<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นี่แหละมหาราชครู พระองค์ไม่เคยกริ้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ระพี สาคริก อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, อดีตนักดนตรีวง อ.ส. ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวไทยโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ก่อนท่านจะล่วงลับ การสัมภาษณ์คราวนั้นอาจารย์ระพีได้พูดถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในสถานการณ์ที่ไม่เคยมีใครได้ล่วงรู้มาก่อน นั่นคือเหตุการณ์ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เมื่อหลายสิบปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สมัยผมดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็มีนโยบายบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มากกว่าพัฒนาวัตถุสิ่งก่อสร้าง มีอยู่วันหนึ่งพระองค์ท่านมาทรงดนตรีที่เกษตรฯ มีนิสิตคนหนึ่งชื่อ สุเทพ ลักขณาวิเชียร ประธานสภานิสิตเกษตรฯ มายื่นซองขาวถวายฎีกา ช่วงที่ประทับทรงดนตรี ในหลวงทรงรับซองแล้วส่งให้คนด้านหลัง ไม่ได้สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีคำสั่งให้คัดชื่อนักศึกษาผู้นี้ออก ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นในหลวงเสด็จฯ มาที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ทรงมาที่สวนสองแสนที่อยู่ข้างๆ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ที่ทรงซื้อจากชาวบ้านคนหนึ่งราคา 2 แสนบาท และพระราชทานให้มหาวิทยาลัยเกษตรฯ พัฒนาวิจัยพืช แต่วันนั้นไม่มีใครไปรับเสด็จเลย มีแต่ผมคนเดียวยืนพิงลวดหนามข้างประตู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเวลา 4 โมงเย็นได้ยินเสียงฝีพระบาทมากันหลายพระองค์ ในหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พร้อมด้วยเจ้าฟ้าหญิงสองพระองค์ และหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี พระองค์ท่านมีรับสั่งกับผม ไม่เปลี่ยนจริงเหรอ &amp;nbsp;ตอนนั้นผมเป็นรองอธิการบดีไม่ทราบเรื่องนี้ แต่จะกราบทูลว่าไม่ทราบก็ไม่ได้ จึงได้แต่กราบที่พระบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สถานที่ที่ผมได้เข้าเฝ้าฯ เป็นเรือนมีบันได ทรงให้พระเจ้าลูกยาเธอและลูกยาเธอ 4 พระองค์ยืนกอดพระอุระไว้ที่เชิงบันได เหมือนกับกันไว้ไม่ให้ใครเข้ามารบกวน หลังจากนั้นจึงตรัสถามผมถึงเรื่องนี้ มีรับสั่งถาม หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โทษคืออะไร มีรับสั่งครั้งที่สาม ถ้าจะให้ฉันตัดสิน เด็กคนนั้นไม่ได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรอก มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ต่างหากที่หมิ่น จากรับสั่งนั้นจึงมีการนำมาสู่อธิการบดีเปลี่ยนคำสั่งให้นิสิตรายนั้นเป็นผิดวินัย เรื่องเรียบร้อยไป ในวันนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโต๊ะเสวยอาหารหลังพระตำหนัก ซึ่งมีผมระพีนั่งร่วมโต๊ะด้วย ทรงเปิดเพลงความฝันอันสูงสุดให้ฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แหละมหาราชครู พระองค์ไม่เคยกริ้ว ทรงมีพระเมตตามาก นิสิตคนนั้นมารู้เรื่องนี้ทีหลัง &amp;nbsp;ผมตามหาลูกศิษย์คนนี้มา 15 ปีไม่เจอตัว เพราะเขาหนีเข้าป่าและบวชเป็นพระในเวลาต่อมา มาเจอตอนเป็นพระแล้ว เขาเล่าว่าวันนั้นแม่ฟังข่าวเขาทางวิทยุตอนกำลังจะหุงข้าวพอดี ถึงกับตกใจทำหม้อที่เป็นหม้อดินตกแตก เพราะเขาเป็นความหวังของแม่ ว่าเรียนจบแล้วจะส่งน้องๆ เรียนต่อได้ เขาบอกอีกว่ายังคิดว่าผมเป็นคนช่วยเขา ไม่รู้ว่าในหลวงท่านเป็นคนช่วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาทราบทีหลังว่าพระองค์ท่านทรงร้อนพระราชหฤทัยมาก ทรงมีความพยายามที่จะมีโอกาสพบกับผมในการเสด็จฯ ต่างๆ แต่ก็คลาดกันไปตลอด เนื่องจากบางครั้งผมติดภารกิจ ทำให้ไม่ได้เข้าเฝ้าฯ จนกระทั่งมีงาน......ที่เชียงใหม่จึงได้เข้าเฝ้าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ไปสัมภาษณ์ อาจารย์ระพีอยู่ในวัย 95 ปี เล่าว่าในหลวงยังทรงงานทุกวัน ทำให้อาจารย์เองก็ไม่หยุด ยังพักไม่ได้ อยากทำงานถวายในหลวงอีกเรื่อง ในหลวงทรงห่วงใยปัญหาชายแดนใต้ อาจารย์จึงเดินทางไป จ.ปัตตานี มีประชาชนใส่เสื้อเหลืองเสื้อแดง ก็ลงไปช่วยชี้แนะพูดคุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนบอกว่าผมมีความคิดเหมือนในหลวง ให้ไปช่วยพูดเกี่ยวกับในหลวง เกี่ยวกับโครงการหลวง เพื่อให้ประชาชนในชายแดนใต้เข้าใจมากขึ้น
&amp;quot;มีหลายคนมาพูดกับผม อาจารย์ต้องอยู่นะ อย่าร้องไห้เลย เราฝากความหวังไว้ที่อาจารย์ ผมยังต้องสานงานของพระองค์ต่อไป เมื่อเช้าก็นำโคลงบทหนึ่งมาอ่าน &amp;#39;เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้ เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี-วาอาตย์ หายาก ฝากผีไข้ ยากแท้จักหา&amp;#39; เป็นร้อยกรองที่ทำให้นึกถึงแววตาของพระองค์ท่าน ท่านเหมือนเพื่อน ท่านคิดอย่างเดียวกับที่ผมคิดกับเด็กเกษตรฯ &amp;nbsp;เด็กเกษตรฯ คือเพื่อนผม เพราะพ่อแม่ฝากเรามา ต้องดูแลเหมือนเป็นพ่อแม่อีกคน&amp;quot; ศ.ระพีกล่าวและว่า จะขอทำงานติดตามใต้ฝ่าพระบาทไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากประสบการณ์ถวายงานสมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศ.ระพีเล่าว่า &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงงานหนัก พระองค์ท่านทรงใช้ชีวิตออกไปทำงานและเยี่ยมเยียนชาวเขา ให้ปลูกพืชเศรษฐกิจพวกผลไม้และพันธุ์ไม้เมืองหนาวที่ จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนั้นผมตามเสด็จตลอดเวลา พระองค์ท่านให้ผมทำงานเรื่องกล้วยไม้ แต่เป็นเรื่องการเมือง ในช่วงนั้นทางจีนแผ่นดินใหญ่กับรัฐบาลจีนไต้หวันก็ยังเข้ากันไม่ได้ แต่ผมคิดว่าอย่างไรเสียเขาก็ทิ้งกันไม่ลงหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดโต๊ะเสวยอาหารกลางวันเลี้ยงแขกภายในพระตำหนักภูพิงค์ จ.เชียงใหม่ วันนั้นประธานกรรมการทหารอาสาของจีนไต้หวันมาร่วมด้วย ซึ่งผมก็นั่งอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสกับผมว่า...
อาจารย์ระพี เขามาช่วยเรา เราควรไปดูของเขาบ้าง เรื่องกล้วยไม้ของไทยให้ไปช่วยเขาบ้าง เพราะโครงการหลวงที่ดอยอ่างขาง เขาก็ส่งคนมาช่วยเรา ทำให้วงการกล้วยไม้ของไต้หวันเติบโตขึ้น....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นผมก็เดินทางไปดูงานส่งเสริมการปลูกกล้วยไม้ รวมทั้งการเกษตรอื่นๆ ที่กรุงไทเป ก็ช่วยแนะนำ เพราะคนจีนไต้หวันปลูกกล้วยไม้บนดาดฟ้าตึก มีหลังคาคลุมข้างบน กล้วยไม้มันได้แสงไม่พอ ก็เจริญเติบโตแข็งแรงไม่พอ ก็แนะให้สร้างเรือนกระจกขึ้นบนพื้นดอน แล้วให้เปิดกว้าง สนใจคบกับต่างชาติให้มากขึ้น ยังจำได้ผมเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่ก็ได้พบกับคนจีนไต้หวันไปทำสวนปลูกต้นไม้อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย คนกลุ่มนี้ค้าขายกันทางทะเล เขาส่งดอกไม้จากจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านไทย แล้วผ่านไปเข้าจีนไต้หวัน ถ้าไม่ทำอย่างนี้ขายไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็มีคนจีนไต้หวันมาขอร้องให้ผมพูดกับเจ้าหน้าที่ตรวจพืชไทยว่า ถ้าเห็นพวกเขาส่งดอกไม้เข้าเมืองไทยขอให้ปล่อยเพื่อจะได้ส่งไปขายที่ไต้หวันโดยไม่ผิดกฎหมาย มาวันนี้ดีใจที่ได้เห็นจีนไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่มีความสัมพันธ์ระหว่างกัน วัฒนธรรมจีนนั้นทิ้งกันไม่ได้ ก็เป็นอีกงานที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านจนทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้พระองค์ท่านจะเสด็จสวรรคตแล้ว ผมจะสานงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป และไม่อยากให้กระแสเราจะทำความดีเพื่อในหลวงมันจบ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19726</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์, ร.9, ระพี สาคริก, สุเทพ ลักขณาวิเชียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf6d4b8a39c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
