<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยันสูบบุหรี่เสี่ยงสูง ติดโควิดมีสิทธิ์ตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผลวิจัยสูบบุหรี่เพิ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ป่วยรุนแรง รักษายาก ส่งผลกระทบระยะยาว และเสียชีวิตมากกว่า พบร้อยละ 10 ที่สูบบุหรี่ป่วยโควิดต้องรักษาตัวในไอซียู แย้มผลทดลองสารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าและควันบุหรี่ในหนู เปรียบกับการเปิดประตูเชิญเชื้อไวรัสให้เข้าสู่ร่างกายง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมภาคีบุหรี่นานาชาติถกประเด็นร้อน &amp;ldquo;บุหรี่กับโควิด-19&amp;rdquo; งานวิจัยหลายชาติย้ำ ยิ่งสูบยิ่งเสี่ยงทั้งตาย-ติดเชื้อโควิดมากกว่าคนไม่สูบ แนะทุกประเทศเร่งสื่อสารเตือนประชาชนควรเลิกสูบทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า นายกสมาคมอุรเวชฯ เผย คนสูบบุหรี่ติดโควิด ระยะยาวเสี่ยงป่วยโรคพังผืดที่ปอด โรคปอด และทางเดินหายใจเรื้อรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนายกสมาคมอุรเวชแห่งประเทศไทย กล่าวในการประชุมบุหรี่หรือสุขภาพเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 13 (13th Asia Pacific Conference on Tobacco or Health: APACT 2021 Bangkok) จัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอีก 12 องค์กรพันธมิตร ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการเก็บข้อมูลผู้ผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ระลอกแรก เมื่อปี 2563 พบผู้ติดเชื้อโควิดที่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ทั้งในกลุ่มอายุน้อยกว่า 35 ปี และกลุ่มที่อายุมากกว่า 35 ปี ผู้ป่วยมากกว่าครึ่งเคยมีประวัติการสูบบุหรี่ และมีผู้ติดเชื้อราว 10% ที่ต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู ตัวเลขกลุ่มผู้ติดเชื้อในระลอกแรกของไทยมีจำนวนน้อย แต่ผลการเก็บข้อมูลทำให้ทีมวิจัยทราบว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เคยมีประวัติสูบบุหรี่จะมีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งขณะนี้ทีมวิจัยกำลังเก็บข้อมูลผู้ป่วยโควิดในช่วงการระบาดระลอกใหม่นี้เพื่อทำการศึกษาต่อไป เพราะมียอดผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการปอดอักเสบที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 การออกมาให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงถึงความเชื่อมโยงของเชื้อไวรัสและพฤติกรรมการสูบบุหรี่เป็นเรื่องจำเป็น เพราะบุหรี่ทำให้เกิดการติดเชื้อปอดด้านล่างได้ง่าย เชื้อโควิดทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดลง ยิ่งคนสูบบุหรี่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก็จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีประวัติการสูบบุหรี่อาจจะต้องเผชิญมีปัญหาโรคพังผืดที่ปอด โรคปอดและทางเดินหายใจเรื้อรังได้ในระยะยาวหากติดเชื้อโควิด แม้ว่าจะได้รับการรักษาหายแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ในภาวะที่คนส่วนใหญ่ รวมทั้งนักสูบ ต้องกักตัวอยู่บ้านในช่วงการล็อกดาวน์ หรือต้องรักษาตัวอยู่บ้าน อาจจะทำให้เกิดความเครียดได้ หากมีโครงการดูแลให้คำปรึกษาผู้สูบบุหรี่ เยียวยาทางจิตใจ จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผู้สูบสามารถเลิกบุหรี่ได้ในอนาคต&amp;rdquo; นพ.นิธิพัฒน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.คอนสแตนติน วาร์ดาวาส (Constantine Vardavas) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า จากการศึกษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิดกว่าพันรายในสหรัฐเมริกา ทำให้ทราบว่าบุหรี่มีส่วนเชื่อมโยงกับสาเหตุการเสียชีวิตจากโควิด-19 ร่วมกับโรคที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่อื่นๆ คือ โรคปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ และโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มนักสูบเพศชาย ทั้งผู้มีเคยมีประวัติการสูบบุหรี่แต่เลิกแล้ว และผู้ที่ยังสูบอยู่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุทำให้อาการติดเชื้อโควิด-19 รุนแรงขึ้น และรักษายากขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สแตนตัน แกลนซ์ (Stanton Glanz, PhD) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและศึกษาด้านการควบคุมยาสูบ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา กล่าวถึงกรณีประเด็นข่าวที่ประเทศฝรั่งเศสพบสารนิโคตินมีส่วนป้องกันการเกิดอาการของโควิด-19 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ผู้เชี่ยวชาญในเวทีประชุมในครั้งนี้ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษานั้นยังไม่มากพอ และรายงานดังกล่าวยังไม่ผ่านการกลั่นกรองและยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ รวมทั้งมีข้อสังเกตว่านักวิจัยที่ออกมาตั้งสมมติฐานนี้ มีประวัติว่ามีความสัมพันธ์กับบริษัทบุหรี่มาเป็นระยะเวลายาวนาน จึงคาดว่าบริษัทบุหรี่คือผู้อยู่เบื้องหลังการกระพือข่าวการสูบบุหรี่และนิโคตินป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าการสูบบุหรี่ป้องกันโควิด-19 แต่มีหลักฐานจากงานวิจัยที่ยืนยันชัดในระดับนานาชาติ เป็นผลการศึกษาในสัตว์ทดลองกับบุหรี่ไฟฟ้า พบว่าสารนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้าและควันบุหรี่ส่งผลต่อปอด และส่งผลให้ร่างกายเพิ่มตัวรับบทผิวเซลล์ ACE2 receptor ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นประตูรับไวรัสเข้าสู่เซลล์ในร่างกาย ตามทฤษฎีแล้วยิ่งร่างกายมีตัวรับ ACE-2 มาก จะส่งผลให้ร่างกายรับเชื้อไวรัสโคโรนาได้ง่าย ทำให้การติดเชื้อโควิดเกิดได้ง่ายขึ้น&amp;rdquo; ดร.สแตนตันกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ไซมอน แชปแมน มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย กล่าวว่า การสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดาถือเป็นการด่วนสรุป ซึ่งเกิดจาก Public Health England เผยแพร่รายงานว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา 95% ซึ่งเป็นข้อมูลเมื่อปี ค.ศ.2013 ที่ผู้วิจัยได้ออกมายอมรับข้อจำกัดของรายงานดังกล่าวว่า ยังมีหลักฐานน้อยมากเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ข้อเท็จจริงคือ ขณะนั้นทั่วโลกยังมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียง 5-6 ปี หากดูจากกรณีบุหรี่ธรรมดาที่ต้องใช้เวลากว่า 60 ปี กว่าที่จะยอมรับอย่างเป็นทางการว่ามีอันตรายร้ายแรง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ามักอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้อัตราการสูบบุหรี่ธรรมดาของอังกฤษลดลง ข้อเท็จจริงคือ อัตราการสูบบุหรี่ของอังกฤษลดลงมาก่อนหน้าจะมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้ว และกราฟการลดลงยังอยู่ในแนวเดิมหลังจากมีบุหรี่ไฟฟ้า สะท้อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยให้คนอังอังกฤษลดการสูบบุหรี่ลงแต่อย่างใด แต่สาเหตุที่คนอังกฤษสูบบุหรี่ลดลงเป็นผลมาจากอังกฤษมีการขึ้นภาษีบุหรี่ทุกปีต่อเนื่อง ประกอบกับการใช้มาตรการควบคุมยาสูบอื่นๆ อย่างเข้มข้น&amp;rdquo; ศ.ไซมอนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115700</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผลวิจัยสูบบุหรี่, ร้อยละ 10, สารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า, สูบบุหรี่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสี่ยงติดเชื้อโควิด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effb68e85e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบผลวิจัย &#039;สูบบุหรี่&#039; เสี่ยงทั้งตาย-ติดเชื้อโควิด มากกว่าไม่สูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนายกสมาคมอุรเวชแห่งประเทศไทย กล่าวในการการประชุมบุหรี่หรือสุขภาพเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 13 (13th Asia Pacific Conference on Tobacco or Health: APACT 2021 Bangkok) จัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ(ศจย.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอีก 12 องค์กรพันธมิตร ว่า จากการเก็บข้อมูลผู้ผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ระลอกแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปี 2563 พบ ผู้ติดเชื้อโควิดที่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ทั้งในกลุ่มอายุน้อยกว่า 35 ปี และกลุ่มที่อายุมากกว่า 35 ปี ผู้ป่วยมากกว่าครึ่งเคยมีประวัติการสูบบุหรี่ และมีผู้ติดเชื้อราว 10% ที่ต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู &amp;nbsp;ตัวเลขกลุ่มผู้ติดเชื้อในระลอกแรกของไทยมีจำนวนน้อย แต่ผลการเก็บข้อมูลทำให้ทีมวิจัยทราบว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เคยมีประวัติสูบบุหรี่จะมีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ทีมวิจัยกำลังเก็บข้อมูลผู้ป่วยโควิดในช่วงการระบาดระลอกใหม่นี้เพื่อทำการศึกษาต่อไป เพราะมียอดผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการปอดอักเสบที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 การออกมาให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงถึงความเชื่อมโยงของเชื้อไวรัสและพฤติกรรมการสูบบุหรี่เป็นเรื่องจำเป็น เพราะบุหรี่ทำให้เกิดการติดเชื้อปอดด้านล่างได้ง่าย เชื้อโควิดทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดลง ยิ่งคนสูบบุหรี่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก็จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีประวัติการสูบบุหรี่อาจจะต้องเผชิญมีปัญหาโรคพังผืดที่ปอด โรคปอดและทางเดินหายใจเรื้อรังได้ในระยะยาวหากติดเชื้อโควิด แม้ว่าจะได้รับการรักษาหายแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ในภาวะที่คนส่วนใหญ่รวมทั้งนักสูบ ต้องกักตัวอยู่บ้านในช่วงการล็อคดาวน์ &amp;nbsp;หรือต้องรักษาตัวอยู่บ้าน อาจจะทำให้เกิดความเครียดได้ หากมีโครงการดูแลให้คำปรึกษาผู้สูบบุหรี่ เยียวยาทางจิตใจ จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผู้สูบสามารถเลิกบุหรี่ได้ในอนาคต&amp;rdquo; นพ.นิธิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.คอนสแตนติน วาร์ดาวาส (Constantine Vardavas) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกากล่าวว่า จากการศึกษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิดกว่าพันราย ในสหรัฐเมริกา ทำให้ทราบว่า บุหรี่มีส่วนเชื่อมโยงกับสาเหตุการเสียชีวิตจากโควิด-19 ร่วมกับโรคที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่อื่นๆ คือ โรคปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ และโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มนักสูบเพศชายทั้งผู้มีเคยมีประวัติการสูบบุหรี่แต่เลิกแล้ว และผู้ที่ยังสูบอยู่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุทำให้อาการติดเชื้อโควิด-19 รุนแรงขึ้น และรักษายากขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สแตนตัน แกลนซ์ (Stanton Glanz, PhD) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและศึกษาด้านการควบคุมยาสูบ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา กล่าวถึงกรณีประเด็นข่าวที่ประเทศฝรั่งเศสพบสารนิโคตินมีส่วนป้องกันการเกิดอาการของโควิด-19 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ผู้เชี่ยวชาญในเวทีประชุมในครั้งนี้ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษานั้นยังไม่มากพอ และรายงานดังกล่าวยังไม่ผ่านการกลั่นกรองและยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ รวมทั้งมีข้อสังเกตว่านักวิจัยที่ออกมาตั้งสมมติฐานนี้ มีประวัติว่ามีความสัมพันธ์กับบริษัทบุหรี่มาเป็นระยะเวลายาวนาน จึงคาดว่าบริษัทบุหรี่คือผู้อยู่เบื้องหลังการกระพือข่าวการสูบบุหรี่และนิโคตินป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าการสูบบุหรี่ป้องกัน โควิด-19 แต่มีหลักฐานจากงานวิจัยที่ยืนยันชัดในระดับนานาชาติ เป็นผลการศึกษาในสัตว์ทดลองกับบุหรี่ไฟฟ้า พบว่า สารนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้าและควันบุหรี่ส่งผลต่อปอด และส่งผลให้ร่างกายเพิ่มตัวรับบทผิวเซลล์ ACE2 receptor ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นประตูรับไวรัสเข้าสู่เซลในร่างกาย ตามทฤษฎีแล้วยิ่งร่างกายมีตัวรับ ACE-2 มาก จะส่งผลให้ร่างกายรับเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ง่าย ทำให้การติดเชื้อโควิดเกิดได้ง่ายขึ้น&amp;rdquo; ดร.สแตนตัน กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ไซมอน แชปแมน มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย กล่าวว่า การสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา ถือเป็นการด่วนสรุป ซึ่งเกิดจาก Public Health England เผยแพร่รายงานว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา 95% ซึ่งเป็นข้อมูล เมื่อปี ค.ศ.2013 ที่ผู้วิจัยได้ออกมายอมรับข้อจำกัดของรายงานดังกล่าวว่า ยังมีหลักฐานน้อยมากเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ข้อเท็จจริงคือ ขณะนั้นทั่วโลกยังมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียง 5-6 ปี หากดูจากกรณีบุหรี่ธรรมดาที่ต้องใช้เวลากว่า 60 ปี กว่าที่จะยอมรับอย่างเป็นทางการว่ามีอันตรายร้ายแรง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ามักอ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้าทำให้อัตราการสูบบุหรี่ธรรมดาของอังกฤษลดลง ข้อเท็จจริงคือ อัตราการสูบบุหรี่ของอังกฤษลดลงมาก่อนหน้าจะมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้ว และกราฟการลดลงยังอยู่ในแนวเดิมหลังจากมีบุหรี่ไฟฟ้า สะท้อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยให้คนอังอังกฤษลดการสูบบุหรี่ลงแต่อย่างใด แต่สาเหตุที่คนอังกฤษสูบบุหรี่ลดลง เป็นผลมาจากอังกฤษมีการขึ้นภาษีบุหรี่ทุกปีต่อเนื่อง ประกอบกับการใช้มาตรการควบคุมยาสูบอื่นๆ อย่างเข้มข้น&amp;rdquo; ศ.ไซมอน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115658</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิธิพัฒน์ เจียรกุล, สูบบุหรี่, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_613457bbf1625.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลวิจัยคนสูบบุหรี่ เสี่ยงฉีดวัคซีนไร้ผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;แพทย์รามาฯ&amp;quot; เผยผลวิจัยจากอิตาลี พบคนสูบบุหรี่ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ภูมิคุ้มกันขึ้นต่ำกว่าคนไม่สูบบุหรี่ถึง 40% เหตุบุหรี่ไปทำลายภูมิคุ้มกันในร่างกาย แนะคนไทยเลิกสูบระหว่างรอฉีดวัคซีน 1-2 เดือนช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันฟื้นตัวได้ &amp;quot;ครปอ.&amp;quot; เตือนดื่มแอลกอฮอล์ก็ทำลายภูมิคุ้มกันเชื้อโควิดเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงงานวิจัยชิ้นใหม่โดยทีมวิจัยจากอิตาลี ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงอุดมศึกษาและวิจัยของรัฐบาลอิตาลี พบการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนได้ผลน้อยลง งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยตรวจระดับภูมิคุ้มกันร่างกายต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 (Anti SARS-Cov2 antibodies) ภายหลังจากได้รับวัคซีนประเภท COVID-19 mRNA ของ Pfizer/BioNTech ครบ 2 เข็ม ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 86 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลการศึกษาพบว่าคนที่สูบบุหรี่จะมีระดับภูมิคุ้มกันเฉลี่ยอยู่ที่ 1,099 U/ml ในขณะที่คนที่ไม่สูบบุหรี่จะอยู่ที่ระดับ 1,921 U/ml หรืออาจจะกล่าวได้ว่าคนที่สูบบุหรี่หลังจากได้รับวัคซีนแล้วระดับภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จะขึ้นต่ำคนที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 40% นอกจากนี้งานวิจัยชิ้นนี้ยังชี้ว่า คนอ้วนหรือคนที่มีความดันโลหิตสูงก็มีแนวโน้มที่ระดับภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีนจะได้ผลน้อยกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.พญ.เริงฤดีกล่าวว่า ทาง พญ.มิกิโกะ วาตานาเบะ หัวหน้าทีมวิจัย ตั้งข้อสังเกตว่าการที่คนสูบบุหรี่มีระดับภูมิคุ้มกันขึ้นต่ำกว่าคนไม่สูบบุหรี่นั้นคล้ายกับกรณีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่พบผลคล้ายกันคือภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ของคนสูบบุหรี่จะลดลงอย่างรวดเร็วกว่าคนไม่สูบบุหรี่ ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการสูบบุหรี่ที่จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานไม่ปกติ เป็นผลทำให้เกิดการติดเชื้อโรคต่างๆ ง่ายกว่าคนไม่สูบ อย่างไรก็ตาม กลไกที่ทำให้คนสูบบุหรี่ตอบสนองต่อวัคซีนป้องกันโควิด-19 น้อยกว่าคนไม่สูบบุหรี่นั้นจำเป็นต้องมีการศึกษารายละเอียดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.พญ.เริงฤดีกล่าวด้วยว่า รายงานกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกาสรุปชัดเจนว่า สารเคมีจากควันบุหรี่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายและปอดลดลง เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อของปอด และทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันอีกหลายๆ โรค และหากเลิกสูบบุหรี่ภายในระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเริ่มทำงานดีขึ้น โดยปอดจะกลับมาทำงานดีขึ้น ช่วยกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นในระหว่างที่คอยรับการฉีดวัคซีน คนที่สูบบุหรี่จึงควรเลิกสูบทันที ซึ่งนอกจากจะลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 ลงปอดรุนแรงแล้ว การเลิกสูบบุหรี่ยังจะทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ได้เต็มที่เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ (ครปอ.) กล่าวว่า โควิด-19 รอบนี้หนักกว่าสองรอบที่ผ่านมา ชัดเจนว่าคลัสเตอร์จากแหล่งอบายมุข ร้านเหล้า ผับ บาร์ บ่อนพนัน เป็นจุดของการแพร่เชื้อ ซึ่งประชาชนกำลังจับตาว่าผับบาร์ไฮโซย่านทองหล่อ รัชดาฯ นนทบุรี นครราชสีมา สงขลา ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ ที่เป็นคลัสเตอร์สำคัญๆ ในครั้งนี้ ผู้รักษากฎหมายจะสามารถเอาผิดคนที่เกี่ยวข้องได้มากน้อยแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์กล่าวว่า จากการมอนิเตอร์ข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชนในช่วงโควิดรอบใหม่เดือน เม.ย.2564 รวบรวมโดยเว็บไซต์ stopdrink พบว่ามีข่าวผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 134 ข่าว เฉลี่ยวันละ 5 ข่าว ส่วนใหญ่เป็นข่าวการติดเชื้อโควิด-19 กว่าร้อยละ 60 ที่เหลือเป็นข่าวความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท และล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อพิจารณาข่าวโควิด-19 ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปเกี่ยวข้อง พบเป็นข่าวคลัสเตอร์สถานบันเทิง ผับ บาร์ ร้านเหล้า (ย่านทองหล่อ-รัชดาฯ นครราชสีมา นนทบุรี สงขลา ภูเก็ต ฯลฯ) รวมถึงข่าวการแพร่เชื้อต่อจากคลัสเตอร์เหล่านี้ 20 ข่าว หรือร้อยละ 26 ที่น่าตกใจคือ เป็นข่าวติดเชื้อจากการตั้งวงกินดื่มกันเองตามบ้าน ริมหาด งานบวช งานบุญ งานศพ สูงถึง 56 ข่าว หรือร้อยละ74 สะท้อนว่าการตั้งวงสังสรรค์เป็นอีกปัญหาใหญ่ จึงอยากวิงวอนพี่น้องประชาชนให้งดการตั้งวงกินดื่มในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด ขอให้คิดไว้เสมอว่าคนที่นั่งกินกับคุณอาจจะติดเชื้อมา และทางที่ดีลด ละ เลิกจะดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากการแพร่ระบาดที่ถือว่าร้านเหล้า ผับ บาร์ วงเหล้า สัมพันธ์ชัดเจนกับการแพร่เชื้อแล้ว อีกด้านหนึ่งงานวิชาการทั่วโลกยืนยันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนทำลายภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพราะไม่สามารถตรวจจับ กำจัดและทำลาย หรือต่อสู้กับเชื้อโควิด-19 รวมทั้งทำให้ความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อบกพร่องด้วย นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังเข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของคนที่ดื่มให้เสื่อมทำงานผิดปกติ เมื่อสัมผัสเชื้อและแพร่เชื้อทำให้อาการติดเชื้อรุนแรงขึ้น ยังไม่นับพฤติกรรมเสี่ยงสารพัดจากการขาดสติ กลายเป็นภาระของหมอและพยาบาล&amp;rdquo; ผู้ประสานงาน ครปอ.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายณัฐพงษ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า ยังมีการรวมตัวลักลอบเล่นการพนันในหลายพื้นที่ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ทั้งจากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอปากช่องลงพื้นที่จับกุมนักพนัน 13 คน พร้อมอุปกรณ์การเล่นไฮโล และทีวี 3 เครื่อง (มวยตู้) คาดว่ามีการรวมตัวลักลอบเล่นพนันกว่า 100 คน กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชสนธิกำลังอาสาฝ่ายปกครองและตำรวจบุกทลายบ่อนไก่ชน รวบนักพนันได้ 15 คน อีกกว่า 20 คนวิ่งหนีกระเจิง และล่าสุดในพื้นที่จังหวัดนครศรีฯ พบไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลายคนเข้าเล่นพนันไฮโลในงานศพ ทำให้ประชาชนหลายคนตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการการ์ดตกของประชาชนกลุ่มนี้อย่างรุนแรง ไม่รับผิดชอบต่อส่วนรวม ละเมิดกฎหมายและฝ่าฝืนคำสั่งการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ จึงอยากให้มีการลงโทษสถานหนักกับผู้ที่ยังลักลอบตั้งวงเล่นพนัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวด กวดขัน และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตลอดจนขอให้ประชาชนร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสสถานที่ลักลอบเล่นการพนันส่งตรงถึงทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ขอให้เพื่อนๆ เยาวชน ประชาชน หยุดแชร์ หยุดเชียร์ หยุดชวนพนันออนไลน์ และหยุดพฤติกรรมรวมกลุ่มตั้งวงเล่นไพ่ วงพนันทุกรูปแบบ จำเป็นต้องปฏิบัติตามแนวทางชีวิตวิถีใหม่อย่างเคร่งครัด สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19&amp;rdquo; ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนันกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101657</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด, ผลวิจัยจากอิตาลี, ภูมิคุ้มกันขึ้นต่ำกว่าคนไม่สูบบุหรี่, วัคซีนป้องกันโควิด, สูบบุหรี่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608ffd775b0ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับ 4 พฤติกรรมทำลายสุขภาพ ลดเสี่ยง NCDs</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;คนไทยมีพฤติกรรมเสี่ยงทำลายสุขภาพ 4 อย่าง ได้แก่ การสูบบุหรี่ กินเหล้า ไม่ออกกำลังกาย และการกินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้ง 4 ได้ ความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจะลดน้อยลง สิ่งที่ตามมาคือ การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบยั่งยืน&amp;rdquo; รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้ริเริ่ม &amp;ldquo;คลินิกฟ้าใส&amp;rdquo; ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. กล่าวในเวทีเสวนาเรื่อง Change 4 health: From Tobacco toward NCDs Targets ในการประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 &amp;ldquo;Tobacco and Lung Health&amp;rdquo; จัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เมื่อวันก่อน มุ่งรณรงค์จัดการสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ปลอดจากควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นภัยต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพของเด็ก เยาวชน ที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การขับเคลื่อนรณรงค์ลดนักสูบที่ผ่านมาส่งผลให้โดยรวมสัดส่วนของผู้สูบบุหรี่ในไทยมีจำนวนลดลง แต่สถานการณ์ยาสูบของบ้านเรายังไม่น่าไว้วางใจ รศ.นพ.สุทัศน์เปิดเผยว่า พบสัดส่วนอายุของผู้สูบอายุ 45 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนของเยาวชนที่สูบบุหรี่ยังอยู่ในระดับที่สูง รวมถึงช่องทางการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้ายังมีอยู่มากมาย ทำให้มีความท้าทายสำหรับการรณรงค์ โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้คนสูบบุหรี่เกิดจากพฤติกรรมของคน อันตรายของการสูบบุหรี่นำไปสู่การเกิดโรคถุงลมปอดโป่งพอง และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคของกลุ่มโรค NCDs หรือ non-communicable diseases โดยปัจจุบันมีคนไทยป่วยด้วยกลุ่มโรคนี้มากถึง 14 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รศ.นพ.สุทัศน์กล่าวต่อว่า เมื่อปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;เปลี่ยนก่อนป่วย&amp;rdquo; (CHANGE 4 HEALTH) ร่วมกับ สสส. เพื่อรณรงค์และให้ความรู้แก่บุคลากรวิชาชีพสุขภาพและภาคประชาชนในการป้องกันตนเองจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยใช้แนวทาง &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; ได้แก่ ก กินน้อย โดยลดหวาน มัน เค็ม ข ขยับบ่อย เน้นให้เปลี่ยนทุกอิริยาบถให้เป็นการออกกำลัง เพราะเราสามารถออกกำลังกายได้ทุกเวลา เช่น ทำงานบ้าน เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;ค คลายเหล้า ดื่มช้า ดื่มน้อย ถอยปริมาณ รู้จักประมาณตน ซึ่งการเลิกดื่มจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด เพราะการดื่มเหล้าส่งผลต่ออวัยวะภายในของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิต ทั้งผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะสะสม และ ง งดบุหรี่ ตามแนวทาง 3 เตรียม ได้แก่ เตรียมวัน กำหนดวันเวลาเพื่อเริ่มต้น เตรียมวาจา บอกกล่าวความตั้งใจให้แก่คนรอบข้าง และเตรียมอุปกรณ์ ทิ้งอุปกรณ์การสูบบุหรี่ เพื่อการละทิ้งไม่ให้หวนคิดถึงบุหรี่ได้ สุดท้ายคือ การตั้งใจลงมือ เพราะความตั้งใจมีผลทำให้ทุกอย่างสำเร็จได้ ซึ่งแนวทางทั้งหมดมีความสำคัญในการป้องกันสุขภาพคนไทยให้ห่างไกลจากโรค โดยเฉพาะโรคในกลุ่ม NCDs&amp;quot; คุณหมอผู้ริเริ่มคลินิกฟ้าใส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานของโครงการ รศ.สุทัศน์อธิบายว่า จะมีการอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรในพื้นที่ให้มีความรู้ในการเปลี่ยนตนเองด้วยแนวทาง &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; และสามารถถ่ายทอดความรู้ เทคนิคพร้อมประสบการณ์ของตนสู่ผู้ป่วยและประชาชนผู้มารับบริการได้ ในขณะเดียวกันโครงการจะรณรงค์ให้ความรู้ในการเปลี่ยนตนเองทั้ง 4 อย่างในรูปแบบสื่ออินโฟกราฟฟิกที่เข้าใจง่าย โดยจัดทำเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ ฉบับประชาชน และฉบับบุคลากร ขณะนี้สามารถดาวน์โหลดได้ทางเพจเปลี่ยนก่อนป่วย - Change 4 Health&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน ผศ.ดร.เปรมทิพย์ ทวีรติธรรม คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า นอกจากการยึดหลัก &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; ยังแนะนำ 3 กิจกรรมที่ช่วยต้าน NCDs ได้แก่ กิจกรรมทางกาย คือ การเคลื่อนไหวของร่างกายที่มีการใช้กล้ามเนื้อลายซึ่งต้องใช้พลังงาน กิจกรรมเหล่านี้ได้แก่ กิจกรรมในระหว่างการทำงาน เช่น ปลูกต้นไม้ การทำงานบ้าน การท่องเที่ยว และกิจกรรมสันทนาการ ถัดมาการออกกำลังกายเพิ่มความทนทานด้วยการวิ่ง แอโรบิก หรือเล่นกีฬาที่ชอบ และการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง ทั้งหมดนี้สามารถสลับกันทำได้อย่างน้อย 3-5 วัน วันละ 30 นาทีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร. เปรมทิพย์ ย้ำว่า นอกจากกลุ่มโรค NCDs ยังมีอีกหนึ่งโรคที่คนไทยต้องเผชิญไปพร้อมกันคือ โรคออฟฟิศซินโดรม โดยอาการของโรคออฟฟิศซินโดรมระยะแรกมักจะไม่รุนแรง ทำให้หลายคนชะล่าใจ ละเลยการรักษาและไม่ยอมปรับเปลี่ยนท่าทางหรือพฤติกรรมการทำงานให้เหมาะสม จึงสะสมและกลายเป็นอาการที่รุนแรงนำไปสู่โรคอื่น ๆ ที่อาจเกิดตามมาได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการยึดหลักกินน้อย หนึ่งในแนวทาง &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; ไม่ได้หมายความว่าให้งดบริโภค เพียงเน้นย้ำให้บริโภคอย่างพอดี โดยลดหวาน มัน เค็ม ควบคู่กับการเพิ่มการบริโภคอาหารไทยให้มากขึ้น และที่สำคัญหากสามารถปฏิบัติตามได้ทั้งหมด &amp;ldquo;ก ข ค ง&amp;rdquo; ความเสี่ยงของการเกิดโรค NCDs จะลดลง คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43847</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), กินเหล้า, คลินิกฟ้าใส, ลดเสี่ยง NCDs, สูบบุหรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5ba06359899.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่งรถเข็นร้องเพลงกว่า 10 ปี ‘ชาย เมืองสิงห์’เตือนงดสูบบุหรี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นนักร้องในตำนานที่อยู่ในความทรงจำของแฟนๆ หลายๆ คนสำหรับ ชาย เมืองสิงห์ ที่ตอนนี้ถึงแม้อาจะอายุเยอะแล้วแต่ก็ยังออกงานให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันอยู่บ่อยๆ ล่าสุดเจ้าตัว ได้มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บshow ถึงเรื่องสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้สุขภาพปกตินะ ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะว่ามะเร็งไม่มี เบาหวานไม่มี ความดันก็ขึ้นๆลงๆ วันไหนที่ไปหน้าเวทีแฟนเพลงให้มาลัยเยอะๆ ความดันมันก็ลดลง(หัวเราะ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ &amp;nbsp;คือไปทำงานในต่างประเทศ เรียกว่าทำงานหนัก ก็อาจจะมีส่วนบ้าง เพราะว่าอากาศที่นู่นค่อนข้างต่างกับบ้านเรา แล้วก็เดินทางไปมาบ่อยๆ อีกส่วนหนึ่งก็มาจากการดื่ม แล้วการสูบบุหรี่ อันนี้คือสูบมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนที่อยู่บ้านนอก ส่วนเรื่องการดื่มเหล้าสมัยเด็กๆไม่ค่อยได้ดื่มหรอก แต่มันมีช่วงเดินสายทำวงอันนี้ก็มีดื่มบ้าง เพราะครอบครัวมีปัญหา พ่อก็เป็นมะเร็งเสียชีวิตด้วยอะไรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วินาทีที่ล้มป่วย วันนั้นก็วิ่งงานหลายงานอยู่เหมือนกัน จนมาจบที่งานของ สรพงษ์ ชาตรี ตอนนั้นมันเหนื่อยมาก เราก็ร้องเพลงเสร็จแล้วก็นั่งธรรมดาๆเลย วันนั้นสนุกกับเพลง &amp;quot;เมียพี่มีชู้&amp;quot; นี่แหละ เรียกว่าเราก็สนุกเกือบตกเวทีเหมือนกัน เสร็จงานก็ไม่มีอาการอะไรนะ ก็ขึ้นรถตู้นั่งรถกลับบ้าน ระหว่างทางก็หลับเพราะว่าเหนื่อยมาก จนมาถึงบ้าน ตื่นก็ตกใจทำไมร่างกายซีกซ้ายไม่มีความรู้สึก แต่ก็ไม่ได้ไปโรงพยาบาล มาคิดได้ตอนหลังว่าถ้าไปโรงพยาบาลตั้งแต่ตอนนั้นก็คงจะไม่หนักขนาดนี้ ก็ตกใจนะ คือตั้งแต่อยู่มาไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย เพราะว่าอาเป็นทหารเสนารักษ์ ค่ายลพบุรีมาก่อน แต่พอมาเกิดกับตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าโรคอะไร อย่างมากที่เราจะเป็นก็คือต่อมทอนซิลอักเสบ หรือเสียงแห้งแค่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้องนั่งรถเข็นเลย ก็ผ่านมา 10 ปีกับอีก 1 เดือนแล้ว ตั้งแต่ปี 2552 จริงๆที่เราจำได้แม่น ไม่ใช่เป็นคนช่างจำนะ แต่เป็นคนช่างจดด้วย เวลาอยู่บ้านก็ไม่ได้ทำอะไร มีสมุดก็เขียนไปเรื่อยๆ &amp;nbsp;วันหนึ่งต้องมาป่วยแล้วเดินไม่ได้ จริงๆอาเป็นคนลูกบ้าเยอะนะเวลาอยู่หน้าเวที เคยสนุกสนาน ได้เต้นด้วยอะไรด้วย พอมาอย่างนี้ เราก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน แต่บางทีก็อดไม่ได้นะ ลุกขึ้นมา แฟนเพลงเขาก็เป็นห่วงว่าเราจะล้มเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฝากถึงคนที่ดื่ม หรือสูบบุหรี่ ไม่ดูแลตัวเอง สมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ มันสารพัดโรคแล้ว บุหรี่มันเป็นสิ่งไม่ดี ถ้าเลิกได้ก็เลิกซะ นักร้องถ้าเลิกได้ เสียงร้องก็จะดีขึ้นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30237</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาย เมืองสิงห์, ดื่มเหล้า, นั่งรถเข็น, ป่วย, สูบบุหรี่, เพลงชายเมืองสิงห์, โรคเส้นเลือดในสมองตีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c78d8d14cde5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 22:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉนักบินแอบสูบบุหรี่ ต้นเหตุเครื่องแอร์ไชน่าดิ่งฮวบกลางอากาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนพบสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินแอร์ไชน่าดิ่งวูบกลางอากาศเมื่อวันอังคารแล้ว ที่แท้เกิดจากนักบินสูบบุหรี่ไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินโดยสารของสายการบินแอร์ไชน่าจอดที่สนามบินปักกิ่ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของแอร์ไชน่าลำนี้กำลังนำผู้โดยสาร 153 คนและลูกเรือ 9 คนบินจากฮ่องกงไปเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ขณะบินอยู่ เครื่องเกิดลดระดับดิ่งวูบกลางอากาศลงมาที่ระดับความสูง 10,000 ฟุต และหน้ากากออกซิเจนในห้องผู้โดยสารห้อยลงมา แต่หลังจากนั้นเครื่องก็บินไต่ขึ้นไปสู่ระดับปกติ และถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวไชน่านิวส์รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า จากการแถลงผลการสอบสวนเบื้องต้นของเหตุการณ์นี้ โดยสำนักบริหารการบินพลเรือนแห่งชาติจีน (ซีเอเอซี) ระบุสาเหตุที่เครื่องบินลำนี้ดิ่งวูบกลางอากาศว่า เกิดจากนักบินผู้ช่วยสูบบุหรี่ไฟฟ้าในห้องนักบิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉียวอี้ปิน เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยการบินของซีเอเอซี กล่าวว่า ก่อนที่เครื่องบินลำนี้จะดิ่งวูบ ควันบุหรี่ได้กระจายไปถึงห้องผู้โดยสารและมีการปิดเครื่องปรับอากาศโดยที่กัปตันเครื่องบินไม่ได้รับการแจ้ง ส่งผลให้ออกซิเจนไม่เพียงพอ ไชน่านิวส์เผยว่า ผู้ที่ปิดเครื่องปรับอากาศคือนักบินผู้ช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉียวบอกด้วยว่าเมื่อเกิดเสียงเตือนการปิดเครื่องปรับอากาศดังขึ้น ทำให้ลูกเรือต้องปฏิบัติตามขั้นตอนขณะเกิดสถานการณ์ความดันอากาศในห้องโดยสารลดต่ำกว่าค่ามาตรฐาน มีการปล่อยหน้ากากออกซิเจนของห้องผู้โดยสาร แต่เมื่อลูกเรือทราบสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินดิ่งวูบ ก็ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ ทำให้ความดันในห้องผู้โดยสารกลับสู่ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอเอซีเผยว่า จะสืบสวนเหตุการณ์นี้เพิ่มเติม รวมถึงวิเคราะห์บันทึกข้อมูลการบินของเครื่องบินลำนี้และเสียงที่บันทึกในห้องนักบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซเชียลมีเดียของจีนวิจารณ์เรื่องนี้กันมาก หลายเสียงเรียกร้องให้ลงโทษนักบินผู้ช่วยรายนี้สถานหนัก รวมถึงเพิกถอนใบอนุญาตการบินของเขา ทั้งนี้ กฎข้อบังคับการบินของจีนปี 2549 ห้ามลูกเรือและผู้โดยสารสูบบุหรี่ไฟฟ้าขณะอยู่บนเครื่องบิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13353</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลางอากาศ, จีน, ดิ่งวูบ, นักบิน, นักบินผู้ช่วย, บุหรี่ไฟฟ้า, ลดระดับ, สูบบุหรี่, แอร์ไชน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b48bcd8696f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สูตร...ไม่ตายตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แปลกแต่จริงเลยก็เป็นไปได้ สำหรับคุณยายวัย 105 ปี ที่รัฐฟลอริดา ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่บอกเคล็ดลับอายุยืนของเธอว่า..&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉันดื่มเบียร์และสูบบุหรี่ ตื่นสายทุกวัน ออกไปเต้นรำ แล้วก็ทำงานบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้องค์กรและหน่วยงานต่อต้านการสูบบุหรี่และดื่มสุราในบ้านเราคงต้องยกนิ้วโป้งคว่ำลงแล้วเซย์...NO แบบดังๆ แน่นอน ทั้งๆ ที่คุณยาย Helen Granier เพิ่งฉลองวันเกิด 105 ปีเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชีวิตจริงของคุณยายสะท้อนบอกได้อย่างชัดเจนว่า สูตรอายุยืนของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป และไม่มีอะไรที่ตายตัว นอกเสียจากเคล็ดลับเดียวที่ทุกชาติ ทุกภาษาดูเหมือนจะไม่แตกต่างคือ... ทุกอย่างอยู่ที่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะคุณยายบอกว่า เธอจะทำทุกอย่างที่อยากจะทำ เพราะหมายถึงความสุขใจที่จะไม่มีใครบังคับห้ามทำนั่นทำนี่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องการดื่มหรือสูบบุหรี่นั้น ก็สามารถอธิบายได้ว่า ธาตุในร่างกายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน...จริงไหมคะ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำไมล่ะ!! คนบางคนแพ้มด คนบางคนแพ้ยุง คนบางคนแพ้เหงื่อของตัวเอง แล้วเราจะไปเอาสูตรในการดำรงชีวิตของคนอื่นมาใช้ พร้อมกับคาดหวังว่าสุขภาพของเราจะดี อายุจะยืนเหมือนคนคนนั้นได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มนุษย์ป้าเอง ไปเที่ยวเชียงรายเมื่อเร็วๆ นี้ เจอะเจอร้านขายกระเทียมดำ หน้าตาแปลกดี อ่านดูสรรพคุณระบุว่า ช่วยลดน้ำตาลและไขมันในเลือดค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอได้ชิมพบว่ารสชาติถูกจริต ไม่เผ็ดร้อนเหมือนกินกระเทียมโทนปกติ ก็เลยอุดหนุนซื้อมาลองรับประทาน กินวันละ 1 เม็ดตามสรรพคุณข้างกล่อง ปรากฏว่าเกิดอาการเวียนศีรษะจนต้องหยุดกินหลังจากกินติดต่อไปได้ 3 วัน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่เพราะของเขาไม่ดีหรอกนะ แต่เป็นเพราะปัญหาในร่างกายของเราต่างหาก ที่แม้น้ำตาลในเลือดจะสูง แต่เรามีความดันโลหิตต่ำค่ะ สรรพคุณของกระเทียมคือการลดความดันโลหิตด้วย ฉะนั้น ความคาดหวังที่จะลดน้ำตาลในเลือดจากการกินกระเทียมดำ จึงมีของแถมตามมาคือ ลดความดันโลหิต ซึ่งร่างกายของเราไม่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอันต้องปิดการใช้สูตรเพื่อสุขภาพสูตรนี้!!! และสามารถพิสูจน์ทราบว่า ใครที่คุยโขมงว่าสูตรอายุวัฒนะนั่นโน่นนี่ กินแล้วดี ปฏิบัติแล้วสุดยอด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตรงกับความต้องการของสุขภาพทุกคนเสมอไป นั่นเพราะธาตุเจ้าเรือนของคนเรานั้นแตกต่างกันนั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้อย่างนี้แล้ว มนุษย์ป้าทั้งหลายก็อย่าได้หลงเชื่อโฆษณาขายอาหารเสริม ยาสารพัดที่มีคนมาบอกว่ากินดี กินเยี่ยมนะคะ เพราะขนาดคุณยายที่ฟลอริดาเธอบอกกินเบียร์ สูบบุหรี่ ทำให้อายุเธอยืนเล้ย..เราควรจะเชื่อในตัวเองดีกว่านะคะ.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12161</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมดำ, การเต้นรำ, ดื่มเบียร์, ทำงานบ้าน, ป้าเอง, มนุษย์ป้าเอง, มองมุมสูง, สูบบุหรี่, แพ้ยุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
