<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกอีสานกับการคว้าเหรียญโอลิมปิค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กีฬาโอลิมปิค Tokyo 2020 ที่เพิ่งจบลงไป ในรูปแบบการแข่งขันที่ไม่มีผู้ชม นอกจากกีฬาบางประเภท &amp;nbsp;ที่อาจมีกองเชียร์ไปใหกำลังใจนักกีฬาตามเส้นทางแข่งขัน มีนักกีฬา 11,326 คนจาก 205 ประเทศ เข้าแข่งขันใน 33 ชนิดกีฬา มี 93 ประเทศ ที่ได้เหรียญรางวัล โดยประเทศไทยของเราอยู่ลำดับที่ 59 ได้ 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง เมื่อดูโอลิมปิคจบแล้ว ช่วงว่างๆ กับการพยายามกักตัวเองอยู่บ้านในสถานการณ์โควิด เลยลองค้นข้อมูลมาวิเคราะห์แบบง่ายๆ ในมุมมองของลูกอีสานเอามาแลกเปลี่ยน ผ่านคอลัมน์นี้ หลายท่านอาจไม่ทราบว่า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นักกีฬาไทย ได้เหรียญโอลิมปิคมาแล้ว ตั้งแต่ปี 1976 รวม 33 เหรียญ เป็นเหรียญทอง 11 เหรียญ ซึ่งเหรียญทอง มาจากลูกอิสาน 4 เหรียญ และที่น่าภาคภูมิใจคือเหรียญทองแรก ของทั้งนักกีฬาชาย และหญิงก็มาจากลูกอีสานเช่นกัน ขอนำข้อมูลเก่ามาสรุปเล่าใหม่เผื่อท่านลืม 4 เหรียญทองลูกอีสาน มีดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณ สมรักษ์ คำสิงห์ ชาว ขอนแก่น ปี 1996 กีฬามวยสากล
2.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณ อุดมพร พลศักดิ์ ชาวนครราชสีมา ปี 2004 กีฬายกน้ำหนัก
3.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณ ปวีณา ทองสุก ชาวสุรินทร์ ปี 2004 กีฬายกน้ำหนัก
4.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณ สมจิตร จงจอหอ ชาวนครราชสีมา ปี 2008 กีฬามวยสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ลูกอีสานที่ได้เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิชัย ราชานนท์ ชาวขอนแก่น เหรียญทองแดง ปี 1996 กีฬามวยสากล
2.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรชัย ทองบุราณ ชาวอุบลราชธานี เหรียญทองแดง ปี 2000 กีฬามวยสากล
3.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุริยา ปราสาทหินพิมาย ชาวนครราชสีมา เหรียญทองแดง ปี 2004 กีฬามวยสากล
4.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันดี คำเอี่ยม ชาวศรีสะเกษ เหรียญทองแดง ปี 2004 กีฬายกน้ำหนัก
5.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิมศิริ ศิริแก้ว ชาวขอนแก่น เหรียญเงิน ปี 2012 กีฬายกน้ำหนัก
6.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิมศิริ ศิริแก้ว ชาวขอนแก่น เหรียญเงิน ปี 2016 กีฬายกน้ำหนัก
7.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศิริกุล กุลน้อย ชาวสุรินทร์ เหรียญทองแดง ปี 2012 กีฬายกน้ำหนัก
8.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สินธุ์เพชร กรวยทอง ชาวสุรินทร์ เหรียญทองแดง ปี 2016 กีฬายกน้ำหนัก
9.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดาพร สีสอนดี ชาวอุดรธานี เหรยญทองแดง ปี 2020 กีฬามวยสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากคุณสมบัติสำคัญของลูกอีสาน ที่บางท่านอาจคิดว่าผมลำเอียง คือความเชื่อที่ว่า ลูกอีสาน มีความอดทน ความมุมานะ ที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆอยู่ในตัว เพราะเกิด และเติบโตในพื้นที่ที่แห้งแล้ง ยากจน กว่าภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ &amp;nbsp;ด้วยคุณสมบัติเบื้องต้นนี้ น่าจะมีส่วนทำให้ฮีโร่โอลิมปิคเหล่านี้ ก้าวไปถึงความฝันขั้นสูงสุดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถ้ามองภาพรวมความสำเร็จของชาติต่างๆใน Tokyo 2020 ผู้เขียนขอยกนิ้วให้ นิวซีแลนด์ ซึ่งมีประชากรเพียงสามล้านคน สามารถคว้า 8 เหรียญทองกลับบ้าน จากรักบี้ 7 คนหญิง และอีก 7 เหรียญทองจากกีฬาทางน้ำ จากที่เคยมีโอกาสไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ ผมเห็นถึงความชอบเล่น ชอบดูกีฬาของคนนิวซีแลนด์ เช่น วันเสาร์-อาทิตย์ จะเห็นผู้ปกครองพาลูกๆ ไปเล่นกีฬา หลากหลายชนิด ในสนามกีฬาสาธารณะ นักกีฬาจะได้รับการยกย่อง เป็นเกียรติประวัติ เทียบเคียงกับบ้านเรา เวลาเสียชีวิต ในบัตรเชิญ ก็จะใส่ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ ของนิวซีแลนด์ ก็เช่นเดียวกัน แต่จะมีต่อท้าย เช่น All Blacks 1960 (ซึ่งแฟนรักบี้ จะทราบถึงความโด่งดังของรักบี้นิวซีแลนด์ ที่ใช้ชื่อทีมว่า ออลแบล๊ค ที่ลงแข่งด้วยชุดสีดำ)
ผมเชื่อว่า บ้านเรายังมีช้างเผือกด้านกีฬา อีกมากในภาคอีสานและภาคอื่นๆ ของประเทศ ที่อาจไม่มีโอกาสถูกค้นพบ หรือไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะเจอปัญหาอุปสรรคหลายอย่างระหว่างทาง เช่น กีฬาบางชนิดมีค่าใช้จ่ายสูง ขาดโอกาสในการแข่งขัน นักกีฬาบางคนถูกผู้ปกครองให้เลือกระหว่างเรียนหนังสือ กับการเอาดีด้านกีฬาเพราะคงมองว่าอยากให้ลูกหลานมีอาชีพที่มั่นคง ถึงแม้ว่าในปัจจุบันกีฬาหลายชนิดมีเส้นทางสู่นักกีฬาอาชีพ การสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา ก็เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่พ่อแม่ อยากให้ลูกมี ในระดับมหาวิทยาลัย หลายสถาบันมีโครงการช้างเผือกด้านกีฬา ให้โควต้าพิเศษเข้าศึกษา จากการสังเกต ติดตามของผู้เขียนเอง มองว่า ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เช่นนักกีฬาบางคน เมื่อได้โควต้าเข้ามหาวิทยาลัยดัง ก็มุ่งเรียนอย่างเดียว เลิกเล่นกีฬา ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ ที่นั่งในมหาวิทยาลัย มีว่างมากกว่าคนที่สมัครเข้าเรียน โครงการประเภทนี้ก็หายไปเกือบหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัจจุบัน เรามีโรงเรียนกีฬาในสังกัดมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (13 แห่ง) โรงเรียนกีฬาสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนกีฬาในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (8 แห่ง) โรงเรียนกีฬาสังกัดเทศบาล (9 แห่ง) และโรงเรียนกีฬาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (9 แห่ง) และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ที่มี 17 วิทยาเขต ทั่วทุกภาคของประเทศ &amp;nbsp;แต่ผลงานของสถาบันเหล่านี้ยังไม่ค่อยเห็นชัดเจนเท่าที่ควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับสมาคมกีฬาต่างๆ ผมยังไม่เห็นการส่งเสริม คัดเลือกช้างเผือกด้านการกีฬา ที่เป็นระบบ ที่เปิดโอกาสให้ช้างเผือก ที่อยู่ในป่า ได้รับการพัฒนา ดูแล ส่งเสริม อย่างต่อเนื่อง แต่มักได้ยินเรื่องนักกีฬาเด็กเส้น การเล่นพรรคเล่นพวกในหลายชนิดกีฬา &amp;nbsp;หากเรามีระบบพัฒนา สร้างนักกีฬาที่ดี มีความต่อเนื่อง ส่งต่อนักกีฬาเหล่านั้น ให้ได้รับทั้งประสบการณ์ในการแข่งขันระดับต่างๆ และได้รับการศึกษาไปด้วย เมื่อหมดแรงเล่นกีฬา จะได้มีอาชืพติดตัว ถ้าทุกภาคส่วนขับเคลื่อนร่วมกัน ผมเชื่อว่า โอลิมปิค 2024 ที่ปารีส เราน่าจะกลับมาเป็นหนึ่งในอาเซียนได้อีก และนำเหรียญทอง มาให้พี่น้องไทย ได้ชื่นชม มากขึ้นแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
คอลัมน์ เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ
รศ ดร. สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113693</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักกีฬา, ลูกอีสาน, สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์, เหรียญทองโอลิมปิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113a4f9cbbe2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคอีสานกับผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัดท้ายตาราง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product : GPP) คือข้อมูลรายได้ประชาชาติระดับจังหวัด ที่สามารถอธิบายภาพรวมด้านเศรษฐกิจของจังหวัดได้ เพราะเป็นการประมวลผลรวมรายได้ที่มาจากกิจกรรมการผลิตทั้งหมด ที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่ของจังหวัด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดเก็บเองในช่วงแรก และเริ่มให้จังหวัดจัดทำด้วยตนเองมาตั้งแต่ปี 2546 ผู้เขียนลองเอาข้อมูล 10 จังหวัดที่อยู่ท้ายตาราง หรืออีกนัยหนึ่งคือ 10 จังหวัดที่รายได้มีรายได้ต่อหัวประชากรต่ำสุดของประเทศ มาเปรียบเทียบกันสามช่วงในปี 2550 2555 และ 2560 และลองวิเคราะห์แบบไม่ใช่ทางเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นมุมมองของลูกอีสาน เรียนและทำงานในอีสานจนเกษียณอายุราชการ เชิญชวนผู้อ่านดูตารางข้างล่างนี้ว่าบอกอะไรเราบ้าง เห็นด้วยหรือมองต่าง ไม่ว่ากันครับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมมองว่า ภาคอีสานดินแดนที่ราบสูง ที่มีข้อจำกัดหลายด้านทางธรรมชาติ ในการทำการเกษตร เช่น พื้นที่ชลประทานมีน้อย ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อาชีพเกษตร เป็นอาชีพหลักของคนอีสาน จังหวัดที่มีรายได้ประชาชาติระดับจังหวัด 10 อันดับสุดท้าย ก็คงจะเป็นจังหวัดในภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่อยากชวนดูต่อไปคือ จากปี 2550-2560 10 ปีผ่านไป สามจังหวัดท้ายตารางทั้งหมดอยู่ในภาคอีสาน และลำดับยังเหมือนเดิม สองในสามจังหวัด คือยโสธรและหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดที่แยกตัวออกมาใหม่ จึงยังมีเงาจังหวัดเดิมคืออุบลราชธานี และอุดรธานี บดบังอยู่ ส่วนกาฬสินธุ์ก็มีขอนแก่นที่หลายฝ่ายมองเป็นเมืองหลวงของอีสานเป็นเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบของการเป็นจังหวัดขนาดเล็กของสามจังหวัดดังกล่าวที่หลายท่านอาจมองข้าม คือ จังหวัดเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนผู้นำ (ผู้ว่าราชการจังหวัด) บ่อยกว่าจังหวัดใหญ่ๆ บางจังหวัดเปลี่ยนเกือบทุกปี เพราะผู้ว่าฯ หลายท่านใช้เป็นทางผ่านไปอยู่เมืองใหญ่ แนวทางการพัฒนา บางครั้งจึงเปลี่ยนไปมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกปัจจัยที่ผมมองว่าสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน คือความเข้มแข็งของภาคเอกชน เช่น หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ศักยภาพของภาคเอกชนโดยรวม และการขับเคลื่อนงานร่วมกันของภาคราชการและภาคเอกชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น แนวทางการจัดสรรงบประมาณภาครัฐควรผกผันกับระดับการพัฒนาของจังหวัดและผลิตภัณฑ์มวลรวมของแต่ละจังหวัดมาประกอบการจัดสรรงบประมาณด้วย เพราะจากรายงานการวิเคราะห์การจัดสรรงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2560 ของสภาผู้แทนราษฎร พบว่ามีจังหวัดที่ประชากรรายได้สูงอยู่แล้วยังคงได้รับการจัดสรรงบประมาณมากกว่าจังหวัดที่ประชากรมีรายได้ต่ำ และประมาณร้อยละ 20 ของงบประมาณทั้งหมดถูกนำไปใช้เป็น &amp;quot;งบดำเนินงาน&amp;quot; และงบประมาณส่วนนี้กว่าร้อยละ 60 ถูกนำไปใช้เป็น &amp;quot;ค่าจ้างเหมาบริการ&amp;quot; และ &amp;quot;ค่าใช้จ่ายในการสัมมนาและฝึกอบรม&amp;quot; แทนที่จะได้นำไปใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เขียนหวังว่าเสียงสะท้อนเล็กๆ นี้ จะมีผู้สนใจนำไปปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาจังหวัด และภาคอีสานโดยรวมในอนาคต จะก้าวผ่านกับดักความยากจน ความเหลื่อมล้ำในการพัฒนา ที่อยู่คู่อีสานมานานไปได้ในที่สุดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอลัมน์ เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ
ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89202</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี ภาคอีสาน, ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด, สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180118/image_big_5a60a9174c772.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนามบินภาคอีสานกับการเป็นสนามบินนานาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวเล็กๆ ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ อ้างแหล่งข่าว ที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อหรือตำแหน่ง เรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ ของการสร้างสนามบินมุกดาหาร เพื่อจะเป็นศูนย์กลางการบินเชื่อมต่ออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ด้วยงบประมาณการก่อสร้าง 4,500 ล้านบาท ทำให้ผู้เขียน ที่สนใจติดตามการพัฒนาภาคอีสานและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมายาวนาน อยากมาทบทวนพัฒนาการของการบินในภาคอิสาน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นว่า เราจำเป็นต้องสร้างสนามบินใหม่หรือไม่ ทำไม่สนามบินใหญ่ๆ ในอิสานปัจจุบันจึงไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงเรียกร้องให้มีการสร้างสนามบิน จะดังขึ้นทุกครั้งที่เรามีผู้แทนราษฎร และบางครั้งก็มีเสียงเรียกร้องเป็นระยะๆ จากภาคธุรกิจ ปัจจุบันสนามบินขนาดใหญ่ของภาคอีสาน ที่มีเที่ยวบินภายในประเทศมากกว่า 10 เที่ยวบินต่อวันมี 3 แห่งคือ ขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี สนามบินอุบลราชธานีได้รับการยกฐานะเป็นสนามบินนานาชาติเมื่อนักการเมืองคนดังในอดีต รับตำแหน่งรัฐมนตรี เที่ยวบินระหว่างประเทศที่การบินไทยเคยเปิด และบินได้ไม่นานคือ อุบล-ดานัง ซึ่งต่อมาถึงกรุงเทพฯด้วย สนามบินอุดรธานีเป็นสนามบินนานาชาติลำดับต่อมา ส่วนใหญ่รับเที่ยวบินเช่าเหมาลำ รับ-ส่งคนงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ประมาณสิบปีที่แล้ว สายการบินลาว เปิดเที่ยวบิน อุดร-หลวงพระบาง ซึ่งในเวลานั้น ผมคาดว่าเส้นทางนี้ จะประสบความสำเร็จแน่นอน แต่ประมาณ 6 เดือนต่อมา สายการบินลาว ก็หยุดเส้นทางนี้ ผมได้มีโอกาสพบกับประธานบริษัทการบินลาวในเวลานั้น จึงเรียนถามว่าทำไม ไม่ไปต่อ คำตอบที่ได้คือ เส้นทางนี้ขาดทุน เพราะมีผู้โดยสารขาเดียวเฉพาะ อุดร-หลวงพระบาง ส่วนเที่ยวกลับ หลวงพระบาง-อุดร มีผู้โดยสารน้อยมาก ขอนแก่นคือสนามบินที่แม้จะยังไม่มีสถานะเป็นสนามบินนานาชาติ แต่ภาคธุรกิจ เอกชนในพื้นที่ก็ผลักดันให้มีด่านตรวจคนเข้าเมือง และมีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินเอกชนของลาว เปิดเที่ยวบิน ขอนแก่นหลวง-พระบาง และเที่ยวบินนั้น ก็เป็นการบินเที่ยวแรก และเที่ยวสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมีด่านตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินใหญ่ๆ ประโยชน์ส่วนหนึ่งที่ได้ คือการบินต่อไปต่างประเทศโดยไม่ต้องผ่านพิธีการเข้า-ออกเมือง ที่กรุงเทพฯ เช่นหลายท่านคุ้นเคยเวลาเดินทางผ่าน ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ เป็นต้น ที่น่าแปลกใจคือสายการบิน ไม่ประชาสัมพันธ์ความสะดวกส่วนนี้ เช่นที่ขอนแก่น ผู้เขียนเคยได้รับเชิญไปประเทศเพื่อนบ้าน เขาซื้อตั๋ว Fly Thru ของสายการบินต้นทุนต่ำที่มีสโลแกนว่า ใครๆ ก็บินได้ จำได้ว่าขาออกจากขอนแก่นผมเป็นผู้โดยสารคนเดียว ในห้องพักรอ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง บางท่านอาจมีคำถามว่า ทำไมคนอื่นๆ ไม่ใช้บริการนี้ คำตอบที่มี คือการบิน Fly Thru จะมีค่าโดยสารรวมสูงกว่า การบินเป็นช่วงๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความล้มเหลว จากสามตัวอย่างข้างต้นผู้เขียนวิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักมาจากความต้องการเดินทางระหว่างสองเมืองที่กล่าว ยังมีไม่มากพอที่จะทำให้เที่ยวบินเหล่านั้นเลี้ยงตัวได้ ภาคอีสานยังไม่ใช่จุดหมาย ที่นักท่องเที่ยวในภูมิภาคและนักท่องเที่ยวต่างชาติอยากเดินทางมา หากจะมุ่งเป็นฮับขนส่งสินค้าออกต่างประเทศ ฐานการผลิตเพื่อการส่งออกในภาคอีสานก็ยังมีไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นสุดท้าย ที่อยากนำเสนอคือ อีสานมีสนามบินเพียงพอหรือยัง คำตอบของผมคือเกินพอ เพราะปัจจุบันเรามีสนามบินที่มีเที่ยวบินไม่กี่เที่ยวต่อวัน อยู่หลายแห่ง เคยคุยกับผู้บริหารการบินไทย เล่าความหลังว่าถูกรัฐมนตรีตระกูลดังในอีสานบีบให้การบินไทยบินไปจังหวัดของท่าน บางเที่ยวบินได้ผู้โดยสาร 5 คนนามสกุลเดียวกับนักการเมืองคนดังเท่านั้น อีกทั้งปัจจุบันเรามีสนามบินอยู่ห่างกันไม่ถึง 100 กม. หลายแห่งเช่นกัน ถึงแม้ว่าสนามบินหลายแห่งในอีสานจะมีพัฒนาการมาจากสนามบินทหาร แต่ผมและท่านผู้อ่านหลายๆ คนคงไม่อยากเห็นการลงทุนสูงๆ ที่ไม่คุ้มค่า แถมต่อๆ มาลูกหลานอาจขุดมาด่าว่าเป็นผลงานใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอลัมน์ เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมภิบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83453</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนามบินมุกดาหาร, สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f95074eac136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
