<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณเผย &#039;วัฒนา อัศวเหม&#039;พร้อมกลับมาสู้คดีคลองด่าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้รับเรื่องกล่าวหาจากนายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ นายเฉลา ทิมทอง กรมควบคุมมลพิษ กองบังคับการกองปราบปราม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และต่อมาได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนโดยมี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธานฯ กรณีกล่าวหานายวัฒนา อัศวเหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่รัฐมนตรี ข่มขืนใจ หรือจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน จัดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารโครงการจัดการน้ำเสีย และได้มีการจัดทำหลักฐานการประชุมสภาอันเป็นเท็จ เพื่อนำหลักฐานการพิจารณาอนุญาตดังกล่าวไปใช้ประกอบการเบิกเงินค่าที่ดิน ที่นายวัฒนามีส่วนได้เสียและได้รับประโยชน์จากเงินค่าที่ดินด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีหนังสือยืนยันมาถึงนายวัฒนาว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าการเร่งรัดของนายวัฒนา อัศวเหม เป็นการข่มขืนใจหรือไม่ และต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษา อม.2/2552 แล้ว ซึ่งเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดทำให้คดีขาดอายุความ สิทธิในการนำคดีอาญาไปฟ้องศาลย่อมระงับไปด้วย ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39(6)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวสอดคล้องกับการที่สำนักงาน ป.ป.ช. มีหนังสือเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2562 ถึงนายณรงค์ ยอดศิรจินดา อดีตประธาน อบต.คลองด่าน นายวรเดช หรือบุญลือ โพธิ์อรุณ และนายชะเอม ปู้มิ้ม อดีต ส.อบต.คลองด่าน ที่เคยถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ในกรณีดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติและมีหนังสือยืนยันมาแล้วว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าบุคคลทั้ง 3 คนได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไปแล้วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเห็นว่า เมื่อหลักฐานซึ่งเป็นเอกสารของทางราชการจากองค์กรอิสระยืนยันมาเช่นนี้ ก็ควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งรัฐบาล กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการ ฯลฯ ต้องเสนอเรื่องพร้อมหลักฐานใหม่ไปยังศาลที่มีคำพิพากษาไปแล้วเพื่อรื้อฟื้นคดีความต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยต้องเปิดโอกาสให้นายวัฒนา อัศวเหม กลับมาสู้คดีอีกครั้งตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ซึ่งบุคคลใกล้ชิดกับนายวัฒนา ได้ยืนยันกับสมาคมฯ ว่านายวัฒนา พร้อมที่จะกลับมาต่อสู้คดีในศาลเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อความเป็นธรรมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63578</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา, สู้คดีคลองด่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e97b927bb3ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
