<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แปลงใหญ่กุ้งขาว บ้านแพ้ว ยึดแนวทางเลี้ยงกุ้งปลอดภัย ฝ่าวิกฤติกุ้งราคาตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49&amp;nbsp; ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร สร้างกระแสเชิงรุก มุ่งเป้าผลิต &amp;ldquo;กุ้งปลอดภัย&amp;rdquo; ตอบโจทย์ผู้รักสุขภาพ หวังกู้วิกฤติกุ้งราคาตกต่ำ สร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุวรรณคำสอนกลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการประมงสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; เปิดเผยว่า &amp;nbsp;จากการที่กรมประมงได้ดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ ซึ่งในปี 2561 สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร ได้แนะนำให้กลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49 เข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่กุ้งขาว กลุ่มฯ จึงทำความเข้าใจกับสมาชิก และมีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ จำนวน 123 ราย แบ่งเป็น 2 &amp;nbsp;แปลง คือ&amp;nbsp; ตำบลโรงเข้ &amp;nbsp;และตำบลยกกระบัตร โดยสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; จะรับผิดชอบดูแลในเรื่องของการรวมกลุ่ม การสร้างความเข้มแข็ง และการเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp; และมีศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 2 จ.สมุทรสาคร รับผิดชอบการอบรมความรู้ด้านการผลิต การลดต้นทุน&amp;nbsp; และสนับสนุนปัจจัยการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งจากรูปแบบการเลี้ยงกุ้งของกลุ่มฯ สามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ แบบหัวก้าวหน้า &amp;nbsp;มีการลงทุนในระบบการเลี้ยงสูง &amp;nbsp;แบบที่สอง คือ การเลี้ยงแบบทั่วไปตามปกติ มีเครื่องตีน้ำ มีการให้อาหาร&amp;nbsp; ตรวจเช็คคุณภาพน้ำ แต่ไม่มีเทคโนโลยีเพิ่ม &amp;nbsp;และสุดท้าย คือการเลี้ยงแบบผสมผสานร่วมกับสัตว์น้ำชนิดอื่น เช่น เลี้ยงกุ้งขาวร่วมกับปลานิล หรือร่วมกับกุ้งก้ามกราม ซึ่งจะได้ผลผลิตกุ้งขาวต่อไร่ต่ำกว่าสองแบบแรก แต่จะได้ผลผลิตสัตว์น้ำชนิดอื่นมาทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับกลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49&amp;nbsp; เริ่มรวมตัวกันในปี 2548&amp;nbsp; มีจุดเริ่มจากต้องการบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องเงินทุนลงลูกกุ้งของสมาชิก&amp;nbsp; จึงใช้วิธีระดมหุ้น หุ้นละ 1,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อเป็นกองทุนกู้ยืมภายในกลุ่ม แต่เนื่องจากอาชีพเลี้ยงกุ้งมีความเสี่ยง จึงตั้งกติกาไว้ว่าหากใครลงหุ้น 5,000 บาทกับกลุ่ม&amp;nbsp; จะสามารถกู้เงินได้ 30,000 บาท&amp;nbsp; โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเลี้ยงกุ้งให้ได้ 60 วันจึงจะให้เงินกู้ได้ &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อจำนวนเงินหุ้นมีจำนวนมากขึ้น กลุ่มจึงจดทะเบียนเป็น &amp;ldquo;กลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบัน มีทั้งหุ้นเงินกู้ระยะสั้น&amp;nbsp; หุ้นเครดิตน้ำมัน หุ้นขายสินค้า และหุ้นขายอาหารกุ้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ จุดเด่นของกลุ่มฯ คือ มีการบริหารจัดการที่ดี &amp;nbsp;ประกอบกับผู้นำและคณะกรรมการกลุ่มฯ มีความเสียสละ คอยช่วยเหลือเพื่อนเกษตรกรในทุกด้าน แม้ไม่ใช่สมาชิกของกลุ่ม นอกจากนี้ กลุ่มฯ ยังมีการส่งเสริมให้สมาชิกทำ &amp;ldquo;จุลินทรีย์ผลไม้&amp;rdquo; ไว้ใช้คลุกกับอาหารเลี้ยงกุ้ง เพื่อช่วยให้กุ้งสุขภาพดี แข็งแรง และโตเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสนิท แดงพยนต์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ต.โรงเข้ หนึ่งในผู้นำและคณะกรรมการของกลุ่มฯ ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว และมีประสบการณ์การเลี้ยงกุ้งมากว่า 20 ปี เปิดใจเล่าย้อนถึงที่มาของการนำจุลินทรีย์ผลไม้มาใช้ในการเลี้ยงกุ้งว่า &amp;ldquo;เวลาที่กุ้งป่วย เกษตรกรต้องใช้ยาปฏิชีวินะรักษากุ้ง ผมเคยผ่านภาวะแบบนี้มา ซึ่งยารักษากุ้งมันแพง แล้วอาชีพเลี้ยงกุ้งเหมือนจะรายได้ดี แต่นั่นคือกุ้งก็ต้องได้ขนาดด้วย ผมรักอาชีพเลี้ยงกุ้ง ก็มานะพยายาม จนรู้ว่ามีคนเลี้ยงกุ้งแล้วไม่ป่วย เพราะใช้จุลินทรีย์ผลไม้ เลยคิดว่าเราต้องลองวิธีนี้แล้วล่ะ&amp;nbsp; เพราะใช้เคมีมาหมดแล้วไม่ได้ผล ก็เลยให้แฟนไปศึกษาการทำจุลินทรีย์ผลไม้&amp;nbsp; และกลับมาทำใช้เลี้ยงกุ้งในบ่อของตัวเอง ปรากฏว่ากุ้งเราแข็งแรง ไม่ค่อยเป็นโรค เจริญเติบโตดี เลนบ่อกุ้งไม่เหม็น&amp;nbsp; และเมื่อนำกุ้งไปให้ญาติพี่น้องรับประทาน ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กุ้งของเราอร่อยเหมือนกุ้งธรรมชาติ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;จากผลดีต่างๆ ที่น่าพอใจ &amp;nbsp;ทำให้ช่วยลดรายจ่ายไม่ต้องซื้อวิตามินมาเพิ่ม &amp;nbsp;อีกทั้งการขับถ่ายของกุ้งที่มีจุลินทรีย์คงอยู่&amp;nbsp; ยังช่วยรักษาสภาพน้ำในบ่อ &amp;nbsp;ลดปัญหาน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; อันเป็นวิถีทางที่ปลอดภัยต่อผู้เลี้ยง ผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสูตรการทำน้ำหมักจุลินทรีย์ผลไม้ที่คุณสนิทแนะนำประกอบด้วย สับปะรด 10 กิโลกรัม ปอกเปลือกบางๆ มะละกอสุก 2 กิโลกรัม เอาเม็ดออก ฟักทองแก่ 2 กิโลกรัม เอาเม็ดออก กล้วยน้ำว้าสุก 2 กิโลกรัม เอาเปลือกออก นำผลไม้ทั้งหมดสับให้ละเอียด เติมกากน้ำตาล และจุลินทรีย์&amp;nbsp; EM อย่างละ 250 ซีซี คลุกเคล้าให้เข้ากันโดยไม่ใช้น้ำเพิ่ม นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในถังสะอาด ปิดฝาให้สนิท&amp;nbsp; ระหว่างหมักให้เปิดฝาระบายก๊าซบ้าง เมื่อได้กำหนด 30 วัน จะได้จุลินทรีย์ผลไม้หมักนำมาใช้เลี้ยงกุ้งได้ โดยใช้จุลินทรีย์ผลไม้กับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:1 มาปั่นให้ละเอียด คลุกอาหารกุ้งให้กุ้งกินทุกวัน ซึ่งข้อดีของการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ผลไม้ คือ กุ้งแข็งแรง เจริญเติบโตดี&amp;nbsp; ไม่ค่อยเป็นโรค&amp;nbsp; เนื้อกุ้งมีรสชาติดี หอมหวานแบบเดียวกับกุ้งจากทะเล&amp;nbsp; ที่สำคัญคือคนที่แพ้กุ้งก็สามารถรับประทานได้&amp;nbsp; โดยปัจจุบันกลุ่มฯ ใช้ชื่อแบรนด์ว่า &amp;ldquo;สาคร กรีนชิม&amp;rdquo; วางจำหน่ายที่ตลาด อตก. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และจากภาวะวิกฤติราคากุ้งตกต่ำ เนื่องจากประเทศคู่แข่งผลิตกุ้งในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่า คุณสนิท จึงมองว่าแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้กลุ่มฯ และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอยู่รอดได้ คือ การส่งเสริมให้เกษตรกรยึดแนวทางการเลี้ยงกุ้งปลอดภัยโดยใช้จุลินทรีย์ผลไม้ พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ในการเชื่อมโยงตลาด โดยกลุ่มฯ จะขอใช้สถานที่และอาคารที่ทางจังหวัดมาสร้างไว้แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งอยู่ริม ถ.พระราม 2 ต.บางโทรัด ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเป็นจุดขายและจุดกระจายสินค้าคุณภาพของกลุ่ม รวมถึงพืชผลการเกษตรอื่นๆที่เป็นของดี อ.บ้านแพ้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสนิท กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;ตอนนี้เรายังเจาะแค่ตลาดเล็กๆ ด้วยบุคลากรกลุ่มเรามีน้อย ผมเองก็เป็นเกษตรกร การทำตลาดกุ้งเลยเป็นไปได้ช้า ก็เลยว่าจะอาศัยโครงการแปลงใหญ่ เพราะเห็นว่าที่ตรงนั้นเป็นสถานที่ดีมาก ช่วงเสาร์-อาทิตย์ เราเห็นนักท่องเที่ยวผ่านไปมาเต็ม ถ.พระราม 2 จึงอยากอาศัยแปลงใหญ่มารองรับผลผลิตที่จะเพิ่มขึ้น เพราะยอมรับว่าราคาตลาดกุ้งเป็นแบบนี้ เกษตรกรอยู่ไม่ได้ เราจะอาศัยแปลงใหญ่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างถาวร เราจะไม่ใช้เงินในโครงการเพื่อบริหารแบบง่ายๆ เราต้องใช้แบบให้เราได้รับประโยชน์จริงๆ และมาจากความต้องการของเราจริงๆ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;แนวคิดนี้ นับเป็นการสะท้อนและเน้นย้ำให้เห็นถึงวิถีของการพึ่งพาตนเอง การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานของกลุ่มฯ อีกทั้งยังไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเพื่อให้ได้สินค้าประมงที่ตรงตามความต้องการของตลาด เพื่อสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของสมาชิก สมกับเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับชาติ เมื่อปี 2556 ซึ่งคุณสนิท เชื่อมั่นว่า ยังมีผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศที่รักสุขภาพ และต้องการ &amp;ldquo;กุ้งปลอดภัย&amp;rdquo; อีกมาก ฉะนั้น หากพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่ พร้อมทั้งพัฒนาและยกระดับฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ไม่กระทบต่อระบบนิเวศน์ ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้ากุ้งของไทยได้อย่างแน่นอน!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10809</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49, กุ้งปลอดภัย, บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร, สุวรรณคำสอนกลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการประมงสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b1799b287b43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
