<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ร่วมมือร่วมใจ”ฝ่าวิกฤติโควิด-19 เปลี่ยนอาคารคลังสินค้าเป็นโรงพยาบาลสนาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยที่รอรับการรักษาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดังนั้นทางภาครัฐจึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม (ชั่วคราว) เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้เราจะนำข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานที่ได้มีการเตรียมพื้นที่ตั้งโรงพยาบาลสนามมาให้ได้รับทราบกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จะเห็นได้ว่าข้อมูลจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ภาพรวมของการระบาดยังต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 21,379 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20,895 ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 484 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้วจนถึงวันนี้ 714,684 ราย อีกทั้งยังมียอดผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งผลให้เกิดภาวะผู้ป่วยล้นทะลักโรงพยาบาล โรงพยายามสนามจึงมีความจำเป็น ดังนั้นเมื่อมีการประสานจากกระทรวงสาธารณสุขมายัง
กระทรวงคมนาคม พื้นที่ของหน่วยงานในสังกัดมาเป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วย จึงเป็นที่มาของการประสานน้ำใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างกระตือรือร้น พร้อมใจกันจัดหาพื้นที่เพื่อใช้ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และโดยเฉพาะการใช้พื้นที่สนามบินดอนเมือง สร้างโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินแห่งที่ 3 ที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี ใช้พื้นที่ของคลังสินค้าขาออกที่ 4 สนามบินดอนเมืองเป็นที่ก่อสร้าง โดยได้รับการสนับสนุนอาคารสถานที่จากกรมธนารักษ์ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และมี รพ.มงกุฎวัฒนะ ให้เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ วางระบบโรงพยาบาลสนาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโรงพยาบาลสนามที่ได้จัดตั้งขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยที่รอรับการรักษาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม (ชั่วคราว) เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถรองรับได้จำนวน 1,800 เตียง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) ที่ผ่านมาได้มีการทดสอบระบบงานทั้งด้านการแพทย์และการสนับสนุน ทั้งความเรียบร้อยอื่นๆ เนื่องจากต้องรับผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โดยคาดว่าจะรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการน้อยได้ภายในวันที่ 12 ส.ค.64 นี้ และได้รับการอนุมัติตรวจและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกิจการท่าอากาศยานและชุมชนโดยรอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มากันต่อที่ โรงพยาบาลสนามจุดที่ 2 โดยกระทรวงคมนาคมได้เปิดพื้นที่อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (แซตเทิลไลต์ : SAT-1) สนามบินสุวรรณภูมิ ถือว่าได้รับเลือกให้เป็นโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ โดยได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากที่ได้มีการลงพื้นที่สำรวจสถานที่ดังกล่าว ซึ่งมีขนาดพื้นที่มากกว่าโรงพยาบาลบุษราคัม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ประมาณ 3 เท่า และมีเป้าหมายจะใช้ทดแทนโรงพยาบาลบุษราคัม ที่จะครบการใช้พื้นที่ในเดือนสิงหาคมนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ SAT-1 เป็นอาคาร 4 ชั้น มีความยาวประมาณ 1,000 เมตร พื้นที่ใช้สอยถึง 216,000 ตารางเมตร มีระบบปรับอากาศ ไฟฟ้า น้ำประปาพร้อม หากปรับใช้เป็นโรงพยาบาลสนามจะต้องมีการปรับพื้นที่ และเพิ่มเติมห้องอาบน้ำ ตลอดจนอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ส่วนการเดินทางมายังอาคาร SAT 1 จากบางนาจะใช้เวลา 20 นาที ขณะนี้มีถนนชั่วคราวเข้าอาคาร SAT-1 แล้ว โดยที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลความเรียบร้อยเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการโรงพยาบาลสนามแล้ว ถือว่ามีมาตรฐานเอามากๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะสามารถตั้งเตียงรองรับผู้ป่วยได้ถึง &amp;nbsp;5,000 เตียงในระยะแรก โดยจะใช้พื้นที่ชั้น 2 เป็นสถานที่ทำการของแพทย์และห้อง ICU ส่วนชั้น 3 และ 4 เป็นพื้นที่ สำหรับคนไข้สีเขียวและเหลือง ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลดีๆ ที่นำมาฝากท่านผู้อ่าน ในสถานการณ์วิกฤติที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันอาจจะช่วยได้บ้าง ไม่มากก็น้อยที่ได้ส่งผ่านข้อมูลออกไป เพื่อบางท่านมีบุคคลในครอบครัวที่ได้ติดเชื้อโควิด หากในช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้ วันนี้โรงพยาบาลสนามทั้ง 2 แห่ง อาจจะเป็นทางเลือกที่จะได้พักรักษาตัว ซึ่งโรงพยาบาลสนามทั้ง 2 แห่งจะทยอยเปิดในเร็วๆ นี้ ก็อาจจะช่วยท่านได้บ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112615</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอนเมือง, รพ.สนาม, สนามบิน, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fba89d8429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทอท.ผุดระบบ &#039;เช็คอิน-โหลดกระเป๋า-ตรวจบัตรโดยสาร&#039; อัตโนมัติ เปิดใช้สุวรรณภูมิ ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นั้น ทอท. จึงได้ติดตั้งอุปกรณ์ และพัฒนาระบบแอปพลิเคชั่น (AOT Airports App) รองรับการเช็คอิน การโหลดกระเป๋า และการตรวจบัตรโดยสารผ่านอุปกรณ์อัตโนมัติ ซึ่งผู้โดยสารสามารถดำเนินได้เอง โดยไม่ต้องเจอกับเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยาน ทั้งนี้ ทอท. จะเริ่มทดลองการติดตั้งอุปกรณ์ จำนวน 180 เครื่อง และใช้งานระบบการให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบตั้งแต่ ก.ค. 2564 เป็นต้นไป ก่อนที่จะขยายไปยัง 5 ท่าอากาศยานที่เหลือในการกำกับดูแลของ ทอท.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการดังกล่าวนั้น ทอท. ได้รับการสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบทั้ง 3 ส่วน จากข้อมูลของสายการบินที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงหน่วยงานรัฐบาล &amp;nbsp;อาทิ ฐานข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, หน่วยงานด้านความมั่นคง และกระทรวงมหาดไทย ในการพิสูจน์บุคคล เพื่อเป็นการเว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 อีกทั้งยัง เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ และสร้างความมั่นใจในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร รวมถึงยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับการเปิดน่านฟ้าด้วยมิติใหม่ของการให้บริการในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวต่ออีกว่า การเช็คอินของผู้โดยสารนั้น แบ่งเป็น 1. ผู้โดยสารที่ไม่มีสัมภาระ สามารถเช็คอินได้ด้วยตนเอง ด้วยระบบ Self Check-in (Kiosk) ที่เชื่อมต่อกับ AOTs Applications หรือผู้โดยสารสามารถทำการเช็คอินจากที่บ้านก่อนการเดินทางมายังสนามบิน 2.กรณีที่ผู้โดยสารต้องโหลดสัมภาระ ซึ่งตามปกติแล้วนั้น ผู้โดยสารจะต้องไปที่เคาท์เตอร์ของสายการบิน และมีใบอนุญาตผ่านขึ้นเครื่อง (บอร์ดดิ้ง พาส) แต่หลังจากนี้ บริเวณจุดตรวจบัตรโดยสาร จะใช้ระบบรักษาความปลอดภัยจากเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล (Biometric Security System) ในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ซึ่งจะมีการถ่ายภาพใบหน้า ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยงข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้โดยสารมีสัมภาระนั้น จะมีการติดตั้งระบบเครื่องโหลดสัมภาระแบบบริการตนเอง (Self-Service Luggage Loader) ซึ่งหากสัมภาระนั้น มีน้ำหนักเกินที่กำหนด สามารถชำระด้วยบัตรเครคิต ณ จุดนั้นได้ โดยไม่ต้องเสียเวลากลับไปยังเคาน์เตอร์สายการบิน ขณะที่ ก่อนขึ้นเครื่องบิน ซึ่งตามปกติจะใช้การตรวจบัตรประชาชนของผู้โดยสาร แต่ในอยาคตจะใช้การสแกนใบหน้า ซึ่งเป็นระบบไบโอเมตรทริกซ์แทน ทั้งนี้ จะช่วยลดระยะเวลา และเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105287</URL_LINK>
                <HASHTAG>AOT Airports App, ทอท, ระบบเช็กอินอัตโนมัติ, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1ff164a1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ชี้แจงคลัสเตอร์สุวรรณภูมิติดเชื้อโควิด-19 ไม่กระทบต่อการให้บริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.2546-นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข เขตที่ 6 เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ระลอกใหม่ ขณะนี้ยอดผลการตรวจโรคโควิด 19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง จำนวนกว่า 190&amp;nbsp;&amp;nbsp;คน พบว่า มีผู้ติดเชื้อ 126 คน จากที่ได้แจ้งทาง ศบค.ก่อนหน้านี้ 105 คน ซึ่งผลจะทยอยออกและจะมีตัวเลขที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนสาเหตุการติดเชื้อมาจากการเคลื่อนที่ของบุคคล พนักงาน ที่ยังพบปะกัน แม้ว่าในกลุ่มของพนักงานในคลังสินค้า จากเดิมที่เป็นกลุ่มของผู้เสี่ยงต่ำ แต่ก็พบว่ามีการติดเชื้อมาจากการติดกันภายใน &amp;nbsp;โดยคาดทางทีมแพทย์ได้เข้าทำการตรวจเชิงรุก พร้อมกับเร่งแผนการฉีดวัคซีน หลังจากที่ฉีดวัคซีนในกลุ่มพนักงานบริการด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสูง 4,371 คนครบทั้ง 2 โดสแล้ว ซึ่งในวันที่ 17 พ.ค นี้จะฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูงรองลงมา เพื่อเร่งฉีดให้ครบตามแผนในมิ.ย.นี้
ด้านน.ท.สุธีรวัฒน์ &amp;nbsp;สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ระลอกใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มการแพร่ระบาดและพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นอย่างต่อเนื่องปัจจุบัน ทสภ. ได้รับรายงานว่ามีผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยงานภายใน ทสภ. ได้รับการตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด -19 จำนวนหลายราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของ ทสภ. มีพนักงานและลูกจ้างของฝ่ายขนส่งทางอากาศติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 34 คน เมื่อได้รับทราบ ก็ได้มีการดำเนินการและกำชับให้หน่วยงานมีการดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการรวมถึงสวัสดิภาพของพนักงานที่ปฏิบัติงานภายใน ทสภ. เป็นสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทสภ. ได้มีแนวทางปฏิบัติดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้ผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยและมีความเสี่ยงสูงได้เข้าทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด - 19 และสั่งการให้พนักงานผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะต้องทำการกักตัว 14 วัน โดยได้จัดให้พนักงานฝ่ายอื่นมาปฏิบัติงานเเทนซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของทสภ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;nbsp;ทสภ. ดำเนินการทำความสะอาดโดยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และทำความสะอาดแบบ Deep cleaning ในบริเวณพื้นที่ที่ผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงสูงปฏิบัติงาน เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่พนักงานและผู้มาใช้บริการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) และตามคำแนะนำของสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในส่วนของพนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อทั้งหมดได้รับตรวจเชิงรุก (Active Case Finding) โดยฝ่ายการแพทย์ประสานสาธารณสุขอำเภอบางพลี และโรงพยาบาลบางพลีเพื่อดำเนินการรวมทั้งจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการตรวจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ให้พนักงานและลูกจ้างฯ สวมใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือในขณะปฏิบัติหน้าที่ และหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมถึงการรักษาระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. &amp;nbsp;แบ่งพื้นที่ในการทำงานของแต่ละส่วนงาน ให้มีพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) เป็นพื้นที่ทำงานชั่วคราวแทนได้ โดย ทสภ. ได้จัดหาพื้นที่กักตัวสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และจะเพิ่มพื้นที่กักตัวในกรณีที่มีผู้มีความเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นจากเดิม
น.ท.สุธีรวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ทั้งนี้ ทสภ. ได้มีการปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการที่สาธารณสุขกำหนด โดยให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) อย่างน้อย 80% ตั้งแต่ในช่วงกลางเดือนเมษายน พ.ศ.2564 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 และเน้นย้ำในการดูแลรักษาความสะอาดในทุกพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน รวมถึงบริเวณพื้นที่จุดสัมผัสต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำ ลิฟต์ ทางเดินเลื่อน แบบ Deep Cleaning อย่างต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการทุกคนรวมถึงผู้ปฏิบัติงานต้องถือปฏิบัติยึดหลักบินวิถีใหม่ D &amp;ndash; M &amp;ndash; H &amp;ndash; T &amp;ndash; T ซึ่งประกอบด้วย D (DISTANCING) เว้นระยะห่างกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น M (MASK- WEARING) สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา H (HAND WASHING) หมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ T (TEMPERATURE CHECK) ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและ T (THAICHANA) สแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ท.สุธีรวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทสภ. ได้ให้ความสำคัญกับพนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่เป็นด่านหน้าในการให้บริการผู้โดยสาร ซึ่งใกล้ชิดผู้โดยสาร และมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค Covid-19 ทสภ. จึงได้สนับสนุนพื้นที่ในการให้บริการจุดฉีดวัคซีน สำหรับผู้ปฏิบัติงาน ณ ทสภ. บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 9 บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน Row U และ W โดย ทสภ. ต้องขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงประจำท่าอากาศยานที่ได้ให้การสนับสนุนวัคซีนสำหรับผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยงานภายใน ทสภ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนให้กับพนักงานและผู้ปฏิบัติงานไปแล้วกว่า 4,371 คน ซึ่งจะเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้ปฏิบัติงานที่ให้บริการภาคพื้น รวมถึงพนักงานในเขตพื้นที่เขตปลอดอากรก่อนเป็นการเร่งด่วน และจะทยอยฉีดให้ผู้ปฏิบัติงานอื่นๆ จนครบทุกคนภายในเดือนมิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าในการแถลงข่าวครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมได้แก่ พลเอก ปรีชา เบ็ญจขันธ์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคงประจำท่าอากาศยาน นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตที่ 6 ผู้แทนบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ผู้แทนบริษัท Bangkok Flight Services (BFS) ผู้แทนบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103102</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข เขตที่ 6, การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19, นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0f17b8745f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.คาดช่วงสงกรานต์ผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบิน3.7 หมื่นคน/วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3เม.ย.64-นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เตรียมแผนอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของผู้โดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2564 หลังรัฐบาลได้มีการผ่อนปรนการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19&amp;nbsp; รวมถึงได้ประกาศให้มีวันหยุดยาวตลอดเทศกาลตั้งแต่วันที่ 10 - 15 เมษายน 2564 รวม 6 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารภายในประเทศใช้บริการรวมทั้งสิ้นประมาณ 370,000 คน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 37,000 คน ในส่วนของเที่ยวบินภายในประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 3,100 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 310 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินตามตารางการบินจำนวน 2,758 เที่ยวบิน เที่ยวบินพิเศษจำนวน 342 เที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสายการบินประจำที่ขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเช่าเหมาลำมากที่สุด 2 อันดับแรก คือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จำนวน 270 เที่ยวบิน และสายการบินไทยสมายล์ จำนวน 72 เที่ยวบิน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2562 ซึ่งเป็นปีก่อนที่จะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 จะเห็นว่าผู้โดยสารภายในประเทศเพิ่มขึ้น 10% และในส่วนของเที่ยวบินในประเทศเพิ่มขึ้น 30 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศยังคงมีให้บริการอยู่ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้า &amp;ndash; ออกประเทศไทย และผู้โดยสารต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อ และต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้โดยสารเดินทางภายในประเทศเป็นจำนวนมาก สนามบินสุวรรณภูมิ จะมีการเปิดใช้ประตู 3 ที่อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เพิ่มเติม ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ในวันที่ 5 - 18 เมษายน 2564 หลังจากที่ปิดประตูตามมาตรการคัดกรองผู้โดยสาร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ผู้โดยสารสามารถเข้าอาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ได้ที่ประตู 2, 3 และ 9 เท่านั้น นอกจากนี้ ได้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้มีความพร้อมในการรองรับการใช้บริการของผู้โดยสารในช่วงเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ เพิ่มเจ้าหน้าที่บริเวณจุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสาร เพิ่มเจ้าหน้าที่จราจรในการให้บริการผู้โดยสารที่บริเวณด้านหน้าชานชาลาอาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อแก้ไขการจราจรคับคั่งในช่วงเวลาที่มีรถเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพิ่มเจ้าหน้าที่ รปภ. และเจ้าหน้าที่ EOD ในการตรวจพื้นที่ และตรวจสอบเฝ้าระวังวัตถุต้องสงสัย รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์ด้วยกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและแนะนำผู้โดยสารก่อนเข้าจุดตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระ นอกจากนี้ในส่วนของการให้บริการ ได้จัดเตรียมรถเข็นกระเป๋าให้มีจำนวนที่เพียงพอต่อการใช้งานกระจายตามจุดต่าง ๆ อย่างทั่วถึง และเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดห้องน้ำทุก ๆ 10 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการด้านการคมนาคมขนส่ง สนามบินสุวรรณภูมิได้เปิดให้บริการจองรถแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น AOT AIRPORTS APPLICATION ซึ่งจะให้บริการเฉพาะผู้ใช้บริการที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ดาวน์โหลด APPLICATION แล้วเท่านั้น โดยต้องอยู่ในรัศมีการให้บริการภายใน สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่เกิน 1 กิโลเมตร ผู้ใช้บริการสามารถกดจองรถแท็กซี่ โดยจะเลือกเป็นรถแท็กซี่ทั่วไปหรือรถแท็กซี่ขนาดใหญ่ก็ได้ หลังจากกดยืนยันการจอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบจะแสดงหน้าจอ หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อคนขับ และหมายเลขช่องจอดรถ ให้ผู้ใช้บริการเดินไปรอยังจุดจอดรถ ที่ช่องจอดที่ระบุไว้ บริเวณชานชาลาหน้าอาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที และเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ทสภ. ได้กำชับให้สมาชิกผู้ขับขี่รถแท็กซี่ต้องสวมหน้ากากอนามัยระหว่างการให้บริการและต้องทำความสะอาดภายในรถ รวมถึงเบาะนั่งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้งทั้งก่อนและหลังการให้บริการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการได้ยกเว้นอัตราค่าบริการจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถยนต์ระยะยาวโซน C ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 08.00 น. จนถึง วันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 17.00 น. รวม 8 วัน โดยลานจอดรถโซนดังกล่าวสามารถรองรับรถยนต์ได้จำนวน 718 คัน ทั้งนี้ ทสภ. มีรถ Shuttle Bus สาย A วิ่งให้บริการรับ - ส่ง ผู้โดยสารทุก ๆ 15 นาที ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมงและนอกจากลานจอดรถยนต์ระยะยาวโซน C แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทสภ. ยังมีอาคารและลานจอดรถยนต์โซนอื่น ๆ รองรับการให้บริการได้แก่ อาคารจอดรถยนต์โซน 3 รองรับช่องจอดได้ 2,038 คัน, ลานจอดรถโซน 4 รองรับช่องจอดได้ 251 คัน, ลานจอดรถโซน 5 รองรับช่องจอดได้ 455 คัน , ลานจอดรถโซน 6 มีหลังคากันแดด รองรับช่องจอดได้ 689 คัน และลานจอดรถโซน 7 มีหลังคากันแดด รองรับช่องจอดได้ 666 คันโดยคิดอัตราค่าบริการชั่วโมงละ 25 บาท หากเกิน 7 ชั่วโมง จะคิดเป็นอัตราเหมาวันละ 250 บาท ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการอาคารจอดรถยนต์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2132 9511 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สนามบินสุวรรณภูมิให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสาธารณสุข โดยเน้นย้ำในการดูแลรักษาความสะอาดในทุกพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน รวมถึงบริเวณพื้นที่จุดสัมผัสต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำ ลิฟต์ ทางเดินเลื่อน แบบ Deep Cleaning อย่างต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และได้ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการทุกคนต้องถือปฏิบัติยึดหลักวิถีบินใหม่ D &amp;ndash; M &amp;ndash; H &amp;ndash; T &amp;ndash; T&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งประกอบด้วยD (DISTANCING) เว้นระยะห่างกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่นM (MASK- WEARING) สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา H (HAND WASHING) หมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์T (TEMPERATURE CHECK) ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และ T (THAICHANA) สแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ โดยขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้ใช้บริการเผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้ามายังสนามบิน 2 - 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการล่าช้าอันเกิดจากกระบวนการคัดกรองผู้โดยสาร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98214</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สงกรานต์, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_60684b0a3f9f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การบินไทยแจ้งพร้อมให้บริการภาคพื้นทันทีที่สนามบินเปิดให้บริการตามปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.63-นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการคนที่ 2 รักษาการแทนกรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยมีนโยบายผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมีบางประเทศเริ่มอนุญาตให้มีการเดินทางเข้า-ออก ประเทศ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ธุรกิจการบินเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ท่าอากาศยานในหลายประเทศ รวมทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้กำหนดมาตรการในการให้บริการวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) ทั้งนี้ ในส่วนของการบินไทยได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ เพื่อให้การบริการภาคพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างครบวงจร และมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ได้แก่ การบริการลูกค้าภาคพื้น การบริการอุปกรณ์ภาคพื้น การซ่อมบำรุงอากาศยาน การขนส่งสินค้า และบริการครัวการบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จึงขอให้ผู้โดยสาร คู่ค้า พันธมิตรธุรกิจ มีความมั่นใจว่าการบินไทยมีความพร้อมที่จะให้บริการอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานและครบวงจรที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69662</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล, บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน), พร้อมให้บริการ, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd614e5c27e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนามบินสุวรรณภูมิแจ้งปิดลานจอดรถโซน 6 ชั่วคราว ดีเดย์16 มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 มี.ค.63-นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) รักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จะปิดให้บริการลานจอดรถโซน 6 เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมพื้นที่และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVD-19 ประกอบกับในช่วงนี้มีผู้เข้ามาใช้บริการลานจอดรถน้อยลง จึงเห็นสมควรปิดลานจอดรถโซน 6 &amp;nbsp;เป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ ทสภ. มีการปิดพื้นที่จอดรถโซน 6 เป็นการชั่วคราว ผู้ใช้บริการสามารถนำรถมาจอดได้ที่อาคารและลานจอดรถยนต์ 2 - 5 ที่อยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสารได้ตามปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติพงศ์ กิตติขจร, ลานจอดรถ, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6e2974ea0f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรุ่งนี้&#039;ลุงตู่&#039;บุกสนามบินสุวรรณภูมิให้กำลังใจจนท.เฝ้าระวังสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค. 63- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีกำหนดการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ในเวลา 10.00 น. จากนั้นเพื่อสร้างความมั่นใจในการรับมือโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงบ่ายวันเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่เฝ้าระวังสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนา โดยมีคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ เพื่อแก้ไวรัสโคโรนาบางส่วนที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)เพิ่งแต่งตั้งในวันนี้ร่วมติดตามด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55726</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุวรรณภูมิ, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e30252039561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
