<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สู่โหมดชิงตั้ง &#039;รัฐบาล&#039; ยกแรกศึกเลือก &#039;ปธ.สภาฯ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขตทั่วประเทศไปเมื่อ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยประกาศให้ผู้ซึ่งได้รับการเลือกตั้ง จำนวน 349 คน จาก 350 เขต ได้เป็น ส.ส. ส่วนอีกหนึ่งเขตที่ไม่รับรองก็คือ เขตเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ เขต 8 ที่ &amp;quot;สุรพล เกียรติไชยากร&amp;quot; จาก เพื่อไทย โดน ใบส้ม จาก กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. แม้ กกต.จะประกาศรับรองไปแล้ว แต่ กกต.ก็ยังมีอำนาจตามกฎหมาย คือภายใน 1 ปี หากพบว่า ส.ส.คนใดมีปัญหาเช่น มีพยานหลักฐานพบพฤติการณ์ซื้อเสียง หรือพบว่าขาดคุณสมบัติ ก็สามารถสั่งเลือกตั้งใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถัดมาในวันพุธที่ 8 พ.ค.นี้ ก็จะถึงคิวที่ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ ที่ กกต.จะแจ้งถึงสูตรการคำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้ และพรรคการเมืองแต่ละพรรคจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์กี่คน หลังจากใช้สูตรดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีคิวคั่นก่อนที่ กกต.จะประกาศ เพราะ กกต.ก็จะรอมติ-คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะวินิจฉัยปมปัญหาเรื่องเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ ที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้ เพราะในช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ค.นี้ ศาล รธน.ได้นัดประชุมเพื่อลงมติในคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) ว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการคิดคำนวณเก้าอี้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็ยังไม่แน่ชัดว่า สุดท้ายแล้ว มติและคำวินิจฉัยของศาล รธน.ที่จะออกมาจะลงลึกรายละเอียดในเรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เลยหรือไม่ หรือจะวินิจฉัยเพียงแค่บอกว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่จะดำเนินการ ทางศาล รธน.ไม่ได้ลงลึกอะไร ซึ่งทั้งหมดก็ต้องดูคำวินิจฉัยหลังการประชุมตุลาการศาล รธน. ที่ได้นัดลงมติกันในเวลา&amp;nbsp; 09.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยคำวินิจฉัยของศาล รธน.และมติของ กกต. ที่จะคิดคำนวณเก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงได้ ถือเป็นจุดสำคัญของจังหวะขยับทางการเมืองที่สำคัญต่อจากนี้ นั่นก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การช่วงชิงเสียง ส.ส.เพื่อจัดตั้งรัฐบาล&amp;rdquo; ของสองขั้วการเมืองใหญ่ &amp;ldquo;พรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; กับ &amp;quot;พรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ไม่ว่าสุดท้าย กกต.จะใช้สูตรไหน จะมีผลต่อการแกว่งไปแกว่งมา ศึกชิงเสียง ส.ส.ตั้งรัฐบาลว่าจะไหลไปอยู่ที่ขั้วไหน กันอยู่ที่ประมาณ 8-11 เสียง อันจะมีผลต่อชัยชนะในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะฝ่ายขั้วพลังประชารัฐ ที่อยู่ในสภาพกุมไพ่-ความได้เปรียบทางการเมือง ที่เหนือกว่าขั้วเพื่อไทยหลายขุม เป็นต่อหลายช่วงตัว กับการที่จะมี ส.ว.มาโหวตให้ บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ รอบสอง เพราะหาก ส.ว. 250 คน ไม่แตกแถว ลงมติไปในทางเดียวกันหมด ก็เท่ากับฝ่ายพลังประชารัฐขออีกแค่ 126 เสียง บิ๊กตู่ ก็ได้เป็นนายกฯ แล้ว จากนั้น ค่อยมาลุยตั้งรัฐบาลกันภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บนความเชื่อของคนในแวดวงการเมืองและแกนนำพรรคพลังประชารัฐว่า เมื่อได้ตัวนายกฯ แล้ว สุดท้ายการเจรจาต่อรองกับพรรคการเมือง&amp;ndash;นักเลือกตั้งพรรคต่างๆ แม้แต่พรรคที่เคยไปร่วมลงนามสัตยาบัน กับพรรคเพื่อไทย เมื่อ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็อาจไขว้เขว คือหัวหน้าพรรค&amp;ndash;หัวแถว ไม่มาอยู่กับพลังประชารัฐด้วย เพื่อรักษาคำพูด ไม่ให้เสียคน แต่ลูกทีม ส.ส.ในพรรคอาจจะแตกแถว ขอเป็นงูเห่าเลื้อยเข้าขั้วพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งหากสุดท้าย กกต.ตัดสินใจใช้สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ โดยใช้สูตรที่ก่อนหน้านี้ทางสำนักงาน กกต.เคยหารือร่วมกับอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และเห็นว่า ควรใช้สูตรที่แม้พรรคที่ได้คะแนนต่ำกว่า 71,057 คะแนน ก็ยังต้องได้โควตา ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่สมควรถูกตัดออก เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์การร่าง รธน. ที่ต้องการให้ทุกคะแนนมีความหมาย คะแนนไม่ตกน้ำ อันจะทำให้ พรรคที่ได้คะแนนไม่ถึง 71,057 คะแนน จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไปพรรคละหนึ่งเก้าอี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ก็มีข่าวว่าพรรคเล็กๆ ดังกล่าว ทั้งประชาชนปฏิรูป-พลังธรรมใหม่-ประชาภิวัฒน์-พลังไทยรักไทย-ไทยศรีวิไลย์-พลเมืองไทย-ประชานิยม-ครูไทยเพื่อประชาชน-ประชาธรรมไทย-ประชาธิปไตยใหม่ และไทรักธรรม ต่างได้รับการเจรจาจากแกนนำพรรคพลังประชารัฐให้มาอยู่ในขั้วเดียวกันแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ฝ่ายขั้วพลังประชารัฐจึงลุ้นเป็นพิเศษ บนความมั่นใจว่า สุดท้าย กกต.น่าจะใช้สูตรดังกล่าวคิดคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลของขั้วพลังประชารัฐราบรื่นมากขึ้น จากนั้นก็ไปลุ้น &amp;ldquo;พรรคสีฟ้า-ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ที่จะเลือกหัวหน้าพรรค-กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 15 พ.ค. ให้มีมติร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ ชนิดมาพร้อมกันหมดทั้งพรรค 52 เสียง ไม่มีแตกแถว ไม่มีงดออกเสียง เพราะการตั้งรัฐบาลรอบนี้ ไม่ว่าจะเป็นขั้วของเพื่อไทยหรือพลังประชารัฐเอง ทุกเสียงมีความหมายทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่พรรคอื่นๆ ทั้งภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา-ชาติพัฒนา-รวมพลังประชาชาติไทย ทางขั้วพลังประชารัฐและแกนนำรัฐบาล คสช. ก็มั่นใจว่า มาชัวร์ มาแน่ มาทุกเสียง เพราะคุยกันไว้หมดแล้ว ส่วนบางพรรคอย่าง เศรษฐกิจใหม่ของมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ยังต้องลุ้นลูกพรรคมิ่งขวัญจะแหกคอกมาหรือไม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นชั่วโมงนี้แม้คนในเพื่อไทยและแนวร่วมอย่าง อนาคตใหม่-เสรีรวมไทย-ประชาชาติ-เพื่อชาติ จะเชื่อว่ายังมีโอกาสรวมเสียงได้มากกว่า 250 เสียง หากจะมีแตกแถว ก็เป็น &amp;quot;งูเห่า&amp;rdquo; ที่หากเกิดขึ้น ฝ่ายขั้วเพื่อไทยจะใช้ไปเป็นประเด็นโจมตีพลังประชารัฐได้ว่า ใช้เงินซื้อตัว ส.ส.-ซื้องูเห่า แต่โดยสภาพในเวลานี้ ก็ต้องถือว่าฝ่ายขั้วเพื่อไทยยังเป็นรองพลังประชารัฐอยู่หลายขุม จากเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่เปิดช่องให้ ส.ว.มาร่วมโหวตนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยามนี้สิ่งที่ เพื่อไทย ทำได้ ก็คือความพยายามสู้ทุกช่องทาง แม้จะสู้ไม่ได้ในขั้นตอนการโหวตนายกฯ ที่พลังประชารัฐมีเสียง ส.ว. 250 เสียงหนุน แต่ก็พยายามขวางไม่ให้พลังประชารัฐรวมเสียงได้เกิน 250 เสียง จึงไม่แปลกที่ เพื่อไทย จะพยายามขวางสุดตัวไม่ให้ กกต.ใช้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ที่จะทำให้พรรคเล็กๆ ได้ ส.ส. เพราะจะทำให้พรรคพันธมิตรฯ อย่าง อนาคตใหม่ อาจต้องเสียโควตาปาร์ตี้ลิสต์ไปร่วมๆ 8 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นได้จากก่อน กกต.จะรับรอง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หนึ่งวัน บรรดาแกนนำเพื่อไทยก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าวและทำหนังสือถึง กกต.รายบุคคล เพื่อจี้ให้ กกต.คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยใช้หลักพรรคการเมืองที่ได้คะแนนต่ำกว่า 71,057 คะแนน ไม่ควรได้โควตาปาร์ตี้ลิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดคือจุดเริ่มต้นของโหมดการชิงเสียง ชิงเหลี่ยม ในศึกจัดตั้งรัฐบาลของขั้วเพื่อไทยกับพลังประชารัฐ ที่หลังจากนี้จะทวีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเจรจาต่อรองต่างๆ ของกลุ่มนักเลือกตั้ง-พรรคการเมืองต่างๆ ที่แต่ละฝ่ายก็ต้องการให้ฝ่ายตัวเองได้เปรียบมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนจะไปถึงการโหวตเลือกนายกฯ-ตั้งรัฐบาล ฟอร์ม ครม. ยกแรกของโหมดศึกชิงอำนาจรอบนี้ก็คือ&amp;nbsp; การเลือก &amp;quot;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;rdquo; ที่จะเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่คาดว่าจะมีการประชุม ส.ส.เพื่อเลือกประธานสภาฯ ได้ในสัปดาห์หน้านี้ ซึ่งหากขั้วพลังประชารัฐรวมเสียง ส.ส.ได้เกิน 250 เสียง จนคนของฝ่ายตัวเองได้เป็นประธานสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะถ้าผลออกมาเช่นนี้ ก็หมายถึงการตั้งรัฐบาลของขั้วพลังประชารัฐสำเร็จแล้ว ส่วนเพื่อไทยก็&amp;nbsp; End game รอเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวต่อไป.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35259</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, สู่โหมดชิงตั้งรัฐบาล, เลือกปธ.สภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd1a12cad8b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
