิดชอบอย่างไร การกล่าวหาคนอื่นลอยๆแบบนี้คนอื่นเสียหายไม่ควรกระทำ&amp;rdquo; นายศุภชัย กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายสุรเชษฐ์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องนี้ตั้งเป็นคำถาม ถูกผิดอยู่ที่ศาลตัดสิน แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 144 จะตีความอย่างไรอยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น คำถามคือ ภาพที่ตนแสดงไปเป็นการกระทำผิดจริงหรือไม่ และหากมีการดึงงบลงพื้นที่จริง จะแก้ไขกันอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77802</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย โพธิ์สุ, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, อภิปรายงบประมาณ, โครงการบูรณะทางผิวถนนแอสฟัสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64082193310.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ยัวะตบปากส.ส.ก้าวไกลกลางสภา!ไม่ทันใจท่านหรอก ถ้าท่านจะรื้อทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 17.00 น. ภายหลังนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายเสร็จเรียบร้อย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงว่า ส.ส.ได้พูดจาเสียดสี ดูถูก สติปัญญาและเหยียดหยาม ตนไม่ได้ไปโกรธเคืองอะไรและไม่คิดว่าจะเก็บมาโกรธหรือโมโห เรื่องเส้นทางคมนาคมเป็นเรื่องของแผนงาน แต่ก็ต้องไปศึกษารายละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อน อาจจะคิดถูกคิดผิดคิดไม่ดีแต่มันยังไม่ได้เกิดขึ้น เพียงแต่เราคิดแบบนี้ ส่วนใดที่เป็นส่วนเดิมเราก็ต้องทำไปด้วย ของใหม่ก็ต้องทำขึ้นมาบ้าง ไม่สามารถทำได้ทีเดียวทั้งหมด ดังนั้นตนจึงคงไม่ได้ฉลาดน้อยเหมือนกับที่ท่านพูด ฉะนั้น อย่าดูถูกสติปัญญากันให้มากแล้วกัน การลงทุนของภาครัฐถ้าเราลงทุนเองจะใช้งบประมาณจำนวนมาก เราจึงมีการลงทุนแบบ ppp คือร่วมกับเอกชน มีการประมูลเซ็นสัญญาโปร่งใสตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่เคยอนุมัติโครงการให้ใครเป็นพิเศษ แต่ทั้งหมดเป็นการเสนอแผนงานโครงการจากการกลั่นกรองคณะกรรมการทุกระดับผมไม่เคยลงไปสั่งไม่เคยไปเรียกประโยชน์กับใคร ยืนยันตรง ผมคงไม่ไปเถียงกับท่าน เพราะท่านเก่งมาก ที่ผ่านมาดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่ง แต่ผมจริงใจและผมจะพูดในสิ่งที่ทำได้ ผมน้อมรับและยินดีจะปรับแก้ แต่อย่ามาพูดจาไม่ดีแบบนี้ดีกว่า วันนี้อย่าพยายามเอางบฟื้นฟูกับงบประมาณปี 64 มาปะปนกัน เพราะเป็นคนละงบ&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องเรือดำน้ำก็ได้พูดมาหลายรอบแล้ว จะจัดซื้ออะไรท่านก็ขัดข้องไปเสียหมด ซึ่งเราได้พูดถึงเหตุผลและความจำเป็นไปแล้ว กระทรวงกลาโหมไม่ได้จัดซื้อเรือดำน้ำที่ดำไม่ได้ ดังนั้น จะซื้ออะไรก็มีเหตุมีผล มีความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับถนน เราพยายามที่จะทำถนนใหม่และแก้ไขถนนเก่า และถนนทั้งหมดที่มีปัญหาก็ต้องแก้ไข สร้างถนนสะสมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ สร้างสะสมมาห้าแสนกิโลเมตรตั้งแต่เมื่อไหร่ เราให้งบประมาณไปดูแล และทำถนนใหม่ ทำถนนที่ทันสมัยทำไปเรื่อยๆไม่สามารถเสร็จได้ภายใน 1 ปี หรือ2ปี หรือ3ปี เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ระยะยาว ดังนั้น งบประมาณที่ออกไปให้กับแต่ละหน่วยงานก็เป็นไปตามภารกิจของเขา เราก็เริ่มทยอยทำมา ไม่ทันใจท่านหรอก ไม่ทันใจที่ท่านจะเปลี่ยนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราได้ ไม่ทันใจหรอก ถ้าท่านจะรื้อทั้งหมด รื้อระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด ยังทำไม่ได้ทั้งหมดตอนนี้หรอก&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรี กล่าว และว่า คำพูดเสียดสีต่างๆไม่ถือสา เพราะถือว่าอาวุโสกว่า ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์และที่ไม่เป็นประโยชน์ด้วย แต่ขอฝากให้ประชาชนช่วยแยกแยะด้วย ขอบคุณและขอโทษส.ส.คนอื่นที่ต้องฟังเรื่องแบบนี้ ตนไม่อยากจะพูดแบบนี้ แต่ไม่ได้โมโหใครเลย ตนยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70433</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, งบประมาณ, นายกฯ, บิ๊กตู่, พรรคก้าวไกล, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, อภิปราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff15fc6bf99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลจับตา&#039;บิ๊กตู่&#039;หัวโต๊ะถก&#039;คนร.&#039;อุ้มการบินไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 - นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)ว่า ในการจัดประชุมวันนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเลือกที่ 1: อุ้มการบินไทย ตามแผนฟื้นฟูแบบลอย ๆ อย่างเดิมที่เป็นข่าว &amp;ldquo;ค้ำประกันเงินกู้ 5.4 หมื่นล้านบาท ตามด้วยการเพิ่มทุนอีก 8.3 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo; หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเลือกที่ 2: กลับลำ ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการ แบบที่พรรคก้าวไกลและอีกหลายฝ่ายกำลังเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผลออกมาเป็นไปตามทางเลือกที่ 1 พรรคก้าวไกลจะรู้สึกเสียดายเงินภาษีมาก เพราะเป็นการอุ้มไปอยู่ไปแบบไร้อนาคต ดังที่พวกเราได้แสดงจุดยืนและออกแถลงการณ์เรียกร้องไม่ให้อุ้ม มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผลออกมาเป็นไปตามทางเลือกที่ 2 พรรคก้าวไกลเห็นด้วยและขอให้คำแนะนำเพื่อดักทางไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ให้มืออาชีพจริง ๆ เข้ามาผ่าตัด ไม่เอาพวกที่เป็นเครือข่ายการสืบทอดอำนาจเข้ามาอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ไม่ถ่วงเวลาโดยบอกว่าต้องทำโน่นนี่นั่นก่อน แล้วสุดท้ายเอาเงินภาษีไปอุ้มอยู่ดี เพราะตอนนี้สภาพคล่องของการบินไทยได้หมดลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ต้องไม่มีไอ้โม่งมารอฮุบกิจการ แต่ต้องเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาร่วมวงได้อย่างเสรีและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ในการฟื้นฟูกิจการ จะมีทางออกได้ 3 ทางในแง่ของความเป็นเจ้าของการบินไทย อันจะส่งผลต่อการบริหารจัดการในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ (ก) เป็นเอกชนมากขึ้น (ข) คล้ายเดิม และ (ค) เป็นรัฐมากขึ้น ซึ่งจากข่าว รัฐบาลคงทำแบบ (ข) เช่น ลดสัดส่วนที่กระทรวงการคลังถือหุ้นจาก 51% เป็น 49% โดยส่วนต่าง 2% คือให้หน่วยงานหรือกองทุนอื่นของรัฐมาถือแทน&amp;nbsp; พรรคก้าวไกลอยากให้รัฐบาลกลับไปคิดให้รอบคอบอีกครั้งในส่วนนี้ โดยเราเห็นว่ารัฐควรมีความเป็นเจ้าของเพียง 0-25% เพื่อปราศจากการครอบงำหรือแทรกแซงโดยนักการเมืองหรือทหารการเมือง เราอยากเห็นการบินไทยมีมืออาชีพเข้ามาทำงานแทนเครือข่ายของผู้มีอำนาจ กองทัพ และข้าราชการ จึงจะหลุดพ้นจากวงจรขาดทุน โดยไม่ต้องนำเงินภาษีไปอุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไรพรรคก้าวไกล ก็จะติดตามประเด็นนี้ต่อไป เพื่อให้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนถูกใช้อย่างคุ้มค่าและโปร่งใส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66214</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ก้าวไกล, คนร., นายกฯ, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec1fb188e5c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
