<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีใหม่เงินสะพัด  1.35 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพลมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดเงินสะพัดช่วงปีใหม่ปี 62 มูลค่า 1.35 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 2.5% เหตุคนกล้าจับจ่ายใช้สอย ทำให้บรรยากาศสุดคึกคัก เผยเป็นการใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยวมากสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจประชาชน 1,210 ตัวอย่างทั่วประเทศ เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ว่า จะมีการจับจ่ายใช้สอยมูลค่า 1.35 แสนล้านบาท มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับการจับจ่ายใช้สอยช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา แบ่งเป็นการใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ 6.22 หมื่นล้านบาท และคนต่างจังหวัด 7.30 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่มองว่าบรรยากาศปีนี้จะคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการใช้จ่ายช่องปีใหม่ เป็นการใช้จ่ายเพื่อไปท่องเที่ยวมากสุด โดยท่องเที่ยวในประเทศ 5.86 หมื่นล้านบาท เที่ยวต่างประเทศ 3.83 หมื่นล้านบาท รองลงมา คือ ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 1.74 หมื่นล้านบาท เลี้ยงสังสรรค์ 1 หมื่นล้านบาท ทำบุญ 7,394.86 ล้านบาท ซื้อสินค้าคงทน 2,206 ล้านบาท และซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย 1,178.74 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงแหล่งที่มาของเงินนำมาใช้จ่ายผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่า มาจากเงินเดือนและรายได้ปกติ รองลงมา คือ เงินออม และโบนัส รายได้พิเศษ ส่วนแผนการใช้เงิน เป็นการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว 2.52 หมื่นบาท/คน ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย 1.6 หมื่นบาท/คน สังสรรค์ 5,814 บาท/คน ซื้อสินค้าคงทน 4,375 บาท/คน ซื้อเสื้อผ้า/รองเท้า 1,756 บาท/คน เป็นต้น ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว เป็นการเที่ยวในประเทศ 1.44 หมื่นบาท/คน ต่างประเทศ 6.19 หมื่นบาท/คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต พบว่า สถานการณ์ปัจจุบันที่น่าเป็นห่วง โดยผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุปัญหาด้านเศรษฐกิจมากสุด แต่ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นปานกลาง โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยปี 2562 จะโต 4-4.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปีใหม่ปีนี้ถือว่าคึกคักมาก เม็ดเงินสะพัดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มาจากการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมากสุด และยังมีเงินสะพัดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้คนละ 500 บาท ประมาณ 11-14 ล้านคน โดยมีการกดเงินช่วงเดือนธ.ค. ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดจากส่วนนี้ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท และเงินให้กับผู้สูงอายุอีก 1,000 บาท รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรบางรายการ เช่น ข้าว ราคาดีขึ้น ช่วยทำให้การจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มคนฐานรากดีขึ้น โดยมั่นใจว่าปีนี้เศรษฐกิจจะยังโตได้ 4.2% และเกิน 4% ในรอบ 6 ปี ส่วนปีหน้า คาดว่าจะโต 4-4.5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25101</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว, คนกล้าจับจ่ายใช้สอย, สูงสุดเป็นประวัติการณ์, เงินสะพัดปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b763237a3a48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2018 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2018 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ส่งออกโตทุบประวัติศาสตร์ ลุ้นทั้งปีพุ่งทะลุเป้าหมาย 8%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo; ปลื้มส่งออกเดือน ส.ค. โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ลุ้นทั้งปีโตทะลุเป้าหมายที่ 8% มองบาทแข็งสะท้อนเศรษฐกิจแกร่ง เงินไหลเข้า แนะผู้ส่งออกทำประกันความเสี่ยง ด้านกรมธุรกิจพัฒนาการค้า เปิดยอดจดทะเบียนธุรกิจเดือน ส.ค. ทรุด 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทย ในเดือน ส.ค.2561 มีมูลค่า 22,794.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.68% ซึ่งเป็นมูลค่าส่งออกต่อเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการส่งออกมา ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 23,382.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.80% โดยขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 588.1 ล้านเหรียญสหรัฐ และยอดรวม 8 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ส.ค.) การส่งออกมีมูลค่า 169,030.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.03% นำเข้ามูลค่า 166,678.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.89% โดยเกินดุลการค้ามูลค่า 2,351.3 ล้านเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ มั่นใจว่าเป้าหมาย 8% ทำได้แน่นอน และมีโอกาสขยายตัวสูงถึง 9% ได้ มีมูลค่าประมาณ 257,932 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการส่งออกในแต่ละเดือนนับจากนี้ จะต้องส่งออกได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าจะให้ไปถึง 10% ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ก็หนัก&amp;rdquo; น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าเงินบาทขณะนี้แข็งค่าขึ้นจากช่วงต้นปีและกลางปี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังดูแลอยู่ แต่มองอีกแง่มุมแปลว่าเศรษฐกิจไทยดี เงินจึงไหลเข้า โดยผู้ส่งออกจะต้องทำประกันความเสี่ยง และหันไปพิจารณาใช้เงินสกุลอื่นในการค้าขาย เช่น เงินหยวน และเงินบาทกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนผลกระทบต่อการส่งออก คงจะเป็นกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ที่จะมีรายได้จากการส่งออกลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกุลณี &amp;nbsp;อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า สถิติการจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือนส.ค. 2561 พบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศจำนวน 6,446 ราย ลดลง 10% เทียบกับส.ค. 2560 โดยมีทุนจดทะเบียนรวม 2.32 หมื่นล้านบาท ลดลง 51% เทียบกับส.ค. 2560 เนื่องจากฐานปีก่อนมียอดการจดทะเบียนจัดตั้งสูงขึ้นมาก เพราะรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นให้บุคคลธรรมดาเข้ามาจดทะเบียนนิติบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) 2561 อยู่ที่ 4.99 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีทุนจดทะเบียนจัดตั้งช่วง 8 เดือน มูลค่า 1.92 แสนล้านบาท ลดลง 17% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดการจดทะเบียนธุรกิจเลิกกิจการเดือนส.ค. 2561 &amp;nbsp;มีจำนวน 1,740 ราย ลดลง 1% เทียบกับส.ค. 2560 โดยมีทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ 1.01 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% ส่วนยอดการจดทะเบียนเลิกกิจการช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) 2561 พบว่ามีจำนวน 9,717 ราย ลดลง 1% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แนวโน้มจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจปี 2561 คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายคือ 8 หมื่นราย ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวในเกณฑ์ดี จากภาคการส่งออก รวมถึงการบริโภคภายในประเทศจากความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของผู้บริโภค&amp;rdquo; นางกุลณี กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18158</URL_LINK>
                <HASHTAG>การส่งออกของไทย, น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า, สูงสุดเป็นประวัติการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c89c4d89d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
