<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวิทย์&#039; แกนนำสี่กุมาร ขอเว้นวรรคการเมือง แจ้งเพื่อนในกลุ่มแล้ว อยู่ตรงไหนก็ทำงานให้บ้านเมืองได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและพัฒนา และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีกระแสข่าวกลุ่มสี่กุมารเตรียมจับมือกลุ่มการเมืองว่า เรื่องนี้ก็ไม่ทราบและไม่ได้ติดตามมาตั้งแต่ต้น แต่สำหรับตนแล้วได้บอกกับคนอื่นๆในทีมสี่กุมารแล้วว่า ครั้งนี้ตนขอเว้นวรรคทางการเมือง เพราะยังมีหลายเรื่องที่ทำให้กับบ้านเมืองได้และกำลังทำอยู่ แต่อย่างไรก็ขอให้กำลังใจกับทุกคนที่จะเดินหน้าทำงานการเมืองกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าที่แสดงเจตนารมณ์ต้องการเว้นวรรคทางการเมือง เป็นเพราะการเมืองที่กลุ่มสี่กุมารเจอมาหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า อย่างที่บอกอะไรก็ตามเมื่อเรามาเราก็ต้องไป คงไม่ได้ยึดติด และด้วยสูตรโครงสร้างเวลานั้น ทำให้เราไม่สามารถเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับส.ส.ในสภาได้ ซึ่งเป็นจุดตายอยู่แล้ว และเรื่องของเกมการเมืองเราก็รู้อยู่แล้วว่าก็ต้องเป็นแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวว่า&amp;nbsp;หลังจากตนลงจากตำแหน่งก็ได้มาขับเคลื่อนใน 2 เรื่อง คือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชนโดยการปั้นผู้นำเยาวชนให้เป็นคนกำหนดอนาคตประเทศ &amp;nbsp;(Future Changer) หาพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออก ในนามโครงการ Youth in Charge Leadership Academy ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคการศึกษา และเรื่องที่ 2เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG (Bio Circular Green Economy) ที่จะเป็นหัวรถจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหลังโรคโควิด-19 สร้างโอกาสของประเทศไทยในเรื่องของความปลอดภัย ความมั่นคงทางด้านอาหาร สุขภาพ และการมีงานทำ BCG เป็นการตอบโจทย์และถ้าทำดีๆมันไม่ใช่ไม่มีความหวัง สำหรับตนตรงนี้ถือเป็นการทำงานให้กับบ้านเมืองได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาชิกกลุ่มสี่กุมาร ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน และอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119652</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคพลังประชารัฐ, สี่กุมาร, สุวิทย์ เมษินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166a9239e7a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นนายกฯแล้ว &#039;อุตตม&#039; ยัน 4 กุมารลาออกเพื่อให้ชาติเดินหน้า เปิดทางปรับ ครม.ลดแรงกดดันการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานช่วงเช้าก่อนที่นายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกฯ จะเดินทางมายื่นหนังสือลาออกกับนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ มีรายงานว่าทั้ง 4 คน ได้เดินทางไปโรงแรมหรรษา นัดหารือกันเพื่อพูดคุยลำดับขั้นตอนต่างๆ รวมถึงกำหนดตัวบุคคลและประเด็นที่จะให้สัมภาษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 10.00 น. ทั้ง 4 คน เดินทางถึงทำเนียบฯโดยลงรถหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะเดินขึ้นตึกพร้อมๆกันและให้ช่างภาพถ่ายภาพ ทั้งหมดมีสีหน้าแจ่มใส พร้อมกันนี้หลังยื่นหนังสือลาออกได้ขึ้นชั้นบนตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อสักการะพระพรหมประจำตึกไทยฯ และลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายายสิ่งศักดิ์ประจำทำเนียบฯเพื่ออำลาตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.40 น.นายอุตตม กล่าวว่าวันนี้พวกตนทั้ง 4 คน ได้นำหนังสือลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคนยื่นต่อนายกฯ ผ่านนายดิสทัต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.เป็นต้นไป พร้อมกันนี้นายกอบศักดิ์ ได้รับมอบหมายจากนายสมคิด ให้นำหนังสือลาออกของนายสมคิดมายื่นพร้อมกันด้วย จากนี้ถือว่าโล่งอกในระดับหนึ่ง การลาออกครั้งนี้พวกเราเห็นพ้องกันว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม มองแล้วเหตุการณ์ที่เราเห็นกันอยู่เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ความคลุมเครือหายไป เราจะได้มีส่วนช่วยลดความกดดันทางการเมืองที่อาจมีต่อนายกฯในช่วงเวลานี้ อาจส่งผลให้เกิดความชะงักในการบริหารงาน คิดร่วมกันแล้วจึงลาออกในช่วงนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน เช่น ในเรื่องการปรับครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการลาออกเพราะได้รับแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่าเราคิดของเราเอง ไม่ได้ถูกกดดัน ส่วนการลาออกเข้าใจว่าขณะนี้นายกฯทราบเรื่องแล้ว เพราะประสานนายดิสทัตมาก่อน ถือว่าจากกันด้วยดี และนายสมคิดไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับการพูดคุยกับนายกฯให้ฟัง ช่วงนี้พวกเราต้องช่วยกันประคับประคองสถานการณ์บ้านเมือง ส่วนอนาคตนั้น อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต่อสังคม เราสามารถทำสิ่งเหล่านั้น ไม่ปิดกั้นการร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการทาบทามหรือตั้งกลุ่มการเมืองใหม่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่าส่วนตัวไม่มี และเชื่อว่าทุกคนยังไม่ได้เดินในเรื่องนี้ เมื่อถามว่าการลาออกเพราะนายสมคิดขอให้ลาออกพร้อมกันหรือไม่ นายอุตตมกล่วาว่า ไม่ใช่ เราหารือและคิดกันเอง นายสมคิดก็เห็นพ้อง แต่ในส่วนของนายสมคิดนั้นสื่อมวลชนคงทราบแล้วบ้าง ว่าเรื่องสุขภาพเป็นเหตุผลหนึ่ง หากได้พักผ่อนพื้นฟูสุขภาพน่าจะเป็นสิ่งที่ดี รวมถึงพวกตนจะถือโอกาสพักผ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการเข้าสู่การเมืองครั้งนี้มีอะไรได้มา เสียไปอย่างไรบ้าง นายอุตตม กล่าวว่า ในนามของพวกตน ขอขอบคุณนายกฯ ที่ให้ความไว้วางใจให้โอกาสมาทำงานให้บ้านเมืองมาระยะหนึ่ง ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาพอประมาณ ตนขอขอบคุณที่ไว้วางใจให้พวกเรามาทำงานให้ชาติบ้านเมืองและทำงานให้นายกฯ สำหรับตนนี่คือสิ่งที่ทำสำคัญที่สุดที่พวกเราได้มาในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าจะพูดได้หรือไม่ว่ายังไม่เข็ดการเมือง นายอุตตมกล่าวว่า &amp;ldquo;เอาเป็นว่าวันนี้ยังไม่ได้คิดจริงๆ เอาทีละขั้นตอน&amp;nbsp;ขอคิดนิดนึง เราคนไทยมีหน้าที่กันทุกคน ในการประคับประคองให้ประเทศเดินหน้าไปได้ในภาวะเช่นนี้ เรามีเหตุผลในการลาออกของเราที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์กับการบริหาร ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤติ ส่วนใครจะมารับหน้าที่ต่อนั้นเราไม่ทราบแต่เชื่อว่านายกฯมีความสามารถ คงหาคนมีความสามารถมาร่วมทีม ขณะที่ตำแหน่งในกมธ.งบประมาณรายจ่ายปี 2564 นั้นคงหลุดไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ที่ต้องลาออกขณะที่มีงานค้างอยู่ นายอุตตมกล่าวว่า พวกตนไม่ยึดติดตำแหน่งและไม่เสียดาย เราได้รับโอกาสมาทำงานก็ทำงาน เมื่อไม่มีตำแหน่งก็สามารถทำงานเป็นประโยชน์ได้ เมื่อถามว่าเจ็บตัวในการเข้าการเมืองหรือไม่นายอุตตม กล่วาว่า ไม่เจ็บตัว เพราะไม่ว่าใส่หมวกใบไหนก็ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71624</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 กุมาร, กอบศักดิ์ ภูตระกูล, นายสนธิรัตน์ สนธิจิระวงศ์, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fe93c64b26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นับ1เขย่าเก้าอี้ครม. 4กุมารไขก๊อกพปชร.‘ประยุทธ์’คุยพรรคร่วมจับตาโควตานายก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปิดฉาก 4 กุมารตอนแรก &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; นำแถลงไขก๊อกอย่างเป็นทางการ บอกถึงเวลาเหมาะสม ตอนนี้ยังไม่คิดตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมืองใหม่ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เคารพการตัดสินใจ ลั่นได้เวลานับหนึ่งเขย่าเก้าอี้ ครม. ชี้ต้องคุยกับหัวหน้าทุกพรรคร่วมจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะเก้าอี้ รมต.ในโควตานายกฯ เผยเล็งไว้หลายคนในทุกภาคส่วน แต่ยังไม่ได้ทาบ รับประยุทธ์ 2/2 ต้องสร้างการยอมรับ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว กลุ่ม 4 กุมารประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีต เลขาธิการพรรค พปชร., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค พปชร. และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ อดีตกรรมการบริหารพรรค พปชร. แถลงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร.อย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอุตตมกล่าวว่า การทำงานร่วมกับพรรคมา 2 ปี ถือว่าภารกิจนำพาพรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ได้สำเร็จ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และเวลานี้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว จึงขอยุติบทบาทในทางการเมืองกับพรรค พปชร. ที่มีผู้บริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ต่อไป โดยจะเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายบริหารในตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ และยังไม่ได้มีความคิดไปตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมือง
&amp;quot;การแถลงวันนี้เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ส่วนการจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งใดๆ ในอนาคตเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ โดยขึ้นอยู่กับนายกฯ เวลานี้ขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หากจะมีการปรับเปลี่ยนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถือเป็นเรื่องของนายกฯ ทั้งนี้ พวกเราทำปัจจุบันให้เต็มที่ วันข้างหน้าเป็นเรื่องของวันข้างหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันนี้ถือเป็นการปิดตำนาน 4 กุมารได้หรือยัง หรือจะมีภาคต่อไป นายอุตตมตอบว่า เอาเป็นว่าวันนี้เราได้บรรลุในสิ่งที่เราตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้น ถือว่าบรรลุแล้ว อาจเรียกได้ว่าจบไปตอนหนึ่ง และเราจะทำงานของเราต่อ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรยังไม่ได้คิด แล้วจะเป็นอย่างไรขอให้ดูโอกาสที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนมีแน่นอน เชื่อว่าอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าจะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีความคิด ยังขอทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การลาออกจากพรรคในวันนี้ไม่ได้มีการแจ้งนายกฯ เพราะถือเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร แต่คิดว่านายกฯ คงได้ติดตามข่าวอยู่แล้ว วันนี้ขออยู่กับปัจจุบัน ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ยังไม่อยากไปคิดถึงเรื่องตำแหน่งใดๆ ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวเช่นกันว่า เราไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง และแยกแยะบทบาทในพรรค พปชร.กับฝ่ายบริหารในฐานะรัฐมนตรี โดยจะทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด ส่วนสัดส่วนของ ครม. หากไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว จะเป็นโควตากลางของนายกฯ หรือไม่นั้น เราไม่ไปก้าวล่วง เพราะอยู่นอกขอบเขตการตัดสินใจ และอนาคตจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯ พิจารณา ที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของ พปชร. แม้จะไม่เคยทำงานการเมือง แต่ก็สร้างพรรคจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และอยากให้พรรคเข้มแข็ง เดินหน้าเป็นสถาบันการเมืองต่อไป
4 กุมารบอกสมคิดแล้ว
&amp;ldquo;สายใยความผูกพันกับสมาชิกจะไม่หายไป ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ยังเป็นครอบครัวกัน ไม่ได้ขัดแย้งกัน และเคยพูดเสมอว่าไม่ถอดใจ การมาทำงานการเมืองคือความเสียสละ ทำหน้าที่ให้ดี ตราบใดที่มีหน้าที่จะทำให้ ไม่ได้ยึดตำแหน่งหรือหวังอะไร ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคได้บอกกล่าวกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แล้ว ซึ่งท่านให้กำลังใจในการทำงาน แต่ไม่ได้แนะนำอะไร เพราะท่านเคารพการตัดสินใจของพวกเรา&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ย้ำว่า ในวันนี้พวกเราจะยังทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารจนถึงที่สุด จนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จะมาคิดเรื่องโควตาในวันนี้ โดยสิ่งที่รู้สึกคือภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างพรรคใหญ่ เป็นสถาบันทางการเมืองให้ประชาชนมีความหวัง สมาชิกพรรคทั่วประเทศ เราไม่มีการโกรธชังกัน ถึงวันนี้เราจะลาออกจากพรรค แต่มิตรภาพจะยังคงอยู่ เราแค่เลือกทางเดินในวิถีของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า เคารพการตัดสินใจ ถือเป็นเรื่องภายในพรรค ซึ่งก็ต้องเตรียมพิจารณาว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป วันนี้ขอให้ท่านเชื่อมั่นระบบบริหารราชการแผ่นดินของเรา เชื่อมั่นในตนเองที่จะนำพาประเทศชาติในช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ในส่วนการปรับเปลี่ยน ครม.ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นวิถีทางทางการเมือง การเข้ามาเป็น ส.ส. การเข้ามาเป็นรัฐมนตรี การจะเข้ามาเป็น ครม. การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องไปพูดคุยเจรจากันอีกครั้ง ซึ่งคำตอบอันนี้ยังไม่มีให้ว่าใครจะเป็น ใครจะเข้า ใครจะออก เพราะเราต้องคุยกับพรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามกลไกทางการเมือง ขอให้ใจเย็นๆ
เมื่อถามว่า ที่มีข่าวว่ากำหนดไว้ว่าเดือน ก.ย.จะปรับ ครม.ถึงวันนี้จะเร็วขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามว่า &amp;quot;ดูจากการปรับ ครม. ใครปรับหรือยัง ผมพูดเมื่อไหร่ว่าจะมีขึ้นในเดือน ก.ย. ผมไม่เคยพูดจะปรับในเดือนกันยายนเลย พวกคุณไปตีความกันเอง&amp;quot;
เมื่อถามย้ำว่า ช่วงเวลาที่นายกฯ วางไว้เป็นช่วงเดือนไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบทันทีว่า &amp;quot;ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่ไม่ได้พูดว่าเป็นเดือนกันยายน&amp;quot;
เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่กำหนดชัดเจนว่าจะปรับ ครม.เมื่อไหร่ ก็จะมีการวิ่งเต้นเพื่อขอตำแหน่งกันอีก พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า &amp;quot;วิ่งกับใคร ผมยืนยันว่าใครจะวิ่ง ใครจะอะไร คนวิ่งมากๆ ก็อาจไม่ได้ก็ได้ แต่ขอร้องว่าอย่าทำให้เกิดความสับสนอลหม่านได้หรือไม่ ใครจะวิ่งก็วิ่งไปเถอะ ผมจะตัดสินใจด้วยตัวของผมเอง และผมก็ต้องคุยกับหัวหน้าพรรคทุกพรรค&amp;quot;
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อ 4 กุมารไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วจะส่งผลต่อเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องกลไกภายในพรรค เพราะสัดส่วนในการเข้ามาเป็นรัฐมนตรีมาจากพรรคการเมืองเป็นอันดับแรก โควตาคนนอกก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าตนเองก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พปชร. เพราะฉะนั้นสัดส่วนรัฐมนตรีก็ต้องฟังจากพรรคเป็นหลัก การจะนำคนนอกเข้ามาก็เป็นโควตาของเขา ซึ่งตนเองก็ขอเขามา และเขาก็ให้เข้ามาตรงนี้ รวมทั้งมีรัฐมนตรีหลายคนที่มากับตนเองด้วย
เมื่อถามว่า การที่ 4 คนลาออกจาก พปชร. ถือว่าเป็นโควตาของนายกฯ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดิมก็เป็นเช่นนั้นอยู่ และเป็นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นวันนี้ต้องไปดูว่าโควตาเหมาะสมแล้วหรือยัง ใครจะได้เพิ่ม ใครจะได้ลดอย่างไรก็ไปว่ากันอีกที
ซักอีกว่าพูดได้หรือไม่ว่าการปรับ ครม.ครั้งหน้าจะเป็นการปรับใหญ่หรือปรับเฉพาะที่จำเป็น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เท่าที่จำเป็น ใครที่เขาทำงานดีอยู่แล้วก็ให้เขาทำงานต่อ ที่ผ่านมาทุกคนทำงานดีทั้งหมด ไม่ได้ว่าใครไม่ดี เพียงแต่กลไกทางการเมืองและวิถีทางการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ย้ำ 4 เก้าอี้โควตานายกฯ
เมื่อถามย้ำว่า โควตาสัดส่วน ครม.ของนายกฯ คือเฉพาะตำแหน่งเดิมที่มีอยู่ใช่หรือไม่ นายก?ฯ กล่าวว่า &amp;quot;ผมถึงถามว่าเมื่อเอาเขาเข้ามาแล้วจำเป็นต้องคืนเขาหรือเปล่า ต้องคืนเขาบ้างไหม จะมีคนนอกเข้ามาได้ตรงไหน ก็ต้องไปคุยกันอีก เพราะผ่านมา 1&amp;nbsp; ปีแล้วก็ต้องคุยกันใหม่&amp;rdquo;
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายสมคิดบ้างหรือยัง นายกฯ ตอบว่า ก็มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด นายสมคิดก็บอกว่าท่านเองก็พร้อมทุกเรื่อง แต่เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีกระแสข่าวโจมตีและขย่มนายสมคิดบ่อยครั้ง พอยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่มีปัญหาระหว่างกัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ผมเองก็ต้องดูมีการขย่มกันทั้ง 2 ฝ่าย สื่อก็รู้ว่าใครขย่มใคร แล้วใครขย่มกันอย่างไร วิธีไหน บางทีก็พูดกันไปเรื่อย สื่อก็เอาไปพาดหัวข่าว ซึ่งผมก็ไม่รู้ ผมก็ต้องดูว่าใครขย่มใคร และใครถูกใครผิด ผมจะตัดสินของผมเอง&amp;quot;
ถามอีกว่า หากดูตามระยะเวลาแล้ว คิดว่าถึงเวลาที่จะปรับ ครม.แล้วหรือยัง ในขณะที่ยังมีวิกฤติหลายด้าน นายกฯ กล่าวว่าพวกท่านก็รู้ว่ายังมีวิกฤติอยู่ ดังนั้นวันนี้ก็ต้องทำงานกันไปก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่ต้องปรับก็จะปรับไป แต่ขอให้เชื่อมั่นในกลไกของเรา การบริหารราชการแผ่นดินที่ได้สร้างไว้ ใครจะไปใครจะมา ก็ต้องรักษากฎระเบียบที่วางไว้ใน พ.ร.บ.ต่างๆ ที่ทำไปใหม่ ทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.การเงินการคลัง เราอาจยึดมั่นตัวบุคคลเป็นธรรมดาในเรื่องของความเชื่อมั่น แต่สิ่งสำคัญที่สุดถ้าตัวบุคคลทำงานร่วมกันไม่ได้มันก็อยู่ไม่ได้ถูกหรือไม่
เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯ ยึดนโยบายที่ทุกคนต้องสามารถสานต่องานที่วางได้ ถึงจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้ล็อกถึงขนาดนั้น แต่คิดว่าจะพิจารณาเอง เมื่อถามอีกว่าสิ่งสำคัญในการปรับ ครม.คืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทันทีว่า เพื่อความสงบเรียบร้อย
ซักอีกว่า ต้องปรับทัพ ครม.เศรษฐกิจใหม่ทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ครม.ใหม่ถ้าปรับก็ต้องปรับ ครม.เศรษฐกิจด้วย เพราะ ครม.เศรษฐกิจมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ได้เลื่อนการประชุม ครม.เศรษฐกิจออกไปก่อน โดยจะประชุมที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจทั้งหมดทั้งในและนอกระบบ มาพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของเขาว่ามีแนวความคิดอย่างไร ถึงจะนำเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ นี่คือการบริหารงานแบบนิวนอร์มอล
เมื่อถามว่า ดูจากฝีมือการทำงานของ 4 กุมารแล้ว ครั้งหน้าน่าจะได้กับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;คุณจะถามให้ได้สาระอะไรตรงนี้ ผมตอบไปแล้วในภาพรวม และท่านเหล่านี้ก็ทำงานกับผมมาโดยตลอด มีความสำเร็จมามากมายพอสมควร แต่ก็ต้องไปดูว่ากลไกทางการเมืองว่ากันอย่างไร &amp;nbsp;
มองไว้แต่ยังไม่ได้ทาบ
เมื่อถามว่า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้มองคนนอกไว้จริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ก็มองไว้ ขึ้นอยู่กับว่า...&amp;quot; ทั้งนี้เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงตรงนี้ก็พูดต่อว่า ก็มองไว้ทั่วทุกกลุ่ม ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ดูไว้ทั้งหมด รวมทั้งด้านสาธารณสุขก็ดู เพราะต้องรับผิดชอบทั้ง ครม.
ถามอีกว่า มั่นใจหรือไม่ว่า ครม.จะเป็นที่ยอมรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดแล้วว่าการยอมรัฐเป็นเรื่องยากมากพอสมควร ต้องไปดูมิติอื่นๆ ร่วมด้วย การยอมรับ-ไม่ยอมรับก็เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นเชื่อถือ บางส่วนที่คนอยากให้เข้ามาทำงาน เขาก็ไม่อยากจะมา แต่เราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด ทุกกระทรวง ยืนยันว่ายังไม่ได้ทาบใครเลย
เมื่อถามว่า ที่นายกฯ ระบุว่าจะเปลี่ยนด้านความมั่นคง สาเหตุมาจากอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดในภาพรวมไม่ต้องมาสงสัย มันไม่เกี่ยวอะไรกับตนเองทั้งสิ้น ทำผิดพลาดอะไรในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ถ้าไม่ผิดแล้วจะเปลี่ยนทำไม ถามต่อว่ามีกระแสข่าวเสนอชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ ?เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาเป็น รมว.กลาโหมแทน พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า &amp;quot;ใครเสนอ ถ้าบอกว่ามีการเสนอตามหน้าข่าวต่างๆ ก็ต้องถามว่าใครเป็นคนเขียนข่าว เรื่องนี้ขอให้ฟังผมก็แล้วกัน&amp;quot;
เมื่อถามว่ากระแสตีให้ 3 ป.แตกกัน มีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์นิ่งเงียบก่อนตอบพร้อมส่ายศีรษะว่า เป็นไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า รับแล้ว รับทราบแล้ว และเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน ตัดสินใจอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน เคารพการตัดสินใจ แล้วจะเอาอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา แล้วแต่เขา และไม่ทราบว่าเป็นเรื่องน้อยใจหรือไม่ ส่วนความรู้สึกของคนในพรรค พปชร.นั้น ก็อยู่กัน ใครยังอยู่ก็อยู่ เพราะทุกคนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ต้องมาถามหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะแยกไปตั้งพรรคการเมืองแล้วเป็นพันธมิตรพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ ไม่ได้คุยกันนะ&amp;quot; และเมื่อถามว่า แล้วในอนาคตยังจะทำงานร่วมกันได้อยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังทำงานร่วมกันได้ เพราะทุกคนมีความตั้งใจทำงานให้กับประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าใครทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรค พปชร.แล้วตำแหน่งรัฐมนตรียังคงอยู่หรือไม่ เพราะเป็นโควตาของ พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ต้องขออวยพรให้ทั้ง 4 ท่านโชคดี แต่วันนี้เมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ก็ควรจะคืนโควตา ครม.ที่ตัวเองดำรงตำแหน่งอยู่กลับมาให้พรรค พปชร.ด้วย ตนขอเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งครม.ด้วย ควรคืนตำแหน่งนี้กลับมาให้เป็นสมบัติของพรรค ไม่ใช่ยังกั๊กตำแหน่งอยู่เช่นนี้ เพราะถือว่าวันนี้พวกท่านไม่มีสิทธิ์แล้ว และคนที่จะดำรงตำแหน่งแทนก็ควรจะเป็นสมาชิกของพรรค พปชร.ท่านอื่นๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกท่านได้รับประโยชน์จากพรรคไปมากพอแล้ว ขอให้ท่านกระทำให้เหมือนกับคำพูดที่ท่านบอกว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ไปเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตรที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้มาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. อาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติ?ประกอบรัฐธรรมนูญ? (พ.ร.ป.)? ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรค 1 (2) โดยได้เทียบเคียงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ&amp;nbsp; ซึ่งศาลมองว่าเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคร่วมรัฐบาล, ยุติบทบาทในทางการเมือง, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f071a04024b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวิทย์&#039; เผยกลุ่ม 4 กุมาร เห็นพ้องลาออกสมาชิก พปชร. ขอเป็นอิสระจากแรงกดดันทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.63 - นายสุวิทย์&amp;nbsp;เมษินทรีย์&amp;nbsp;รมว.การอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ผู้ที่ได้ชื่อว่าให้กำเนิดคำว่า &amp;quot;ไทยแลนด์ 4.0&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหลังแถลงอย่างเป็นทางการถึงการลาออกจากพรรคว่า หลายท่านคงทราบข่าวเรื่องการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐของผมแล้วนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้ช่วยกันกับหลายๆท่านในการก่อร่างสร้างพรรคฯอย่างไม่เป็นทางการมาระยะหนึ่งแล้ว จนเมื่อเดือนมกราคม 2562 ผมพร้อมด้วยเพื่อนๆอีก 3 ท่านคือ อาจารย์อุตตม พี่สนธิรัตน์ และดร.กอบศักดิ์ ได้ลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อไปปฏิบัติงานด้านการเมือง สู้ศึกเลือกตั้ง มีนาคม 2562 เคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้สมัคร ส.สของพรรคอย่างเต็มตัวในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ผมจะทำงานด้านการเมือง แต่ผมก็มักออกตัวอยู่เสมอว่าผมไม่ใช่&amp;quot;นักการเมือง&amp;quot; การทำงานของผมส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการบริหารราชการฯ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี มากกว่าการบริหารการเมืองหรือบริหารพรรคการเมือง และขณะนี้พรรคพลังประชารัฐได้เดินทางมาถึงจุดหนึ่งที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ผมได้หารือกับเพื่อนๆทั้ง 3 ท่านเห็นพ้องกันว่าเพื่อให้การทำงานในฐานะรัฐมนตรีของเราเป็นอิสระจากการกดดันทางการเมือง จึงขอ &amp;quot;ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; และทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ และได้รับความไว้วางใจจากท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
.
หากจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อไปนั้น ผมเคารพในการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดครับ ผมเชื่อมั่นว่าไม่ว่าท่านนายกฯจะตัดสินใจอย่างไรนั้น ล้วนแล้วแต่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญทั้งสิ้นครับ
.
นับตั้งแต่วันแรกที่ผมได้เข้ามาช่วยงานท่านสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ในตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีเมื่อสิบกว่าปีก่อน จนถึงทุกวันนี้ อุดมการณ์และความตั้งใจของผมไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือการนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เข้ามาทำงานในการบริหาร ขับเคลื่อน และพัฒนาประเทศไทยให้พัฒนาต่อไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง
.
ผมขอบพระคุณทุกๆกำลังใจที่มีให้กับผมมาโดยตลอด ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนได้มอบให้พรรคพลังประชารัฐครับ ตราบใดที่เรายังเป็นคนไทย เรามีพระมหากษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจพระองค์เดียวกัน มีประเทศไทยอันเป็นที่รักอันหนึ่งอันเดียวกัน ผมเชื่อว่ามีคนไทยอีกหลายล้านคนที่คิดและทำเหมือนผมโดยที่ไม่ได้ผูกโยงตัวเองเข้ากับการเมือง อำนาจ หรือตำแหน่งต่างๆ ขอเพียงเราทำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด สุจริต โปร่งใสที่สุด ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา ขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้เช่นกัน ช่วยกันสานต่อเจตนารมณ์นี้ด้วยกันต่อไปนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แด่ประเทศไทยอันเป็นที่รัก
สุวิทย์ เมษินทรีย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70964</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 กุมาร, สุวิทย์ เมษินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f0702a7d7da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่อโวซ้ำรอย&#039;อนค.&#039; กวาดเก้าอี้ท้องถิ่นเขย่าปท./&#039;โพล&#039;หนุนปรับครม.ยกคณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; โวคณะก้าวไกลจะเขย่าการเลือกตั้งท้องถิ่นเหมือนยุคส้มหวาน ชี้เป็นมิติใหม่ส่งผู้สมัครในชื่อเดียวกัน อุดมการณ์เดียวกันทั่วประเทศ โพลเผย ปชช.หนุนปรับ ครม.ทั้งคณะ ชี้ &amp;quot;อุตตม-สนธิรัตน์&amp;quot; ไร้ผลงานเด่นชัด แต่ยี้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ระบุ &amp;quot;นฤมล&amp;quot; ขาดประสบการณ์ ยังหนุน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; อารมณ์ค้างยกระดับฉายา &amp;quot;นักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก&amp;quot; ฟันธงยังไม่ปรับ ครม.จะเกิดสภาพเตี้ยอุ้มค่อม กมธ.งบฯ ตั้งเป้าตัดงบซื้ออาวุธทั้งหมดนำมาแก้ปัญหา ศก.ที่จำเป็น ชงให้ภาค ปชช.-สื่อมวลชนเข้ารับฟังได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่อาคารไทยซัมมิท คณะก้าวหน้ายังคงจัดอบรมสัมมนาทีมผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นวันที่สอง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน โดยช่วงเช้าเป็นเวทีอบรมเรื่องการสื่อสารทางการเมือง จากนั้นในช่วงบ่ายมีกิจกรรมเวิร์กช็อปโดยให้ทีมผู้สมัคร อบจ.แต่ละจังหวัด ระดมสมองร่วมกันคิดนโยบาย วิเคราะห์ร่วมกัน รวมถึงวางแผนการรณรงค์หาเสียง จากนั้นให้แต่ละทีมได้นำเสนอนโยบายเหล่านั้น โดยมีแกนนำคณะก้าวหน้า อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช, นายไกลก้อง ไวทยการ, นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์, นายสุนทร บุญยอด และนายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ รวมถึงทีมผู้สมัคร อบจ.อื่นๆ ร่วมแสดงความคิดเห็น
น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า กิจกรรมทั้ง 2 วันในการอบรมอัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ ซึ่งเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้ทีมผู้สมัครของเรา โดยผู้สมัครทั้ง 17 จังหวัดที่มาอบรมครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองเปลี่ยนแปลง เราไม่รู้ว่าที่ผ่านมาในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเคยมีการจัดกิจกรรมอบรมสัมมนาให้ผู้สมัครอย่างนี้มาก่อนหรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมี &amp;nbsp;ครั้งนี้เป็นมิติใหม่ เพราะอย่างที่เราได้ประกาศไปแล้วว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่จะส่งผู้สมัครในชื่อเดียวกัน อุดมการณ์เดียวกัน และกรอบนโยบายหลักแบบเดียวกัน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะการบรรยายให้ภาพรวมของท้องถิ่นของประเทศไทย, การบรรยายเรื่องแนวทางการสร้างนโยบายและการจัดการงบประมาณ, การบรรยายเรื่องนโยบายและแนวทางการสร้างนโยบาย, การให้แนวทางการสื่อสารทางการเมือง รวมถึงกิจกรรมวันนี้คือเวิร์กช็อปที่ให้แต่ละทีมร่วมกันออกแบบนโยบายของจังหวัดตนเอง แล้วมานำเสนอ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทุกคนกระตือรือร้นในการร่วมกันแสดงความคิดเห็น และผลงานก็ออกมาดีมากๆ หลายๆ จังหวัดดึงศักยภาพของพื้นที่ตัวเองออกมาใช้ได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่านโยบายที่ทุกคนร่วมกันคิด รวมถึงนโยบายหลักที่คณะก้าวหน้าจะนำไปใช้ในการรณรงค์หาเสียง จะสามารถยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นได้ เราเชื่อว่าประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง และจะให้โอกาสคณะก้าวหน้าในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เราจะสามารถเขย่าการเลือกตั้งท้องถิ่นได้อีกครั้ง อย่างที่ครั้งหนึ่งในนามพรรคอนาคตใหม่เคยทำสำเร็จแล้วกับการเลือกตั้งระดับประเทศ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ผู้สมัครนายก อบจ.บึงกาฬ กล่าวว่า ปัญหาปัจจุบันของบึงกาฬคือเรื่องราคายางพาราตกต่ำ ดังนั้น นโยบายที่เราออกแบบสำหรับท้องถิ่นก็เพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกร ว่าทำอย่างไรก็ได้ที่เพิ่มมูลค่ายางพาราขึ้น สำหรับการอบรมในครั้งนี้ กิจกรรมเรื่องแนวทางการคิดนโยบายนั้นน่าสนใจมาก การคิดนโยบายที่ฐานต้องมาจากประชาชน จากปัญหาในพื้นที่ จากการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ เพื่อจะออกมาเป็นนโยบายและแก้ปัญหากลับไปให้คนในพื้นที่จริงๆ ทั้งนี้ คณะก้าวหน้าประกาศแล้วว่าจะส่งลงท้องถิ่น 4,000 แห่ง เราอยากได้คนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน รักประชาธิปไตย อยากเห็นบ้านเกิดตัวเองดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัชวาล นันทะสาน ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม กล่าวว่า เรื่องนโยบายที่เชื่อมโยงการผูกขาดการเมืองใน จ.นครปฐม คือนโยบายรัฐเปิดเผย ซึ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมออกแบบ ตัดสินว่าประชาชนอยากได้อะไรในท้องถิ่นจริงๆ ภาษีประชาชนจะถูกใช้ไปกับโครงการอะไรบ้าง จะเป็นการลดข้อกังขาการใช้งบประมาณของจังหวัด ถ้ามีโครงการไหนที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ก็สามารถตัดออกแล้วนำงบประมาณตรงนั้นไปใช้ให้ตรงกับความต้องการกับปัญหาท้องถิ่นได้จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง ปรับ ครม.? ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,251 ตัวอย่างทั่วประเทศ เกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 43.09% ระบุว่าควรปรับ ครม.ทั้งคณะ เพราะการบริหารงานที่ผ่านมายังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ยังไม่มีผลงานให้เห็นเด่นชัด และอยากให้ท่านอื่นลองเข้ามาบริหารบ้าง รองลงมา 39.89% ระบุว่าควรปรับ ครม.บางตำแหน่ง เพราะบางตำแหน่งยังทำงานไม่ตรงตำแหน่งที่ได้รับ อยากได้บุคคลเข้ามาทำงานเหมาะสมกับตำแหน่ง, 16.95% ระบุว่ายังไม่ถึงเวลาปรับ ครม. เพราะอยากให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 หมดจากประเทศก่อน ขณะที่บางส่วนระบุว่าดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องปรับ ครม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการปรับนายอุตตม สาวนายน ออกจากตำแหน่ง รมว.การคลัง พบว่า ส่วนใหญ่ 44.76% ระบุว่าควรถูกปรับ เพราะการบริหารงานล่าช้า ผลงานยังไม่มีความโดดเด่น ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับ, 38.61% ระบุว่าไม่ควรถูกปรับออก เพราะการทำงานดีอยู่แล้ว นโยบายช่วยเหลือประชาชนดี ควรให้โอกาสในการดำรงตำแหน่งต่อไปก่อน และ 14.95% ระบุว่าไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับนายกฯ ส่วนการปรับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ออกจากตำแหน่ง รมว.พลังงาน พบว่า ส่วนใหญ่ 41.17% ระบุว่าควรถูกปรับออก เพราะไม่มีผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ อยากได้บุคคลที่ตรงกับตำแหน่งเข้ามาทำงานมากกว่า, 36.05% ระบุว่าไม่ควรถูกปรับออก เพราะผลงานที่ผ่านมายังดีอยู่ อยากให้โอกาสอยู่ในตำแหน่งต่อเพื่อดูผลงานต่อไป และ 19.26% ระบุว่าไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับนายกฯ &amp;nbsp;
ปชช.ยังหนุน&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปรับนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ออกจากตำแหน่ง รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พบว่า ส่วนใหญ่ 37.73% ระบุว่าไม่ควรถูกปรับออก เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ควรให้โอกาสดำรงตำแหน่งต่อไปก่อน, &amp;nbsp;36.45% ระบุว่าควรถูกปรับออก เพราะผลงานยังไม่มีความโดดเด่นเท่าที่ควร ไม่มีการพัฒนา ไม่มีประสิทธิภาพ และ 20.78% ระบุว่าไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ ของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 44.44% ระบุว่าไม่เหมาะสม เพราะยังขาดประสบการณ์การทำงานทางด้านเศรษฐกิจ ผลงานยังไม่มีความโดดเด่นเท่าที่ควร และการทำงานยังสู้หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนเดิมไม่ได้ รองลงมา 32.45% ระบุว่าเหมาะสม เพราะมีความสามารถแจกแจงปัญหาได้ชัดเจน มีเหตุมีผล และอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ถ้าวันนี้เลือกตั้งพรรคใดชนะ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,075 ตัวอย่าง &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค. เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นภายหลังจากที่ พปชร.เปิดเผยคนที่จะให้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 67.3% ระบุแย่ลงกว่าทีมเดิม ในขณะที่ 32.7% ระบุว่าดีกว่าทีมเดิม ตามลำดับ เมื่อสอบถามถึงการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาวิกฤติต่างๆ ของประเทศและประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 56.9% สนับสนุน ในขณะที่ 43.1% ไม่สนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึง ส.ส.ของพรรคการเมืองที่เคยเลือกในการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี &amp;nbsp;2562 พบว่า 18.9% ระบุพรรคเพื่อไทย, 16.6% ระบุพรรคพลังประชารัฐ, 15.1% ระบุพรรคอนาคตใหม่, 11.7% ระบุพรรคประชาธิปัตย์, 7.2% ระบุพรรคภูมิใจไทย และ 2.6% ระบุพรรคชาติไทยพัฒนา ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อถามถึง ส.ส.ของพรรคการเมืองที่จะเลือกถ้าวันนี้เลือกตั้ง พบว่า 16.7% จะเลือกพรรคก้าวไกล เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากพรรคอนาคตใหม่ชื่อเดิม, 15.7% ระบุพรรคเพื่อไทย ลดลงเล็กน้อย ในขณะที่ 8.7% ระบุพรรคประชาธิปัตย์ และ 8.3% ระบุพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งทั้งสองพรรคได้รับความนิยมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้ 6% อย่างไรก็ตาม จำนวนมากหรือ 41.2% ระบุอื่นๆ เช่น ต้องการเลือกพรรคการเมืองที่ทำ &amp;ldquo;การเมืองใหม่&amp;rdquo; และบางส่วนจะเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลโพลซูเปอร์โพลว่า พรรครับฟังความคิดเห็นจากผลโพล แต่ก็ต้องสะท้อนความเป็นจริง มุมมองอีกส่วนหนึ่งว่ามีข้อเท็จจริงที่พรรคได้ลงเก็บข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ได้ชื่นชอบนโยบายของพรรค ที่เมื่อเข้าไปขับเคลื่อนนโยบายหลายโครงการจนเกิดผลสำเร็จที่ประชาชนได้รับประโยชน์มาก กระแสพรรคดีขึ้นโดยลำดับ พรรค จึงไม่หวั่นไหวกับกระแสต่างๆ อยากให้วัดกันที่ผลงาน วัดกันที่ผลการทำงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศ&amp;nbsp;
เชื่อจะมีม็อบไล่รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ในวาระแรก ว่าเป็นการสร้างสถิติใหม่ให้ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นนายกฯ คนแรกที่จัดงบเองและใช้จ่ายงบเอง ในลักษณะชงเอง กินเอง ยาวนานติดต่อกันถึง 7 ปี รวมเป็นจำนวนสูงเงินถึง 20 ล้านล้านบาท ฉายานักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากำลังยกระดับไปสู่นักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก สะท้อนการทำงานได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ต้องกล้าเสนอแนะแก้ไขและปรับลด พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าจะทำงานแบบนิวนอร์มอล แต่ที่เห็นในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหา ไม่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นการจัดงบแบบเอื้อระบบรัฐราชการและพ่อค้าแบบโอลด์นอร์มอล แม้งบผ่านวาระแรกแล้ว แต่รัฐบาลน่าจะยังไม่ปรับ ครม.ได้ เพราะยิ่งปรับยิ่งเกิดแรงกระเพื่อม คนเก่าไม่อยากออก คนนอกไม่อยากเข้ามารับเผือกร้อน จะเกิดสภาพเตี้ยอุ้มค่อมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรค พท. กล่าวว่า เป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ที่จะรับมือกับวิกฤติโควิด โดยเฉพาะกองทัพที่มีการจัดซื้ออาวุธทั้งที่ควรชะลอไว้ก่อนเพื่อนำงบมาแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพ ตอนนี้ประชาชนคาดหวังมากที่สุดคือการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ และการอำนวยความยุติธรรมแก้ความเหลื่อมล้ำ แต่เรื่องเศรษฐกิจพิสูจน์แล้วว่าฝีมือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ถึง เมื่อเจอวิกฤติคนก็คาดหวังต้องมีการปรับ ครม. แต่ข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับทีมเศรษฐกิจใหม่ก็ไม่เป็นที่เชื่อมั่น ยิ่งทำให้ประชาชนมองมุมกลับ เป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ ลากประเทศไปสู่ภาวะล้มละลาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางออกมาทางเดียวคือต้องเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลนี้เป็นเสียงข้างมากที่ไม่ชอบธรรม เพราะมีการดึงงูเห่าเข้าไป ฝ่ายค้านจึงทำอะไรไม่ได้ องค์กรอิสระต่างๆ ก็ยังเป็นที่สงสัยในแง่ความยุติธรรม จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงคือประชาชนต้องออกมาเรียกร้องเอง และจะเป็นที่มาของม็อบต่างๆ ที่จะเคลื่อนไหวเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล คิดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นาน&amp;quot; พล.ท.ภราดรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรามักเห็น พล.อ.ประยุทธ์ชอบพูดว่าประเทศไทยต้องมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แต่หลังจากศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 64 ก็เริ่มไม่แน่ใจว่า ร่างงบประมาณดังกล่าวจะแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพราะการยึดโจทย์เดิมๆ ไม่ได้ปรับให้เหมาะกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน และยังใช้ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณแบบเก่าๆ ไม่ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งหลังโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์คงเหลือแค่ 2 ทางออก คือปรับ ครม.ใหม่ทั้งชุด หรือยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเข้ามาบริหารประเทศ
จ้องตัดงบซื้ออาวุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะ กมธ.พิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2564 กล่าวถึงการเตรียมการพิจารณาเม็ดเงิน และโครงการต่างๆ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวว่า เราต้องต่อรองกับฝากรัฐบาลว่างบหลังสถานการณ์โควิดที่ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและไม่เป็นประโยชน์จะต้องตัดออก รวมไปถึงงบประมาณที่ใช้จัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เราจะขอตัดทั้งหมด เพื่อนำเงินมาใช้แก้ไขปัญหาที่จำเป็นจริงๆ และอยากให้ส่วนราชการชี้แจงด้วยว่างานที่คุณตั้งไว้เกี่ยวข้องหรือแก้ปัญหายุคหลังโควิดอย่างไรบ้างด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะ กมธ.งบประมาณฯ ปี 64 กล่าวว่า กมธ.จะเริ่มมีประชุมในวันที่ 8 ก.ค.นี้ ซึ่งในหลักการต้องเลือกประธาน กมธ.และตำแหน่งต่างๆ &amp;nbsp;ที่ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงมากกว่าจะได้เป็นประธาน กมธ. จากนั้นคงร่วมกันพิจารณากำหนดกรอบในการทำงานและรับฟังหน่วยงานต่างๆ ภายในระยะเวลาประมาณกว่า 3 เดือน ในกระบวนการร่าง พ.ร.บ.จะต้องสร้างความยุติธรรมให้ประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของภาษีอากร อยากให้การพิจารณาครั้งนี้เป็นระบบเปิดที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เสนอข้อมูล ถ้าไม่ผิดกฎหมายควรเปิดให้สื่อมวลชนได้ถ่ายทอด และรัฐบาล สำนักงบประมาณ ต้องมีข้อมูลที่เพียงพอให้ กมธ. และผลงานหรือการประเมินผลถึงความคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ อ.กันทรวิชัย, อ.โกสุมพิสัย และ อ.เมืองฯ จ.มหาสารคาม พร้อมคณะ โดยระบุว่า อยากเห็นงบเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจมีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งในส่วนของงบประมาณ 4 แสนล้านบาทนั้น แทนที่จะนำไปก่อสร้างถนน สร้างอาคาร สำนักงานต่างๆ ซึ่งไม่สามารถสร้างรายได้ต้องปรับเปลี่ยนมาทำระบบชลประทาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังรู้สึกหวั่นวิตกกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการรับมือทางเศรษฐกิจ หลังวิกฤติไวรัสโควิด-19 ผ่านพ้นไป ถ้ารัฐบาลไม่สามารถระดมเม็ดเงินงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมจำนวน 4 แสนล้านบาทได้อย่างทันท่วงที ก็จะทำให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมาอย่างแน่นอน จึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งผลักดันงบประมาณจำนวน 4 แสนล้านบาท ในการฟื้นฟูออกมาให้เร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70602</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชัชวาล นันทะสาน, นพดล กรรณิกา, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร, ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, ราเมศ รัตนะเชวง, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01d5bfb879f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost.. เริ่มต้นบันทึกท่ามกลางบรรยากาศกระเหี้ยนกระหือรือของบรรดานักการเมืองที่อยากนั่งเก้าอี้ รมต...ครั้งหนึ่งในชีวิต!! โดยไม่คิดจะสงสัย ถามตัวเองเลยว่า มีคุณสมบัติสมควรที่จะได้ชื่อว่า รมต.หรือเปล่า??? ...0 หากระบบการบริหารบ้านเมืองยังคงย่ำอยู่กับ &amp;quot;โควตา ส.ส.&amp;quot; ในมือ แล้วคำนวณเป็นตัวเลขแบ่งเค้กเก้าอี้อำนาจกัน บันทึกไว้ ณ วันนี้เลยว่า เลือกตั้งครั้งต่อไป พปชร.จะสูญพันธุ์ เพราะวงจรอุบาทว์มิได้แตกต่างจากก่อนเกิดรัฐประหาร นอกจากนั้น มันชัดเจนว่าห่างไกลจากอุดมการณ์ของการก่อเกิดพรรคพลังประชารัฐแบบไม่เห็นกำพืดตัวเองก็ว่าได้ ...0 อีกเสียงหนึ่งที่เพิ่งได้จากลำปางสดๆ ร้อนๆ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ากระแสความนิยมของ พปชร.ยังยอดเยี่ยม แต่จะเป็นโอกาสทองของ ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือที่จะรักษาเก้าอี้ รมต.ของตัวเองให้มั่นคง จากก่อนหน้านี้ที่เริ่มเซๆซวนๆ ต่างหากล่ะ ...0 มองข้ามความจริงไม่ได้ว่า พปชร.กำเนิดขึ้นเพื่ออยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีสานต่อภารกิจวางยุทธศาสตร์ประเทศไทยเพื่อความมั่นคงยั่งยืน หลุดพ้นจากวังวนเล่นการเมืองแบบน้ำเน่า!!! ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ชักชวนเพื่อนฝูงข้างกายรับใช้ชาติกันต่อไป แม้อายุอานามสมควรต้องพักผ่อน ทั้ง อุตตม สาวนายน-สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์-สุวิทย์ เมษินทรีย์ และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล เจ้าของฉายา 4 กุมาร ผสมผสานกับสหมิตรทางการเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาว และเจ็บมากับระบบการเมืองแบบเก่ามาเยอะ หวังว่าจะมาร่วมสร้างมิติใหม่นำพาสังคมประเทศชาติรอดพ้นจากวิกฤติหลุมดำทางการเมือง ...0 สุดท้าย.. การเมืองไทยเดินไปไหนไม่พ้นอีหรอบเดิมแน่นอน หากหัวหน้า พปชร.คนใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะล้วงลูกเดินตามเกมลิ่วล้อพวกบ่างช่างเชลียร์และบริวารทั้งหลาย โดยไม่ใส่ใจประวัติความเป็นมาของพรรคการเมืองพรรคนี้ ...0 สัปดาห์นี้มีอะไรให้ตื่นเต้นแน่นอนในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล แม้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; จะพูดหลายครั้งหวังหยุดดรามาปรับ ครม. เพราะในภาคปฏิบัติแล้ว ปิดกันให้แซ่ด!! ถ้าเครื่องปรินต์ ในทำเนียบรัฐบาลพูดได้ล่ะก็ จะรู้ว่ามีแฟ้มประวัติของทั้งนายและนางนำเสนอตัวเองเพื่อขอเป็น รมต.กันคึกคักเลยทีเดียว 555 แม้กระทั่งในทีมงานโฆษกรัฐบาลก็แหม!!! กำลังฝันหวานสุดๆ เพราะ &amp;quot;วูแมนทัช&amp;quot; ใช้ได้ผลเสมอกับ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ...แมงเมาธ์เขาว่างั้น!!! ...0 ทีมเศรษฐกิจยังไม่ปรับเพราะไม่มีใครอยากจะเข้ามาในยามนี้ ที่สถานการณ์เข้าทำนองเก่งแค่ไหนก็มีแต่เจ๊ากับเจ๊งนั้น ก็ใช่ว่าทีมงานด้านสังคม การเมืองการปกครอง คมนาคม การศึกษาจะไม่มีการลุ้นให้ปรับ โดยเฉพาะในแวดวงการศึกษานั้น บรรดาอธิการบดีมหาวิทยาลัยกำลังรู้สึกร้อนอกร้อนใจเมื่อมีข่าวเข้าหูว่า คนที่จะเป็นเลขาธิการ พปชร.คนใหม่ &amp;quot;เล็ง&amp;quot; เก้าอี้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ไว้ ในเมื่อ รมว.พลังงานนั้นมีคนเขาจับจองไปแล้ว..เฮ้อ 3 Times ท่าทางจะไม่พอสำหรับประชาชนอย่างเรา ...0 บันทึกส่งท้ายให้จับตามองการสรรหา &amp;quot;ผู้ว่าการแบงก์ชาติ&amp;quot; คนใหม่ที่ปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้สมัคร 4 รายเป็นคนใน 2 ราย เมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน และ รณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ส่วนคนนอก 2 ราย ต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด กับ สุชาติ เตชะโพธิ์ไทร อดีตรองกรรมการผู้จัดการประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุนและผู้จัดการกองทุนรวม ของ บลจ.อยุธยา เจเอฟ ...0 ประเด็นน่าสนใจก็ตรงที่มีตัวเลือกตั้ง 4 ราย แต่ทำมั้ย?!? รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ประธานกรรมการคัดเลือกครั้งนี้ออกตัวว่า อาจจะขยายเวลาการรับสมัครออกไปอีกได้..สงสัยรอใคร?!? หนอ ...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้องใจ ธนะชานันท์, ธรรมนัส พรหมเผ่า, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์, สุชาติ เตชะโพธิ์ไทร, สุวิทย์ เมษินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาปรับครม.แบบ&#039;จรยุทธ์&#039; สยบเคลื่อนไหววิ่งแย่งเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คนดี&amp;rdquo; มีเยอะ แต่ &amp;ldquo;อยู่ไม่ได้&amp;rdquo; ของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ถูกตีความเป็น 2 ความหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความหมายแรก อาจหมายถึงสถานการณ์ของ สมคิด และ 3 กุมาร ที่เป็นรัฐมนตรี อันประกอบด้วย อุตตม สาวนายน รมว.คลัง สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่กำลังจะอยู่ไม่ได้เพราะการเมืองแบบเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอีกความหมาย อาจหมายถึงการเมืองแบบนี้จะทำให้ไม่มีคนดี-คนเก่ง กล้าเข้ามารับ &amp;ldquo;เผือกร้อน&amp;rdquo; หากตัวเองและ 3 กุมารต้องหลุดจากวงโคจรคณะรัฐมนตรีในรอบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะ &amp;ldquo;เปลืองตัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์กันว่า หาก อุตตม, สนธิรัตน์ และ สุวิทย์ ต้องหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีในการปรับคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะมาถึง &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ก็อาจจะตัดสินใจหยุดไว้แต่เพียงแค่นี้ เพราะต่อให้ดำรงตำแหน่งต่อไปก็เหมือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คนขาลอย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นเท่ากับว่าจะมีเก้าอี้ว่างถึง 4 ที่นั่ง ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรี รมว.คลัง รมว.พลังงาน และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุที่มีการคาดการณ์เช่นนั้น เพราะใช้โมเดลเดียวกับเมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตัดสินใจเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจแบบยกแผง จากทีม &amp;ldquo;หม่อมอุ๋ย&amp;rdquo; ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มาเป็นทีมของนายสมคิด เมื่อปลายปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเพราะมีการมองกันว่า นายสมคิดและทีมเศรษฐกิจทำงานมาแล้วกว่า 5 ปี จึงน่ามีการเปลี่ยนแบบ &amp;ldquo;รื้อใหญ่&amp;rdquo; เพื่อเรียกความเชื่อมั่นอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเป็นเช่นนี้ ความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ ระหว่างรอการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จึงไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ยิ่งเคลื่อนไหวหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพียงแต่การเคลื่อนไหวหนักที่ว่า เป็นการปรับรูปแบบจากการรวมตัวเพื่อแสดงพลัง ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงมาเป็นเวอร์ชั่นใหม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการเคลื่อนไหวใน &amp;ldquo;เชิงบวก&amp;rdquo; เช่น การขยันลงพื้นที่ การแสดงความเห็นทางการเมืองที่เลี่ยงความขัดแย้ง เพื่อไม่ให้เป็นการตอกลิ่มสถานการณ์ภายในพรรค และให้ &amp;ldquo;ผู้ใหญ่&amp;rdquo; ได้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการรวมตัวกันของกลุ่มใหม่ แต่เน้นชูภาพ &amp;ldquo;สร้างสรรค์&amp;rdquo; ของ ส.ส. ทั้งกลุ่มสหมิตร ที่นำโดย &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 5 ส.ส.กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การกลับมาทางหน้าสื่อของ &amp;ldquo;กลุ่มด้ามขวานไทย&amp;rdquo; อันประกอบไปด้วย ส.ส.นครศรีธรรมราช ตรัง และภูเก็ต และกลุ่ม ส.ส.จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้วนเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ร่วมแชร์เก้าอี้รัฐมนตรีในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีรอบแรก แต่ถูกจับตาว่าการเคลื่อนไหวในช่วงนี้มีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจเพราะเชื่อว่าจะมีเก้าอี้รัฐมนตรีว่างหลายตัวจึงร่วมเคลื่อนไหว แต่ไม่เลือกใช้วิธีแบบเดียวกับมุ้งอื่นๆ ที่ซัดกันฝุ่นตลบพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สุดท้ายต่อให้ สมคิด และ 3 กุมาร ตัดสินใจไม่อยู่ หรือถูกปรับออก ก็ไม่ได้หมายความว่าโควตาจะมากมายก่ายกองให้บรรดาผู้คาดหวังมีลุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และ รมว.คลัง ที่ใครปรารถนา เป็น &amp;ldquo;โควตากลาง&amp;rdquo; ของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ที่จะเลือกเอง ไม่ใช่ใครหรือมุ้งใดอยากเป็นแล้วจะได้เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชื่อชั้นคนที่จะมาย่อมต้องไม่ด้อยกว่า สมคิด ซึ่งหากดูข่าวลือที่ออกมา แต่ละคนล้วนเป็นภาพลักษณ์ดี ได้รับการยอมรับจากสังคม ทั้ง ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1, ปรีดี ดาวฉาย ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย หรือแม้แต่ บุญทักษ์ หวังเจริญ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นบอร์ดการบินไทยหมาดๆ หรือเผลอๆ อาจจะยังเป็นนายสมคิดอยู่ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน การปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ยอมต้องถอดบทเรียนจากการจัดตั้งครั้งก่อน และสิ่งที่เกิดขึ้นภายในพรรคพลังประชารัฐ ว่าวุ่นวายขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันอาจจะมาแบบ &amp;ldquo;มาเร็ว-เคลมเร็ว&amp;rdquo; หรือเงียบเชียบแบบ &amp;ldquo;จรยุทธ์&amp;rdquo; เพื่อไม่ให้ภาพของรัฐบาลมันเละไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเพื่อสยบโอกาสในการเปิดศึกในภายในพรรคพลังประชารัฐ หรือแม้แต่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นต้นมา มักจะถอดบทเรียนความผิดพลาดในทุกเรื่องๆ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68265</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf925a6bd47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
