<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.จัดอบรมการช่วยชีวิตทางน้ำให้ ครู  หวังนำไปสอนเด็ก ขจัดปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23ก.ค.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สถิติที่ผ่านมาพบว่าการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุและอุบัติภัยทางน้ำมีเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กๆ มักตกและจมน้ำเสียชีวิต โดยเฉพาะตามแหล่งน้ำธรรมชาติใกล้บ้าน เช่น บ่อขุด หนอง คลอง บึง สระน้ำ หรือแม่น้ำในบริเวณชุมชน สระว่ายน้ำ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงได้กำหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาทุกแห่งมีมาตรการและแนวทางในการรักษาความปลอดภัยทางน้ำให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนพ้นจากภัยการตกน้ำ จมน้ำเสียชีวิต ขจัดปัญหาการว่ายน้ำไม่เป็นของนักเรียนให้หมดไป รวมไปถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีนโยบายในการส่งเสริมการกีฬาสู่สถานศึกษา โดยมีแนวทางการดำเนินงานนอกจากให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 แล้ว ต้องให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยในชีวิต การเอาตัวรอดจากภัยทางน้ำ โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้ร่วมกับชมรมไลฟ์การ์ดภูเก็ต จัดทำคู่มืออบรมเชิงปฎิบัติการ เรื่องการช่วยชีวิตทางน้ำ (Life saving) สำหรับเป็นคู่มือในการฝึกอบรมครูให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้แก่นักเรียนหรือเยาวชน ให้สามารถช่วยเหลือตนเองและช่วยชีวิตคนตกน้ำได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ สพฐ.ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครู จำนวน 150 คน เรื่องการช่วยชีวิตทางน้ำแล้ว จำนวน 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ โดยอบรมครั้งละ 5 วัน เน้นการปฎิบัติจริง ซึ่งผมมั่นใจว่าครูผู้เข้าอบรมจะนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพ และลดอุบัติเหตุ และอุบัติภัยทางน้ำที่จะเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนได้แน่นอน&amp;quot; เลขาฯ กพฐ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41738</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., สุเทพ ชิตยวงษ์, อบรมครูช่วยชีวิตทางน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36f8a16964b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ตั้ง 40 รักษาการ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 2 ก.ค. นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้ลงนามคำสั่ง สพฐ. ที่0000/2562&amp;nbsp;แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติจากคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้ไปรักษาการในตำแหน่ง ผอ.สพท. ที่ สพท.ต่างๆ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 40 ราย ตามตำแหน่งว่างที่ได้มีการประกาศคัดเลือก จำนวน 40 อัตรา แยกเป็น สพป. 31 ราย และ สพม. 9 ราย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot; การแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 40 คน ไปรักษาการในตำแหน่ง ผอ.สพท. เพื่อให้การบริหารงานงานของ สพท.มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สพท.ครบทุก สพท. ซึ่งผู้รักษาการในตำแหน่ง ผอ.สพท.ทั้งหมดได้ผ่านการคัดเลือกตามหลักสูตรการคัดเลือกและกระบวนการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ทางราชการในการช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแผนยุทธศาสตร์ของ ศธ. โดยยึดหลักการบริหารจัดการเชิงบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;quot; เลขาฯ กพฐ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับ รอง ผอ.สพท.ที่ได้รับคำสั่งให้ไปรักษาการ ผอ.สพท. จำนวน 40 ราย ประกอบด้วย 1.นายขวัญเรือน แสบงบาล รอง สพป.อุบลราชธานี เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.มหาสารคาม เขต 3 2.นายปิลัทธ์ อุดมวงษ์ รอง สพป.สุโขทัย เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.ตาก เขต 2 3.น.ส.กาญจนา เปรมภิรักษา รอง สพป.นครราชสีมา เขต 3 รักษาการ ผอ.สพป.สระแก้ว เขต 1 4.นายปัญญารัฐฎน์ จันทร์กอง รอง สพป.อุดรธานี เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 4 5.นายสุชาติ ศศิภัทรกุล รอง สพป.พะเยา เขต 2 รักษาการ ผอ.สพป.พะเยา เขต 2 6.นายเอกวัฒน์ ล้อสุนิรันดร์ รอง สพป.นครนายก รักษาการ ผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 7.นายวันชัย บุญทอง รอง สพป.อุบลราชธานี เขต 4 รักษาการ ผอ.สพป.ชลบุรี เขต 3 8.นางชุลีกร ทองด้วง รอง สพป.ตรัง เขต 2 รักษาการ ผอ.สพป.สมุทรสงคราม 9.นายผดุงเกียรติ &amp;nbsp;รักษ์วรโชติ &amp;nbsp;รอง สพป.หนองคาย เขต 1 &amp;nbsp;รักษาการ ผอ.สพป.ลำปาง เขต 2 10.นายสมศักดิ์ ภูมิกอง รอง สพป.ขอนแก่น เขต 2 รักษาการ ผอ.สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;11.นายสุทธิชัย เดชสุวรรณนิธิ รอง สพป.กรุงเทพมหานคร รักษาการ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 2 12.นายวิเศษ เชยกระรินทร์ รอง สพป.เชียงราย เขต 3 รักษาการ ผอ.สพป.เชียงราย เขต 3 13.นายสุเทพ ปาลสาร รอง สพป.ขอนแก่น เขต 4 รักษาการ ผอ.สพป.แพร่ เขต 2 14.นายสุรเชษฐ์ พละเอ็น รอง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 รักษาการ ผอ.สพป.ลำพูน เขต 2 15.นางผกาภรณ์ พลายสังข์ รอง สพป.พิษณุโลก เขต 3 รักษาการ ผอ.สพป.พิจิตร เขต 1 16.นายจักรพงษ์ ทองเพ็ชร์ รอง สพป.สตูล รักษาการ ผอ.สพป.เพชรบุรี เขต 1 17.นายสมพงษ์ พรมใจ รอง สพป.เลย เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.อุตรดิตถ์ เขต 2 18.นายสมศักดิ์ เอี่ยมดี รอง สพป.กำแพงเพชร เขต 2 รักษาการ ผอ.สพป.กำแพงเพชร เขต 2 19.นายรัตน์มณี รัตนปกรณ์ รอง สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 รักษาการ ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 3 20.นายเดือน ทองกุล รอง สพป.อุดรธานี เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.จันทบุรี เขต 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;21.นายนฤทธิ์ คงนาน รอง สพป.ขอนแก่น เขต 2 รักษาการ ผอ.สพป.นครสรวรรค์ เขต 3 22.นายพัฒนพงศ์ พวงทอง รอง สพป.เชียงใหม่ เขต 4 รักษาการ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 5 23.นายชำนาญ รามแก้ว รอง สพป.พัทลุง เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.สมุทรปราการ เขต 2 24.นายวันชัย เกิดมีโภชน์ รอง สพป.กำแพงเพชร เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 2 25.นายประสิทธิ์ ไชยวงษ์ รอง สพป.อุดรธานี เขต 4 รักษาการ ผอ.สพป.น่าน เขต 2 26.นายธันวา ลิ่มสถาพร รอง สพป.สงขลา เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.ระยอง เขต 2 27.นางกัลยา มาลัย รอง สพป.สมุทรสาคร รักษาการ ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 3 28.นางพุฒขาด จันทร์ดำ รอง สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1 &amp;nbsp;29.นายสมเกียรติ ปงจันตา รอง สพป.ลำปาง เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.ลำปาง เขต 3 30.นายวิเศษ พลอาจทัน รอง สพป.ขอนแก่น เขต 1 รักษาการ ผอ.สพป.ปราจีนบุรี เขต 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;31.นายคุณาพิชศน์ แซมสีม่วง รอง สพป.กาญจนบุรี เขต 2 รักษาการ ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 32.นายปัญญา หาแก้ว รอง สพป.บุรีรัมย์ เขต 3 ช่วยปฎิบัติราชการ สพม.31 &amp;nbsp;รักษาการ ผอ.สพม. เขต 37 (แพ่ น่าน) 33.นายจักราวุธ สอนโกษา รอง ผอ.สพม. เขต 25 รักษาการ ผอ.สพม. เขต 22 (นครพนม มุกดาหาร) 34.นายประจักษ์ สีหราช รอง สพม.เขต 36 รักษาการ ผอ.สพม.เขต 35 (ลำปาง ลำพูน) 35.นายเจริญชัย กิตติพีรเดช (ชช.) รอง ผอ.สพม.เขต 35 รักษาการ ผอ.สพม.เขต 9 (สุพรรณบุรี นครปฐม) 36.นายสุดเขต สวยสม รอง ผอ.สพม.เขต 41 รักษาการ ผอ.สพม.เขต 38 (สุโขทัย ตาก) 37.นายไพโรจน์ พรมสอน รอง ผอ.สพม.เขต 19 รักษาการ ผอ.สพม.เขต 19 (เลย หนองบัวลำภู) 38.นายกฤษ ละมูลมอญ รอง ผอ.สพม.เขต 33 รักษาการ ผอ.สพม.เขต 7 (ปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว) 39.ว่าที่ ร.ต.นพดล รักษ์แก้ว รอง ผอ.สพม.เขต 13 รักษาการ ผอ.สพม.เขต 10 (เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร) และ 40.นายประสิทธิ์ อินวรรณา รอง ผอ.สพม.เขต 37 รักษาการ ผอ. สพม.เขต 40 (เพชรบูรณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39999</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ตั้งรักษาการ ผอ.สพท., สุเทพ ชิตยวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1b1e10e9ed7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบนโยบาย ผอ.สพท. ต้อนรับวิทยาลัยอาชีวะแนะแนวเรียนต่อสายอาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 29 พ.ค.ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ (สพท.) โดยนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวในการมอบนโยบายเรื่องทิศทางการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานตอนหนึ่งว่า การจัดการศึกษาที่มุ่งแต่สร้างให้เด็กเรียนเก่ง เรียนดี เรียนอย่างมีความสุข และมุ่งสู่ใบปริญญานั้น พบว่า เด็กเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ เราต้องจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ ดังนั้น การบริหารงานจากนี้ต้องสร้างสะพานเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และ สพฐ. เช่น การจัดหลักสูตรอาชีพในโรงเรียน สพฐ. &amp;nbsp;เป็นต้น รวมถึงการเปิดโอกาสให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาได้เข้ามาแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพในโรงเรียน เนื่องจากพบว่า โรงเรียนบางแห่งปิดกั้นไม่ให้มีการเข้ามาแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพ ทั้งนี้ ตนเชื่อมั่นว่า สพท. จะทำหน้าที่เป็นคีย์แมนสำคัญขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา เพราะใกล้ชิดกับโรงเรียนมากที่สุด ซึ่งตนจะขอรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาการจัดการศึกษาในพื้นที่จากเขตพื้นที่ ไม่อยากมอบเป็นนโยบายที่สั่งการจากส่วนกลางลงไปอย่างเดียว อยากให้เขตพื้นที่ช่วยคิดและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อร่วมกำหนดเป้าหมายคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน ทำให้ได้รับเสียงสะท้อนเกี่ยวกับนโยบาย โรงเรียนดีประจำตำบลว่า มีโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับประเทศอยู่แล้ว แต่กลับได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนดีประจำตำบล ในความรู้สึกของโรงเรียนเหมือนถูกลดเกรด อยากให้ทบทวนการดำเนินการใหม่ จากนี้ตนจะนำรายชื่อของโรงเรียนที่เข้าโครงการนี้มาทบทวนใหม่ เพื่อที่จะให้ได้โรงเรียนดีประจำตำบลจริง ทั้งนี้ สำหรับนโยบายโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership school) และโรงเรียนประชารัฐที่ดึงภาคเอกชนช่วยจัดการศึกษา ถือเป็นโครงการที่ดีมาก ตนต้องการจะขยายผลหลักการดังกล่าว โดยมอบโจทย์ให้ สพท.ทุกแห่งดึงภาคเอกชนมาร่วมสนับสนุนการศึกษานำร่องเขตพื้นที่ละ 5 โรง ต้องทำงานเชิงรุก จะมารองบประมาณจากรัฐอย่างเดียวไม่เพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ผมได้รับเสียงสะท้อนเรื่องโครงการพัฒนาครูแบบครบวงจร หรือ คูปองครูว่า มีปัญหาในส่วนการปฏิบัติ ผมเห็นว่านโยบายนี้มีหลักการที่ดี แต่คงต้องมีการปรับส่วนการปฏิบัติ และขอรับฟังเสียงสะท้อนจาก สพท. อีกครั้งด้วยว่า แนวทางการพัฒนาครูในอนาคตจะมีรูปแบบใด ทั้งนี้ ผมอยากฝากนโยบายทำให้เด็กอ่านออกเขียนได้ ตามมาตรฐานของแต่ละชั้นเรียนเร่งทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 2 เดือน เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้มีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสอบถามและให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก &amp;quot; นายสุเทพ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37153</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผอ.สพท., สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สุเทพ ชิตยวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b099914d9cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุเทพ&quot; ใจป้ำสุดๆ ประกาศอัดฉีดงบฯเขตพื้นที่ละ1 ล้านไปยกระดับการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
22พ.ค.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ตนได้สั่งการให้ทุกสำนักของ สพฐ.ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างจุดเด่นของแต่ละหน่วยงานในการขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งได้เร่งรัดเรื่องการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปี 2562 ไตรมาสที่ 3 เดือนมิถุนายน โดยเฉพาะกลุ่มงบฯ ลงทุนต้องเร่งใช้จ่ายให้เรียบร้อยเป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อไม่ให้งบตกไป ส่วนภาพรวมการเปิดเรียนเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ตนได้กำชับเรื่อง นมโรงเรียน ว่า ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้องประสานองค์กปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า อย่าให้มีการดำเนินการล่าช้า นอกจากนี้ตนได้มอบหมายให้ สพท. ทุกเขตจัดทำ Big Data ด้านวิชาการ เพื่อรวบรวมข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ของพื้นที่และโรงเรียน สำหรับบูรณาการในการแก้ปัญหาการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการจัดทำ Big Data โดยจะมีส่วนกลางเป็นพี่เลี้ยงให้ว่าการจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวเขตพื้นที่จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ตนจะประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ รวมถึงวางแนวทางนโยบายรับนักเรียนในปี 2563 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเตรียมจัดสรรงบประมาณ จำนวน 1 ล้านบาท ให้แก่เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อใช้เชื่อมโยงการทำงานของเขตพื้นที่การศึกษาด้วยการยึดห้องเรียน และเด็กเป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เช่น การอบรมพัฒนาครู การสร้างนวัตกรรมการเรียรรู้ เป็นต้น ซึ่งผมมีโจทย์ใหญ่ที่ต้องการให้เด็กอ่านออกเขียนได้และคิดเลขเป็นภายในระยะเวลา 2 เดือนต่อจากนี้ โดยเงินดังกล่าวที่ให้ไปเขตพื้นที่ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนในการนำเงินไปใช้จ่ายสู่การปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ แต่หากเขตพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และมีโรงเรียนจำนวนมากก็จะจัดสรรเพิ่มให้ตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขตพื้นที่ ทั้งประเทศมีทั้งหมด 225 เขต &amp;nbsp;ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ มีงบสนับสนุนลงไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทุกปี อยู่แล้ว ซึ่งงบฯที่นายสุเทพ กล่าวถึง น่าจะไปเติมกับงบประมาณที่เคยได้รับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36509</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, สุเทพ ชิตยวงษ์, อัดฉีดงบให้เขตพื้นที่การศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce3f91a47d6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ. เชิญบุคคลร่วมสมัครประธานและกรรมการบอร์ดอาชีวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1พ.ค.62-&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิตยวงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่าตามที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ชุดเดิมพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประกอบกับกฎกระทรวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรื่องกำหนดจำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือก วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562 ได้ประกาศใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงต้องดำเนินการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยได้ลงนามในประกาศ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&amp;nbsp;กล่าวว่า ขอเชิญบุคคลผู้มี ความรู้ ความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงในด้านต่าง ๆ สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานกรรมการ ในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะกรรรมการการอาชีวศึกษา ได้แก่ กรรมการผู้แทนองค์กรเอกชน กรรมการผู้แทนองค์กรส่วนท้องถิ่น กรรมการผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านอุตสาหกรรม ด้านธุรกิจหรือบริการ ด้านการเกษตรและประมง ด้านกฎหมาย ด้านการเงิน การคลังหรือการลงทุน ด้านการพัฒนากำลังคน ด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาครัฐ ด้านการจัดการอาชีวศึกษาภาคเอกชน ด้านการจัดการศึกษาพิเศษ และด้านการประเมินคุณภาพการศึกษา)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ประสงค์สมัครสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;www.vec.go.th&amp;nbsp;และยื่นใบสมัครได้ด้วยตนเอง&amp;nbsp;หรือส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ลงทะเบียนตอบรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางภายในวันสุดท้ายของการรับสมัคร ได้ที่ (กลุ่มเลขานุการสำนักงาน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เขตดุสิต กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือส่งทางสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e- mail :vec_2555@hotmail.com)&amp;nbsp;&amp;nbsp;10300&amp;nbsp;ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30 &amp;ndash; 16.30&amp;nbsp;น. ในวันและเวลาราชการ&amp;nbsp;ติดต่อสอบถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ที่กลุ่มเลขานุการสำนักงาน โทร. 0 2206 5555 ต่อ 1104 หรือ ติดต่อ นางสุภารัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภูมิติยะโยภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โทร. 09 1426 3889 หรือ นางสาวกัญญ์ฐญาณ์ ศรีสูงเนิน โทร. 08 4463 6173&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34867</URL_LINK>
                <HASHTAG>สรรหาบอร์ดสอศ., สอศ., สุเทพ ชิตยวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77de2b7eb6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุเทพ&quot;เชื่อ&quot;ยกเว้นครูช่างมาจากภาคธุรกิจ ไม่ต้องมีใบอนุญาต ไม่มีปัญหา บรรจุเท่าไหร่ก็ยังขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16เม.ย.62-&amp;quot;เลขาฯ กอศ.&amp;rdquo; เชื่อ การยกเว้นครูช่าง ไม่ต้องมีตั๋วครู ไม่น่ามีปัญหา&amp;nbsp; ชี้บรรจุไปเท่าไรก็ไม่เพียงพอ ปีที่แล้วบรรจุไป 1,200คน แต่ก็ไม่พอกับความต้องการ สำหรับครูสอนวิชาสามัญยังไงก็ต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์&amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) มีความห่วงใยว่าการที่จะมีการยกร่างประกาศคุรุสภา ยกเว้นครูที่สอนในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ หรือ ครูช่างไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอาจจะส่งผลทำให้ไม่สนใจเรียนครุศาสตร์อุตสาหกรรม สามารถไปเรียนสาขาอื่น ๆ แทนเพราะจบมาก็เป็นครูช่างได้ ว่า ตนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะต้องยอมรับว่ามีครูบรรจุเท่าไรก็ไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งการขอยกเว้นใบอนุญาตฯ สำหรับครูช่าง เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจเลือกมาทำงานในภาครัฐ เพราะความจริงแล้วถ้าเขาเรียนจบไปทำงานกับบริษัทเอกชนเขาได้รับเงินเดือน&amp;nbsp; 40,000-50,000&amp;nbsp; บาท แต่มาทำงานกับภาครัฐเริ่มที่ 15,000&amp;nbsp; บาท อย่างการสอบคัดเลือกและแข่งขันครูผู้ช่วยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ก็มีการปรับเสนอขอยกเว้นขอยกเว้นสาขาขาดแคลนบรรจุเป็นครูผู้ช่วยโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำนวน 98 สาขา เพราะมีความจำเป็นและคนไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม แม้จะยกเว้นให้กับครูช่าง แต่ครูที่สอนวิชาสามัญยังต้องมีใบอนุญาตฯ เหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่าครูไม่พอขณะที่คนเรียนจบสาขาช่างก็มีมาก ต้องหาแรงจูงใจเขามาทำงานในภาครัฐ และในความจริงความเป็นครูทุกวันนี้เปลี่ยนไป นอกจากครูที่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว ยังต้องแสวงหาครูจากสถานประกอบการเข้ามาช่วยในการสอน เพราะมีประสบการณ์จากการทำงานจริง ขณะเดียวกันก็มาเพิ่มเติมและสร้างวิชาครู แนวการสอน จิตวิญญาณความเป็นครูให้ครูช่างเหล่านี้ภายหลังได้ อย่างปีที่ผ่านมา สอศ.ได้มีการอบรมครูพิเศษจากสถานประกอบการ 1,200 คนให้มีความรู้ทางวิชาครูประโยชน์ในการสอนก็ช่วยได้&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33751</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูช่างไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู, สอศ., สุเทพ ชิตยวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf52c570022c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ.ร.บ.ใหม่เปิดทางสอศ.รับ&quot;นร.เตรียมอาชีวะ&quot;ชิงตัดยอดตั้งแต่จบป.6 ต้อนฝึกปรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;พ.ร.บ.การอาชีวศึกษาฯ ใหม่ เปิดช่อง สอศ.รับนักเรียนเตรียมอาชีวะ &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุเทพ&amp;rdquo; เผย นำร่องมาแล้ว 2 ปี 10 วิทยาลัย รับเด็กจบป.6 เข้าเรียนสายอาชีพ &amp;nbsp;ชี้แนวโน้มประเทศต้องการคนสายอาชีพเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;แต่ถ้าเรียนแล้วไม่ขอบ &amp;nbsp;อยากเปลี่ยนใจไปสายสามัญสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอาชีวศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ....ซึ่งสาระสำคัญคือ เพิ่มข้อกำหนดให้การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดตามหลักสูตรที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด โดยเพิ่มหลักสูตรประกาศนียบัตรเตรียมอาชีวศึกษา (ปตอ.) ขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ จากเดิมกำหนดไว้เพียงประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และปริญญาตรีสายเทคโนโลยี หรือสายปฏิบัติการ สาเหตุที่ต้องแก้ไขร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาการศึกษาชาติ ที่ให้มีการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ และยกระดับอาชีวศึกษา การปลูกฝังและพัฒนาเด็กตั้งแต่เยาว์วัยเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้ง ในพ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 มาตรา 9 กำหนดไว้แค่เทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย &amp;nbsp;แต่ไม่ได้กำหนดเรื่องการเปิดระดับเตรียมอาชีวะหรือเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนต้นไว้ ทั้งนี้ เมื่อร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีผลบังคับใช้ สอศ.จะแจ้งไปยังวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศให้ดำเนินการรับนักเรียนระดับเตรียมอาชีวศึกษาต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขากอศ.กล่าวอีกว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เริ่มนำร่องสอนเตรียมอาชีวะมาแล้ว 2 ปีในวิทยาลัย 10 แห่งทั่วประเทศ มีเด็กเรียน 2 รุ่น จำนวน 479 คน &amp;nbsp;ซึ่งรับมาตั้งแต่จบประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งแนวทางนี้ทำให้เขาได้เลือกเรียนวิชาที่ถนัด &amp;nbsp; โดยเด็กจะต้องเรียนทั้งหมด 84 หน่วยกิต ซึ่งจะมากกว่าการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เรียน 81 หน่วยกิต เนื่องจาก เพิ่มในส่วนของการเรียนวิชาชีพบังคับและวิชาชีพเลือก เช่น สาขาไฟฟ้า สาขาอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ทั้งนี้ ก่อนปรับปรุงร่างพ.ร.บ. ได้หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว และเมื่อ ครม.มีมติอนุมัติหลักการ จากนี้เรื่องจะเสนอเข้าสู่คณะกรรมการกฤษฎีกา ขณะเดียวกัน สอศ.ก็จะต้องดำเนินการจัดทำกฎหมายลูกรองรับ เช่น กฎกระทรวง ว่าด้วย การแบ่งระดับและประเภทการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่จะต้องเพิ่มให้การศึกษาขั้นพื้นฐานมีทั้งสายสามัญและสายอาชีพ เป็นต้น&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ สอศ. มาเปิดเตรียมอาชีวศึกษาจะเป็นการแย่งเด็กกับโรงเรียนการศึกษาพื้นฐานหรือไม่ เพราะปัจจุบันประชากรลดลง นายสุเทพ กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยประสบปัญหาเด็กเกิดน้อย แต่ก็ยังมีเด็กจำนวนหนึ่งต้องการเรียนสายอาชีพ เพราะแนวโน้มของประเทศไทยจะเปลี่ยนไป ตลาดต้องการคนสายอาชีพเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเด็กมาเรียนเตรียมอาชีวศึกษาแล้ว เปลี่ยนใจอยากกลับไปเรียนสายสามัญก็สามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30224</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.อาชีวะใหม่, สุเทพ ชิตยวงษ์, เปิดช่องรับนักเรียนเตรียมอาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77de2b7eb6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
