<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอร์พอร์ต ลิงก์ เร่งแก้หลังฟ้าฝ่าระบบสายไฟขาด กระทบเดินรถคาดเสร็จภายใน 3 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ค.2564 นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์ พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมาทำให้เกิดเหตุฟ้าผ่าลงบนระบบส่งไฟฟ้าทำให้สายส่งไฟฟ้า (Massenger Wire) ขาดส่งผลกระทบให้ระบบจ่ายไฟฟ้าของขบวนรถไฟฟ้าช่วงสถานีสุวรรณภูมิขาเข้าเมือง ถึง สถานีหัวหมากขัดข้อง ทำให้ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้โดยสาร ตกค้างในแต่ละสถานีจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางศูนย์ควบคุมจึงใช้แผนเดินรถสำรอง ซึ่งผู้โดยสารยังสามารถเดินทางได้ทุกสถานีแต่ช่วงสถานีหัวหมากถึงสุวรรณภูมิโดยใช้ชานชาลาร่วมกัน จนปิดให้บริการ 21.00 น.ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นจะใช้เวลาแก้ไขประมาณ 3 วัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุในลักษณะนี้ นับตั้งแต่เปิดให้บริการมา โดยยอมรับว่า การแก้ไขล่าช้า เนื่องจากต้องรอให้ฝ่ายช่างต่อสายไฟก่อน และต้องปรับแผนรองรับไฟและตัวสายส่งให้อยู่นะระดับมาตรฐานมีความปลอดภัยก่อนให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารในแต่ละสถานีสะสมหนาแน่นมีสภาพที่แออัดในการให้บริการ ขณะที่รถไฟฟ้าจะให้บริการตามแผนสำรองเป็นการชั่วคราว โดยเพิ่มความถี่ในการเดินรถทุก 15 นาที และมีรถเสริมช่วงเร่งด่วนเช้า-เย็น 2 ขบวน แต่ในช่วงสถานีบ้านทับช้างถึงสถานีหัวหมาก ยังจำเป็นต้องเดินรถทางเดียวอยู่ ขณะที่ปัจจุบันแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีผู้ใช้บริการอยู่ที่วันละ 2 หมื่นคนจากก่อนช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่อยู่ที่ประมาณวันละ 8 หมื่นคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109651</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเดินรถ, บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, รถไฟฟ้าแอร์ พอร์ต เรล ลิงก์, ระบบส่งไฟฟ้าทำให้สายส่งไฟฟ้า (Massenger Wire), สุเทพ พันธุ์เพ็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee6d681dbf3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอร์พอร์ตลิงก์เพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 มี.ค.63-นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ( COVID-19 ) ในปัจุบันที่ยังคงน่าเป็นห่วง ดังนั้นเพื่อสร้างความปลอดภัย และความมั่นใจในการใช้บริการให้แก่ผู้โดยสาร บริษัทจึงได้เพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส (COVID-19) ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มีความเข้มข้นกว่าเดิมจากที่ปฏิบัติอยู่แล้ว โดยมีมาตรการต่างๆ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จัดพนักงานทำความสะอาดคอยประจำจุดต่างๆในพื้นที่สถานีรถไฟฟ้า หรือจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ได้แก่ บริเวณตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ บริเวณช่องแตะบัตรโดยสาร หน้าห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร ภายในห้องน้ำ บริเวณราวจับต่างๆ บันไดเลื่อน ลิฟต์โดยสาร รวมถึงพื้นที่บริเวณชั้นชานชาลาทุกสถานีตลอดทั้งวัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จัดให้มีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้ที่มาใช้บริการ โดยใช้เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิแบบ มือถือ(Hand Held Thermometer)เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จัดเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ และเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตลอดเวลา หากพบผู้ที่มาใช้บริการมีอาการผิดปกติ ขอให้ทำการช่วยเหลือ โดยต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกหลักสุขอนามัย รวมถึงเน้นย้ำให้พนักงานทุกคนหมั่นสำรวจสุขภาพตนเองอยู่เสมอ หากพบว่ามีอาการผิดปกติ ให้รีบแจ้งต่อผู้บังคับบัญชา และรีบไปพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ติดตั้ดจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือสำหรับฆ่าเชื้อโรคแก่ผู้โดยสารตามจุดต่างๆทุกสถานี
5. จัดชุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ออกตรวจตราดูความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกประชาชนตามสถานีและภายในขบวนรถไฟฟ้าทุกวัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เพิ่มความถี่การทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟฟ้าในบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ได้แก่ เก้าอี้โดยสาร ราวจับภายในขบวนรถไฟฟ้า รวมถึงห้องควบคุมรถไฟฟ้าทุกขบวนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนจะเริ่มให้บริการทุกวัน และทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในขบวนรถไฟฟ้าทุกขบวนหลังจากปิดให้บริการทุกวัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. เพิ่มมาตรการรักษาความสะอาดในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อห้องควบคุมการเดินรถไฟฟ้า ห้องจัดเก็บรายได้ ห้องควบคุมประจำสถานี ห้องพักของพนักงาน และห้องอื่นๆ ทั้ง 8 สถานี เพื่อให้ทุกพื้นที่เกิดความสะอาด และ ไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. เน้นย้ำพนักงานทุกส่วนงานให้ช่วยกันสอดส่องดูแลรักษาความสะอาด และหมั่นตรวจดูพื้นที่ที่ตนเองปฏิบัติหน้าที่ ให้มีความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. นายสถานีทำการตรวจตราความพร้อมของเจ้าหน้าที่ประจำสถานีก่อนเริ่มให้บริการ ได้แก่ เจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงพนักงานทำความสะอาด โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือในการทำความสะอาดร่างกายของตนเองอย่างเคร่งครัด รวมถึงต้องสวมถุงมือและสวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติงานทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ทำการตรวจวัดอุณภูมิร่างกายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และแม่บ้านทุกสถานี เพื่อคัดกรองและตรวจสอบความพร้อมทางร่างกายก่อนเริ่มปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. ก่อนเริ่มให้บริการ เจ้าหน้าที่ประจำสถานีจะทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคเหรียญโดยสาร(TOKEN) เพื่อความสะอาด และให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
12. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อควรปฏิบัติ และวิธีป้องกันตนเองให้แก่ ผู้ที่มาใช้บริการได้ทราบข้อมูลอย่างทั่วถึงผ่านสื่อทุกช่องทาง ได้แก่ Website Facebook Twitter Instragram รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่าน จอ LED และจอ Mobile Charger ภายในพื้นที่สถานีทุกสถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13. มีการบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้หาแนวทางในการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดในการให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14. ทางบริษัทฯ ดำเนินการออกประกาศคำสั่ง เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ( COVID-19 )เพื่อให้พนักงานทุกคนรับทราบ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15. ผู้บริหารเน้นย้ำให้ทุกส่วนงานสำรวจอุปกรณ์ต่างๆในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสฯ ( COVID-19 ) ให้มีความพร้อมต่อการปฏิบัติงาน และเพียงพอต่อการอำนวยความสะดวกผู้ที่มาใช้บริการด้วย อาทิ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และหน้ากากอนามัย เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60023</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ( COVID-19 ), บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, สุเทพ พันธุ์เพ็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e705ae70133b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระบบราง ย้ำมาตรฐานความปลอดภัยสั่งเสริมเจ้าหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.62-นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 2 สิงหาคม 2562 ได้เกิดเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในเขตกรุงเทพมหานคร บริษัทฯจึงได้เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งบริษัทฯได้ปฏิบัติมาโดยตลอดในการให้บริการแก่ผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการใช้บริการโดยมีมาตรการ ได้แก่

1. การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารบริเวณสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี 2. การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลและวัตถุต้องสงสัยที่เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าและบริเวณสถานีรถไฟฟ้า3. การเพิ่มกำลังพลชุดสุนัขตรวจวัตถุระเบิด (K9) เพื่อเข้าตรวจสอบวัตถุระเบิดภายในระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า และ4. การเพิ่มการตรวจใต้ท้องรถยนต์และท้ายรถยนต์ที่จะเข้ามาในลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้ามักกะสัน

ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กล่าวว่า บีทีเอสยังคงให้บริการตามปกติทุกสถานี โดยจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทั้งในการปฏิบัติงาน และดูแลความปลอดภัย ล่าสุด ฝ่ายบริหารที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยได้ไปประชุมที่บชน. แต่เบื้องต้นยังไม่ต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมารักษาความปลอดภัยเพิ่ม

ทั้งนี้ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ของบีทีเอสทุกสถานี ให้เฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการตรวจรักษาความปลอดภัย และเดินตรวจสอบจุดเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งพื้นถนน ชั้นจำหน่ายตั๋ว และชั้นชานชาลา ตามมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยที่มีการฝึกซ้อมตลอดมา ขณะเดียวกันยังขอความร่วมมือกับผู้โดยสาร ขอให้ผู้โดยสารให้ความร่วมมือในการตรวจสัมภาระก่อนเข้าสู่สถานี และหากพบสิ่งผิดปกติหรือวัตถุต้องสงสัยขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีทันที


ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาส ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้กำชับบริษัทผู้รับสัมปทานบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) ให้กำชับเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันภายในสถานีมีประตูตรวจโลหะ และมีเจ้าหน้าที่ตรวจสัมภาระก่อนที่ผู้โดยสารจะเดินทางเข้าไปใช้บริการภายในสถานี และมีหน่วยสุนัขตรวจค้นวัตถุระเบิด ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เพิ่มรอบตรวจความถี่เพิ่มขึ้น และมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละท้องที่อยู่แล้ว หากพบวัตถุต้องสงสัยหรือเกิดเหตุก็สามารถดำเนินการได้ทันที&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42550</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, ระเบิดป่วนเมือง, สุเทพ พันธุ์เพ็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43de6fca6b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟฟท.คาดครม.ไฟเขียวบริหารสายสีแดง พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เมษายน 2562 นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รฟฟท. ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า หลักการอนุมัติให้ รฟฟท. ไปทำหน้าที่บริหารจัดการเดินรถไฟสายสีแดงนั้น คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายใน พ.ค.นี้ ส่วนขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดงขบวนแรก จะมาถึงประเทศไทยในช่วง พ.ย.นี้ และสามารถทดสอบระบบได้ในช่วง ม.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อ รฟฟท. ได้เข้ามาบริหารรถไฟฟ้าสายสีแดงเอง ที่เป็นในรูปแบบ Net Cost เราจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด ทั้งรายได้ และรายจ่ายที่เกิดขึ้น การบริหารเพื่อให้มีผู้โดยสารมาใช้บริการมากๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ จึงได้กำหนดหลายโมเดลเพื่อดึงคนมาใช้บริการ ทั้งการเพิ่มความสะดวกสบาย เช่น จัดทำแอพพลิเคชั้นตรวจสอบตารางเวลาของรถไฟแบบเรียลไทม์ การจ่ายค่าโดยสารผ่าน QR Code ที่กำลังคุยกับธนาคารกรุงไทย รวมไปถึงการนำเสนอโปรโมชั่นต่างๆ ด้วย&amp;rdquo; นายสุเทพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากผลการศึกษาของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ที่คาดว่าจะมีประชาชนมาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงทั้ง 13 สถานี รวมประมาณ 86,620 คนต่อวันนั้น รฟฟท.ได้ตั้งเป้าหมายว่าในปีแรกของการเปิดให้บริการจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการประมาณ 116,620 คนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 30,000 คนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากผลการศึกษาดังกล่าว โดยจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นนั้น แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 10,000 คน 2.กลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการ รฟท. เดิม จำนวน 10,000 คน และ 3.กลุ่มลูกค้าที่เดินทางโดย Feeder ที่เชื่อมต่อมายังสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง จำนวน 10,000 คน ที่ในขณะนี้ รฟฟท. อยู่ระหว่างการศึกษาระบบขนส่งเสริม (Feeder) รองรับการเดินทางของประชาชนให้มาใช้บริการรถไฟสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายประชาชนที่อยู่ในรัศมี 2-4 กิโลเมตรของสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยเฉพาะบริเวณสถานีรังสิต หลักหก หลักสี่ ที่เชื่อว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่ออีกว่า เพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนมาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงนั้น รฟฟท. เตรียมลดค่าโดยสาร 50% หรือเสนอโปรโมชั่นราคา 17 บาทตลอดสายในช่วง 3-6 เดือนแรก จากค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 34 บาทตลอดสาย โดยจะให้บริการเดินรถด้วยความถี่ 8 นาทีต่อขบวน โดยนำประสบการณ์จากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์มาบริหารจัดการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะเดียวกัน เตรียมหารือร่วมกับห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต เพื่อให้บริการรถ Shuttle Bus ขนส่งผู้โดยสารมาใช้บริการ พร้อมทั้งจัดจุดจอด-จดกลับรถไว้รองรับด้วย รวมถึงจะมีการหารือกับสถาบันการศึกษา ห้างสรรพสินค้าอื่นๆ และศูนย์ราชการต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ ล่าสุดมีผู้ประกอบการเดินเรือเจ้าพระยารายหนึ่ง มาเจรจา เพื่อเป็นอีกหนึ่งระบบ Feeder จากคลองรังสิต มาเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงด้วย&amp;rdquo;นายสุเทพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ การบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ของสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงจำนวน 10 สถานีจากทั้งหมด 13 สถานี นั้น รฟฟท. เตรียมเสนอขอบริหารพื้นที่เพิ่มเติมอีก 1 สถานี คือ สถานีดอนเมือง ที่คาดว่ากลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นนักท่องเที่ยว ที่จะเชื่อมต่อการเดินทางจากสายการบินโลว์คอสต์มาใช้บริการ โดย รฟฟท. ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรต่างๆ เช่น สายการบิน สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมการโรงแรมไทย สถาบันการศึกษา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับแสดงผลงานของนักศึกษา หรือแสดงนิทรรศการต่างๆ ไว้ด้วย และเตรียมที่จะมีการ Road Show ในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34681</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง, รฟฟท., สุเทพ พันธุ์เพ็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc66a313de6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุวรรณภูมิระทึก ถังดับเพลิงระเบิด คนงานดับ1เจ็บ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์พอร์ตลิงก์ชี้แจงอุบัติเหตุวาล์วที่หัวถังดับเพลิงขนาดใหญ่ในโซนจอดรถสุวรรณภูมิหลุด ระเบิดระหว่างเปลี่ยนถัง กระแทกคนงานตาย 1 บาดเจ็บ 4&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นายอธิพล ศาสตรานรากุล ผู้อำนวยการฝ่ายเดินรถ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า ในเบื้องต้น เมื่อเวลา 13.20 น. ขณะที่ผู้รับเหมาของบริษัทกำลังดำเนินการเข้าเปลี่ยนถังดับเพลิงตามรอบซ่อมบำรุง (ประเภท FM 200) ซึ่งเป็นถังดับเพลิงขนาดใหญ่ บริเวณพื้นที่จอดรถพนักงานรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีสุวรรณภูมิ ได้เกิดอุบัติเหตุวาล์วที่หัวถังเคมีสำหรับดับเพลิงหลุด ทำให้ก๊าซในถังดับเพลิงมีแรงดันสูง ส่งผลให้ตัวถังดับเพลิงไม่สามารถควบคุมได้ จึงกระแทกกับพนักงานของบริษัทผู้รับเหมาที่กำลังทำการติดตั้ง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย โดยบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 3 ราย บาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย และเสียชีวิตจำนวน 1 ราย ทั้งนี้ ในส่วนของผู้บาดเจ็บได้นำส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. (รฟท.) กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าเป็นถังเคมีระเบิด โดยถังดังกล่าวเป็นถังดับเพลิงที่ใช้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสำหรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งถังดังกล่าวอยู่บริเวณลานจอดโซน 2 และโซน 3 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเกิดการระเบิดขณะที่พนักงานได้นำถังมาเปลี่ยน เนื่องจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปิดพื้นที่ห้ามเข้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าสาเหตุเกิดจากอะไร โดยจะเป็นการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างบริษัท ท่าอากาศยานไทย(จำกัด) มหาชน และแอร์พอร์ตลิงก์ เนื่องจากที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะมีการประสานงานร่วมกันและหาข้อสรุปโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีการสัมปทานบริษัท ไบนารี่ เพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เข้ามาดูแลระบบอาคารทั้งหมดของแอร์พอร์ตลิงก์ ในระยะเวลา 1 ปี จากข้อมูลพบว่าไบนารี่ได้ว่าจ้างบริษัท อิมพีเรียล ไฟร์ เอ็นจิเนียริงฯ ให้มาปฏิบัติงานดังกล่าวต่อ โดยในส่วนของผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้รายงานไปที่กระทรวงคมนาคม ให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น และทั้งสองท่านได้กำชับถึงเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ เวลา 17.30 น. จะมีการเรียกประชุมฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย มีบาดแผลถูกถังบรรจุเคมีดับเพลิงขนาดใหญ่ฟาดเข้าที่ใบหน้าจนกะโหลกแตก มันสมองกระจายเกลื่อนพื้น ในที่เกิดเหตุยังพบมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย และพบถังเคมีดับเพลิงขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร สูงประมาณ 180 เซนติเมตร ล้มกลิ้งอยู่ที่พื้น โดยมีสารเคมีที่ยังค้างอยู่ในถังรั่วออกมาตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ได้กันคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากที่เกิดเหตุ และกันไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าบันทึกภาพทำข่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28587</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, สุเทพ พันธุ์เพ็ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิพล ศาสตรานรากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5c42f978861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ แอร์พอร์ตลิงก์พร้อมให้บริการครบ9ขบวนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ม.ค.62-นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้า &amp;nbsp;แอร์พอร์ต เรล &amp;nbsp;ลิงก์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่ารถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล &amp;nbsp;ลิงก์ มีขบวนรถไฟฟ้าพร้อมให้บริการแก่ผู้โดยสารครบ 9 ขบวนอีกครั้ง หลังจากที่ทำการซ่อมบำรุงแล้วเสร็จตามแผนคือสิ้นปี 2561 และนำขึ้นวิ่งทดสอบในระบบหลังช่วงเวลาปิดให้บริการมาตลอดตั้งแต่ช่วงเริ่มปีใหม่ที่ผ่านมา ก่อนนำมาเริ่มต้นขึ้นให้บริการได้เต็มประสิทธิภาพ และปลอดภัยในวันนี้ ซึ่งถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่บริษัทมอบให้แก่ผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การที่รถไฟฟ้ากลับมามีความพร้อมครบทั้ง 9 ขบวน มาจากการที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงก์ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงได้มอบนโยบาย และให้ความสำคัญในการดำเนินงานซ่อมบำรุงใหญ่ ( Overhaul ) ของบริษัท และบริหารจัดการในการหาอะไหล่ในการซ่อมบำรุงอย่างเพียงพอ รวมทั้งได้ติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้รถไฟฟ้ากลับมาพร้อมให้บริการครบทั้ง 9 ขบวนตามแผนงานที่วางไว้คือในช่วงสิ้นปี 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ผู้บริหารของแอรืพอร์ตลิงก์ต้องการให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวก และความปลอดภัยในการใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงก์ มากที่สุด จึงได้ช่วยผลักดัน และสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมทั้งกำชับในการทดสอบว่าขบวนรถไฟฟ้ามีสภาพพร้อมให้บริการตามมาตรฐานความปลอดภัยมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเข้ามารับตำแหน่งที่มีขบวนรถไฟฟ้าพร้อมให้บริการเพียง 5 - 6 ขบวน จนกระทั่งรถไฟฟ้ากลับมาพร้อมให้บริการ 7 ขบวนช่วงหลังสงกรานต์ , 8 ขบวนในช่วงเดือนสิงหาคม และครบทั้ง 9 ขบวนในช่วงสิ้นปี 2561 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งกำกับดูแลให้มีความเสถียร ปลอดภัย และตรงเวลา เพื่อให้สามารถส่งมอบขบวนรถไฟฟ้าที่มีทั้งหมดให้กับผู้ได้รับสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินได้อย่างราบรื่น และสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพกล่าวต่อว่าหลังจากนี้เมื่อมีรถไฟฟ้าให้บริการครบ 9 ขบวน บริษัทได้เตรียมวางแผนที่จะปรับลดความถี่ในการเดินรถให้เร็วขึ้นกว่าเดิมตามความเหมาะสม ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสาร และอำนวยความสะดวกได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นต่อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26142</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด, ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า  แอร์พอร์ต เรล  ลิงก์, สุเทพ พันธุ์เพ็ง, ให้บริการครบ 9 ขบวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff64005a523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอร์พอร์ตลิงก์ แจงยิบติดตั้งราวกันตกโปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอร์พอร์ต ลิงก์ แจงยิบกรณีติดตั้งราวกั้นสเตนเลสส์บนชั้นชานชาลา7 สถานี 13 ล้าน ยืนยันถูกต้อง คุ้มค่า โปร่งใส และปลอดภัย


20 ต.ค.61-นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่าจากรณีที่มีสื่อโซเชี่ยลเผยแพร่ภาพการติดตั้งราวกั้นสเตนเลสส์บนชั้นชานชาลาของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ กระทั่งกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชน และผู้โดยสารที่ใช้บริการจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายนั้น บริษัทขอชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานดังกล่าวเพื่อความชัดเจน และความเข้าใจที่ถูกต้อง


นายสุเทพ กล่าวว่าก่อนหน้านี้ รฟฟท. มีแผนจะดำเนินการติดตั้งระบบประตูกั้นชานชาลาแบบสูงครึ่งบาน ( Platform Screen Door : PSD ) ใน 7 สถานี งบประมาณ 200 ล้านบาท ( ยกเว้นสถานีสุวรรณภูมิ ) โดยทำการประมูลติดตั้งประตูกั้นชานชาลา แต่ต้องยกเลิกเนื่องจากมีผู้ผ่านประมูลรายเดียว ประกอบกับมีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งจะได้ผู้ชนะการประมูลภายในสิ้นปี และรูปแบบสถานีของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์จะต้องเปลี่ยนไปรองรับโครงการดังกล่าว ซึ่งมีขนาดความกว้างของตัวรถไฟฟ้ามากกว่า ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารในช่วงระหว่างเปลี่ยนผ่านสู่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน บริษัทจึงปรับรูปแบบการดำเนินงานเป็นการติดตั้งราวกั้นชานชาลา หรือราวกั้นแบบราวสเตนเลสส์ คล้ายรถไฟชินคันเซ็นของประเทศญี่ปุ่น และสถานีรถไฟฟ้าอื่นๆในต่างประเทศ


ทั้งนี้บริษัทผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องดำเนินงานติดตั้งราวกั้นชานชาลา หรือราวกั้นแบบราวสเตนเลสส์ ดังนี้ งานเตรียมการ ป้องกัน และงานวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ,งานผลิตแผงกั้นราวสเตนเลสส์กันตกความสูงจากพื้นชั้นชานชาลา 1.2 เมตร ใช้วัสดุท่อกลมสเตนเลสส์ คุณภาพไม่ต่ำกว่า Grade 304 หรือดีกว่า มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 1 &amp;ndash; 2 นิ้ว ความหนาตั้งแต่ 1.5 &amp;ndash; 3 มิลลิเมตร ความยาวทั้งสิ้น 2,296 เมตร ( 2.296 กิโลเมตร ) แบ่งเป็น สถานีพญาไท 328 เมตร สถานีราชปรารภ 328 เมตร. สถานีมักกะสัน 328 เมตร สถานีรามคำแหง 328 เมตร สถานีหัวหมาก 328 เมตร สถานีบ้านทับช้าง 328 เมตร สถานีลาดกระบัง 328 เมตร

นอกจากนี้ยังมีงานขนส่งอุปกรณ์ชิ้นงาน งานติดตั้งป้ายสเตนเลสส์ ป้ายตราสัญญักษณ์ SRTET ใช้วัสดุแผ่นสเตนเลสส์ Grade 304 ขนาด 65 X 16 เซนติเมตร หนา 3 มิลลิเมตร 720 ชิ้นงานติดตั้งป้ายสเตนเลสส์ ป้ายเตือนความปลอดภัย ใช้วัสดุแผ่นสเตนเลสส์ Grade 304 ขนาด 65 X 16เซนติเมตร หนา 3 มิลลิเมตร 560 ชิ้น

ทั้งนี้บริษัทผู้ชนะประกวดราคา จะเข้าดำเนินงานได้ในเวลาที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปิดให้บริการแล้วเท่านั้น คือ 01.00 &amp;ndash; 04.00 น.

อย่างไรก็ตามในด้านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในการดำเนินงานดังกล่าว รฟฟท. ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัด และดำเนิการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (E-bidding) ดังนี้ วันที่ 15 มีนาคม 2561 จัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้าง และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (www.gprocurement.go.th) , เว็บไซต์บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (www.srtet.co.th) และติดบอร์ดประชาสัมพันธ์ของส่วนจัดซื้อจัดจ้างภายในศูนย์ซ่อมบำรุงคลองตัน วันที่ 22 มีนาคม 2561 นำเสนอร่างประกาศประกวดราคาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อเปิดให้สาธารณชนเสนอแนะ หรือแสดงความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระยะเวลาในการประกาศเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่าไม่มีการวิจารณ์ร่างประกาศดังกล่าว วันที่ 29 มีนาคม 2561 ดำเนินการประกาศประกวดราคาผ่านเว็บไซต์ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ, เว็บไซต์บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) และติดบอร์ดประชาสัมพันธ์ของส่วนจัดซื้อจัดจ้างภายในศูนย์ซ่อมบำรุงคลองตัน วันที่ 23 เมษายน 2561 เปิดยื่นข้อเสนอและราคา

ทั้งนี้มีผู้ดาวน์โหลดเอกสารจากเว็บไซต์ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จำนวน 36 บริษัท มีผู้ยื่นข้อเสนอและราคาผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จำนวน 15 บริษัท ถูกต้องตามเงื่อนไขและคุณสมบัติที่ รฟฟท. กำหนด 10 บริษัท โดยบริษัท แกรนด์ไลน์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหนังสือรับรอง และจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้เสนอราคาต่ำที่สุด 13,456,900 บาท&amp;nbsp;

นายสุเทพ กล่าวว่าโดยราวกั้นชานชาลาแบบราวสแตนเลสดังกล่าวผลิตจากวัสดุที่ได้คุณภาพ และมีมาตรฐานตามที่ รฟฟท. กำหนด ซึ่งมีประโยชน์ในการใช้งาน ดังนี้ใช้ระยะเวลาการติดตั้งรวดเร็ว&amp;nbsp; 6 เดือน,มีอายุการใช้งานนาน,ทำความสะอาดง่าย,ทนทานต่อการใช้งานรองรับแรงลมกรณีขบวนรถที่ใช้ความเร็วผ่านเข้าสถานี,ไม่กระทบการไหลเวียนของอากาศ ทำให้ไม่เกิดความร้อนสะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20312</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์, รฟฟท., สุเทพ พันธุ์เพ็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bca9e0219726.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
