<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 01:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมสับกกต.แจกปาร์ตี้ลิสต์ ยํ้าขัดรธน.จ่อฟ้องทุกศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส.ส.เขตทยอยรายงานตัว 3 วัน 179 คน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่พูดมาก โชคดีทุกคน ขณะที่หลายพรรคการเมืองรุมสับ กกต.ใช้สูตรปาร์ตี้ลิสต์ ขัดรัฐธรรมนูญ นักร้องจ่อฟ้องเพียบ อนาคตใหม่จ่อร้องศาลรัฐธรรมนูญ ส่วน &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้องศาลปกครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 9 พฤษภาคม ยังคงมี ส.ส.แบบแบ่งเขตทยอยเข้ารับใบรับรอง ส.ส. เพื่อไปรายงานตัวที่สภา โดยยอดรวม 3 วัน มี ส.ส.แบบแบ่งเขตเข้ารับใบรับรองแล้ว 179 คน ในจำนวนดังกล่าว เป็นผู้ที่มาติดต่อขอรับใบรับรองในวัน 9 พ.ค. จำนวน 91 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ 37 คน, เพื่อไทย 24 คน, ภูมิใจไทย 13 คน, ประชาธิปัตย์ 6 คน, อนาคตใหม่ 6 คน และประชาชาติ 5 คน ส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเข้ารับใบรับรองวันนี้เป็นวันแรก มีจำนวนทั้งสิ้น 61 คน ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ 10 คน, อนาคตใหม่ 22 คน, ประชาธิปัตย์ 8 คน, ภูมิใจไทย 1 คน, &amp;nbsp;ชาติไทยพัฒนา 4 คน, ประชาชาติ 1 คน, เพื่อชาติ 2 คน, รวมพลังประชาชาติไทย 1 คน, พลังท้องถิ่นไท 3 คน, รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 1 คน, พลังปวงชนไทย 1 คน, ประชาภิวัฒน์ 1 คน, ไทยศรีวิไลย์ 1 คน, พลังไทยรักไทย 1 คน, ครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน, ประชาธรรมไทย 1 คน, ประชาธิปไตยใหม่ 1 คน และพลังธรรมใหม่ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจังหวัดที่ยังไม่มี ส.ส.เข้ารับใบรับรองเลย มีจำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ตราด บึงกาฬ พระนครศรีอยุธยา พิจิตร แพร่ มหาสารคาม มุกดาหาร สิงห์บุรี สุราษฎร์ธานี หนองคาย อุทัยธานี อุตรดิตถ์ อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน ยโสธร และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ก็เป็นเรื่องของ กกต. หน้าที่ของใครก็ของใคร ขอบคุณนะ โชคดีทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.ว่า การคิดคำนวณของ กกต.ที่คำนึงถึงพรรคเล็ก พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ พรรคเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เมื่อกฎหมายประเทศไทยเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร ก็ต้องดำเนินการตามอย่างเคร่งครัด จะไปตีความเจตจำนงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเห็นว่าวิธีคำนวณของ กกต.ตีความเกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้มีส่วนได้เสียต่อคะแนน ส.ส. เมื่อกฎหมายเขียนไว้ชัดว่าพรรคการเมืองจะมี ส.ส.เกินที่พึงมีได้ การที่พรรคเล็กซึ่งมีสัดส่วน ส.ส.ไม่ถึง 1 คน แล้วไปตีความให้กลายเป็นมีส.ส.ไม่ได้ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไม่ได้รับรองการกระทำของ กกต. เมื่อ กกต.กระทำตีความเกินรัฐธรรมนูญก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นทุกช่องทางที่กฎหมายกำหนดไว้&amp;quot; เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง รักษาการกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เจตนารมณ์ของมาตรา 91 และมาตรา 128 ตรงกัน คือ ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องสะท้อนเสียงของประชาชน โดยจำนวนเสียงของประชาชนกำหนดจำนวน ส.ส.พึงจะมี ดังนั้น พรรคการเมืองใดมีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ส.ส.พึงมี ไม่มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการคิดคำนวณของ กกต.ในครั้งนี้ คะแนนไม่ได้ตกน้ำ แต่ตกทะเลเป็นล้านคะแนน นี่คือสิ่งที่ต้องยอมรับว่ารับฟังไม่ได้โดยสิ้นเชิง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนของประชาธิปัตย์สูญเสียกว่า 2 แสนคะแนน และพรรคการเมืองอื่นอีก ซึ่งรวมเป็นหลักล้านคะแนน ไม่ทราบว่าการคำนวณแบบนี้ประโยชน์จะเกิดขึ้นกับใครหรือพรรคใด แต่ที่แน่ๆ คือประชาชนเสียคะแนนของเขาทันที ผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศกล่าวว่า กกต.เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อมีการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ บุคคลที่ได้รับผลกระทบย่อมมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ ซึ่งในส่วนของพรรคผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 20-22 คือผู้เสียหายโดยตรง เราจึงต้องใช้กระบวนการต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ จะดำเนินการฟ้องดำเนินคดีกับ กกต. ทั้งในพรรคและในนามส่วนบุคคล หากมีความคืบหน้าจะแถลงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร และอดีต กกต. แถลงว่า การคำนวณที่ถูกต้องจะมี 16 พรรคการเมืองที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่จะมีเพียง 14 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตเกินกว่าจำนวน ส.ส.พึงมีและพรรคประชาชาติได้ ส.ส.เขตเท่ากับจำนวน ส.ส.พึงมี จึงไม่มีสิทธิได้ ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย 14 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 20 คน, พรรคอนาคตใหม่ 54 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน, พรรคภูมิใจไทย 13 คน, พรรคเสรีรวมไทย 11 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน, &amp;nbsp;พรรคเพื่อชาติ 5 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 คน, พรรคชาติพัฒนา 2 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 คน, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน, พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน และพรรคพลังชาติไทย 1 คน รวม 149 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ผลที่เกิดขึ้นจากการคำนวณของตนที่ปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอนแตกต่างจาก กกต. ซึ่งพรรคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ อนาคตใหม่หายไป 4 คน, พลังประชารัฐหายไป 2 คน, ประชาธิปัตย์หายไป 2 คน, ภูมิใจไทยหายไป 1 คน, เสรีรวมใจไทยและชาติไทยพัฒนาหายไปพรรคละ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากนำผลจากการคำนวณตามแนวทางของตนมาใช้ จะทำให้แต่ละพรรคได้ ส.ส.ทั้งสองระบบดังนี้ พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส. 117 คน, พรรคเพื่อไทย 136 คน, พรรคอนาคตใหม่ 84 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 54 คน, พรรคภูมิใจไทย 52 คน, พรรคเสรีรวมไทย 11 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 11 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน, พรรคประชาชาติ 6 คน, พรรคเพื่อชาติ 5 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 6 คน, พรรคชาติพัฒนา 3 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 คน, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน, พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน และพรรคพลังชาติไทย 1 คน รวม 498 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กกต.คำนวณตามมาตรา 128 ผิด ท่านหายไปหนึ่งขั้นตอน จะโดยตั้งใจหรือไม่ ไม่รู้ เพราะข้ามขั้นตอนในมาตรา 128(5) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. คนที่มีส่วนได้เสียก็ต้องไปคิดว่าจะใช้สิทธิดำเนินการอย่างไรหรือไม่ ในเอกสาร กกต.มี 14 หน้า ทำถูกแค่ 7 หน้า ได้คะแนนแค่ 50% ในการทำการบ้านข้อนี้ ทั้งที่มีคนแนะนำแล้วยังทำผิดสมควรได้คะแนนต่ำกว่า 50%&amp;quot; นายสมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า การคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยืนยันว่าติดตามมาตั้งแต่ตอนร่างกฎหมาย ตนก็ยังมองว่ามีปัญหา เพราะคำนวณแล้วพรรคชาติไทยพัฒนามีโอกาสจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน แต่ตอนนี้เหลือ 4 คน ก็ยอมรับตามนี้ การที่มีปัญหาตรงนี้ส่วนตัวคิดว่ากฎหมายลูกมีปัญหา แต่ที่ศาลชี้ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าขัดรัฐธรรมนูญกฎหมายต้องเอาไปทำใหม่ การเลือกตั้งจะล่มสลาย ไปต่อไม่ได้ ดังนั้นไม่ขัดก็ไม่ได้แปลว่าสมบูรณ์ มันมีปัญหาภายใน ตอนนี้ก็ให้ผ่านไปก่อน พรรคเล็กๆ ก็เพื่อนกันทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวต่อไปว่า ต่อจากนี้ก็ต้องใช้สามัญสำนึกพิจารณาดูว่าจะเป็นอย่างไร สมมุติตนออกไปตั้งพรรค แล้วลงเลือกตั้งที่ จ.สงขลา เพียงจังหวัดเดียว ให้ได้เสียง 3 หมื่นเสียง ตนก็ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว มันมีผลทางการเมืองตามมาจากการตัดสินใจแบบนี้ ยอมรับว่าระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมครั้งนี้ ไม่เคยมีที่ใดใช้มาก่อน ประเทศไทยเป็นประเทศแรกและก็มีปัญหาแล้ว ก็ต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป กฎหมายลูกแก้ไขได้ แต่รัฐธรรมนูญแก้ยากมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ส.ส.จากพรรคเล็กที่มาจากคะแนน 3 หมื่นกว่าคะแนน แต่พรรคใหญ่ ส.ส.คนหนึ่งต้องมีคะแนน 7 หมื่นกว่าคะแนน เราควรจะเรียก ส.ส.เหล่านี้ว่าอะไรดี &amp;nbsp;ส.ส.ประชารัฐ, ส.ส.เอื้ออาทร, ส.ส.เขย่ง หรือ ส.ส.โขยกเขยกดี การเลือกตั้งครั้งนี้ช่างสามารถบัญญัติคำใหม่ๆ แปลกๆ ไว้เยอะเลยทีเดียว กลัวคะแนนจากพรรคเล็กๆ 3 หมื่นคะแนนตกน้ำ ไม่ได้ ส.ส. แต่คะแนนจากพรรคใหญ่ที่ต้องตกน้ำไป พรรคละเป็นแสนหลายแสนคะแนนไม่คิด ขอให้ กกต.จงพึงระวังไว้ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า และไม่มีอำนาจใดคงอยู่ตลอดไป แม้วันนี้จะยังคงมีวัฒนธรรมลอยนวล แต่วันหน้ายังมี อย่างน้อยแม้ยังไม่มีใครทำอะไรได้ทางกฎหมาย แต่ในทางสังคม พวกคุณจะถูกลงโทษอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า การยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ กกต.ประกาศใช้ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคอยู่ระหว่างเตรียมคำร้อง ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถยื่นเรื่องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวของ กกต. ถือได้ว่าอาจเป็นการใช้สูตรหรือวิธีการคำนวณที่อาจจะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 91 แล้ว ยังอาจจะส่งผลต่อบริบททางการเมืองในอนาคตในระยะใกล้และไกลอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย เพราะจะทำให้เกิดพรรคการเมืองใหม่ๆ ขึ้นมาเป็นจำนวนมากเกินความจำเป็นในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับการปฏิรูปการเมืองที่ต้องการให้มีพรรคการเมืองจำนวนน้อยพรรค เพื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน และอาจเข้าข่ายการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมตามที่กฎหมายบัญญัติได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันศุกร์ที่ 10 พ.ค.2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ชั้น 9 อาคารศูนย์ราชการ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม. เพื่อขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 231 (2) โดยเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครองโดยไม่ชักช้าตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานและเลขาธิการ มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ขอเรียกร้องเพื่อให้ผลการเลือกตั้งตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชน ให้การเมืองมีเสถียรภาพพร้อมแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศชาติให้เกิดสันติภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กกต.พึงรีบดำเนินการจัดส่งสำนวนคดีเลือกตั้งตามที่มีผู้ร้องเรียนและคัดค้านการเลือกตั้งที่อาจไม่สุจริต เที่ยงธรรม ต่อศาลฎีกาโดยเร็ว ทั้งนี้ ควรก่อนการเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งจะมีขึ้นภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ควรยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคำวินิจฉัยว่าการกระทำของ กกต.ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่โดยเร็ว ทั้งนี้ อาจยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินอีกทางหนึ่งด้วยก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35462</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ส.ส.เขต, สูตรปาร์ตี้ลิสต์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd43d8272392.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขี้แพ้ชวนตี!&#039;ปิยบุตร&#039;บุกกกต.ขู่ใช้สูตรปาร์ตี้ลิสต์16พรรค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. เรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งศาลไม่ได้วินิจฉัยเรื่องสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่วินิจฉัยว่ามาตรา 128 ของ พระราชบัญญัตประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดกับมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญเท่านั้น กกต. สามารถนำฐานของกฎหมายทั้ง 2 มาตรา มาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ การคำนวณสูตรต้องเป็นไปตามมาตรา 91 คือห้ามเกิน ส.ส.พึงมี แต่ละพรรคจะนำคะแนนที่ต่ำกว่า 71,000 คะแนนมาคำนวณไม่ได้ ดังนั้นถ้าคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีเพียง 16 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส. ส่วนสูตรที่มี 27 พรรคไม่สามารถใช้ได้ ทั้งหมดเป็นอำนาจโดยแท้ของ กกต. ที่จะวินิจฉัยเช่นใด ซึ่งหากพรรคการเมืองเสียหายโดยตรง มีว่าที่ ส.ส.แล้วไม่ได้เป็น ส.ส. ก็สามารถอาศัยช่องทางตามกฎหมายฟ้องร้อง กกต. ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ยังระบุด้วยว่า ถ้าใช้สูตร 27 พรรค จะทำให้พรรคอนาคตใหม่เสียที่นั่ง ส.ส. ไปประมาณ 7-8 ที่นั่ง หรือคิดเป็นคะแนนดิบหายไป 6 แสนคะแนน ส่วนว่าที่ ส.ส.พรรคอื่นก็หายไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย หากรวมคะแนนดิบของทุกพรรคที่หายไปแล้ว จะหายไปเกือบ 1 ล้านคะแนน ส่วนพรรคเล็กได้แค่ 3-6 หมื่นคะแนนกลับได้ ส.ส. นอกจากนี้ พรรคฝ่ายประชาธิปไตยก่อนหน้านี้รวมเสียง ส.ส. ได้เกิน 251 เสียง แต่หากใช้สูตร 27 พรรค จะทำให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยเหลือประมาณ 240 กว่าเสียง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35297</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ปิยบุตร, ศาลรธน., สูตรปาร์ตี้ลิสต์, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd25f498aa0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.กกต.ยันประกาศรับรองส.ส.ทัน9พ.ค. ยังอุบสูตรปาร์ตี้ลิสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ยืนยันว่า กกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ภายในวันที่ 9 พ.ค.นี้ ส่วนจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพียงอย่างเดียวหรือจะมีแถลงข่าวด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่ได้พิจารณา ต้องรอฟังความเห็นจากที่ประชุมก่อน สำหรับสูตรที่ใช้คำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อนั้น ขณะนี้ กกต.มีความชัดเจนในการพิจารณาตามกรอบกฎหมายอยู่แล้ว แต่ยังไม่ขอให้รายละเอียดว่าเป็นสูตรคำนวณใด และยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า จะเปิดเผยสูตรให้สาธารณชนรับทราบก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้งหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34853</URL_LINK>
                <HASHTAG>9พ.ค., กกต., ผลเลือกตั้ง, ส.ส., สูตรปาร์ตี้ลิสต์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49c90b5bade.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายนักวิชาการบี้กกต.ถอนฟ้องปชช.7ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอนุสรณ์ อุณโณ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองถึง กกต. โดยระบุว่า การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. นอกจากไม่ช่วยให้ประเทศไทยพ้นสภาวะวิกฤติตามที่ควรจะเป็น กลับยิ่งซ้ำเติมให้วิกฤติรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่มีข้อพิรุธและก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่ไม่ตรงกับบัตรลงคะแนน จำนวนคะแนนร้อยละ 5 สุดท้าย ที่ไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนหน่วยเลือกตั้ง หรือว่าวิธีการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ผิดหลักการรวมทั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญ ขณะที่ประชาชนที่เข้าชื่อถอดถอน กกต. เพราะเห็นว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมกลับถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ยิ่งสร้างความไม่พอใจในสังคมเพิ่มขึ้น ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าว กำลังพาสังคมไทยไปสู่จุดตีบตันหรือว่าวิกฤติระลอกใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนส.จึงมีข้อเรียกร้องต่อ กกต. ดังนี้ &amp;nbsp;1. กกต. ต้องเปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงวิธีการรวบรวมผลการนับคะแนน เนื่องจากผลคะแนนรวมที่ กกต. รายงานไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ หากผลคะแนนไม่ตรงกัน กกต. ก็ต้องนับใหม่ให้สิ้นข้อสงสัย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับผลคะแนนรวมในที่สุด 2. กกต. ต้องเปิดเผยวิธีการและขั้นตอนการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อโดยละเอียดอย่างเป็นทางการ เนื่องจากการแถลงข่าวของ กกต. ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ระบุวิธีการลงคะแนนที่ชัดเจนยิ่งก่อให้เกิดข้อกังขาว่าอาจมีการนำวิธีการคำนวณที่ไม่ถูกต้องมาใช้ในทางที่เอื้อประโยชน์บางฝ่าย หาก กกต. ไม่เร่งสร้างความกระจ่าง รวมทั้งไม่นำวิธีการคำนวณที่ถูกต้องที่ฝ่ายต่างๆ เสนอมาประกอบการพิจารณา การประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของ กกต. ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
3. กกต. ต้องถอนฟ้องประชาชนที่แชร์การลงชื่อถอดถอน กกต. รวมถึงประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงาน กกต. ในลักษณะอื่น เพราะการลงชื่อและการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานรัฐและเป็นการใช้สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองตามกติกา ไม่ได้มีเจตนาจะหมิ่นประมาท กกต. ไม่ควรใช้กฎหมายมาปิดปาก หรือสุ่มเลือกดำเนินคดีกับบางคนภายใต้เป้าหมายบางประการ หาก กกต. ไม่ถอนฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ก็ขอให้ดำเนินคดีกับนักวิชาการที่ลงชื่อและแชร์การถอดถอน กกต. ใน Change.org จำนวน 121 คนเพื่อความเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า อยากให้ กกต. ทำงานด้วยความกล้าหาญมากกว่านี้ อย่าเห็นแก่ตนเองที่ได้รับการปลุกปั่นหรือหวาดกลัวสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อทำให้ กกต. เป็นองค์กรอิสระที่เที่ยงธรรม อย่างไรก็ตามจากการติดตามการทำงานของ กกต. ในช่วงแรกๆ เครือข่ายเราได้เดินทางมาให้กำลังใจ กกต. ถึง &amp;nbsp;2 ครั้ง แต่หลังจัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จพบว่า กกต. ชุดนี้มีความไม่เป็นกลางมากที่สุด ส่วนตัวประเมินว่าสอบตก เพราะจนถึงขณะนี้ตอบไม่ได้ว่าเหตุใดจำนวนผู้ใช้สิทธิ์กับจำนวนบัตรลงคะแนนจึงไม่ตรงกัน นอกจากนี้ยังทราบมาว่าหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานความมั่นคงจำนวนมากนับคะแนนการเลือกตั้งเป็นรายหน่วยเช่นกัน แต่ภาพรวมตัวเลขไม่ตรงกัน จึงเป็นข้อสงสัยว่านับกันแบบไหนถึงไม่ตรงกัน ดังนั้น กกต. ควรจะรีบเปิดเผยผลคะแนนโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่เครือข่ายนักวิชาการต้องการคือเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย ถ้าพบว่ามีความผิดพาดในหน่วยใดก็ให้นับคะแนนใหม่ และถอนฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ไม่ได้มองไปไกลถึงทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ การลงชื่อถอดถอนเป็นเพียงยุทธวิธี เพราะเอาเอาจริงการลงชื่อถอดถอนนั้นไม่ได้มีผลทางกฎหมาย แต่ทำไปเพื่อให้เกิดแรงกดดันทางสังคม&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คนส., ถอนฟ้อง, สูตรปาร์ตี้ลิสต์, อนุสรณ์ อุณโณ, เครือข่ายนักวิชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cad9f06aa820.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
