<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;พร้อมสู้ค่าโง่โฮปเวลล์ต่อลุ้นคำวินิจฉัยศาลปกครองกลางฉบับเต็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มี.ค.64-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยมีมติที่ประชุมศาลปกครองสูงสุดคดีโฮปเวลล์ขัดรัฐธรรมนูญ ว่าที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้พยายามดำเนินการแก้ไขเรื่องโดยยึดหลักกฏหมายและข้อเท็จจริง โดยได้มีการตั้งคณะทำงานต่างๆขึ้นมาตรวจสอบและดูในเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา กระทรวงคมนาคมคงต้องรอคำวินิจฉัยกลาง ซึ่งตามกระบวนการกระทรวงคมนาคมไม่ได้เป็นผู้ร้องกับศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงเราได้ยื่นเรื่องนี้พร้อมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ซึ่งทางผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาได้พิจารเรื่องนี้แล้วจึงนำไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาในเบื้องต้น เราต้องรอคำวินิจฉัยกลาง ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญต้องฟังคำวินิจฉัยกลาง และคำวินิจฉัยกลางตามกระบวนการจะต้องส่งไปผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาแล้วจึงกลับมายังกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เมื่อคำวินิจฉัยกลางส่งมาที่กระทรวงคมนาคม โดยคณะทำงานที่มีจึงจะได้ดูว่าคำวินิจฉัยกลางที่ออกมาว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าอย่างไร กระทรวงคมนาคมจึงจะสามารถดำเนินต่อไปได้ เรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านบอกตลอดว่าอะไรที่ดำเนินการโดยตามหลักกฎหมายและถูกต้อง ต้องดำเนินการ อะไรที่มันไม่ถูกต้อง จะทำให้ถูกไม่ได้ ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็ทำเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราจะต่อสู้อย่างเต็มที่ เพราะเราถือว่าเงินงบประมาณของรัฐบาลคือเงินของภาษีพี่น้องประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นการที่จะต้องดำเนินการในเรื่องที่จะจ่ายหรือชำระค่าอะไรก็ตามต้องถูกต้องตามระเบียบกฏหมายและข้อเท็จจริง ถ้าอะไรไม่ถูกต้องกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการตามขั้นตอนในการที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องอายุความ ต้องรอคำวินิจฉัยกลาง เนื่องจากเมื่อมีคำตัดสินออกมาจะต้องรอว่าคำวินิจฉัยกลาง คือตัวองค์คณะของศาล จะมีรายละเอียดออกมาถึงจะเป็นข้อยุติว่าการตัดสินโดยหลักกฎหมายข้อใด ข้อเท็จจริง และมีผลคำวินิจฉัยอย่างไร ต้องดูในรายละเอียด วันนี้จะพูดอะไรออกไปโดยไม่เห็น มองว่าไม่ใช่เรื่องที่ดี เบื้องต้นที่เห็นถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องรอดูรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ได้ยื่นเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน มี 2 ประเด็น คือ 1 &amp;nbsp;การดำเนินการเป็นไปตามหลักข้อกฎหมายที่มีหรือไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด &amp;nbsp;และ2 เรื่องอายุความ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรอคำวินิจฉัยกลางตัดสินอย่างไร ทั้งนี้เมื่อเราได้คำวินิจฉัยกลางที่สมบูรณ์แล้ว จะดำเนินการต่อได้ โดยยึดหลักข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง และยึดผลประโยชน์ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ทางกระทรวงจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางอาญาเพิ่มเติม โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวรายละเอียดเยอะต้องใช้เวลาพิจารณา เพราะที่ผ่านมาเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2532 ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนความผิดในการละเมิด อยู่ระหว่างการส่งรายชื่อคณะกรรมการฯ เพื่อแต่งตั้งสอบสวนหาความผิดดังกล่าวมาที่เราให้พิจารณา เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นเราไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นอำนาจที่เราสามารถแต่งตั้งได้ หากเราเกี่ยวข้องจะเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ต้องดูคุณสมบัติของคณะกรรมการด้วยว่ามีความรู้ความสามารถอย่างไรบ้าง&amp;quot; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96472</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, สู้คดี, โฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604acc8e050e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ชู3เงื่อนไขยื่นนายกฯเปิดทาง&#039;วัฒนา&#039;กลับไทยสู้คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 63 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามทวงถามหนังสือที่นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่เคยนำส่งเพื่อขอโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามนโยบายสมานสามัคคีของนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2559 และขอให้สั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการพิจารณารับคำร้องขอการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ เนื่องจากนายวัฒนายืนยันว่ามีหลักฐานใหม่ที่เป็นเงื่อนไขที่สามารถขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้รับการร้องขอจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการกว่า 1,000 คนและครอบครัวอัศวเหมได้มอบฉันทะให้สมาคมฯมาดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเปิดโอกาสให้จำเลยสามารถอุทธรณ์ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2560 ได้ เพื่อที่นายวัฒนาจะได้กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างสุจริตใจได้ หากเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือ 1.พยานบุคคลซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษา ถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าคำเบิกความของพยานนั้นเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง 2.พยานหลักฐานอื่นนอกจากพยานบุคคลตามข้อ​1​ ซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิจารณาพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าเป็นพยานหลักฐานปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง หรือ 3.มีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดีซึ่งถ้าได้นำมาสืบในคดีอันถึงที่สุดนั้น จะแสดงว่าบุคคลผู้ต้องรับโทษอาญาโดยคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นไม่ได้กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนาเคยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่ปี 2559 ทำให้ยังอยู่ในกรอบระยะเวลาที่จะยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ได้ ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2560 ประกอบพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2526 อีกทั้งมีพยานหลักฐานใหม่มากมายที่จะขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีใหม่ได้ อาทิ กรณีถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบในสมัยดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทยเพื่อบังคับให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองด่าน ประชุมให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติและมีหนังสือยืนยันแล้วว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงชอบด้วยเหตุผลและเข้าเงื่อนไขทางกฎหมาย ที่นายวัฒนา จะขอใช้สิทธิในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง สมาคมฯจึงนำความมาร้องต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้สั่งการไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อเปิดทางให้ความเป็นธรรมต่อนายวัฒนา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69383</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน, วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา, สู้คดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef05d9b4cd0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
