<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว.ปลื้มดึงโค้ชอัปเกรดเอสเอ็มอีแตะ3พันคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสว.ปลื้มดึงโค้ชพัฒนาเอสเอ็มอีทะลุเป้า รวม 3 พันคน ลั่นปีนี้ลุยอัปเกรดผู้ประกอบการรายย่อยเกิน 200 รายใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ ใช้เทคโนโลยีต่อยอดธุรกิจให้ตรงจุด ตามศักยภาพของพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 2562 - นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยว่าสสว. ได้ดำเนิน กิจกรรมพัฒนาโค้ช ในกิจกรรม&amp;quot;Train the Coach&amp;quot;เพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ให้สามารถพัฒนาตัวเอง จนมีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจ ให้ทันกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในยุค 4.0 โดยตั้งเป้าหมายในช่วง 3 ปีของการดำเนินงาน จะจัดสรรหาโค้ชให้ได้มากกว่า 2,200 ราย แต่ด้วยความเข้มข้นในการดำเนินงานทำให้ล่าสุดในช่วงปีที่ 2 ของโครงการ มีโค้ชเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 3,000 รายทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเข้าร่วมของโค้ชที่มากกว่าเป้าหมายนั้นสะท้อนความสำเร็จโครงการได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในปีที่ 2 นี้ สสว. จะเน้นให้โค้ชที่อยู่ในระบบเป็นหนึ่งในกลไกที่สำคัญในการเข้าไปช่วยขับเคลื่อนเอสเอ็มอีแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ ที่เน้นเฉพาะเรื่องมากขึ้นโดยมุ่งเน้นยุทธศาสตร์การพัฒนาเชิงพื้นที่และตอบโจทย์การแก้ปัญหาเฉพาะทางของเอสเอ็มอีด้วยเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ &amp;quot;นายสุวรรณชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดไว้ในพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ ที่จะส่งเสริมเอสเอ็มอีกลุ่มเดิม ปรับโมเดลใหม่ด้วยเทคโนโลยี , ปัตตานี ที่ส่งเสริมธุรกิจมุสลิม(ฮาลาน) , นครศรีธรรมราช เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจท่องเที่ยวและเกษตรแปรรูป , ชลบุรี สร้างผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ , เชียงใหม่และลำพูน พัฒนาผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ลำไยสีทองและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อุบลราชธานี ส่งเสริมธุรกิจ ที่ใช้ต้นทุนวัฒนธรรมเป็นปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจ , พิษณุโลก ส่งเสริมธุรกิจที่เชื่อมสู่ตลาดซีแอลเอ็มวี(กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และนครราชสีมา สนับสนุนธุรกิจดั้งเดิมเพื่อพลิกโฉมเข้าสู่ธุรกิจสมัยใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ในปีที่ 2 นี้เรามีธุรกิจที่สอดคล้องกับ 8 พื้นที่จำนวน 104 ราย และพื้นที่กลุ่มจังหวัดใกล้เคียง 8 พื้นที่อีกจำนวน 102 ราย ทำให้ช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่สอดคล้องกับพื้นที่ได้ 206 ราย ทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(อีสเม็ด) ในการประสานโค้ชช่วยเหลือเอสเอ็มอีทั้งหมด 170 คน&amp;quot;นายสุวรรณชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45062</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d70af40419cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว.ลุยปั้นผู้ประกอบการท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 2562 นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชนรุ่นใหม่ 154 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด ปี 2562(SME Provincial Champions 2019) ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ชุมชนรุ่นใหม่หัวใจท่องเที่ยว&amp;rdquo; ณ ณ ห้องเอเวอกรีน ชั้น 5 โรงแรมเอเซีย แอร์พอร์ท ดอนเมือง ปทุมธานี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ สสว.ได้นำสุดยอดผู้ประกอบการจากโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) 2019 จำนวนกว่า 154 ราย ร่วมออกบูทในวันที่ 23 - 25 สิงหาคม นี้ ที่ Alive Park Hall ภายใต้ชื่องาน SME Provincial Champions Fair 2019 : ชอป กิน เที่ยวครบที่เดียว 77 จังหวัด

โดยปีนี้ สสว. มุ่งต่อยอดความสำเร็จโดยเน้นส่งเสริม SME และ Micro SME จาก 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร และสปา, ธุรกิจท่องเที่ยว และสันทนาการ, ธุรกิจของฝากของที่ระลึก ที่เป็นซัพพลายเชน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และทำหน้าที่ในการขับเคลื่อน ระบบเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44180</URL_LINK>
                <HASHTAG>สสว., สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190824/image_big_5d610410d61fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานแฟร์สินค้าเพื่อสุขภาพ ตัวช่วยดูแลวัยเก๋ายุคเอจจิ้งโซไซตี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อากาศกระป๋องสำหรับพกพาที่เหมาะกับผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคหอบหืด เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในการช่วยหายใจ และผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้ร่างกายสดชื่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นับเป็นครั้งแรกสำหรับความร่วมของ สสว.ที่จับมือบริษัท บิสิเนส อีเว้นท์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) อสมท เจโทร และภาคธุรกิจด้านอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าและบริการผู้สูงอายุในทุกกลุ่มธุรกิจ จัดงาน &amp;ldquo;CARE EXPO Thailand 2019: International Exhibition for Quality Senior Lifestyle&amp;rdquo; โดยชูแนวคิด &amp;ldquo;งานแฟร์ เพื่อคนที่คุณแคร์&amp;rdquo; ทั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมสู่การดูแลสุขภาพของผู้สูงวัย รับสังคมสูงวัย ภายในงานได้รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยี อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าและบริการผู้สูงอายุเข้าร่วมงาน เพื่อสนับสนุนนโยบายการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ระหว่าง 29 ส.ค.-1 ก.ย.2562 ณ ไบเทค บางนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า &amp;ldquo;สำนักส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในครั้งนี้ สสว.ได้ให้การสนับสนุนการจัดงาน &amp;ldquo;CARE EXPO Thailand 2019: International Exhibition for Quality Senior Lifestyle&amp;rdquo; โดยชูแนวคิด &amp;ldquo;งานแฟร์ เพื่อคนที่คุณแคร์&amp;rdquo; โดยมุ่งหวังในการส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ และการหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;
เนื่องจากแนวโน้มอุตสาหกรรม การผลิตสินค้าและบริการผู้สูงอายุ มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการพัฒนารูปแบบการให้บริการที่ครอบคลุม ทั้งการบริการพื้นฐานที่ดูแลด้านสุขภาพ ไปสู่การบริหารที่ครบวงจร การสร้างมาตรฐานของบุคลากรและการมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การคาดการณ์มูลค่าตลาดและอุตสาหกรรมสินค้าเพื่อผู้สูงอายุจะมีมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2563 และสำหรับประเทศไทยมีการเติบโต 7-8% ซึ่งในปี 2561 จะมีมูลค่าการตลาดโดยรวม 1,000 ล้านบาท และในฐานะที่เราดูแลผู้ประกอบการ SME ภายในวันงานจริงก็มีการเปิดบูธฟรี 75 บูธ โดยคัดเลือกผู้ประกอบการ SME ของเราให้เข้ามาร่วมแสดงสินค้าที่เน้นพัฒนาสินค้าเพื่อคนสูงวัย ซึ่งใช้ระบบไอทีและนวัตกรรมเด่นๆ เข้ามามีส่วนในการพัฒนาสินค้าไปสู่ผู้บริโภค นอกจากนี้ภายในงานก็จะมีให้ความรู้ในการดูแลผู้สูงวัยที่มีประสบการณ์ตรงจากญี่ปุ่นเข้ามาเป็นวิทยากร ที่คาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 400-500 คน และประการสุดท้ายคือการตั้งเป้าว่าจะมีคนมาเยี่ยมชมสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุตลอดทั้ง 4 วัน ไม่ต่ำกว่าวันละ 20,000 ราย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชัยรัฐปฐม อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;ชัยรัฐปฐม อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา&amp;rdquo; กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิสิเนส อีเว้นท์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;งาน &amp;ldquo;CARE EXPO Thailand 2019: International Exhibition for Quality Senior Lifestyle&amp;rdquo; โดยชูแนวคิด &amp;ldquo;งานแฟร์ เพื่อคนที่คุณแคร์&amp;rdquo; มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและองค์กรธุรกิจชั้นนำให้การสนับสนุน ได้แก่ สสว. องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ซึ่งนำระบบเพื่อการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย (DoCare Protect) ที่มีอุปกรณ์ loT sensors และ Care Center โดยมีเครือข่ายโรงพยาบาลวิชาชีพพร้อมเข้าช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง บริษัท อาริทโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการลิฟต์บ้าน บริษัท ซี.เอ็มคอมเมอร์เชี่ยล จำกัด ผู้ให้บริการให้คำปรึกษาด้านการจัดการนวัตกรรมเก้าอี้อาบน้ำ และบริษัท เอ็กซ์ตรีม จำกัด ผู้ให้บริการอุปกรณ์ครบวงจรเพื่อรองรับการใช้งานในโรงพยาบาล ร่วมด้วยสมาคมส่งเสริมธุรกิจบริการผู้สูงอายุไทย สมาคมผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เขมทัตต์ พลเดช)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;การสนับสนุนการจัดงาน &amp;ldquo;CARE EXPO Thailand 2019&amp;rdquo; ในฐานะที่เราเป็นสื่อสารมวลชน ประกอบกับผู้สูงอายุเป็นช่วงวัยที่สำคัญ เพราะเป็นตัวเชื่อมคำว่าครอบครัว เห็นได้จากเทศกาลสงกรานต์ พ่อแม่ก็มักจะพาลูกหลานไปหาไปไหว้ท่าน ซึ่งเป็นความผูกพันของครอบครัวในสังคมไทย ที่สำคัญทาง อสมท ของเรามีรายการเกี่ยวกับผู้สูงอายุที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ เราก็จะมีประชาสัมพันธ์ที่หน้าจอโทรทัศน์เกี่ยวกับงาน &amp;ldquo;CARE EXPO Thailand 2019&amp;rdquo; นี้ และเราก็มีคลื่นวิทยุจำนวน 2 คลื่น และ 4 สถานี ก็จะมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลงานให้กับผู้สูงวัยและคนรักสุขภาพที่ฟังคลื่นวิทยุของเราได้รับทราบข้อมูลเช่นกัน ส่วนในวันจัดงานจริงก็จะมีเวทีกลาง โดยให้พิธีกร เช่น คุณกำพู และคุณรัชนี ไปร่วมสร้างความบันเทิงให้กับผู้สูงอายุที่ไปร่วมงาน และสุดท้ายคือการเผยแพร่ข้อมูลการจัดงาน ตลอดจนสินค้าและบริการสำหรับคนสูงอายุลงในเว็บไซต์ของ อสมท อีกด้วยครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.สุกรีย์ สมานไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อกันที่ &amp;ldquo;นพ.สุกรีย์ สมานไทย&amp;rdquo; นายกสมาคมผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง (สสพ.) กล่าวว่า &amp;ldquo;การจัดงาน &amp;ldquo;CARE EXPO Thailand 2019&amp;rdquo; จะเป็นประโยชน์ต่ออาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพราะเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าและบริการผู้สูงอายุได้มาแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ เกิดการร่วมมือและการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เป็นการรองรับความต้องการในการดูแลผู้สูงอายุให้มีมาตรฐานในการให้บริการที่ถูกต้อง อันจะเป็นประโยชน์ต่ออาชีพของสมาชิกและต่อสังคมส่วนรวมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อุปกรณ์ดูแลติดตามความปลอดภัยของผู้สูงอายุขณะอยู่บ้านเพียงลำพัง &amp;ldquo;DoCare Protect&amp;rdquo; จากบริษัท &amp;ldquo;เอสซีจี&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าที่จัดแสดงในงานมีทั้งหมด 5 หมวด ประกอบด้วย 1.Living Standards เกี่ยวกับมาตรฐานความเป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการบ้านอัจฉริยะ การตกแต่งภายใน และแนวคิดการออกแบบบ้านสำหรับผู้สูงอายุ อุปกรณ์เทคโนโลยีสำหรับการติดตาม 2.Food/Beverage&amp;amp;Clothing อาหาร/เครื่องดื่มและเครื่องนุ่งห่ม ทั้งอาหารคลีน/อาหารออร์แกนิก 3.Medical Care &amp;amp; Support การดูแลและการสนับสนุนทางการแพทย์ ทั้งโรงพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ อุปกรณ์การแพทย์แบบที่ใช้ได้ที่บ้าน 4.Finace &amp;amp; Investment การเงินและการลงทุนด้านการให้คำปรึกษาการบริหารสินทรัพย์ สินเชื่อและที่อยู่อาศัย ประกันชีวิต โปรแกมสำหรับคนวัยเกษียณ 5.Leisure การดูแลและการสนับสนุนกิจกรรมยามว่าง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม/รีสอร์ต บริการรถเช่า อุปกรณ์ออกกำลังกาย เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อมองหาโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าและบริการผู้สูงอายุ รวมทั้งสร้างเครือข่ายธุรกิจร่วมกัน ให้สอดคล้องกับแผ่นการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City และการสนับสนุนนโยบายศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ของรัฐบาลอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ฆนัท ครุธกูล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดท้ายที่ &amp;ldquo;นพ.ฆนัท ครุธกูล&amp;rdquo; นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจบริการผู้สูงอายุไทย บอกว่า &amp;ldquo;จุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อบ้านเราสู่สังคมผู้สูงอายุ อาจจะไม่ใช่แค่การดูแลสุขภาพของผู้สูงวัย แต่นั่นหมายถึงการเติบโตทางด้านธุรกิจเช่นกัน จากสินค้าและบริการเพื่อผู้สูงวัย เห็นได้จากประเทศญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงวัยมากขึ้น ดังนั้นเราจะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้สูงวัยของเราเป็นวัยเก๋าที่แอคทีฟ มีสุขภาพที่ดีและสามารถทำงานได้ ที่สำคัญงาน &amp;ldquo;CARE EXPO Thailand 2019&amp;rdquo; นี้เป็นการนำเสนอสินค้าใหม่ที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้กลุ่มคนสูงวัยที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ สามารถเดินเยี่ยมชมและใช้บริการสินค้าดังกล่าวได้ในชีวิตประจำวัน&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยรัฐปฐม อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา, นพ.ฆนัท ครุธกูล, นพ.สุกรีย์ สมานไทย, สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล, เขมทัตต์ พลเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d516025c04f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดนักลงทุนพบผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ  สร้างโอกาสพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี จัดงาน &amp;ldquo;Technology Investment Conference 2019: Smart Ageing&amp;rdquo; เพื่อเป็นเวทีให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีจากวิทยากรระดับสากล และเปิดโอกาสหาพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพทั้งในและต่างประเทศ กับนักลงทุน สถาบันการเงิน และพันธมิตรผู้สนใจที่เข้าร่วมงานกว่า 200 คน พร้อมสร้างโอกาสพบปะเจรจาธุรกิจ ขยายตลาดด้านเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัย สร้างโอกาสสนับสนุนทางการเงินและสร้างคู่ค้าธุรกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า เวทีนี้เป็นเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการลงทุนธุรกิจเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัยจากวิทยากรระดับสากล รวมถึงเปิดโอกาสการหาพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุน สถาบันการเงิน และพันธมิตรผู้สนใจที่เข้าร่วมงาน โดยงานนี้นับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพไทยได้พบกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรและบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ อาทิ Global Coalition on Aging, World Business Angels Investment Forum (WBAF), HexGn, Amazon Web Service, Japan Science and Technology Agency (JST) และ Frost &amp;amp; Sullivan (APAC) ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ในหัวข้อต่างๆ อาทิ สถานการณ์และแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุไทยและโลก แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาสังคมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศญี่ปุ่น (Society 5.0) เศรษฐกิจเพื่อผู้สูงวัย และโอกาสทางธุรกิจเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราทุกคนตระหนักดีว่าประเทศไทยและทั่วโลกกำลังจะเริ่มเข้าสู่ความเป็นสังคมสูงวัย ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในปี 2564 หรือภายใน 2 ปี โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประมาณการว่า อีก 20 ปีข้างหน้า จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 20 ล้านคน การวิเคราะห์แนวโน้มและเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในประวัติศาสตร์กลุ่มประชากรของประเทศ งานสัมมนาในวันนี้จะเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินและเทคโนโลยีแห่งอนาคต การฟังมุมมองที่สร้างแรงบันดาลใจ แนวทางการปรับตัวทางธุรกิจเพื่อผู้สูงวัยจากนักลงทุนและผู้ประกอบการธุรกิจ ซึ่ง สสว.จะมีส่วนในการผลักดันการดำเนินการเชิงพาณิชย์ด้านเทคโนโลยีสำหรับตลาดผู้สูงอายุเพื่อประโยชน์ของนักประดิษฐ์ นักลงทุนและผู้บริโภค และผลักดันภาพเศรษฐกิจเงินที่ดีขึ้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ สสว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี 2564 ซึ่งจะมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด จากนั้นจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด (Super Aged Society) ในปี 2574 จะมีประชากรสูงอายุถึงร้อยละ 28 สวทช.ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำหรับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก สำหรับการจัดงาน Technology Investment Conference 2019 ร่วมกับ สสว. ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;Smart Ageing&amp;rdquo; นี้เป็นการประชุมเกี่ยวกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบนิเวศเทคโนโลยสตาร์ทอัพไทย การอัพเดตเครือข่าย การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทางเทคโนโลยี และการขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งล้วนแต่เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจชองประเทศ ซึ่ง สวทช.มีส่วนในการผลักดันจากการริเริ่มและผลักดันโครงการนวัตกรรมจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น บัญชีนวัตกรรมไทย,&amp;nbsp; Research Gap Fund,&amp;nbsp; Start-up Voucher, NSTDA Startup&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันรัฐบาลมีแนวทางสนับสนุนบริษัทที่กำลังอยู่ในระยะเริ่มต้น เช่น ผลประโยชน์ด้านภาษีบุคคลละ 100,000 บาท และแพลตฟอร์มสำหรับการระดมทุนและการซื้อขายแลกเปลี่ยนสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอีกแนวทางสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศ คือ การเพิ่มจำนวนและทักษะของนักลงทุน Angel Investors อย่างเร่งด่วน ซึ่ง Angel Investor มีหลายคนที่มีความปรารถนาที่จะลงทุนแต่ขาดความรู้ ส่วนผู้ที่ลงทุนไปแล้วก็ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนให้ดีขึ้น แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากขาดต้นทุนของทักษะและความเสี่ยง ซึ่งปัญหาต้องได้รับการแก้ไขในหลายระดับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสว.และ สวทช.มุ่งเน้นให้ประเทศมีแนวทางการพัฒนานักลงทุน Angel Investors สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ World Business Angel Forum (WBAF) เพื่อยกระดับนักลงทุนไทยโดยเชื่อมกับเครือข่ายนักลงทุน Angels ทั่วโลก และพัฒนาทักษะไม่เพียงนักลงทุนไทย แต่ยังดึงดูดให้นักลงทุนประเทศเพื่อนบ้านมาเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมพัฒนา Angel Investors ระดับโลกจาก WBAF จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนาธุรกิจการลงทุน Smart Ageing เติบโตอย่างก้าวกระโดด ตอบสนองความต้องการสังคมผู้สูงวัยอายุและประเทศต่อไป. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41631</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35b0718c8b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 06:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. รุกจัดงาน “SME One Fest In Summer@Central World” หนุนผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่ม พัฒนาสินค้าคุณภาพสู่ตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สสว. สานต่อความสำเร็จโครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ SME ดึงผู้ประกอบการร่วมงานแสดงสินค้า&amp;nbsp; ภายในงาน &amp;ldquo;SME One Fest In Summer@Central World&amp;rdquo; ระหว่าง 4-7 เมษายน 2562 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ หวังกระตุ้นผู้ประกอบการธุรกิจ SME ให้เกิดการตื่นตัว ช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ พร้อมพัฒนาสินค้าคุณภาพออกสู่ตลาด ตั้งเป้าผู้ร่วมชมงานมากกว่า 50,000 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ในปีที่ผ่านมา สสว. ได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ SME ในรูปแบบกิจกรรมทดสอบตลาด ด้วยการนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและการเจรจาจับคู่ธุรกิจ จากความสำเร็จที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 2,000 ราย นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่มีการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการและช่องทางการตลาดใหม่ที่มีมูลค่าการซื้อขายจากการจัดกิจกรรมจากโครงการมากกว่า 2,400 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างช่องทางการตลาดเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการเข้าร่วมและพัฒนาสินค้าจากโครงการต่างๆ ของ สสว. มีโอกาสทดสอบสินค้าและบริการของตนเอง ได้เจอกับตลาดและผู้บริโภคจริง จึงได้จัดกิจกรรมโครงการพัฒนาช่องทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการ SME ขึ้น เพื่อเป็นการทดสอบตลาด พร้อมทั้งกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมและพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ในปีนี้จึงได้จัดงานแสดงสินค้าขึ้นโดยใช้ชื่องานว่า&amp;ldquo;SME ONE FEST In Summer@Central World&amp;rdquo; เป็นงานแสดงสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการ SME จำนวน 150 คูหา ซึ่งมีกำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้นในระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ศักยภาพของ SME ไทยปัจจุบันมีความแข็งแกร่งขึ้น เพราะสินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีความประณีต สวยงาม มีคุณภาพดี สามารถหาซื้อได้ในราคาที่ไม่สูงมากนักโดยเฉพาะสินค้าของ SME ไทยในกลุ่มอาหาร ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ &amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์สปาและความงาม เป็นต้น ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ควรจะได้รับ จากจุดนี้เอง สสว. จึงได้จัดกิจกรรมนำผู้ประกอบการเข้าร่วมในงานแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งในระดับชาติและระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์และการรับรู้ด้านตัวสินค้าให้กับผู้ประกอบการ &amp;nbsp;นำมาปรับปรุงสินค้าและบริการของตนเอง เพื่อนำไปต่อยอดและพัฒนาสินค้าให้มีความสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ รวมทั้งให้สอดคล้องกับนโยบายสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทยตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในขณะนี้มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยหลังจากที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสว.แล้ว สามารถเข้าร่วมงานระดับนานาชาติได้ด้วยตนเอง และสามารถเป็นพี่เลี้ยงเพื่อให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการรายอื่นๆ อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุวรรณชัย กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; ปีนี้เราได้จับมือร่วมกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด ร่วมกันจัดงานแสดงสินค้าตลอดทั้งปี &amp;nbsp;เน้นการจัดงานกระจายออกไปสู่ตามภูมิภาคต่างๆของประเทศ &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงสินค้าจากผู้ประกอบการไทยได้มากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งการจัดจะแตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่จัดงานใหญ่เพียงแค่ครั้งเดียว สำหรับปีนี้ สสว. ได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้มีขนาดเล็กลงเพื่อคัดสรรผู้ประกอบการที่มีความพร้อม และได้สินค้าที่มีคุณภาพพร้อมให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรอย่างเต็มที่ โดยทาง สสว.เองก็มั่นใจว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ซื้อและผู้บริโภค &amp;nbsp;โดยเพาะอย่างยิ่งการจัดงานแสดงสินค้า &amp;ldquo;SME ONE FEST In Summer@Central World&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่จัดอยู่ในพื้นที่บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ &amp;nbsp;เป็นบริเวณที่ผู้ซื้อมีกำลังซื้อสูง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางเมืองของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่มีความชื่นชอบสินค้าไทย คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มเติมให้กับ SME รวมถึงการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โดยในปีนี้ สสว.จะรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้ามากกว่า 1500 ราย จะเริ่มจากงานแสดงสินค้า &amp;ldquo;SME One Fest In Summer @Central World&amp;rdquo; ที่เราได้ตั้งเป้ายอดขายสินค้าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมงานไม่น้อยกว่า 50,000 ราย เชื่อว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ และถือเป็นงานแรกของคาราวานสินค้า SME ทั่วประเทศไทย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32438</URL_LINK>
                <HASHTAG>SME ONE FEST In Summer@Central World, สสว, สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9c7a33de84c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว.แนะSMEประกันค่าเงินพัฒนาต้นแบบธุรกิจ800ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสว.แนะผู้ส่งออกประกันความเสี่ยงบาทแข็ง เทงบ 260 ล้านบาท เอื้อซื้อประกันเอฟเอ็กซ์ ออฟชั่น ครอบคลุม 5,000 รายทั่วประเทศ พร้อมดึงเข้าโครงการเทรน เดอะ โค้ช สร้างต้นแบบเอสเอ็มอีพัฒนาธุรกิจ 800 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ. 62 -นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน &amp;quot;Train the Coach(เทรน เดอะ โค้ช)&amp;quot; ว่าจากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่ทำการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้ยังไม่คุ้นเคยการค่าเงินบาทที่ผันผวน รวมถึงยังไม่มีการทำประกันความเสี่ยงด้านการเงินไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เอสเอ็มอีของไทยที่ทำธุรกิจส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศนั้น มีอยู่ประมาณ 60,000-70,000 ราย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเคยเรียนรู้เรื่องการทำประกันความเสี่ยงด้านการเงินบ้างแล้ว จะมีแต่รายใหม่ ๆ ที่เพิ่งเข้ามาทำธุรกิจเท่านั้นที่อาจจะได้รับผลกระทบในปัจจุบัน สสว.จึงทำโครงการตามมาตรการเพิ่มขีดความสามารถและส่งเสริมความรู้ในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ให้เอสเอ็มอีกลุ่มดังกล่าวโดยมีวงเงินค่าธรรมเนียมสำหรับทดลองซื้อประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (เอฟเอ็กซ์ ออฟชั่น) รายละ 50,000 บาท จากรายละ 30,000 บาท ภายใต้งบประมาณ 260 ล้านบาท ครอบคลุมเอสเอ็มอีเป้าหมาย 5,000 ราย&amp;rdquo;นายสุวรรณชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สสว.ยังเปิดกิจกรรมเทรน เดอะ โค้ช ปีที่ 2 โดยสั่งการให้สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(อิสเมด) ดำเนินการผลิตโค้ชรุ่นใหม่อีก 800 ราย แบ่งเป็นโค้ชกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค เพิ่มขึ้นอีก 300 ราย กลุ่มที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เพิ่มขึ้นอีก 500 ราย และให้โค้ชทั้งสองกลุ่มลงพื้นที่ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 400 ราย เพื่อพัฒนาเอสเอ็มอีและสร้างต้นแบบผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 4.0ให้เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 8 จังหวัด ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เพิ่มยอดขายและบริหารต้นทุนให้อยู่หมัด 4.0&amp;rdquo; ได้แก่ กรุงเทพมหานคร , ปัตตานี , นครศรีธรรมราช , ชลบุรีและภาคตะวันออก , เชียงใหม่และลำพูน , อุบลราชธานี , พิษณุโลก และนครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากปีที่ผ่านมาดำเนินกิจกรรมมาแล้วใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ มีโค้ชลงทะเบียนเข้าระบบแล้วจำนวนทั้งสิ้น 1,669 ราย ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ทางธุรกิจทั้งสิ้น 329 ราย ในพื้นที่ 9 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจากการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาพบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่มีปัญหาด้าน การตลาด การขาย บัญชี การเงิน การผลิต เนื่องจากไม่มีข้อมูลเพียงพอในการนำมาวิเคราะห์และวางแผน เพื่อปรับธุรกิจให้ทันกับการแข่งขันที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกัน, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล, เทรน เดอะ โค้ช, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c73e40bc4b9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว.ลุยงานใหญ่หนุน SME จับคู่ธุรกิจตั้งเป้า 2 พันราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสว.เตรียมงานใหญ่ เปิดเวทีให้เอสเอ็มอีไทยจับคู่ธุรกิจต่างชาติ หวังสำเร็จตามเป้าหมาย 2 พันคู่ในปีนี้ พร้อมโชว์สินค้าผู้ประกอบการไทย หนุนเกิดเงินสะพัดกว่า 100 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยภายหลังเปิดการจัดงาน&amp;quot;SME ONE FEST 2018&amp;quot; ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6-9 ก.ย. นี้ว่าในปี 2561 นี้สสว. ตั้งเป้าจะพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) เพื่อสนับสนุนด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศไม่น้อยกว่า 2,000 กิจการและส่งเสริมให้เกิดการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 2,000 คู่ ส่วนหนึ่งจะมาจากการจัดงานดังกล่าวโดยจะเปิดเวทีให้จับคู่ธุรกิจระหว่างเอสเอ็มอีไทยและต่างประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และประเทศตุรกีเข้าร่วมด้วย ซึ่งคาดว่าจะเกิดการจับคู่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 250 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายในงาน จะมีการแสดงสินค้าจากผู้เข้าร่วมกว่า 1000 100 บูธ ทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอาหารเครื่องดื่ม สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับรวมถึงสัตว์เลี้ยงโดยคาดว่าจะเกิดมูลค่าทางการซื้อขายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท จากผู้เข้าชมงานประมาณ 50,000 ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมเอสเอ็มอีให้สามารถเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของแต่ละรายสู่ระดับประเทศและต่อยอดสู่ระดับสากลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาววิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่าขณะเดียวกันเพื่อเป็นการขยายการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศในอาเซียน สสว.จึงได้จัดงานสัมมนาอบรมพัฒนาเอสเอ็มอีภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;ส่องเคล็ดลับธุรกิจไลฟ์สไตล์ เจาะตลาดมาเลเซียและฟิลิปปินส์&amp;rdquo; เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ให้บริการของไทย และเพื่อสร้างเครือข่ายกับผู้ให้บริการทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศอาเซียน+8 พร้อมนำความรู้ดังกล่าวมาเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการไทยได้รับทราบเพื่อการขยายลู่ทางการค้าการลงทุนในประเทศเหล่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา สสว. ได้ดำเนินกิจกรรมไปแล้วใน 8 ประเทศ ซึ่งในปีนี้จึงได้มีการดำเนินการสร้างเครือข่ายเพิ่มเติมใน 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย (เชนไน) และจีน (ซีอาน) เนื่องจากในอินเดียและจีนมีตลาดขนาดใหญ่ และพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ การได้เข้าไปศึกษาและเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการเอสเอ็มอี จึงจะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและโอกาสทางการค้าการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;quot;นางสาววิมลกานต์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16463</URL_LINK>
                <HASHTAG>SME ONE FEST 2018, จับคู่ธุรกิจ, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.), สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae924cce6302.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
