<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.สุวินัย ชี้นักศึกษา มธ.กลุ่มเบนจา คือเหยื่อ-เบี้ยทิ้งขว้างของแก๊ง &#039;อาจารย์เฒ่าสารพัดพิษ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;ldquo;Suvinai Pornavalai&amp;rdquo; โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยเห็นคลิปอั้ม เนโกะ สมัยเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมก็รู้จุดจบของนางตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ก็เคารพการตัดสินใจของนางเพราะห้ามความคิดกันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อได้เห็นคลิปของเบนจาที่เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์รุ่นน้องของอั้ม เนโกะที่ออกมาเคลื่อนไหวสไตล์เดียวกันตั้งแต่สองปีที่แล้ว ...ผมก็รู้จุดจบของน้องเบนจาตั้งแต่วันนั้นเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ผมเกษียณราชการจากการเป็นอาจารย์ธรรมศาสตร์ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน ...ผมนึกไม่ถึงว่านักศึกษาธรรมศาสตร์จะกลายเป็นพวกซ้ายสุดโต่งทางการเมืองเยอะขนาดนี้ และกว่าครึ่งคือนักศึกษาหญิง ! (แอดมินเพจธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่โดนจับก็เป็นนักศึกษาหญิงอายุแค่ 21 ปีเอง) ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งโดยเครือข่ายของอดีตพรรคอนาคตใหม่ช่วงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกเว้นช่วงระหว่าง ปี 2516-2519 ที่นักศึกษาธรรมศาสตร์กลายเป็นพวกซ้ายสุดโต่งจนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 จนต้องหนีเข้าป่า ... ช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2527-2559 ที่ผมสอนหนังสือที่ธรรมศาสตร์ ผมไม่เคยเห็นช่วงไหนที่มีนักศึกษาธรรมศาสตร์จำนวนไม่น้อยได้ถูกจัดตั้งให้กลายเป็นหัวหอกของขบวนการล้มเจ้า เหมือนอย่างในช่วงปี 2563-2564 เลย จะว่าไปแล้วนี่คือเคราะห์กรรมและโศกนาฏกรรมของนักศึกษาธรรมศาสตร์รุ่นนี้ในระดับปัจเจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตหลังจากนี้ของนักศึกษาธรรมศาสตร์กลุ่มนี้ แทบเรียกได้ว่าหมดอนาคตแล้วในยุคดาต้านิยม (dataism) ต่อจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำคำพูดของผมไว้ให้ดีนะ ... อีกหลายปีหรือสิบกว่าปีข้างหน้า เมื่อพวกคุณเติบใหญ่มีวุฒิภาวะมากกว่าตอนนี้ และ&amp;quot;พลันได้คิด&amp;quot; ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกคุณจะเจ็บปวดทางจิตใจมากเหลือเกินที่พบว่า พวกคุณเป็นแค่เหยื่อและเบี้ยสละทิ้งของพวกอาจารย์แก่ๆที่ยังจมปลักดักดานอยู่กับความคิดซ้ายที่โบราณและล้าสมัยแล้วเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลึกๆผมสงสารนักศึกษาธรรมศาสตร์กลุ่มนี้มากนะ เสียดายที่พวกเขาไม่ได้เจอครูที่ดีที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอได้โปรดอย่าแสดงความชิงชังสมน้ำหน้าเด็กพวกนี้ ควรมองว่าพวกเขาคือเหยื่อและเบี้ยทิ้งขว้างของพวกอาจารย์เฒ่าสารพัดพิษต่างหาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117777</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุวินัย ภรณวลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_608759d77b31a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หากพวกนักการเมืองแก้รธน.สำเร็จ วงจรอุบาทว์ 5 อย่างจะกลับมาอีกครั้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64 - ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าสรุป : หากพวกนักการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ วงจรอุบาทว์ทางการเมืองจะกลับมาอีกครั้ง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ระบอบทักษิณและเครือข่ายจะกลับมาเรืองอำนาจได้จากบัตร 2 ใบ เพราะพวกสส.เขตสามารถทุ่มเงินซื้อเสียงได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) สภาผัวเมียจะกลับมาอีก ผัวเป็นสส. เมียเป็นส.ว. ใช้พวกมากลากไป เป็นเผด็จการรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) การเกิดการคอรัปชั่นเชิงนโยบายครั้งใหญ่แบบโครงการจำนำข้าวอีกอย่างไม่รู้จบสิ้น &amp;nbsp;การเมืองจะกลับมาเป็นธุรกิจการเมืองที่ต้องถอนทุนคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ระบบมุ้งการเมือง พวกบ้านใหญานามสกุลดังจะกลับมาผูกขาดการเมืองท้องถื่นอย่างถาวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) จะได้สส.น้ำเน่า หน้าเดิมๆที่ไร้วิสัยทัศน์กลับมาสภา ทำให้ประเทศถอยหลังลงคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ ดร.สุวินัย ภรณวลัย
......
***หลักการและเหตุผล***
การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 2 : หลักการอยู่ที่ใด?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย
//////
สันดานนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่เคยเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การริเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 2 จึงเกิดขึ้น เพื่อสนองต่อผลประโยชน์ของ นักการเมืองโดยแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สส.ทำหน้าที่เป็น ตัวแทน หรือ agent ที่กระทำการแทน เจ้าของ/ประชาชน หรือ principle เพราะไม่สามารถให้ประชากรกว่า 60 ล้านคนมาร่วมใช้สิทธิบริหารประเทศได้โดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผลประโยชน์ของนักการเมืองเมื่อได้เป็น สส.แล้วอาจกระทำการที่ไม่ตรงกับประโยชน์ที่ประชาชนอยากได้ เฉกเช่นผู้จัดการที่หากไม่ควบคุมก็จะบริหารเพื่อประโยชน์ตนเอง เช่น สร้างอาณาจักรของตนเอง แทนที่จะมุ่งแสวงหากำไรให้อันเป็นประโยชน์กับเจ้าของกิจการที่จ้างผู้จัดการมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการควบคุมเพื่อให้ตัวแทนมุ่งทำงานเพื่อประโยชน์ของเจ้าของที่ใช้กันก็คือ สร้างกฎระเบียบโดยเจ้าของ การแก้กฎระเบียบจึงเป็นเรื่องของเจ้าของ หาใช่ลูกจ้างสะเออะเข้ามาแก้ไขเองโดยพลการไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากปล่อยให้ลูกจ้างจะแก้กฎระเบียบได้เอง จะแก้อะไร ทำเพื่อประโยชน์ใคร ลูกจ้าง หรือ เจ้าของ?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องถามก็รู้คำตอบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สส.ในขณะนี้ก็เป็นตัวแทนไม่ต่างจากผู้จัดการที่กล่าวมาข้างต้น ขณะที่กฎระเบียบที่ว่านี้ก็คือรัฐธรรมนูญ โดยหลักการแล้ว สส.มีหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การจะแก้รัฐธรรมนูญให้ตนเองมีอำนาจหน้าที่เพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;ldquo;อำนาจสถาปนา&amp;rdquo; รัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายที่อยู่เหนือกฎหมายอื่นย่อมมิใช่หน้าที่ตัวแทนเช่น สส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแต่อยู่กับ ผู้มีอำนาจสถาปนานั่นคือประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสส.ที่อยู่ในสภาจะแก้รัฐธรรมนูญจึงต้องถามเจ้าของ/ประชาชนเสียก่อนว่าจะแก้อะไร ยินยอมให้แก้ไขหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิใช่หาช่องที่จะอ้างว่าแก้ไขแต่โดยเนื้อแท้เพื่อล้มล้างสิ่งที่ประชาชนกำหนดให้ปฏิบัติทั้งหมดเอาตามใจชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาจึงวินิจฉัยในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ชัดเจนว่า ให้ &amp;ldquo;ถาม&amp;rdquo; ก่อนโดยการแสดงประชามติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ยังไม่เข็ดไม่หลาบจำ ทั้งหัวหงอกหัวดำ ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านเกือบทั้งหมดต่างร่วมใจแก้ไขย่ำยีรัฐธรรมนูญ โดยอ้างประโยชน์ของประชาชน ทำไมเรื่องอื่นจึงไม่สามัคคีเห็นตรงกันเช่นนี้บ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จึงมีตั้งแต่แก้ไขบางประเด็น เช่น วิธีการเลือกตั้ง จนถึง ล้มล้างแล้วร่างใหม่ทั้งฉบับเหมือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ามีความชอบธรรม(legitimacy)ที่จะทำหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ต้องบอกว่าไม่มี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุก็เพราะในตอนหาเสียงจะมีสักกี่พรรคหาเสียงเพื่อขอฉันทานุมัติว่าจะเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญหรือหากจะแก้จะแก้ที่มาตราใด มันไม่ดีตรงที่ใด ผลลัพธ์ผ่านจำนวนสส.ที่ได้ ประชาชนเห็นด้วยกับข้อเสนอของนักการเมืองหล่านั้นเหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบก็คือ &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; !!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคที่หาเสียงว่าจะแก้ก็ไม่ได้เสียงข้างมาก จึงไม่มีข้อเท็จจริงใดสนับสนุนให้ สส.ไปกระทำแม้แต่น้อย แต่พอได้เป็นสส.กลับริอ่านที่จะกระทำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อใครหากไม่ใช่ประโยชน์ของตนเอง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญปัจจุบันจึงมิใช่ปัญหาที่แท้จริงของบ้านเมือง หากแต่นักการเมืองต่างหากที่เป็นปัญหาหลักของบ้านเมืองในปัจจุบัน เพราะรัฐธรรมนูญนี้จำกัดอำนาจ สส.เอาไว้นั่นเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศทั้งหลาย ไม่ว่าพวกท่านนิยมสีเสื้อใด พวกท่านต้องรู้ทันพวกนักการเมืองคิดคิดเหล่านี้ และจะต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือของพวกเขา ให้มาปล้นอำนาจไปเป็น &amp;quot;สมบัติส่วนตัว&amp;quot; ของพวกตัวเองเป็นอันขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106765</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุวินัย ภรณวลัย, แก้ไขรัฐธรรมนู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_608759d77b31a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สุวินัย&#039;ไม่แปลกใจพท.ไหลเข้าพปชร. วาทกรรมต้านเผด็จการแค่สารเสพติด มอมเเมา&#039;ซอมบี้ส้ม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.64- &amp;nbsp;ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suvinai Pornavalai ว่าอย่าแปลกใจที่เห็นนักการเมืองค่ายพรรคเพื่อไทย แห่มาซบพรรคพปชร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมวิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วว่า &amp;quot;วาทกรรมประชาธิปไตยต้านเผด็จการ&amp;quot; มันเป็นแค่ #สารเสพติดมอมเมาความคิด ชนิดหนึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงถนนชูวาทกรรมล้มเจ้าของพวกเยาวชนสามนิ้วในเดือนสิงหาคม ปี 2020 จึงเป็นแค่อาการกำเริบอย่างหนักหลังจากถูกมอมเมาเสพยาบ้าทางคิดมากว่าสองปีเต็มเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวถึงที่สุด พวกเยาวชนที่โดนคดีม. 112 ส่วนใหญ่ คือ #ผู้เสพยาบ้าทางความคิด ในขณะที่พ่อค้าตัวการใหญ่ผู้ผลิตยาบ้าทางความคิดนี้ต่างลอยตัวและลอยนวลทั้งสิ้นในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุวินัย ภรณวลัย
......
สารเสพติดมอมเมาความคิดที่ชื่อ &amp;quot;วาทกรรมประชาธิปไตยต้านเผด็จการ&amp;quot; ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่เข้าใจ บทบาทของปัจเจก Human Factor ในการเปลี่ยนทิศทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งบทบาทของ &amp;#39;ผู้กำหนดเกม&amp;#39; &amp;nbsp;(ตัวอย่างคือ บทบาทของ สนธิ จำลอง ลุงกำนัน หลวงปู่ และสามพี่น้องบูรพาพยัคฆ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะไม่มีทางหักโค่น วาทกรรม&amp;quot;ประชาธิปไตยต้านเผด็จการ&amp;quot; ที่เป็น #สารเสพติดมอมเมาความคิดขั้นสูงสำหรับปัญญาชน ได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะขนาดอภิสิทธิ์อดีตหัวหน้าพรรคปชป.ก็ยังถูกมอมเมาไปแล้วได้ นับประสาอะไรกับพวกติ่งฟ้าทั้งหลายที่ถูกสารเสพติดนี้มอมเมาจนกลายเป็นพวก &amp;#39;ซอมบี้ส้ม&amp;#39; ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมพบว่าสารเสพติดมอมเมาความคิดที่ชื่อ วาทกรรม &amp;quot;ประชาธิปไตยต้านเผด็จการ&amp;quot; นี้ ได้ทำให้อดีตพันธมิตรคนเสื้อเหลืองบางคน ย้ายฝั่งหันมาสนับสนุนธนาธรและพรรคส้มแทนอย่างออกหน้าออกตา การกระทำของคนเหล่านี้แทบไม่ต่างจาก #การเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า แต่อย่างใดเลย แถมยังเห็นแต่ต้นไม้ไม่สามารถมองเห็นป่าทั้งป่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่า คนที่มีจริตเกรียน แรงและสุดโต่งอยู่ก่อนแล้วมักจะ #มีภูมิต้านทานทางความคิดต่ำเมื่อเสพสารเสพติดมอมเมานี้ เข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพวกนักการเมืองที่ย้ายฝั่งจากพรรคเพื่อไทยมาซบค่ายพรรคพลังประชารัฐ #เป็นเรื่องผลประโยชน์ของตัวเองล้วนๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่นักการเมืองพวกนี้ #มองโลกตามความเป็นจริงแบบติดดินมาก จนไม่ถูกสารเสพติดนี้มอมเมาทางความคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพวกนักการเมืองค่ายพรรคเพื่อไทยและแนวร่วม #มีบทบาทไม่ต่างจากพ่อค้ายาเสพติดมอมเมาความคิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน #ผู้ผลิตสารเสพติดมอมเมาความคิด คือ #สื่อเสี้ยมและปัญญาชนสายลิเบอร่านทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอดีต เคยมีคนกล่าวว่า ลัทธิมาร์กซ์เป็นฝิ่นของปัญญาชนหัวก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุนนี้ ผมคงต้องบอกแบบเดียวกันว่า วาทกรรม&amp;quot;ประชาธิปไตยต้านเผด็จการ&amp;quot; เป็น #ยาบ้าที่มอมเมามวลชนคนรุ่นใหม่ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาผมอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมผลงานและข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ต่างๆ ไม่สามารถเปลี่ยนอคติการรับรู้ของพวกซอมบี้ส้ม-ซอมบี้แดงได้ แต่พอผมมองจากมุมมองของ #การใช้วาทกรรมในฐานะที่เป็นสารเสพติดมอมเมาความคิด ผมจึงถึงบางอ้อ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105519</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลังประชารัฐ, ย้ายพรรค, สุวินัย ภรณวลัย, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f88e39cea494.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกคำสอน &#039;พุทธะอิสระ&#039; ล้ำค่าเกินกว่าจะให้ราคา &#039;พระไพรวัลย์&#039; แค่ลิเบอร่านในคราบผ้าเหลือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.64 -&amp;nbsp;ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;พระมหาไพรวัลย์ กับ (หลวงปู่)พุทธะอิสระ&amp;quot; ระบุว่า ไม่ว่าใครจะเรียกหลวงปู่ในชื่ออะไร แต่สำหรับผมแล้ว ท่านคือหลวงปู่ของผมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพราะในความเข้าใจของผม...ข้างในของท่านยังคงเป็น &amp;quot;พระ&amp;quot; มาโดยตลอดไม่เคยเปลี่ยน ต่อให้ข้างนอกท่านจะสวมจีวรหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมน้อมรับ คำสอนเรื่องสามศักดิ์สิทธิ์มาจากหลวงปู่ ตั้งแต่ปี 2540 (ค.ศ. 1997) หรือเมื่อ 24 ปีที่แล้ว ในช่วง 24 ปีมานี้ หลวงปู่ได้เมตตาถ่ายทอดวิชาทางจิตของท่านไว้ให้แผ่นดินนี้มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิชาทางจิตของหลวงปู่ไม่ว่าวิชาลม 7 &amp;nbsp;ฐาน , วิชาปราณชำระกระดูก , วิชาลมปราณอักษรสวรรค์ , วิชาสมาธิโพธิสัตว์ , วิชาสุญญตสมาธิ และ วิชาวิถีจิต ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเจริญสมถะและการเจริญวิปัสสนาที่สมบูรณ์ยิ่ง ไม่ว่าจะเปรียบเทียบกับระบบการฝึกทางจิตของสำนักไหนในโลกนี้ก็ตาม
การที่ #สมเด็จสังฆราชองค์ก่อนได้มาหาหลวงปู่ถึงวัดอ้อน้อยเพื่อฝากฝัง และมอบ &amp;quot;#ภารกิจศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกป้องพุทธศาสนา&amp;quot; ให้แก่หลวงปู่เมื่อสิบกว่าปีก่อน ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของหลวงปู่ก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเป็น &amp;quot;ตำนานพระของแผ่นดิน&amp;quot; ของหลวงปู่ คงมีแต่สาธุชนที่มีหัวใจเป็นธรรมเท่านั้นที่จะมองเห็นได้กระมัง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้จักชีวิตและจิตวิญญาณของหลวงปู่ดีเกินกว่าที่จะให้ราคา คำพูดของพระมหาไพรวัลย์ที่วิจารณ์หลวงปู่ เพราะนักบวชคนนี้ #เป็นแค่พวกลิเบอร่านในคราบผ้าเหลืองเท่านั้น สำหรับผมการกระทำ-คำพูด-สูตรที่คิดต่างหาก คือสิ่งที่บ่งชี้ว่าใครคือคนจริง และเป็นของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอกราบแทบเท้าหลวงปู่ผู้เป็นแบบอย่างของคุรุผู้ประเสริฐ ที่ได้เมตตาถ่ายทอดพุทธธรรมแบบจิตสู่จิตให้แก่ผมตั้งแต่เมื่อ 24 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยจิตบูชายิ่งเท่าที่ศิษย์คนหนึ่งจะเคารพบูชาครูของตนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101377</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระมหาไพรวัลย์, พุทธะอิสระ, สุวินัย ภรณวลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cd62c78470.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สุวินัย&#039;ชำแหละMindsetของพวกขี้แพ้ต่อชีวิต ใช้น้ำอุจจาระอาบรดตัวเองทุกวัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 -ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suvinai Pornavalai ประเด็น Mindset ของพวกขี้แพ้ต่อชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีหลักการ หลักวิชาการ มีหลักฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ แบบ Critical Thinking
กับการบ่น แซะ เสียดสี เจอปนด้วยอคติ ตั้งแง่ มองด้านเดียว เห็นแต่ต้นไม้ไม่เห็นป่า เอาจริตตัวเองเป็นที่ตั้งนั้นไม่เหมือนกัน และต่างกันราวฟ้ากับเหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบหลัง ถือว่าเป็น Mindset ของพวกขี้แพ้ต่อชีวิต (loser) อย่างหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างแพร่หลายในสังคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันไม่เกี่ยวหรอกว่าจริตของคนพวกนี้จะชอบฝ่ายไหนทางการเมืองในแต่ละช่วงเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไม่ว่าจะเชียร์ฝ่ายไหน การแสดงออกทางความคิด ทางคำพูด ทางสภาวะจิตใจ มันก็ยังคงสะท้อน Mindset ของพวกขี้แพ้ต่อชีวิตของคนผู้นั้นอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาความพอใจในตนเอง กับตนเองไม่ได้ &amp;nbsp; ไม่สงบทางความคิดและจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอดส่าย ฟุ้งไปกับความคิดเชิงลบที่หล่อเลี้ยงอัตตาตัวเอง แทบทั้งวันในการแสดงออกทางความคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขาดพลังสร้างสรรค์ในการกระทำของตน ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความรักในใจตนเองค่อยๆเหือดหาย เหลือแต่อะไรก็ไม่รู้ที่ไม่คล้ายความรัก แต่ยังหลงผิดคิดว่าเป็นความรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปกติ คนที่เป็นพวกขี้แพ้ต่อชีวิต มักไม่รู้จัก หรือรู้เท่าทัน &amp;nbsp;Mindset ของตัวเองหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะถ้ารู้เท่าทัน พวกเขาจะไม่มีวันสาปแช่งตัวเองอยู่ทุกวี่วันแบบนี้เป็นอันขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหมือนกับที่คงไม่มีใครใช้น้ำอุจจาระมาอาบน้ำรดตัวเอง ชำระร่างกายตัวเองได้ทุกวันหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทุกๆวันกับคนที่มี Mindset แบบนี้ ที่ใช้คำพูดหล่อเลี้ยงความสกปรกอัปลักษณ์ทางความคิดของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่คนเรากระทำต่อตัวเองทุกวี่วัน คือการทำให้จิตวิญญาณตัวเองอัปลักษณ์ น่าเกลียดลงเรื่อยๆ ผ่านการบิดเบี้ยวของหัวใจและจิตใจของตนเองโดยไม่รู้สึกตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อโซเชียลทำให้ผมแลเห็น Mindset ของพวกขี้แพ้ต่อชีวิต ปรากฏออกมามากมายในทุกๆเรื่องราวของสังคม แทบทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงไม่คบหาและไม่สุงสิงกับพวกที่มี mindet แบบพวกขี้แพ้ต่อชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมแล้ว ไม่มีการฝึกเจริญสติแบบไหนทรงพลังเท่ากับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเห็นและรู้ทัน&amp;quot; &amp;nbsp;Mindset ของพวกขี้แพ้ต่อชีวิตในแต่ละวันอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มันเป็นความย้อนแย้ง (Paradox) ของชีวิตอย่างหนึ่งที่พวกขี้แพ้ต่อชีวิตมักไม่รู้ตัวเองว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆแล้วที่ตัวเองเป็นพวกขี้แพ้ เพราะ Mindset แบบนี้มันปกปิดบดบังความคิดเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีฝึกจิต ดูจิตในโลกโซเชียลที่ง่ายที่สุด ที่ทุกคนทำได้เลยคือ การรู้จักแยกแยะให้ออกว่า &amp;nbsp;นี่เป็น Mindset ของพวกขี้
แพ้ต่อชีวิตหรือไม่ ในสิ่งที่เราคิด เราแสดงออกมา หรือคนอื่นคิด &amp;nbsp;คนอื่นแสดงออกมาในแต่ละครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันจึงไม่ใช่เรื่องผิด ที่คนๆนั้นคิดว่าตัวเองเกิดมาผิดประเทศ จึงรู้สึกชังชาติตัวเอง หรือไม่พอใจประเทศตัวเองหรอก&amp;nbsp;
เพราะคนแบบนี้ ที่มี Mindset แบบพวกขี้แพ้นี้ ไม่ว่าไปอยู่ที่ไหน ก็ไม่มีวันพอใจชีวิตทั้งนั้น ....&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะผิด ก็คงผิดตรงที่คนผู้นั้นดันเลือกน้อมรับ Mindset แบบนี้มาเป็นหลักคิดในการดำรงชีวิตของตัวเองต่างหาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100861</URL_LINK>
                <HASHTAG>MINDSET, พวกขี้แพ้ต่อชีวิต, สุวินัย ภรณวลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_608759d77b31a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวินัย&#039; สุดเอือมนักวิชาการมาเฟียบิดเบือนผิดเป็นถูก ทำวงการเสื่อมทรามถึงขีดสุดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 - ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การรวมหัวของ 279 อาจารย์ที่ออกมาเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยหยุดสอบสวนการกระทำผิดทางวิชาการของอาจารย์ณัฐพล ใจจริง นั้น&amp;nbsp;ช่างเป็นความอุบาทว์ทางวิชาการเสียนี่กะไร!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการสอบสวนก็เหมือนศาล ถ้าเอาแต่พวกมากลากไปไม่เอาความถูกต้องอย่างนี้ประเทศชาติและสังคมจะอยู่กันอย่างไร? ส่องกระจกดูพฤติกรรมเยี่ยงนี้แล้วยังมีหน้าเป็นครูบาอาจารย์ไปได้อีกหรือ? ไม่แปลกดอกที่วงการวิชาการในปัจจุบันได้เสื่อมทรามถึงขีดสุดแล้วก็ว่าได้ เหตุก็เพราะไม่สามารถชี้ถูกผิดให้กับสังคมได้ แถมยังทำตัวเองให้เป็นปัญหาแทนที่จะเป็นทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความไม่ถูกต้องของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของณัฐพลนั้นน่าจะมีอยู่ที่วิธีวิทยาที่ใช้ คือ การตีความทางประวัติศาสตร์ โดยคำนึงถึงบริบทต่างๆที่แวดล้อมอยู่&amp;nbsp;ฟังดูแล้วดีแต่ไม่ได้เรื่อง นี่คือเหลาไม้ไฝ่กลายเป็นบ้องกัญชาเสียฉิบ แทนที่จะเป็นประโยชน์กลับกลายเป็นโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาให้เข้าใจโดยง่าย การตีความของณัฐพล (จาก ตอบไชยันต์ ไชยพร เรื่องวิธีวิทยาทางประวัติศาสตร์) หมายถึงการเอาทัศนคติส่วนตนเข้าไปใช้กับ &amp;ldquo;หลักฐาน&amp;rdquo; ที่มีอยู่นั่นเอง&amp;nbsp;แต่ประเด็นที่ ศ.ดร.ไชยันต์ ได้ท้วงติงที่เป็นสาระสำคัญก็คือ&amp;nbsp;มีอะไรเป็น &amp;ldquo;หลักฐาน&amp;rdquo; ให้ตีความว่า บทบาทของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาถนเรนทร ใช้อำนาจในฐานะผู้สำเร็จราชการฯเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง (เพื่อจะเป็นต้นเรื่องกระทบคราดไปถึงสถาบันที่อาจใช้อำนาจนั้นผ่านผู้สำเร็จราชการฯ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อสิ่งที่อ้างอิงว่าเป็น &amp;ldquo;หลักฐาน&amp;rdquo; นั้นไม่มีอยู่จริง&amp;nbsp;หากเป็นเช่นนี้จริงผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการ &amp;ldquo;กุ&amp;rdquo; เรื่องขึ้นมา ไม่ต่างจากที่ ทอน บูด มายด์ และอีกหลายคนได้กระทำในปัจจุบัน ถ้าจะใช้วิธีวิทยาของณัฐพล วิทยานิพนธ์ก็ทำโดยบรรดาผู้ที่ไม่นิยมกษัตริย์ เช่น อาจารย์ที่ปรึกษา กรรมการสอบ หนังสือที่(เลือก)เอามาอ้างอิง เพื่อหวังให้สำนักพิมพ์ที่(จะเลือก)เอาไปตีพิมพ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงสามารถตีความโดยวิธีวิทยาของณัฐพลเองได้ไหมว่า ณัฐพลมีส่วนอย่างแข็งขันที่จะ &amp;ldquo;กุ&amp;rdquo; เรื่องเท็จให้กลายเป็นเรื่องจริง เพื่อหวังเป็นต้นทางให้พวกที่ไม่นิยมกษัตริย์เอาไปขยายความโจมตีต่อไปเป็นทอดๆ&amp;nbsp;เพราะแม้ในวิทยานิพนธ์จะแก้ไขไม่ได้แล้วแต่ในหนังสือที่นำเอาเนื้อหาวิทยานิพนธ์นี้มาใช้ตีพิมพ์เผยแพร่ก็ยังไม่ยอมตัดข้อความที่เป็น &amp;ldquo;เท็จ&amp;rdquo; เพราะไม่มีหลักฐานอ้างอิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ไชยันต์ ได้เขียนเอาไว้ในเฟสบุ๊คตนเองว่า ในหน้า 60 ของหนังสือ &amp;ldquo;ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี&amp;rdquo; ณัฐพลและฟ้าเดียวกันได้ตัดข้อความที่กล่าวว่า&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กรมพระยาชัยนาทเรนทรทรงเป็นเพียงหนึ่งในคณะผู้สำเร็จราชการตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2489 แต่ทรงลงนามพระนามประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2490 ที่เกิดจากการรัฐประหารแต่เพียงผู้เดียวอย่างรวดเร็ว&amp;rdquo; ที่เคยปรากฏอยู่ในวิทยานิพนธ์ออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ยังคงข้อความว่า &amp;ldquo;รัฐประหารครั้งนี้ไม่อาจสำเร็จได้หากปราศจากบทบาทของกรมขุนชัยนาทนเรนทร ผู้สำเร็จราชการฯ ซึ่งมีบทบาทในการรับรองการรัฐประหารอย่างแข็งขัน&amp;rdquo; และยังคงอ้างข้อมูลหน้า 210 ของหนังสือ Brief Authority: Excursion of a Common Man in an Common World ของ Stanton อยู่ ซึ่งอย่างที่ชี้ให้เห็นไปแล้วว่า ในหน้า 210 ของหนังสือดังกล่าว ไม่มีข้อความใดเลยที่จะสื่อว่า กรมขุนชัยนาทนเรนทร ผู้สำเร็จราชการฯ มีบทบาทในการรับรองการรัฐประหารอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมตัดข้อความที่ไม่มีหลักฐานอยู่จริงอันหนึ่งออกได้ แต่ไม่ยอมตัดอีกอันหนึ่งทั้งที่ปราศจากหลักฐานอ้างอิงเช่นกันและเอามาตีความ อย่างนี้ไม่เรียกว่าจงใจ &amp;ldquo;กุ&amp;rdquo; เรื่องแล้วจะให้เรียกว่าอะไร ณัฐพล?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นึกไม่ถึงว่าวงการวิชาการจะมีเผด็จการทางความคิดดังเช่น 279 อาจารย์ที่ออกมาเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยหยุดสอบสวนการกระทำผิด&amp;nbsp;นี่คือโฉมหน้ามาเฟียในวงการวิชาการไทยที่กล้าบิดเบือนผิดให้เป็นถูก ในนามของเสรีภาพทางวิชาการ ความถูกต้องจึงไม่ขึ้นอยู่กับจำนวน เป็นอนาลิโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ไชยันต์ครับ อย่างน้อยยังมีอีกอาจารย์อย่างพวกผม 2 คนที่เห็นด้วยกับการกระทำเพื่อสังคมวิชาการที่ดีในครั้งนี้ หนึ่งตำลึงจึงค้ำยังพันชั่งได้!ด้วยจิตคารวะ&amp;nbsp;โดย ศ.ดร.ชวินทร์ ลีนะบรรจง และรศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวินทร์ ลีนะบรรจง, ณัฐพล ใจจริง, สุวินัย ภรณวลัย, ไชยันต์ ไชยพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_60408ad08301b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2021 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดสมเพช! คณะ 3 นิ้วเกลียดทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 64 - ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกข์ซ้อนทุกข์ของคนทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีทุกข์ทางใจอันไหนที่สาหัสเท่ากับความผิดหวัง ไม่ว่าจะผิดหวังในเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไม่ได้ดั่งใจเป็นความทุกข์ยิ่งของอัตตาตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ผมได้ยินเสียงโวยวายของผู้คนจำนวนมากในโซเชียลทุกวัน ที่เผยให้เห็นทุกข์ทางใจที่ว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกข์จริง แต่ไม่รู้ทุกข์ และไม่เห็นทุกข์ทางใจของตัวเอง คือ ทุกข์ซ้อนทุกข์ &amp;nbsp;... ที่ยิ่งทำให้ทุกข์มากจนดิ้นไม่มีทางหลุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อให้โทษรัฐบาล โทษโครงสร้าง โทษสถาบันฯ โทษนักการเมือง ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ขอถามกลับว่า &amp;quot;แล้วยังไง?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใจที่เกลียดชัง เกลียดทุกอย่างไปหมด ใจที่โทษทุกอย่างไปหมด ยกเว้นตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ใจแบบนี้อยู่ที่ไหนก็ทุกข์ &amp;nbsp;#ไม่ว่าเวลาไหนก็ทุกข์อยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เวลาไม่เคยอยู่ข้างคนทุกข์!!&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ &amp;quot;อนาคตก็ไม่เคยอยู่ข้างคนทุกข์!!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือการหลอกตัวเอง ปลอบใจตัวเองในตอนนี้ไปวันๆเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนทุกข์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงหรอก ไม่ว่าเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องบ้านเมือง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียงโวยวายของคนทุกข์ที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่มีผู้มีอำนาจคนไหนล้างหูตั้งใจฟังอย่างจริงใจหรอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะมีก็คือพระอวโลกิเตศวรและอณูของท่านเท่านั้นแหละ ที่จะใส่ใจฟัง และชี้ทางสว่างให้.&lt;/p&gt;


	ดร.อานนท์ ตบกบาลลูกน้องธนาธร
	&amp;#39;ศรีสุวรรณ&amp;#39; ฟันเปรี้ยง 3 นิ้วอดอาหารประท้วง-ปิดประตูได้ประกันตัว

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96647</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ20มีนา, สุวินัย ภรณวลัย, แกนนำ3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210320/image_big_6055564036662.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
