<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; ไม่ได้นิ่งนอนใจมอบ&#039;ปลัด ศธ.&#039;ประสานขยายกรอบเยียวยาป.ตรี อาชีวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ย.64-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ตามที่มีผู้สงสัย ว่า เหตุใดนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 23 แห่ง จึงไม่ได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา ในด้านค่าใช้จ่ายทางการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คนนั้น ตนขอชี้แจงว่าในการจัดทำตัวเลขข้อมูลผู้ที่จะได้รับการเยียวยาเพื่อเสนอให้กับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้พิจารณา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดทำข้อมูลตัวเลขนักเรียน นักศึกษาในสังกัดทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 662,389 คน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 356,757 คน และระดับปริญญาตรี จำนวน 10,538 คน รวมทุกระดับจำนวน 1,029,684 คน ซึ่งในการประชุมร่วมกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. เพื่อเคาะตัวเลขก่อนเสนอสภาพัฒน์ นางสาวตรีนุช และนายสุภัทร ก็ยืนยันตัวเลขตามที่ สอศ.เสนอ แต่เมื่อสภาพัฒน์พิจารณาและส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณากลับตัดกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรีของ สอศ.ออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากที่ นางสาวตรีนุช ทราบเรื่องดังกล่าวก็ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มอบหมายให้ ปลัด ศธ.ประสานไปยังสภาพัฒน์เพื่อทบทวนและขยายเพดานการเยียวยาให้ถึงกลุ่มนักศึกษาปริญญาตรี และตามขั้นตอนเมื่อสภาพัฒน์พิจารณาแล้วก็ต้องเสนอให้ ครม.ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ซึ่งหากผ่านมติ ครม.แล้ว สอศ.จะเร่งดำเนินการจัดโอนงบประมาณให้กับสถาบันการอาชีวศึกษาเพื่อจ่ายเยียวยาตามมาตรการของ ศธ.ได้ทันที เพราะขณะนี้ สอศ.ได้เตรียมงบประมาณเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว&amp;quot;เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการพูดถึงว่านักศึกษาระดับปริญญาตรีของ สอศ.ทำไมจึงไม่ได้รับการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เหมือนนิสิต นักศึกษาสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ได้รับส่วนลดเป็นลักษณะร่วมจ่าย ระหว่างรัฐและสถาบันอุดมศึกษาในอัตราส่วน 60:40 โดยค่าเล่าเรียน/ค่าธรรมเนียมการศึกษาส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ลดร้อยละ 50 นั้น มาตรการช่วยเหลือของ อว.และ ศธ.มีหลักคิดคนละกรอบแนวทาง ซึ่ง สอศ.ได้สอบถามไปยังสถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 23 แห่งแล้วว่าหากจะดำเนินการตามกรอบของ อว.สามารถทำได้หรือไม่ โดยได้รับคำตอบจากทุกสถาบันว่าไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีงบประมาณที่จะนำไปร่วมจ่าย ร้อยละ 40 ประกอบกับทาง อว.เองก็ไม่ได้ดึงปริญญาตรีของ สอศ.เข้าไปร่วมในมาตรการเยียวยาดังกล่าวด้วย ดังนั้น สอศ.จึงเสนอเยียวยานักศึกษาระดับปริญญาตรีตามกรอบแนวทางที่ ศธ.กำหนด ซึ่งทั้ง 23 สถาบันการอาชีวศึกษาต่างก็เห็นด้วย และทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะ สอศ.ได้หารือ และแจ้งความคืบหน้าให้ทราบตลอด เรื่องนี้ ศธ. โดย สอศ.ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะหาทางช่วยเหลือแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115294</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, จ่ายเงินเยียวยา, ปริญญาตรีอาชีวะ, สุเทพ แก่งสันเทียะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61010b3501f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ.กำหนด 3 มาตรการเข้ม นศ.ฝึกงานสถานประกอบการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ส.ค.64-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เข้าใจถึงปัญหาและอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อให้ครูมีเวลาจัดการเรียนการสอน ทั้งยังมีเวลาดูแลนักเรียน และนักศึกษาได้อย่างเต็มที่ สอศ. จึงได้วางแผนจัดทำแนวทางลดภาระครู นักเรียน และนักศึกษา ในการเรียนการสอน 3 รูปแบบ คือ Online , Onsite และผสมสาน ส่วนในพื้นที่สีแดง จำเป็นต้องเรียน Online ตลอดภาคเรียนนี้ ทำให้ต้องปรับการเรียนในภาคเรียนนี้เป็นการเรียนวิชาทฤษฎี หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดีขึ้นแล้ว ในภาคเรียนต่อไปจะเรียนวิชาปฏิบัติ ส่วนการวัดประเมินผลเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จะขยายเวลาจากการวัดประเมินผลใน 1 ภาคเรียนการศึกษา เป็น 1 ปีการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเรียนการสอนแบบทวิภาคี หรือฝึกงานที่สถานประกอบการ จะต้องบูรณาการร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ 1.สถานประกอบการจะต้องมีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 2.ผู้ปกครองจะต้องยินยอมให้บุตร หลาน ฝึกงานในสถานประกอบการ และ 3.นักเรียน นักศึกษา พร้อมใจในการฝึกงานที่สถานประกอบการ หากไม่เป็นไปตามทั้ง 3 ข้อ สอศ. จะจัดสถานที่จำลองในการฝึกงาน ซึ่งเด็กทุกคนต้องได้เรียน และมีคุณภาพ สำหรับการลดภาระของผู้ปกครอง สถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน จะดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ตามแนวทางของ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่ต้องการให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ปกครองในช่วงวิกฤตโควิด-19 ในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113749</URL_LINK>
                <HASHTAG>#นักศึกษา, การฝึกงาน, สอศ., สุเทพ แก่งสันเทียะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61010b3501f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ.รับผลสอบไม่ผ่านประเมินความโปร่งใส  ของป.ป.ช.  &quot;สุเทพ&quot; ลั่นขัดข้องทางเอกสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

28ก.ค.64-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ซึ่งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้คะแนน 55.75 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่ในระดับ D ถือว่าไม่ผ่านตามค่าเป้าหมายแม่บทนั้น ซึ่งหลังจากที่ตนได้รับทราบผลการประเมินดังกล่าว ได้เรียกผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ของ สอศ.มาสอบถามถึงสาเหตุที่สำนักงาน สอศ.ไม่ผ่านการประเมิน จึงทราบว่าเกิดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการจัดส่งข้อมูลให้กับสำนักงาน ป.ป.ช.ที่ไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด จึงทำให้ไม่มีคะแนนในบางหมวดหมู่&amp;nbsp;เมื่อรวมคะแนนทั้งหมดจึงได้คะแนนต่ำและไม่ผ่านการประเมินในที่สุด

&amp;ldquo;การที่ผลการประเมิน ITA ของสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำปีงบประมาณ 2563 ซึ่ง สอศ.ไม่ผ่านการประเมินนั้น ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม จึงทำให้รู้สาเหตุและข้อผิดพลาดซึ่งก็ได้กำชับให้ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ให้ความสำคัญและใส่ใจให้มากที่สุด เพราะทุกคนใน สอศ.ต่างทุ่มเททำงานด้วยความโปร่งใส แต่กลับมาผิดพลาดเพียงแค่ไม่ได้ส่งข้อมูลที่ทำมาทั้งปีให้กับทาง ป.ป.ช.ตามระยะเวลาที่กำหนด จึงถือว่าเสียของเปล่า ดังนั้นจะต้องใสใจให้มากกว่านี้ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ สอศ. อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เรื่องนี้เกิดผิดพลาดขึ้นมาอีก ผมจึงมอบหมายนายยศพล เวณุโกเศศ รองเลขาฯ กอศ. เป็นหัวหน้าคณะทำงานเพื่อดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และจากที่ผมได้สอบถามนายทศพล เป็นระยะได้รับการยืนยันว่าการประเมินของปีงบประมาณ 2564 มั่นใจว่าผลการประเมินของ สอศ.จะขยับขึ้นมามีคะแนนไม่น้อยกว่า 80 คะแนนอย่างแน่นอน ประกอบกับ สอศ.มีนโยบายและสร้างความตระหนักเรื่องความโปร่งใสในการทำงานแก่ผู้บริหารและบุคลากรของ สอศ.เป็นลำดับต้น ๆ อยู่แล้ว&amp;rdquo; เลขาธิการ กอศ. กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111413</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ป.ป.ช., การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA, สอศ., สุเทพ แก่งสันเทียะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61010b3501f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ. ปักหมุด 25 ศูนย์บริหารเครือข่ายผลิตพัฒนากำลังคนอาชีวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29มิ.ย.64-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวในการประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนดำเนินงานศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา หรือ Center of Vocational Manpower Networking Management : CVM ประจำปีงบประมาณ 2564 ทั้ง 25 ศูนย์ ตอนหนึ่งว่า ศูนย์เครือข่าย CVM ดำเนินการโดยการจัดกลุ่ม จำแนกตามสาขาวิชาที่เปิดสอน และ สอศ. คัดเลือกสถานศึกษากลุ่มความเป็นเลิศและเชี่ยวชาญเฉพาะที่มีศักยภาพในการบริหารจัดการในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับกลุ่มอาชีพ และเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งมีศูนย์ CVM ดังนี้
&amp;nbsp;1. สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา 2. สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล (สาขางานเทคนิคซ่อมตัวถังและสีรถยนต์) วิทยาลัยการอาชีพไชยา 3. สาขาวิชาเทคนิคการผลิต วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม 4. สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก 5. สาขาวิชาการท่องเที่ยว วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย 6.สาขาวิชาการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต 7. สาขาวิชาการจัดประชุมและนิทรรศการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น 8. สาขาวิชาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี 9. สาขาวิชาสัตวศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลา 10. สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา 11. สาขาวิชาเมคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ 12. สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี 13. สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกลเรือ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือนครศรีธรรมราช 14. สาขาวิชาช่างอากาศยาน วิทยาลัยเทคนิคถลาง
&amp;nbsp;15.สาขาวิชาเทคนิคควบคุมและซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี 16. สาขาวิชาปิโตรเคมี วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด 17. สาขาอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ 18. สาขาเทคนิคพลังงานทดแทน วิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิ 19. สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี 20. สาขาวิชาช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว 21. สาขาเครื่องประดับอัญมณี กาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง 22. สาขาวิชาธุรกิจค้าปลีก วิทยาลัยพณิชยการบางนา 23. สาขาวิชาเทคนิคเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม 24. สาขาเทคนิคโลหะ วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ และ 25. สาขาวิชาเทคโนโลยีความงาม วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ศูนย์เครือข่าย CVM 25 แห่ง จะดำเนินการพัฒนาผู้เรียน ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักเป้าหมายของประเทศ ทั้ง 5 กลุ่มอุตสาหกรรม (First S-Curve)อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (Next-Generation Automotive) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Intelligent Electronics) การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพระดับสูง (Advance Agriculture and Biotechnology) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food processing) อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Tourism) และ 5 อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และชีวิตประจำวัน (Advance Robotics) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemical) อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) ยกเว้นในกลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108053</URL_LINK>
                <HASHTAG>CVM, ศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษ, สุเทพ แก่งสันเทียะ, อาชีวะศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae77ee1681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ.ออกหนังสือ ซักซ้อมแนวปฎิบัติกับอาชีวะทั่วปท. คืนเงินค่าบำรุง-ค่าธรรมการศึกษา ช่วงไม่ได้เรียนเพราะโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2มิ.ย.64-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวปฏิบัติการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองในสถานการณ์ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)จึงได้มีหนังสือถึงสถานศึกษาภาครัฐและภาคเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ที่ ศธ 0601/3693 เรื่อง ซักซ้อมแนวปฏิบัติการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้สถานศึกษาปฏิบัติ มีสาระสำคัญ ดังนี้ 1.ให้คืนเงินบำรุงการศึกษาหรือค่าธรรมเนียม ในส่วนที่ไม่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน 2.พิจารณาผ่อนผันหรือขยายระยะเวลาการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาหรือค่าธรรมเนียม ตามความเหมาะสมเป็นกรณีไป 3.ให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวตามความจำเป็นและเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการกอศ. &amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า ทางสอศ. ได้ดำเนินการสำรวจสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชนที่พร้อมจัดการเรียนการสอน รวมทั้งสิ้น 994 แห่ง โดยมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่เปิดเรียน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน จำนวน 156 แห่ง แบ่งเป็นการเรียนแบบผสมระหว่าง Online กับ On Site จำนวน 103 แห่ง Online จำนวน 37 แห่ง และ On site จำนวน 16 แห่ง ในขณะที่สถานศึกษาเปิดเรียนระหว่างวันที่ 2 &amp;ndash; 11 มิถุนายน จำนวน 44 แห่ง และจะเปิดเรียนวันที่ 14 มิถุนายน จำนวน 794 แห่ง โดยสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม จะเปิดเรียนในวันที่ 14 มิถุนายน สำหรับการเรียนการสอนจะมี 3 รูปแบบ คือ 1. Online ครูจะใช้แพลตฟอร์มในการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ เช่น Zoom, Microsoft Team, Google meet และ Google classroom เป็นต้น 2. On Site ให้มาเรียนตามปกติได้ในพื้นที่ที่ไม่ใช่สีแดงเข้ม ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อน และต้องมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด เช่น การรักษาระยะห่าง การลดจำนวนนักเรียน นักศึกษาต่อห้อง การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เป็นต้น และ 3. แบบผสมระหว่าง On Site และ Online เป็นการจัดการเรียนการสอนที่สลับวันเรียนของนักเรียน นักศึกษา ขึ้นอยู่กับบริบทของสถานศึกษาแต่ละแห่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การจัดการเรียนการสอนของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สถานศึกษาจะต้องดำเนินการตามมาตรการการฝึกปฏิบัติงานของนักเรียน นักศึกษาระบบทวิภาคี ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก 3 ส่วน ได้แก่ ผู้ปกครอง ผู้เรียน และสถานประกอบการ ดังนั้นหากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการฝึกงาน สถานศึกษาจะต้องบริหารจัดการตารางการฝึกงานใหม่ให้แก่นักเรียน นักศึกษา เช่น จัดให้มีการฝึกปฏิบัติงานภายในสถานศึกษา เป็นต้น ซึ่งสถานศึกษาจะต้องจัดการฝึกปฏิบัติงานของผู้เรียนให้ครบตามหลักสูตร ทั้งนี้ การเปิดเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 นี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้กำหนดมาตรการการป้องกันและการคัดกรองที่เข้มงวด และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพของนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองเป็นสำคัญ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105063</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนเงินค่าบำรุงการศึกษา, สอศ., สุเทพ แก่งสันเทียะ, อาชีวะศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606440a3aff34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตรีนุช&quot;มอบสอศ.ปั้นเด็กอาชีวะเป็นเถ้าแก่ หลังเรียนจบสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19เม.ย.64-&amp;quot;ตรีนุช&amp;quot; มอบ การบ้าน สอศ. มุ่ง ทำให้เด็กอาชีวศึกษาสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ทันที พร้อมเดินหน้าต่อ โครงการอาชีวศึกษายกกำลังสอง &amp;nbsp;&amp;quot;สุเทพฯ ยอมรับยอดนักเรียนอาชีวะ อาจพลาดเป้า แต่ไม่ห่วง เพราะจะเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมร่วมกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในประเด็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการอาชีวศึกษา ซึ่งตนได้รายงานการดำเนินงาน เรื่อง อาชีวศึกษายกกำลังสอง ที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศธ. ได้ขับเคลื่อนมา ซี่งนางสาวตรีนุช ก็เห็นด้วยกับนโยบายการจัดอาชีวศึกษายกกำลังสอง เพราะถือเป็นโยบายที่ดีจึงพร้อมสนับสนุนให้มีการเดินหน้านโยบายดังกล่าวต่อไป โดยเฉพาะแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา หรือ Excellent Center ที่ตอบโจทย์กลุ่มอาชีพในการพัฒนาประเทศ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม FirstS-Curve &amp;amp; New S-Curve ประกอบไปด้วย ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัล เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นางสาวตรีนุช ยังมีความประสงค์ที่จะให้ผู้เรียนจบอาชีวศึกษาสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ทันที โดยในเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) พร้อมรับนโยบายมาดำเนินการ เนื่องจากการดำเนินงานในเรื่องนี้ สอศ.มีหลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการใหม่ไว้อยู่แล้ว รวมถึงการตั้งศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ในสถานศึกษาต่างๆ ที่จะให้นักเรียนนักศึกษาได้เข้ามาฝึกอบรมจับกลุ่มทำโครงการด้วยการฝึกเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียน เพราะเมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาไปแล้วสามารถเป็นผู้ประกอบการได้ทันที ดังนั้น สอศ.จะขับเคลื่อนตามข้อสั่งการของรมว.ศธ. ในเรื่องการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่างเต็มที่ ทั้งนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียนได้ว่ามาเรียนอาชีวศึกษาแล้วมีงานทำมีรายได้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2564 ของสอศ.นั้น เรากำหนดเป้าหมายสัดส่วนการเพิ่มผู้เรียนไว้เท่าเดิม คือ สายอาชีพ 50 สายสามัญ 50 แต่คิดว่าคงไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ผมไม่กังวล เพราะปีนี้ สอศ.มุ่งเน้นปีแห่งการเน้นเรื่องคุณภาพนำปริมาณ ซึ่งเชื่อว่าหากเราดำเนินการด้านคุณภาพอย่างเข้มข้นแล้ว จะดึงดูดผู้เรียนให้มาเรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้นได้เองในอนาคต&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ. กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99960</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาชีวศึกษา, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง, สุเทพ แก่งสันเทียะ, เถ้าแก่น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606440a3aff34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบครูผู้ช่วย สอศ.ตรวจข้อสอบพลาด&quot;แจกคะแนนฟรี2ข้อ &quot;แต่สุดท้ายยันไม่มีใครเสียสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31มี.ค.64-นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวถึงกรณีการจัดสอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ปี 2563 ว่า การสอบดังกล่าว สอศ.ได้มีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ก.และภาค ข. เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2563 และดำเนินการสอบภาค ก และภาค ข เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ประกาศผู้ผ่านการสอบภาค ก และภาค ข เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2564 และผู้ผ่านภาค ก และภาค ข ให้สอบสัมภาษณ์ภาค ค ระหว่างวันที่ 20-21 มีนาคม พ.ศ.2564 ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่ากระบวนการตรวจข้อสอบมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจริงจึงทำให้ต้องมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) อาชีวศึกษาเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อแจ้งให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบและแก้ไขใหม่จำนวน 30 รายได้มาสอบสัมภาษณ์ภาค ค ใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ยืนยันอีกว่าการสอบดังกล่าวไม่ได้มีความผิดปกติหรือความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เพราะหลังจากที่มีการประกาศรายชื่อรอบแรกไปแล้ว เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบว่ามีข้อผิดสังเกตว่ามีรายชื่อที่มีคะแนนต่างกันเกิดขึ้น แต่ทำไมการประมวลผลไม่มีรายชื่อ ซึ่งการประมวลผลของสอศ.ได้มอบหมายให้หน่วยงานภายนอกดำเนินการประมวลผล จึงไล่เช็คข้อมูลย้อนหลังของทุกสาขาปรากฏว่า มีข้อผิดสังเกตของสาขาช่างกลโรงงาน 202 ซึ่งหน่วยงานประเมินผลแจ้งว่า การประมวลผลสอบดังกล่าวมีรายชื่อตกหล่นจำนวน 30 คน โดยสาเหตุที่รายชื่อตกหล่นนั้น เกิดจากการตรวจข้อสอบคอมพิวเตอร์ประมวลผลว่ากลุ่มคนจำนวนดังกล่าวขาดสอบ ดังนั้นเมื่อมีการรีเช็กข้อมูลทุกอย่างแล้ว ทำให้ไม่มีสาขาอื่นที่ผิดพลาดอีก &amp;nbsp;รวมถึง การสอบชุดแรกก็ยังไม่มีการประกาศผล ซึ่งสอศ.กำหนดประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 เมษายนนี้&amp;nbsp;
&amp;quot;ดังนั้นยืนยันว่าการสอบครั้งนี้ยังไม่มีใครเสียสิทธิ์ แต่เกิดจากปัญหาความผิดพลาดของการประมวลผล เนื่องจากมีการแก้ไขให้คะแนนฟรีสองข้อ &amp;nbsp;ซึ่งได้นำเรื่องเข้าที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.พิจารณา&amp;rdquo;เลขาฯ กอศ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97916</URL_LINK>
                <HASHTAG>สอบครูผู้ช่วย, สอศ., สุเทพ แก่งสันเทียะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606440cc385cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
