<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลอบวางบึ้มรางรถไฟใต้ โชคดีหยุดทันไร้‘คนเจ็บ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; หวิดเกิดโศกนาฏกรรมม้าเหล็ก! โจรใต้ลอบวางระเบิดถังแก๊สขนาด 25 กก. ทำรางรถไฟขนาด 100 ปอนด์ขาดที่สุไหงปาดี โชคดีชาวบ้านแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก่อนจึงหยุดรถไว้ทัน แต่อัมพาตไป 14 ขบวน เร่งซ่อมด่วนกลับมาเดินรถอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ต.อ.อาภากร วิรุปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟสุไหงปาดีกับ สถานีรถไฟโต๊ะเด็ง ซึ่งตั้งอยู่บ้านโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟสุไหงปาดีประมาณ 1 กม. จึงพร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี, พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.ทพ.48, เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่ารางรถไฟถูกอานุภาพของระเบิดกระเด็นขาดหายไป ประมาณ 3 ฟุต และมีหมอนรองรางรถไฟที่ทำด้วยปูนซีเมนต์ได้รับความเสียหาย 2 ท่อน พร้อมทั้งมีเศษซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคหนัก 25 กก. ไม่ทราบตัวจุดชนวน ตกกระจายเกลื่อนบริเวณรางไฟและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 ถึง 3 คน ได้ร่วมกันขุดแล้วนำหินรองรางรถไฟออกจากราง แล้วได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคไปซุกซ่อนไว้บริเวณใต้รางรถไฟ จากนั้นในช่วงเวลา 05.50 น. ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว และมีควันไฟสีขาวพวยพุ่งที่บริเวณจุดเกิดเหตุ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ก่อนที่ขบวนรถไฟที่ 448 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี จะแล่นผ่าน เกรงขบวนรถไฟดังกล่าวจะตกรางและผู้โดยสารจะได้รับบาดเจ็บ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการให้สถานีตำรวจในพื้นที่เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่โดยรอบของสถานีตำรวจและหน่วยราชการต่างๆ รวมถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะนี้ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจและชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ บุญสุข ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเดินรถ 4 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังได้รับแจ้ง เมื่อออกมาดูหน้าสถานี ก็เห็นควันขึ้น จึงได้แจ้งตำรวจประจำสถานีและนายอำเภอเข้ามาตรวจชุดแรก พบว่ารางระเบิดขาดประมาณ 1 เมตร ทำให้รถไม่สามารถผ่านได้ จุดเกิดเหตุจากสถานีสุไหงปาดีประมาณ 2 กิโลเมตรระหว่างโต๊ะเด็ง ทำให้ขบวนรถโดยสาร 171 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ต้องหยุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีตันหยงมัส เพื่อขนถ่ายไปสุไหงโก-ลกด้วยรถยนต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี เปิดเผยว่า การซ่อมแซมรางรถไฟต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง จึงจะทำให้รถไฟทั้ง 14 ขบวนสามารถวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารทั้งขาขึ้นและขาล่องได้ตามปกติ แต่จะมีการเร่งให้แล้วเสร็จเร็วที่สุดในเวลา 1 วัน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการ ส่วนขบวนรถไฟสายต่างๆ จะวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารที่สถานีตันหยงมัสเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอดุลย์ ดอแลมา สารวัตรบำรุงทางตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้ระดมพนักงานแขวงบำรุงทาง 4 สถานี จำนวน 40 คน พร้อมเครื่องมือ ได้เดินทางมาซ่อมแซมรางรถไฟที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดได้รับความเสียหาย เหตุเกิดระหว่างสถานีรถไฟสุไหงปาดีกับสถานีรถไฟโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อเวลา 05.50 น.ของวันนี้ ทำให้รถไฟทั้ง 14 ขบวนที่วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟกรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ไม่สามารถให้บริการแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การซ่อมแซมรางรถไฟในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาไม่เอื้ออำนวย แม้จะมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 4814 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี และอาสารักษาดินแดน อ.สุไหงปาดี จะร่วมกันให้การรักษาความปลอดภัยก็ตาม เนื่องจากพนักงานแขวงบำรุงทางต้องเดินทางกลับที่ตั้งก่อนมืด และจะเดินทางมาเริ่มปฏิบัติงานในวันรุ่งขึ้นเวลา 08.00 น. เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์เผยถึงกระบวนการซ่อมแซมรางรถไฟเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานตามปกติว่า พนักงานต้องแบ่งหน้าที่ในการตัดราง เปลี่ยนราง เปลี่ยนหมอนและเครื่องยึดเหนี่ยวราง รวมทั้งการเข้าหิน ซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากทุกขั้นตอนต้องใช้แรงงานคน ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือกล ที่ต้องเสียเวลาในการขอสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นพอสรุปว่ารางรถไฟขนาด 100 ปอนด์ ได้รับความเสียหายจากอานุภาพของระเบิด ที่ขดงอและกระเด็นขาดหายไปประมาณ 10 เมตร หมอนคอนกรีตได้ความรับความเสียหายจนเกิดการแตกร้าว จำนวน 8 ท่อน ซึ่งถือว่าได้รับความสูญเสียพอสมควร ที่ทางสารวัตรบำรุงทางต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้านแจ้งให้เจ้าหน้าที่, รางรถไฟ, ลอบวางระเบิด, วางระเบิดถังแก๊ส, วางระเบิดรางรถไฟ, สุไหงปาดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde7b198a818.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งซ่อมรางรถไฟสุไหงปาดี หลังโดนบึ้ม!หยุดวิ่ง14ขบวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; เมื่อเวลา 05.50 น.&amp;nbsp; พ.ต.อ.อาภากร วิรุปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟสุไหงปาดีกับ สถานีรถไฟโต๊ะเด็ง ซึ่งตั้งอยู่บ้านโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟสุไหงปาดี ประมาณ 1 กิโลเมตร จึงพร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.ทพ.48 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พบว่ารางรถไฟถูกอนุภาพของระเบิดกระเด็นขาดหายไป ประมาณ 3 ฟุต และมีหมอนรองรางรถไฟที่ทำด้วยปูนซิเมนต์ได้รับความเสียหาย 2 ท่อน พร้อมทั้งมีเศษซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิด หนัก 25 กิโลกรัม ไม่ทราบตัวจุดชนวน ตกกระจายเกลื่อนบริเวณรางไฟและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 ถึง 3 คน ได้ร่วมกันขุดแล้วนำหินรองรางรถไฟออกจากราง แล้วได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิกไปซุกซ่อนไว้บริเวณใต้รางรถไฟ จากนั้นในช่วงเวลา 05.50 น. ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว และมีควันไฟสีขาวพวยฟุ้งบริเวณจุดเกิดเหตุ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ก่อนที่ขบวนรถไฟที่ 448 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี จะแล่นผ่าน เกรงขบวนรถไฟดังกล่าวจะตกรางและผู้โดยสารจะได้รับบาดเจ็บ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้านนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นจากการประสานกับเจ้าหน้าที่แขวงบำรุงทางสถานีรถไฟสุไหงปาดีและตันหยงมัส ทราบว่า การซ่อมแซมรางรถไฟต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง จึงจะทำให้รถไฟทั้ง 14 ขบวนสามารถวิ่งรับส่งผู้โดยสารทั้งขาขึ้นและขาล่องได้ตามปกติ แต่จะมีการเร่งให้แล้วเสร็จเร็วที่สุดในเวลา 1 วัน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการ ส่วนขบวนรถไฟสายต่างๆจะวิ่งรับส่งผู้โดยสารที่สถานีตันหยงมัสเท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51245</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดวิ่ง14ขบวน, ทางรถไฟ, นราธิวาส, บึ้ม, สุไหงปาดี, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde1013becc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้บึ้มทางรถไฟสุไหงปาดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; เมื่อเวลา 05.55 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก ร้อย ฉก.ทพ.4812 ว่า มีเหตุระเบิดบริเวณทางรถไฟ โต๊ะเด็ง &amp;ndash; สุไหงปาดี ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เบื้องต้นรางรถไฟได้รับความเสียหาย และขณะนี้รถไฟขบวนท้องถิ่นที่ 448 สุไหงโก-ลก-สุราษฎร์ธานี หยุดเดินขบวน เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51219</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางรถไฟ, นราธิวาส, บึ้ม, ระเบิด, ร้อย ฉก.ทพ.4812, สุไหงปาดี, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5ddddcbc212ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แค้น&#039; ที่ต้อง &#039;แก้&#039; ใน ๓ จังหวัดใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กระสุนที่ &amp;quot;เจาะทะลุบาตร&amp;quot; และ &amp;quot;องค์พระปฏิมา&amp;quot; ที่สุไหงปาดี นราธิวาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันศุกร์ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้ทะลุหายไปไหน.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแต่มันฝังอยู่ในหัวใจคนไทยพุทธ ซึ่งไม่เพียงเฉพาะที่ ๓ จังหวัดใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแต่ทั้งหมด-ทั้งมวล รวมถึงพี่น้อง &amp;quot;ไทยมุสลิม&amp;quot; ผู้เข้าถึงคำสอนองค์พระผู้เป็นเจ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้ผ่าตัดออกได้....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ &amp;quot;แผลใจ&amp;quot; จะเป็น &amp;quot;แผลจำ&amp;quot; ตลอดไป!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระครูประโชติรัตนานุรักษ์​&amp;quot; เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี​ เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ​ และ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระสมุห์​อรรถพร​ กุศลจิตฺโต​ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส​วัดรัตนานุภาพ​ บ้านโคกโก​ ตำบลโต๊ะเด็ง​ อำเภอสุไหงปาดี​ จังหวัดนราธิวาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านถูก &amp;quot;โจรนอกศาสนา&amp;quot;.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุกเข้าไปในวัด กราดกระสุนปืนใส่ซึ่งๆ หน้า จนท่านทั้งสองรูปมรณภาพ อีกหลายรูปบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้ &amp;quot;ไม่จำ&amp;quot; ไม่ได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำ เพื่อกระตุ้นเตือนว่า เราต้อง &amp;quot;แก้แค้น&amp;quot;!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทีนี้ เราเป็นคนพุทธ ผู้ถูกโจรนอกศาสนากระทำโดยตรง คือวัด และพระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทั้งโลก ไม่ว่าศาสนาไหน ต่างจ้องเล็งดูว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนพุทธ&amp;quot; โดยเฉพาะคนไทย ประเทศไทย ประเทศศูนย์กลางพระพุทธศาสนา ผู้มี &amp;quot;คำสอนพระพุทธองค์&amp;quot; อยู่ในหัวใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะมีปฏิกิริยาตอบสนองพฤติกรรมชั่วช้าสามานย์ของโจรกลุ่มนี้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมย้ำว่า &amp;quot;ต้องแก้แค้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีแก้แค้น เป็นวิธีปฏิบัติกับโจร ที่ถูกต้องที่สุด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต้องเข้าใจ การแก้แค้นของคนพุทธ ไม่ได้เป็นตามนัยอย่างที่ว่า แค้นนี้ต้องชำระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเลือดต้องล้างด้วยเลือด, มึงฆ่ากู กูก็ต้องฆ่ามึง, ตาต่อตา ฟันต่อฟัน อะไรทำนองนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใจอภัย&amp;quot; ตะหาก......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือการ &amp;quot;แก้แค้น&amp;quot; ตามวิถีคนพุทธ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกรธ...คือปฏิกิริยาตอบสนองด้วยอารมณ์ที่ขาดสติไตร่ตรอง ย่อมเกิดได้กับทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทราบว่า มีคนบุกเข้าไปฆ่าพระในวัดสาดกระสุนใส่ &amp;quot;พระพุทธรูป&amp;quot; ขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นใคร ใครก็ต้องโกรธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธรรมชาติของการโกรธ สักระยะก็หาย แต่ &amp;quot;ใจ&amp;quot; ที่ผูกอาฆาตพยาบาท จะไม่หาย มันจะผูกอยู่ตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้เท่ากับเรา &amp;quot;ผูกกรรม-จองเวร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ เอาตัวเองไปล่ามโซ่ติดกับโจรนอกศาสนานั้นไป &amp;quot;ทุกภพ-ทุกชาติ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผูกพยาบาท &amp;quot;มึงฆ่าพวกกู-กูก็ต้องฆ่าพวกมึง&amp;quot; แบบนี้ มักเข้าใจกันว่า &amp;quot;ถูกต้อง&amp;quot; เป็นวิถีของการ &amp;quot;แก้แค้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่หรอก โปรดเข้าใจใหม่......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นการ &amp;quot;ผูกแค้น&amp;quot; ตะหาก ไม่ใช่แก้ คือผูกเขากับเราให้ติดกันด้วยกรรมคือการฆ่าตลอดไปตะหาก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นการ &amp;quot;อภัย&amp;quot; นั่นแหละ คือการ &amp;quot;แก้&amp;quot; ให้หลุดจาก &amp;quot;แค้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการ &amp;quot;เอาแค้นออกจากใจ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถูกต้องตามคำสอนพระพุทธองค์ อันคนพุทธทั้งหลายควรต้องทำความเข้าใจตรงนี้ให้ชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกรธ มันนำมาซึ่ง &amp;quot;ผูกแค้น-ผูกพยาบาท&amp;quot; เหมือนเอาโซ่ล่ามติดกันไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาลงนรก เราก็ต้องลงกับเขาด้วย เพราะ &amp;quot;โซ่&amp;quot; คือ &amp;quot;ห่วงผูกแค้น&amp;quot; มันทั้งถ่วงและทั้งล่ามให้ติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้อภัยนี่....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดกว่าการให้ทุกอย่าง ไม่ใช่ &amp;quot;ให้เขา&amp;quot; อย่างเดียว ยังเป็นการ &amp;quot;ให้ตัวเรา&amp;quot; ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะคนเรา การจะให้อภัยกันได้นั้น ขั้นแรก ต้องมีสติก่อน ไม่เช่นนั้น ยากที่จะฝืนใจ-หักใจแค้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงาของโกรธ คือ อาฆาต พยาบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงาของอภัย คือ เมตตา สิ้นอาฆาต สิ้นพยาบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหมดอาฆาต หมดพยาบาท รู้..เข้าใจ ว่า สรรพสิ่ง ล้วนมีแค้นที่ยังไม่ได้แก้ เป็นเหตุปัจจัยทำให้เกิดต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั้นเท่ากับได้ &amp;quot;แก้&amp;quot; ตัวเองหลุดจาก &amp;quot;แค้น&amp;quot; หลุดจาก &amp;quot;โซ่กรรม&amp;quot; ที่ผูกติดมาแต่กัป-แต่กัลป์ทันที!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราทะลึ่งขึ้น &amp;quot;พ้นน้ำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งภพนี้-ภพหน้า &amp;quot;ชีวิตรอดแล้ว&amp;quot; จากกงกรรมพยาบาท เพราะใจไม่ผูกเวรต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้ฆ่า คือผู้สร้างเวร-สร้างกรรม เช่น คนนอกศาสนา ที่ฆ่าพระนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราหลุดจากแค้นแล้ว ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขา..นอกจากไม่หลุด ยังผูกแค้นให้ตัวเองเพิ่ม มันจะทั้งถ่วงทั้งรัดตรึง ให้เขาจมลึกลงไป ที่สุดแห่งโลกันตร์นรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกทุกวันนี้ ที่เทไหลเข้าสู่สายธารพุทธ ก็ด้วยธรรมอันเป็นสัจจะ ที่สร้างสันติสุขได้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อภัย&amp;quot; ขับเน้นความเป็นมนุษย์ให้ต่างจากสัตว์เดรัจฉานชัดเจน เห็นชัดก็ ใจ &amp;quot;คนพุทธ&amp;quot; นี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมตตา-อภัย&amp;quot;......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ไม่ใช่การยอมแพ้ หงอ, กลัว หรือการเสียหน้า-ได้หน้า หากแต่ &amp;quot;เมตตา-อภัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการชนะนิรันดร์ยิ่งใหญ่ เหนือชนะใดๆ ล้วนปลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ ใครจะให้อภัยใครได้ นั้น.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งแรก ที่ต้อง &amp;quot;ชนะ&amp;quot; ให้ได้ก่อน คือ &amp;quot;ใจ&amp;quot; ตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครก็ตาม เมื่อชนะใจตัวเองแล้ว โลกทั้งใบ บอกได้คำเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยู่ใต้ตีน&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้อภัยตามคำสอนพระพุทธองค์ เป็นแบบไหนบ้างล่ะ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็แบบ พร้อมรับการขอขมา และอโหสิกรรมผู้อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้ายใคร ไม่ทำตัวให้เป็นพิษเป็นภัยแก่คนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผื่อแผ่เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ไม่โกรธ ไม่อาฆาตพยาบาทจองเวรผู้อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละ &amp;quot;สันติสุข-สันติภาพ&amp;quot; แท้จริง จะไปแสวงหาจากคนอื่น-ที่อื่น ไม่มีหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สันติสุข-สันติภาพ&amp;quot; ต้องสร้างจากธรรมชาติใจ &amp;quot;เมตตา-อภัย&amp;quot; ของแต่ละคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าคนชาติไหน ลัทธิ-นิกาย-ศาสนาไหน รู้จัก &amp;quot;เมตตา-อภัย&amp;quot; ต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับ &amp;quot;แก้ความแค้น&amp;quot; ที่ผูกมัดติดต่อกันมาแต่ชาติไหน-ภพไหน ให้หลุดจากกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนบอก &amp;quot;นรก-สวรรค์&amp;quot; เป็นเรื่องของคนพุทธ ส่วนคนศาสนาอื่น จบสิ้นกันไปในปัจจุบันชีวิตนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นรก-สวรรค์, กรรมดี-กรรมชั่ว&amp;quot; ไม่มีจริง เป็นเรื่องศาสนาสมมุติหลอกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นเรื่องคนอื่นเขา แต่เรื่องเราชาวพุทธ เข้าใจอยู่แล้ว กรรมดี-กรรมชั่ว ไม่ต้องรอชาติหน้า ชาตินี้ ก็มีเห็นถมไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า &amp;quot;เห็นจากไหน&amp;quot;?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นจากใจสุข-ใจทุกข์ จากความเป็นไปในชีวิตตัวเองนี่แหละ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจรที่ฆ่าพระ มันมีความสุขมั้ย มันตกนรกตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ทั้งการอยู่ การกิน การนอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้อภัยโจร.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือมันฆ่าแล้ว เราก็เอ็นดูมัน ปล่อยมันไป ไม่ต้องไปทำอะไรมัน เพราะกลัวเวรกรรมงั้นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจผิดแล้ว เราไปอาฆาต แล้วเราไปทำอะไรเขาได้มั้ย..อาจทำได้ แต่มันไม่ใช่หน้าที่ชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ละสังคม ล้วนมีกฎกติกา มีคนทำหน้าที่ควบคุม-รักษาให้เป็นไปตามกฎ แม้นรก-สวรรค์ ก็ยังมีผู้คุมกฎ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีโจรนอกศาสนาฆ่าพระนี้เช่นกัน......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทหาร-ตำรวจ&amp;quot; เขาต้องทำหน้าที่ เพราะหน้าที่เขาคือ ผู้รักษากฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อย, ความมั่นคงบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีคนทำผิด เป็นปฏิปักษ์ต่อสังคมบ้านเมือง ในส่วนปราบปราม ต้องไปจัดการกับโจรเหล่านี้ตามกบิลเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ทำหน้าที่ ถ้าปะทะ ทำให้อีกฝ่ายถึงชีวิต ก็ไม่ถือเป็นการผูกเวร-ผูกกรรม เพราะไม่ได้ทำด้วยอาฆาตพยาบาท ขาดเจตนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเพชฌฆาต ประหารคนตามคำตัดสินศาล อย่างนี้เป็นการ &amp;quot;ทำหน้าที่&amp;quot; จึงไม่มีแค้นใดที่จะผูก-จะแก้ต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะรู้ใจแต่ละคนรู้สึกอย่างไร จึงอยากสะกิดไว้บ้าง ทุกฝ่ายรู้หน้าที่ ให้คนมีหน้าที่เขาทำตามหน้าที่เขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักพุทธ&amp;quot; ก็ควรมาทำหน้าที่ ดูแลอุปัฏฐากพระใน ๓ จังหวัดใต้ ด้านปัจจัยสี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าให้มีการปฏิบัติอันนำไปสู่การผิดพระวินัยของพระ เช่นการ นำกระเช้า อาหารแห้งไปถวายพระหลังเพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอย่าห้ามพระบิณฑบาต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไม่ให้ออกบิณฑบาต เพราะกลัวโจร ถือว่า พระพุทธศาสนาใน ๓ จังหวัดใต้ &amp;quot;จบแล้ว&amp;quot;!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระหนีภัยโจร&amp;quot;.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระยังอยู่ไม่ได้ แล้ว ทหาร-ตำรวจ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง จะอยู่เพื่ออะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น &amp;quot;พลเอกประยุทธ์-พลเอกประวิตร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำอะไรก็ทำ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต้องไม่ให้ &amp;quot;ธงชัยพระพุทธศาสนา&amp;quot; ใน ๓ จังหวัดใต้ ในความหมาย &amp;quot;ฉัพพรรณรังสี&amp;quot; ต้องซีดแสง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27089</URL_LINK>
                <HASHTAG>นราธิวาส, สุไหงปาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ละหมาดฮายัตต้านความรุนแรง หลังกลุ่มก่อความไม่สงบยิงอส.สุไหงปาดีเสียชีวิต2นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;61 - ที่บริเวณลานเอนกประสงค์หน้าที่ว่าการ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้มีตัวแทนผู้นำศาสนาและประชาชน จำนวน&amp;nbsp;49&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบล ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน ภายใต้การนำของนายดาโอ๊ะ หะมะ โต๊ะอิหม่ามมัสยิดรายอบารี ม.7&amp;nbsp;ต.ปะลุรู ได้ร่วมประกอบพิธีละหมาดฮายัต เพื่อเรียกร้องความสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ หลังช่วงเย็นของวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;61&amp;nbsp;กลุ่มผู้ไม่หวังดีได้ดักซุ่มยิง สมาชิกเอกมูฮัมหมัดฮาฟีซี มือลี และสมาชิกตรีเจ๊ะยูนัย เจ๊ะบือราเฮง เจ้าหน้าที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดคุ้มครอง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนบ้านโผลง เสียชีวิต เหตุเกิดบ้านโต๊ะเด็ง ม.1&amp;nbsp;ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี รวมทั้งเป็นการละหมาดให้กับกลุ่มผู้หลงผิดได้กลับตัวกลับใจ หันกลับมาร่วมกันสร้างความสันติสุข เนื่องจากการใช้ความรุนแรงมีผลกระทบต่อความสูญเสีย ทั้งในเรื่องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ได้ร่วมเดินทางมาสังเกตการณ์ ซึ่งนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี ได้เป็นตัวแทนภาครัฐในการกล่าวขอบคุณผู้นำศาสนา ที่ตื่นตัวเห็นความสำคัญเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นเสมอมา และขอให้ทุกคนเก็บรักษาความดีนี้ไว้ เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ปัญหาความรุนแรงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีเมื่อทุกฝ่ายให้ความสำคัญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14987</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, นราธิวาส, ผู้นำศาสนาอิสลาม, ยิงอส.เสียชีวิต, ละหมาดฮายัต, สุไหงปาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6ad360e9bc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้ซุ่มโจมตีอส.นราธิวาสเสียชีวิต2นาย เผารถขโมยปืน-เสื้อเกราะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 61- &amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.20 น. &amp;nbsp;ร้อยตำรวจเอกดุลย์รอมาน หมัดดิน รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.สุไหงปาดี ปฏิบัติหน้าที่ รักษาความปลอดภัยโรงเรียน เสียชีวิต 2 นาย เหตุเกิดบนถนนบ้านโต๊ะเด็ง ม. 1 ต.โต๊ะเด็ง จึงพร้อมด้วย &amp;nbsp;นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี พันเอกสฐิรพงษ์ อาจหาญ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตำรวจตระเวนชายแดน447 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบรถ จักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มตะแคงอยู่ริมถนน มีร่องรอยถูกคนร้ายวางเพลิงได้รับความเสียหายเกือบทั้งคัน ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่ชุด อี.โอ.ดี.จาก ตำรวจตระเวนชายแดน 447 ทำการตรวจสอบเคลียร์พื้นที่อย่างละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปลอดภัยแล้วเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบศพผู้เสียชีวิต 2 นาย คือ สมาชิกเอก มูฮัมหมัดฮาฟีซี มือลี ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณศรีษะ และสมาชิกตรี เจ๊ะยูนัย เจ๊ะบือราเฮง ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณลำตัวจำนวนหลายนัด นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรถ จักรยานยนต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบนถนนเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม. 16 ตกอยู่จำนวนกว่า 10 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14918</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, ซุ่มโจมตี, สุไหงปาดี, อส.เสียชีวิต, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69936c4c7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้ดักยิงคนหาของป่าที่สุไหงปาดีเจ็บ 4 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.61- ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ โสดานิล รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งเมื่อเวลา 18.00 น. เกิดเหตุยิงกันใกล้มัสยิดบ้านกำปงบือแน ม.6 ต.ริโก๋ &amp;nbsp;จึงรายงานพ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.สุไหงปาดี และนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี นำกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพื่อนของผู้ได้รับบาดเจ็บ ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คน เพื่อนๆได้นำตัวขึ้นรถกระบะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทราบชื่อคือ นายภานุพงศ์ แก้วเมฆ &amp;nbsp;ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่ข้อมือขวา นายสมพร ปุ๋ยรุก ถูกกระสุนปืนเฉี่ยวที่บริเวณหลัง นายสุทธิศักดิ์ บุญช่วย ถูกยิงเฉี่ยวที่บริเวณคางขวาและขา และนายวิชาญ บุญช่วย ถูกยิงบริเวณหน้าท้อง และเมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นได้ส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 คนรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบจุดที่คนร้ายดักซุ่มยิงเป็นพงป่ารกทึบ ห่างจากถนนบริเวณมัสยิดไปประมาณ &amp;nbsp;500 เมตร แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าตรวจสอบ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงตั้งซุกซ่อนวัตถุระเบิดเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ เมื่อสอบถามนายสุทธิพงศ์ บุญช่วย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ชวนเพื่อนๆ จำนวน 11 คน ซึ่งอยู่พื้นที่บ้านใหม่ ม.3 ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส นั่งรถกระบะ 2 คัน เดินทางไปหาหมู่ป่าที่บริเวณเชิงเขาหลังหมู่บ้านกำปงบือแน &amp;nbsp;และจอดรถไว้ที่บริเวณลานว่างหลังมัสยิด จนกระทั่งล่าหมูป่ามาได้ 7 ตัว จึงพากันหามและเดินทางลงจากเชิงเขาเพื่อกลับบ้านพัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเพื่อนๆจำนวน 5 คน ได้แยกย้ายนั่งรถคันแรกออกจากที่จอดรถไปประมาณ 100 เมตร ส่วนคนอื่นรวม 4 คน นั่งท้ายกระบะหลังอีกคันมาเพียง 10 เมตร คนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในพงป่ารกทึบห่างจากมัสยิดไปประมาณ 500 เมตร ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ตนและเพื่อนๆที่นั่งอยู่บริเวณท้ายกระบะได้รับบาดเจ็บ ตนและเพื่อนอีก 2 คน เมื่อถูกกระสุนปืนของคนร้ายจึงได้ใช้อาวุธปืนลูกซองที่นำไปล่าหมูป่ายิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้ายไปคนละ 1 นัด คนร้ายจึงได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป เพื่อนๆที่เหลือจึงได้นำตนและเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บรวม 4 คน ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14108</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาของป่า, ตำรวจ, นราธิวาส, สุไหงปาดี, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b587d045d080.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
