<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากปาก&#039;ลูกตาล&#039; ก่อนเข้าเรือนจำฉันเห็น&#039;รุ้ง&#039;ไปนั่งกับเพื่อนหน้าตากังวล เหมือนกำลังจะร้องไห้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64- &amp;nbsp;สุวรรณา ตาลเหล็ก หรือ &amp;quot;ลูกตาล&amp;quot; สมาชิกกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย &amp;nbsp;ที่ได้รับการประกันตัว คดีอาญามาตรา 116 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suwanna Tallek ว่า มันเจ็บนะ เพราะฉันอยู่กับน้องในห้องเวรชี้ที่ศาลอาญาหลายชั่วโมง ฉันนั่งมองไมค์นอนเหยียดตัวยาวหลับอยู่บนเก้าอี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันเห็นรุ้งนอนเหยียดตัวยาวนอนกับพื้น หัวหนุนตักเพื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันเห็นไผ่นอนเหยียดยาวคว่ำหน้ากับพื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันเห็นรุ้งไปนั่งกับเพื่อนหน้าตากังวล เหมือนกำลังจะร้องไห้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันเห็นไผ่ถอดสร้อยจากคอตัวเองเอาไปใส่คอให้แม่พริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันไม่เห็นไมค์ ไมค์หายไปไหน ฉันเดาว่าไมค์ไปห้องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สักพักฉันไม่เห็นรุ้ง ไมค์ ไผ่ เขาหายไปไหน ฉันเข้าใจว่าไปสูบบุหรี่ที่ห้องน้ำ หรือไม่ก็ไปถ่าบรูปพิมพ์นิ้วมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันเห็นทนายเดินเข้ามาให้พวกเราเซนต์ชื่อในหนังสือยื่นประกัน ฉันจึงรู้ว่า จนท.เอาตัวรุ้ง ไผ่ ไมค์ ออกไปแล้ว และไม่ใช่แค่ฉันและน้อง ๆ อีกหลายคนที่เพิ่งรู้ว่าทั้งสามคนถูกนำตัวออกไปแล้ว ซึ่งทนายเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ปล่อยเพื่อนเรา
#ปล่อยนักโทษการเมือง
#คืนลูกให้แม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95455</URL_LINK>
                <HASHTAG>รุ้ง ปนัสยา, สุวรรณา ตาลเหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049763ecbe97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รำลึก 14 ปี &#039;นวมทอง&#039; ฝ่าย ปชต.โวแกนนำม็อบคณะราษฎรสานต่อเจตนารมณ์แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.63 - ที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ สะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ร่วมกับทีมมวลชนอาสา WeVolunteer นำโดย น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำ 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ผู้อำนวยการกองงานมวลชนอาสา WeVolunteer จัดกิจกรรมรำลึก 14 ปี ครบรอบวันเสียชีวิตของนายนวมทอง ไพรวัลย์ หรือลุงนวมทอง คนขับแท็กซี่ซึ่งผูกคอตายประท้วงการรัฐประหารของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อปี 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 โดยมีการใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจ ลุงนวมทองได้แสดงถึงการต่อต้านการทำรัฐประหารโดย โดยการขับรถแท็กซี่ชนกับรถถังจนได้รับบาดเจ็บ ต่อมาลุงนวมทองได้แสดงเจตนาที่แน่วแน่ในการต่อสู้กับอำนาจทหาร อำนาจเผด็จการอีกครั้ง ด้วยการมาจบชีวิตที่นี่ แสดงถึงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ว่าไม่เอาการรัฐประหาร และมั่นคงในประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เวลาผ่านมา 14 ปี พวกเราจะมารำลึกกันตรงจุดนี้ทุกๆ ปี สำหรับกิจกรรมวันนี้จะมีการวางดอกไม้รำลึกถึงท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายปิยรัฐ กล่าวรำลึกถึงการเสียชีวิตของลุงนวมทอง เป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่ธรรมดา คนไทยยังจดจำและศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้น เผด็จการอยู่ไม่ได้นาน ครูครอง จันดาวงศ์ พูดไว้และเสียชีวิตเพราะเผด็จการ ส่วนลุงนวมทองก็เสียชีวิตเพราะต้านเผด็จการ หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นครั้งสุดท้าย และขอให้เป็นครั้งสุดท้ายดังที่ลุงกล่าวว่าชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือวาดดาว นักกิจกรรมเพื่อความหลากหลายทางเพศ กล่าวตอนหนึ่งถึง 3 แกนนำคณะราษฎร 2563 ที่ถูกตำรวจอายัดตัวดำเนินคดีต่อ ว่าความกล้าหาญของพวกเขาไม่ต่างจากจิตวิญญาณของลุงนวมทอง อยากเล่าให้ลุงนวมทองและวีรชนได้ฟังว่าสิ่งที่พวกเขาทำมาไม่สูญสิ้น

ภายหลังการกล่าวปราศรัยและร้องเพลงรำลึก ผู้ชุมนุมได้ทยอยร่วมกันวางพวงมาลา วางดอกไม้และจุดเทียนรำลึกที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ ต่อมาผู้ชุมนุมได้ร่วมกันลอยกระทงในคลองหน้าสำนักงานไทยรัฐ ซึ่งบนกระทงมีข้อความว่า &amp;quot;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;quot; เนื่องจากจัดกิจกรรมตรงกับวันลอยกระทง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, คมช., นวมทอง ไพรวัลย์, ประท้วงรัฐประหาร, ผูกคอตาย, สุวรรณา ตาลเหล็ก, โตโต้ ปิยรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d59b4d7e1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลยี้&#039;รัฐบาลแห่งชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพลชี้เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอน เหตุเศรษฐกิจตกต่ำ กระแสต่อต้านมากขึ้น แนะเร่งแก้ปัญหาปากท้อง &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลตอกย้ำมีการใช้ต่างชาติปั่นกระแส &amp;ldquo;สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส&amp;quot; ในโซเชียลมีเดียผู้ใช้งานในไทยเพียง 11% นิด้าโพลระบุไม่เห็นด้วยรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์ต่อต้านโจมตีผู้มีความเห็นต่างทางการเมือง &amp;quot;สุภรณ์&amp;quot; เตือนผู้ชุมนุมอย่าก้าวล่วงสถาบันฯ เบรกนักการเมืองอย่าขนแนวร่วมมาหนุนม็อบ สนท.ชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทำกิจกรรมทุบศาลพระภูมิไม้จำลองประชดกระบวนการยุติธรรม จี้ปล่อยตัว &amp;quot;อานนท์-ไมค์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;quot;เสถียรภาพรัฐบาล ณ วันนี้&amp;rdquo; จำนวน &amp;nbsp;1,768 คน ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2563 สรุปผลได้ดังนี้ &amp;nbsp;&amp;ldquo;5 จุดแข็ง&amp;rdquo; ที่ทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง/มั่นคง อันดับ 1 มีเสียง ส.ว.สนับสนุน 64.74%, อันดับ 2 มีอำนาจเบ็ดเสร็จ 54.62%, อันดับ 3 มีเสียงข้างมากในสภา 51.52%, อันดับ 4 พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;36.81%, อันดับ 5 นโยบายช่วยเหลือประชาชน เช่น บัตรผู้สูงอายุ เราไม่ทิ้งกัน 31.92%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน &amp;ldquo;5 จุดอ่อน&amp;rdquo; ที่ทำให้รัฐบาลอ่อนแอไม่มั่นคง อันดับ 1ประเทศเผชิญปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ 77.49%, อันดับ 2 การบริหารประเทศย่ำแย่/แก้ปัญหาไม่สำเร็จ 67.00%, อันดับ 3 กระแสการต่อต้านรัฐบาลมากขึ้น 63.79%, อันดับ 4 การใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก 59.02%, อันดับ 5 ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล 57.95%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบ &amp;ldquo;จุดอ่อน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;จุดแข็ง&amp;rdquo; ประชาชนคิดว่ารัฐบาลยังมีความมั่นคงหรือไม่มั่นคง อันดับ 1 ไม่มั่นคง 71.15%, อันดับ 2 มั่นคง 28.85%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ &amp;ldquo;5 วิธี&amp;rdquo; ที่จะทำให้รัฐบาลมั่นคง คืออันดับ 1 แก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน 83.73%, อันดับ 2 ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน 69.99%, อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รับฟังความคิดเห็น/เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม 66.00%, อันดับ 4 พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น 64.36%, อันดับ 5 ใช้อำนาจในทางที่ถูกต้อง มีธรรมาภิบาล 59.19% &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง Ban รัฐบาลแห่งชาติ กรณีศึกษา ประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,712 ตัวอย่างในโลกโซเชียล และ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 1- 5 ก.ย.ที่ผ่านมา เมื่อถามถึงประเทศที่มีรัฐบาลแห่งชาติ นึกถึงประเทศอะไร พบว่า จำนวนมากที่สุดหรือร้อยละ &amp;nbsp;35.5 นึกถึงประเทศจีน รองลงมาคือร้อยละ 24.0 นึกถึงประเทศสหรัฐอเมริกา, &amp;nbsp;ร้อยละ 17.2 นึกถึงรัสเซีย และร้อยละ 23.3 นึกถึงประเทศอื่นๆ โดยผลสำรวจพบด้วยว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.2 ระบุรัฐบาลแห่งชาติเป็นรัฐบาลที่มั่นคงมากถึงมากที่สุด, ร้อยละ &amp;nbsp;67.6 ระบุรัฐบาลแห่งชาติเป็นรัฐบาลที่จะมีความมั่งคั่งมากถึงมากที่สุด และร้อยละ &amp;nbsp;66.0 ระบุรัฐบาลแห่งชาติจะเป็นรัฐบาลที่ยั่งยืนมากถึงมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าจะเอารัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.7 ระบุไม่เอา ในขณะที่ร้อยละ 31.9 เอา และร้อยละ 3.4 ระบุอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.นพดลกล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; (Social Media Voice) ผ่านระบบ Net &amp;nbsp;Super Poll ในการศึกษาแนวโน้มความเคลื่อนไหว &amp;ldquo;สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส&amp;rdquo; เปรียบเทียบกับ &amp;ldquo;ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส&amp;rdquo; พบข้อมูลกระแสในโลกโซเชียลที่น่าพิจารณาคือ กระแสตอบรับ ข้อความการเมือง ระหว่างวาทกรรมทั้งสองมีความแตกต่างกันในหลายประเด็นที่ค้นพบในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ จำนวนกลุ่มผู้ใช้งานที่ค้นพบในความเคลื่อนไหวต่อข้อความการเมืองว่า ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส ที่เคยปั่นยอดสูงสุดในวันที่ 8 สิงหาคม มีมากถึง &amp;nbsp;12.4 ล้านผู้ใช้งาน แต่ข้อความการเมือง &amp;ldquo;สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส&amp;rdquo; ที่เพิ่งรณรงค์ออกมา ล่าสุดมีเพียง 1,684,542 ผู้ใช้งานในโลกโซเชียล แต่พบว่ามาจากประเทศไทยเพียงร้อยละ 11.6 หรือประมาณกว่าแสนคนเท่านั้น ที่เหลือมาจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เช่นเดียวกันในช่วงที่ปั่นกระแสยอดสูงสุดของข้อความการเมืองที่ว่า ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส อยู่ในประเทศไทยเพียงร้อยละ 11.3 เท่านั้น
ใช้ต่างชาติปั่นกระแส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ช่องทางการใช้โซเชียลมีเดียสามอันดับแรกสำหรับข้อความการเมือง สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส เปลี่ยนไปจากข้อความการเมืองที่ว่า ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส โดยพบว่า ข้อความการเมือง สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส ใช้ Facebook มาเป็นอันดับแรก คือร้อยละ 39.4 รองลงมาคือ Twitter ร้อยละ 37.0, สำนักข่าวออนไลน์ ร้อยละ 10.9 ในขณะที่ข้อความการเมือง ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส ใช้ Twitter มากถึงร้อยละ 77.3 &amp;nbsp;รองลงมาคือวิดีโอ ร้อยละ 11.3 และสำนักข่าวออนไลน์ ร้อยละ 5.7 ตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือข้อความการเมือง สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส พบว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่หรือร้อยละ &amp;nbsp;89.4 เป็นตัวบุคคลผู้ใช้งาน เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ข้อความการเมือง ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส พบผู้ใช้งานส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.6 เป็นองค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;เสรีภาพในการโจมตีผู้เห็นต่าง&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้น ไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,326 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อต่อต้าน/โจมตีผู้แสดงความคิดเห็นต่างทางการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 51.58 ระบุว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพที่กระทำได้ในระบอบประชาธิปไตย รองลงมา ร้อยละ 13.20 ระบุว่าเป็นการละเมิดสิทธิผู้แสดงความคิดเห็นต่างทางการเมือง, ร้อยละ &amp;nbsp;12.14 ระบุว่าเป็นแค่การทำตามกระแส, ร้อยละ 8.90 ระบุว่าผู้ถูกต่อต้าน/โจมตีผ่านสื่อออนไลน์ก็มีสิทธิตอบโต้กลับ, ร้อยละ 8.37 ระบุเป็นแค่กิจกรรมทางการเมืองทั่วๆ ไปอย่างหนึ่ง ไม่เสียหายอะไร และเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่สร้างความแตกแยกในสังคม ในสัดส่วนที่เท่ากัน, ร้อยละ 4.37 ระบุว่าเป็นการรณรงค์ที่มีกลุ่มการเมือง/พรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง, ร้อยละ 4.15 ระบุว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย, ร้อยละ 2.87 ระบุว่าเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่บังคับให้คนในสังคมเลือกข้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์เพื่อต่อต้าน/โจมตีผู้แสดงความคิดเห็นต่างทางการเมือง พบว่า ร้อยละ 17.19 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะเป็นสิทธิและเสรีภาพที่สามารถกระทำได้, ร้อยละ 17.65 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ เป็นสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่างทางการเมืองผ่านสื่อออนไลน์ และเป็นช่องทางที่แสดงความคิดเห็นง่ายที่สุด, &amp;nbsp;ร้อยละ 20.36 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเป็นการละเมิดสิทธิผู้แสดงความคิดเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการเเสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน, ร้อยละ 37.18 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการเเสดง &amp;nbsp;ความคิดเห็นที่ต่างกัน ควรเคารพความคิดเห็น ไม่ควรโจมตีคนที่เห็นต่างทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความกลัวของประชาชนหากมีการแสดงความคิดเห็นต่างทางการเมือง แล้วจะถูกต่อต้าน/โจมตีผ่านสื่อออนไลน์ พบว่า ร้อยละ 10.48 ระบุว่ากลัวมาก เพราะทุกเพศทุกวัยมีสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่าย สามารถรับรู้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว, ร้อยละ 20.67 ระบุว่าค่อนข้างกลัว เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่ออาชีพการงาน เรื่องส่วนตัว และครอบครัว, ร้อยละ 17.35 ระบุว่าไม่ค่อยกลัว เพราะทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ แต่อยู่ในกรอบของกฎหมาย, ร้อยละ 46.30 ระบุว่าไม่กลัวเลย เพราะเป็นสิทธิและเสรีภาพที่สามารถแสดงความคิดเห็นต่างทางการเมืองในพื้นที่ส่วนตัวของตนเองโดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น&amp;nbsp;
เบรกขนมวลชนหนุนม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงผลกระทบต่อการตัดสินใจในการบริโภคของประชาชน พบว่า ร้อยละ 11.16 ระบุว่ามีผลกระทบมาก เพราะมีผลทางด้านจิตใจ กับผู้สนับสนุนหรือผู้แสดงความคิดเห็นต่างทางการเมืองทำให้แบนสินค้านั้นๆ ตามไปด้วย, ร้อยละ 15.31 ระบุว่า ค่อนข้างมีผลกระทบ เพราะผู้สนับสนุนหรือผู้แสดงความคิดเห็น ต่างทางการเมืองไม่มีใจเป็นกลาง ทำให้ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้านั้นๆ ด้วย, ร้อยละ 12.90 ระบุว่าไม่ค่อยมีผลกระทบ เพราะ การบริโภคสินค้าจะดูจากสรรพคุณ &amp;nbsp;คุณภาพ และคุณสมบัติมากกว่าปัจจัยอื่นๆ, ร้อยละ 57.46 ระบุว่าไม่มีผลกระทบเลย เพราะดูที่ตัวสินค้าเป็นหลักในการบริโภค และขึ้นอยู่กับความพึงพอใจหรือความชอบส่วนตัวมากกว่าพรีเซนเตอร์หรือยี่ห้อสินค้า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงม็อบปลดแอกรวมทั้งเครือข่ายเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ว่า ฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มที่เข้ามาชุมนุม โดยเฉพาะสิ่งที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความรุนแรงหรือเกิดการกระทบกระทั่งโดยบุคคลที่สาม แต่เรายังยืนยันว่าการชุมนุมนั้นเป็นไปตามสิทธิ์ของกฎหมาย วันนี้บ้านเมืองเกิดภาวะเศรษฐกิจที่มาจากผลกระทบโควิด-19 เราควรเอาบ้านเมืองมาก่อน การออกมาชุมนุมเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทางนายกรัฐมนตรีและทางรัฐบาล และสภาผู้แทนฯ ก็ได้ดำเนินการขับเคลื่อนไปแล้ว ทาง รมว.ศึกษาธิการก็ได้พูดคุยกับกลุ่มนักเรียนนักศึกษา กลุ่มรัฐบาลก็เปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็นเช่นเดียวกัน และข้อเรียกร้องต่างๆ เราก็ไม่ปฏิเสธ เรายินดีที่จะรับฟัง และทางสภา และพรรคการเมืองต่างๆ ก็ดำเนินการตามขั้นตอนของระบบรัฐสภาอยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่สิ่งที่เราไม่เห็นด้วยคือการก้าวล่วงสถาบันฯ วันนี้ ชาติ &amp;nbsp;ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเราจะต้องช่วยกันปกป้องและรักษาเอาไว้ ไม่ใช่มีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มาคิดที่จะล้มล้างสถาบันฯ การ ชุมนุมในวันที่ 19 &amp;nbsp;ก.ย.นี้ ขอให้เป็นไปอย่างสงบ สันติ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ตามสิทธิเสรีภาพที่สามารถชุมนุมได้ แต่อย่าฝ่าฝืนหรือทำผิดกฎหมาย และสำคัญเรื่องการที่จะปราศรัยที่จะแตะต้องหรือก้าวล่วง จาบจ้วงสถาบันฯ ก็ไม่ควรจะทำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุภรณ์กล่าวว่า ในฐานะที่มีประสบการณ์ในอดีต เรารู้ว่าการชุมนุมที่ผ่านมาในอดีตตั้งแต่ปี 2552-2553 และอีกหลายครั้งจนถึงการชุมนุมในปี 2557 ของ กกปส.ทุกกลุ่ม เรามั่นใจว่ามีพรรคการเมืองหนุนหลัง มีกลุ่มการเมืองหนุนหลัง ดังนั้นการชุมนุมของน้องนิสิตนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตยโดยบริสุทธิ์ใจ เราไม่ห้าม แต่ก็ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย ฝากถึงบรรดากลุ่มก้อนการเมืองทั้งพรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายแค้น ขอให้หยุดพฤติกรรมในสิ่งที่จะขนคนสนับสนุนด้านการเงินหรือขนคนขนแนวร่วมเข้ามาชุมนุมในการชุมนุมครั้งนี้ ขอร้องอย่าได้ทำพฤติกรรมอย่างนั้น ไม่เหมาะ ไม่ควรอย่างยิ่ง ขอให้เบรกไว้ก่อนว่าอย่าได้ทำพฤติกรรมอย่างนั้นเลย อย่าทำให้บ้านเมืองเกิดความชุลมุนวุ่นวาย หรือเกิดความเสียหายย่อยยับไปกว่านี้ อดีตหลายปีที่ผ่านมาก็เป็นบทเรียนที่เราควรจะนำมาเป็นบทเรียน ว่าการชุมนุมแต่ละครั้งมันสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติบ้านเมืองและระบบเศรษฐกิจ ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ แต่สิ่งที่เสียหายย่อยยับคือประเทศชาติและประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาว 4 วัน ประชาชนเดินทางออกไปท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กระบี่ สมุย เชียงใหม่ ฯลฯ ตนเห็นด้วยที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้คนไทยได้เที่ยวเมืองไทย เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภาวะที่ประเทศได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพราะประเทศกำลังประสบปัญหาต่างๆ มากมาย จึงอยากจะวิงวอนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง หรือกลุ่มนักศึกษา ให้เห็นแก่ประเทศและประชาชน ขอให้ทำความเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกฝ่ายรักประเทศ เพราะฉะนั้นน่าจะหาทางออกร่วมกันเพื่อประเทศได้ ประชาชนส่วนใหญ่ต่างไม่อยากให้ประเทศขัดแย้งอีก เพราะจะเป็นการซ้ำเติมประเทศ จึงอยากให้ทุกฝ่ายเจรจาถอยกันคนละก้าว เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้
จี้ปล่อยอานนท์-ไมค์ ระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นวันเดียวกัน ที่บริเณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ติดถนนงามวงศ์วาน กลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมชุมนุมเรียกร้องเรียกร้องให้ &amp;quot;ปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ &amp;ldquo;ไมค์ ระยอง&amp;rdquo; แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยไม่มีเงื่อนไข&amp;quot; &amp;nbsp;เพื่อยืนยันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากเรือนจำไม่เปิดให้เยี่ยมญาติในช่วงวันหยุดราชการตั้งแต่วันที่ 4-7 กันยายน จะเปิดอีกครั้งในวันทำการปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ประมาณ 200 คน มาร่วมกิจกรรม และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ประชาชื่น ประมาณ 5 นาย มาร่วมดูแลความปลอดภัยและการจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บนเวทีที่ตั้งหน้ารั้วเรือนจำฝั่งบ้านสวัสดี มูลนิธิพิบูลสงเคราะห์ ยังคงมีโบขาวที่ผู้ชุมนุมนำมาผูกติดอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก ขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อแสดงจุดยืนทวงความยุติธรรมให้นายอานนท์ และนายภาณุพงศ์ หลังถูกจับกุมขังในเรือนจำ ด้วยกฎหมายอาญา 116 &amp;nbsp;ที่มองว่าทำเกินกว่าเหตุ และเป็นการรังแกผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.15 น. ได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการนำศาลพระภูมิไม้จำลอง 3 หลัง มาตั้งหน้าเวที และให้แกนนำที่ถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 116 จำนวน 3 คน นำโดย น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว ประธานสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.), น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา เพื่อประชาธิปไตย และนายนายกรกช แสงเย็นพันธ์ หรือ ปอ ใช้ค้อนทุบศาลพระภูมิไม้จำลอง เพราะไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ระหว่างการจัดกิจกรรมยังสลับกับการเปิดเพลงเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และปราศรัยกล่าวหาว่าประเทศปกครองในระบบเผด็จการ และไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่รังแกผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.00 น. น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24มิถุนา เพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีกล่าวว่า จะทำกิจกรรมเช่นนี้ทุกวัน จนกว่าจะเยี่ยมนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ &amp;ldquo;ไมค์ ระยอง&amp;rdquo; แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอกได้ หลังถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. พร้อมนัดหมายจะจัดปาร์ตี้กินลาบก้อยสักหนึ่งวัน ส่วนจะเป็นวันไหนจะแจ้งให้ทราบ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76687</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, ดร.นพดล กรรณิกา, ธนกร วังบุญคงชนะ, ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, สุวรรณา ตาลเหล็ก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f54efbd00fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สน.นางเลิ้งแจ้ง 5 ข้อหา &#039;ม็อบมุ้งมิ้ง&#039; ชุมนุมหน้ากองทัพบก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63 - ที่ สน.นางเลิ้ง นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นางสาวสุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย และ นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณีจัดการชุมนุมปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน,ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง จัดจุดคัดกรองผู้ที่จะเข้ามายังบริเวณโรงพักอย่างเข้มงวด พร้อมกันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมถึงสื่อมวลชนขึ้นไปบนโรงพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุวรรณา กล่าวว่า ตลอดสมัยของรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตนถูกหมายเรียกและหมายจับในคดีชุมนุมทางการเมืองทั้งหมด 7 หมาย มีคดีคนอยากเลือกตั้ง 4 คดี ชุมนุมม็อบนักศึกษา 2 หมายเรียก และมีอีก 1 หมายจับของ สน.สำราญราษฎร์ แต่ยืนยันว่าไม่มีความกังวล อีกทั้งในการชุมนุมปราศรัยทุกครั้ง ก็เป็นสิทธิ์เสรีภาพในการพูด สิ่งใดที่สะท้อนได้ก็จะสะท้อนออกไป อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าการเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้จะถูกแจ้งข้อหาอะไร เพียงแต่ทราบว่ามีรายชื่อในกลุ่มบุคคลที่ถูกหมายจับจึงมาเข้าพบตำรวจ ตอนนี้จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะยอมรับผิดหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา ส่วนกรณีนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกหมายเรียกครั้งนี้ ก็ไม่ทราบว่าจะเข้ามาพบตำรวจที่นี่ด้วยหรือไม่ เนื่องจากถูกจับกุมที่ จ.ระยอง ก่อนคุมตัวไป สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอานนท์ กล่าวว่า การเข้าพบตำรวจนางเลิ้งวันนี้สืบเนื่องจากการชุมนุมที่หน้ากองทัพบก ภายหลัง พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร นายทหารประจำกรมยุทธการ กองบัญชาการกองทัพบก โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นการชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาว่าเป็นม็อบมุ้งมิ้ง แต่หลังจากนี้คาดว่าตนอาจจะถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง มาอายัดตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับกรณีการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนคุมตัวฝากขังศาลธัญบุรี ซึ่งจะมีทีมทนายความไปดำเนินการขอประกันตัวอีกครั้ง เช่นเดียวกับกรณีนายภาณุพงศ์ ที่น่าจะถูกฝากขังในช่วงบ่ายวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีที่ สน.นางเลิ้ง ตนไม่ทราบว่าถูกแจ้งกี่ข้อหา แต่การที่ต้องมาถูกตำรวจทยอยจับกุมตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นมองว่าเป็นยุทธวิธีการคุกคามของประเทศที่เป็นเผด็จการ แต่ยืนยันว่ายังพร้อมจะต่อสู้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนยังมองว่า การที่กองทัพเรือจัดซื้อเรือดำน้ำในเวลานี้ เหมือนเป็นการตบหน้าและถมน้ำลายใส่หน้าคนไทย เนื่องจากสถานการณ์ในเวลานี้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยุทโธปกรณ์ในการสู้รบ เป็นการกระทำที่ไม่รอฟังเสียงคัดค้านของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้จะถูกนำไปเป็นประเด็นการเรียกร้องในเวทีชุมนุมใหญ่ครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตถึงการแจ้งข้อหาว่าฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ใช้เพื่อกีดกั้นการแสดงความเห็นของประชาชนโดยนำเรื่องโควิด-19 มาเป็นข้ออ้างเพื่อสกัดกั้นการชุมนุม เพราะทุกคนต่างทราบกันดีผ่านข่าวสารมาตลอดว่าไม่มีคนติดเชื้อในไทยมานานแล้ว มองว่ารัฐบาลพยายามปาระเบิดใส่พวกเราด้วยการจับกุมดำเนินคดีแล้วปล่อยตัวหลายครั้งเพื่อให้เหนื่อยล้า แต่ยืนยันว่าเราไม่ย่อท้อ จนกว่าจะถึงการชุมนุมใหญ่วันที่ 19 กันยายนนี้ เชื่อว่าจะยังมีแนวร่วมของผู้ที่รักในประชาธิปไตยออกมากันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามกำหนดการมีนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง&amp;nbsp;อีก 1 คน ที่ถูกออกหมายเรียก เตรียมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา แต่เนื่องจากวานนี้ถูกตำรวจ สืบสวนภูธรภาค 2 นำหมายศาลเข้าจับกุมที่จังหวัดระยอง ก่อนถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.คลองหลวง และอยู่ระหว่างเตรียมนำตัวไปฝากขังที่ศาลธัญบุรีในช่วงบ่ายวันนี้ จึงไม่ได้มาตามหมายเรียก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเข้ารับทราบข้อหา&amp;nbsp;นายพริษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าคดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นการพยายามสกัดขาพวกตนให้เสียขวัญและเหนื่อยล้า แต่รัฐบาลคิดผิด เพราะสิ่งที่ทำเหมือนกำลังประจานตัวเอง โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกดขี่ประชาชนที่เห็นต่าง ยืนยันว่ากิจกรรมการชุมนุมต่างๆ จะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งการชุมนุมใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กันยายนนี้ เชื่อว่าจะมีผู้เข้ามาร่วมชุมนุมจำนวนมาก สังเกตจากกระแสการชุมนุมที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดแถลงข่าวถึงประเด็นนี้อีกครั้งในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;สิงหาคมนี้ ที่สมาคมฝรั่งเศส ถนนวิทยุ ทั้งนี้ยืนยันว่า ข้อเรียกร้องปฏิรูป&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ประการยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นหลักการขั้นพื้นฐานของประเทศที่มีสถาบันอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษ ประเทศสเปน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยรัฐ กล่าวว่า สำหรับคดีชุมนุมที่หน้ากองทัพบก ตำรวจนางเลิ้ง ได้แจ้งความ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ข้อหา ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ความสะอาด เบื้องต้นพวกตนให้การภาคเสธและจะไปให้การในชั้นศาล โดยพนักงานสอบสวนได้นัดส่งสำนวนในวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;กันยายนนี้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการชุมนุมเป็นสิทธิ์เสรีภาพในการแสดงออก โดยการชุมนุมดังกล่าวได้นัดรวมพลกันเพียงชั่วคราว เมื่อเสร็จแล้วก็ช่วยกันเก็บขยะทำความสะอาดก่อนแยกย้ายกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยรัฐ จงเทพ, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ศูนย์ทนายความเพิื่อสิทธิมนุษยชน, สน.นางเลิ้ง, สุวรรณา ตาลเหล็ก, อานนท์ นำภา, แกนนำม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f44b5d08b8bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักข่าวเทวดา&#039; ชี้รัฐบาลพลาดแล้วจับ &#039;ลูกศิษย์ ส.ศิวรักษ์ - แกนนำกลุ่ม24มิถุนา&#039; โหมกระพือม็อบลุกพรึ่บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - นายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักเคลื่อนไหว&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ข่าวสดอิงลิช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับแกนนำม็อบปลดแอก ว่าเป็นการเรียกแขกเพิ่ม โดยเฉพาะนายบารมี ชัยรัตน์ ที่โดนจับพร้อมแกนนำเยาวชนปลดเเอก คือศิษย์คนสำคัญคนหนึ่งของ ส.ศิวรักษ์ เป็นเลขาธิการสมัชชาคนจน เครือข่ายชาวไร่ชาวนาและคนจนเมืองที่มีองค์กรแบบเป็นประชาธิปไตยรากหญ้ามีส่วนร่วม ต่อสู้ตั้งแต่ต้านเขื่อนปากมูล งานนี้เท่ากับเป็นการเรียกแขกปลุกคนต้านเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคนที่ถูกจับพร้อมแกนนำเมื่อคืนชื่อ สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม #24มิถุนา เพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหวเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำเรื่องวันอภิวัฒน์ 24 มิถุนา 2475 มากว่าทศวรรษก่อนกระแสจะขยายสู่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เธอเป็นคนสนิทของอดีตนักโทษมาตรา 112 #สมยศ พฤกษาเกษมสุข&amp;nbsp;
ลูกตาลเยี่ยมนักโทษทางการเมืองและนักโทษมาตรา&amp;nbsp;112&amp;nbsp;ในคุกมาโดยตลอด พวกที่ออกมาแล้วคงไม่นิ่งนอนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74994</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม24มิถุนาฯ, บารมี ชัยรัตน์, ประวิตร โรจนพฤกษ์, สมัชชาคนจน, สุวรรณา ตาลเหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3de662a62f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
