<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิบัติการ “พม.เราไม่ทิ้งกัน” สู้ภัย COVID-19  การเคหะ-พอช. จับมือกรมอนามัย ลุย 286 ชุมชนใน กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ปฏิบัติการ &amp;ldquo;พม.เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; สู้ภัยCOVID-19&amp;nbsp; โดยการเคหะแห่งชาติและ พอช. จับมือกรมอนามัย ลงพื้นที่ชุมชน 286 แห่งใน กทม.&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปั&amp;shy;หา&amp;nbsp; ความต้องการของชุมชน และให้การช่วยเหลือตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ&amp;nbsp; จบที่ชุมชน&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังให้ความรู้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp; สนับสนุนครัวกลางชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ขณะที่สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางจัดตั้ง &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; นำร่องรวมพลังชุมชนร่วมกับภาครัฐเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์ไวรัสยืดเยื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รมว.พม. ได้ขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp; &amp;ldquo;พม.เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 20-30&amp;nbsp; เมษายน&amp;nbsp; โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอนามัย&amp;nbsp; เพื่อลงพื้นที่สำรวจข้อมูลปั&amp;shy;หาและความต้องการของชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ในกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rdquo; ในพื้นที่นำร่อง 286 ชุมชนที่อยู่ในความดูแลของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยมีการแบ่งทีมงานลงพื้นที่&amp;nbsp; 7 ทีมๆ&amp;nbsp; ละ 10-12 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวง พม.&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และกรมอนามัย&amp;nbsp; เพื่อเข้าไปสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปั&amp;shy;หาเศรษฐกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังให้ความรู้เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; การล้างมือที่ถูกวิธี&amp;nbsp; มอบเจลล้างมือ&amp;nbsp; และหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; รวมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์สู้ภัยโควิด&amp;nbsp; และการจัดตั้งครัวกลางเพื่อทำอาหารช่วยเหลือชาวชุมชนที่ต้องตกงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รมว.พม.เปิดศูนย์ประสานงานสู้ภัยโควิด-19 แห่งแรกที่วังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยเมื่อวันที่ 19 เมษายน&amp;nbsp; เวลา 10.00 น. นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมหรือ Kick off&amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rdquo; ที่ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เป็นชุมชนแรก&amp;nbsp; โดยมี พ&amp;shy;.พรรณพิมล&amp;nbsp; วิปุลากร&amp;nbsp; อธิบดีกรมอนามัย&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และผู้แทนชุมชนต่างๆ ในเขตวังทองหลางจำนวน&amp;nbsp; 20&amp;nbsp; ชุมชนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดย รมว.พม.เป็นประธานในการเปิด &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพื่อใช้เป็นศูนย์ประสานงานในเขตวังทองหลางซึ่งมีเครือข่ายชุมชนจำนวน 20 ชุมชน การเปิดกิจกรรมหรือ Kick off โครงการช่วยเหลือชาวชุมชนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;พักหนี้บ้านมั่นคงทั่วประเทศระยะเวลา 3&amp;nbsp; เดือน&amp;rsquo;&amp;nbsp; มอบงบประมาณสนับสนุนการจัดทำครัวกลาง (ปลูกผัก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เลี้ยงปลา&amp;nbsp; ดูแลผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ) จำนวน 300,000 บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมอบเมล็ดพันธุ์ผักให้แก่ผู้แทนชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;พม.เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; เป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาลในการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19&amp;nbsp; โดยกระทรวง พม.ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอนามัย&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; เริ่มในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นเมืองที่มีชุมชนหนาแน่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนของการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระทรวง พม.จะร่วมกับกรมอนามัยลงไปในพื้นที่ชุมชนต่างๆ รวม&amp;nbsp; 286 ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อป้องกันโรค COVID&amp;nbsp; และรับฟังปั&amp;shy;หาของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้อง&amp;nbsp; จะไม่ปล่อยให้คนไทยตายโดยไม่ได้ป้องกัน&amp;nbsp; รัฐบาลจึงต้องเอาเงินจากทุกกระทรวงมาช่วยเหลือประชาชนก่อน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการพักชำระหนี้&amp;nbsp; การนำอาหารไปให้ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำครัวกลาง&amp;nbsp; หรือไปช่วยเหลือตามความต้องการของชุมชนว่าต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องอะไรบ้าง&amp;nbsp; และเงินที่ได้รับจากการบริจาคหรือสิ่งของจากภาคเอกชนจะลงไปให้ถึงมือของประชาชนทุกคน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันประชาชนก็จะต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; และต้องเตรียมความพร้อม&amp;nbsp; ป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ&amp;nbsp; เพราะขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค&amp;nbsp; ถ้าเร็วที่สุดอาจจะเป็นต้นปีหน้าที่จะผลิตวัคซีนออกมาได้&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องรักษาชีวิต&amp;nbsp; รักษาครอบครัวเอาไว้ก่อน&amp;nbsp; เพราะชีวิตคนสำคั&amp;shy;ที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลงพื้นที่ 286 ชุมชนตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ&amp;nbsp; จบที่ชุมชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หลังจากการจัดกิจกรรม Kick off ที่ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 19 เมษายนแล้ว ระหว่างวันที่ 20-30 เมษายน ทีมงาน &amp;ldquo;พม.เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่กระทรวง พม.&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และกรมอนามัย&amp;nbsp; ได้ลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ ที่อยู่ในการดูแลหรือทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกับการเคหะฯ หรือ พอช. รวมทั้งหมด 286 ชุมชนในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยมีการแบ่งทีมงานลงพื้นที่&amp;nbsp; 7 ทีมๆ&amp;nbsp; ละ 10-12 คน ลงพื้นที่ทีมละ 4 ชุมชนต่อวัน&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปั&amp;shy;หาและความต้องการของชาวชุมชน&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปั&amp;shy;หาเศรษฐกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังให้ความรู้เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; การล้างมือที่ถูกวิธี&amp;nbsp; มอบเจลล้างมือ&amp;nbsp; และหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; รวมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์สู้ภัยโควิด&amp;nbsp; และการจัดตั้งครัวกลางเพื่อทำอาหารช่วยเหลือชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจากการลงพื้นที่และการสำรวจข้อมูลของทีมงานระหว่างวันที่ 20-30 เมษายน&amp;nbsp; จำนวน 286&amp;nbsp; ชุมชน พบว่า ชุมชนมีความต้องการในด้านต่างๆ&amp;nbsp; ดังนี้ 1. ด้านเงินช่วยเหลือ จำนวน 153 ชุมชน 2. ด้านที่อยู่อาศัย จำนวน 38 ชุมชน 3. ด้านอาชีพ-รายได้ จำนวน 75 ชุมชน 4. ด้านการอุปโภคบริโภค/การจัดตั้งครัวกลาง จำนวน 216 ชุมชน และ 5. ด้านการดูแลสุขภาพ&amp;nbsp; การป้องกันโรค&amp;nbsp; 78 ชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่สำรวจทั้งหมดจำนวน 16,882 ราย เป็นผู้สูงอายุ 5,859 ราย พิการ 1,298 ราย ด้อยโอกาส 226 ราย ผู้ป่วย/ติดเตียง 443 ราย แม่เลี้ยงเดี่ยว 130 ราย ว่างงาน/ตกงาน 3,166 ราย รายได้ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่เพียงพอ 290 ราย ไม่ได้รับเงินเยียวยา 1,944 ราย ฯลฯ มีความต้องการเร่งด่วนเรื่องอาหาร 1,694 ครัวเรือน ของใช้จำเป็นสำหรับเด็ก 401 ราย-ผู้พิการ 237 ราย ที่พักอาศัยผู้ด้อยโอกาส 24 ราย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า&amp;nbsp; ชุมชนต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนเพิ่มเติมในเรื่องต่างๆ ได้แก่&amp;nbsp; เครื่องอุปโภค&amp;nbsp; บริโภค&amp;nbsp; โรงอาหารครัวกลาง&amp;nbsp; หรือแหล่งจำหน่ายสินค้าและอาหารราคาถูก&amp;nbsp; เงินเยียวยาจากรัฐบาล 5,000 บาท&amp;nbsp; เงินทุนสำหรับประกอบอาชีพ&amp;nbsp; เงินทุนหมุนเวียน&amp;nbsp; ของใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กอ่อน&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผ้าอ้อมสำเร็จรูป&amp;nbsp; แผ่นรอง&amp;nbsp; นมผง&amp;nbsp; นมกล่อง&amp;nbsp; ยารักษาโรค และอุปกรณ์ทำแผล เป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับมาตรการช่วยเหลือชุมชนหลังจากการสำรวจข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp; กระทรวง พม.จะดำเนินการดังนี้&amp;nbsp; 1.กรณีเดือดร้อนเร่งด่วน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จะมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; สิ่งของที่จำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; ผ้าอ้อมสำหรับเด็กและผู้ให&amp;shy;่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; 2.เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และเงินสงเคราะห์กรณีฉุกเฉิน กรณีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; หากผ่านการพิจารณาจากนักสังคมสงเคราะห์แล้ว จะจ่ายเงินเยียวยารายละไม่เกิน 2,000 บาท&amp;nbsp; และ 3.นำความต้องการของชุมชนในด้านต่างๆ ตามที่เสนอมาเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แผนชุมชนเครือข่ายวังทองหลางสู้ภัย หาก COVID-19 ยืดเยื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์ปั&amp;shy;หาไวรัสโควิดที่ระบาดไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทำให้ชาวชุมชนทั่วประเทศที่รวมตัวกันเป็นเครือข่ายต่างๆ ได้จัดทำแผนงานในการป้องกันและรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ยังยืดเยื้อยาวนาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายสมบูรณ์&amp;nbsp; จันทร์ชัย&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิกทั้งหมด 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 5,200 ครอบครัว&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 20,000 คน&amp;nbsp; จากการสำรวจข้อมูลพบว่า&amp;nbsp; มีผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้น้อยลง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วินมอเตอร์ไซค์&amp;nbsp; ขับรถแท็กซี่&amp;nbsp; ลูกจ้างร้านอาหาร&amp;nbsp; สถานบริการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณ 3,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงาน &amp;lsquo;วังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องในด้านต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค&amp;nbsp; โดยมีแผนต่างๆ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1.แผนระยะสั้น &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลกลุ่มผู้เดือดร้อนและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ในระดับชุมชน&amp;nbsp; ประสานงานจัดหาเครื่องมือป้องกันโรคจากภาคีทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ฝึกอบรมการทำเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัยให้กับผู้แทนชุมชน&amp;nbsp; การเตรียมและแจกข้าวสารอาหารแห้ง&amp;nbsp; การจัดทำครัวกลาง (เดือนละ 2 ครั้ง) ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เตรียมสถานที่รองรับและช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ&amp;nbsp; โดยพบกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ 3 ครอบครัว&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างกักตัวเอง 14 วัน&amp;nbsp; ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจฯ จัดส่งอาหารให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; รวมทั้งสิ่งของจำเป็นอื่นๆ&amp;nbsp; และประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าตรวจเยี่ยมดูอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;2.แผนระยะกลาง&amp;nbsp; ส่งเสริมการปลูกผักในระดับครัวเรือนและพื้นที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; มีแปลงปลูกผักขนาด&amp;nbsp; 400 ตารางวา (ที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกคะน้า&amp;nbsp; กวางตุ้ง&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์จำนวน 6 บ่อ&amp;nbsp; (ประมาณต้นเดือนพฤษภาคมจะนำผักและปลามาทำอาหารได้)&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต่อไปจะพัฒนาให้เป็นแหล่งอาหารในระดับชุมชนและเมือง&amp;nbsp; สามารถเป็นแหล่งสร้างงาน&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้กับผู้ที่ตกงานหรือได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3. แผนระยะยาว&amp;nbsp; มีการเชื่อมโยงระบบกองทุนระดับเมือง&amp;nbsp; โดยมีกองทุนต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียน 5 ล้านบาท&amp;nbsp; สถาบันการเงินชุมชน&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียน&amp;nbsp; 3 ล้านบาท&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียน 2.5 ล้านบาท&amp;nbsp; กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียน 14 ล้านบาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อใช้ทุนภายในแก้ปั&amp;shy;หาของชุมชนและช่วยเหลือสมาชิกในยามจำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เจ็บป่วย&amp;nbsp; การศึกษาของบุตรหลาน&amp;nbsp; ใช้จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp; แก้ปั&amp;shy;หาหนี้สิน&amp;nbsp; ไม่ต้องพึ่งเงินนอกระบบ&amp;nbsp; รวมถึงการพัฒนาศูนย์ประสานงานของเครือข่ายชุมชนในเมืองให้เกิดการประสานงานร่วมกับหน่วยงานและภาคีอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; นำไปสู่การขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นี่คือตัวอย่างของชาวชุมชนในเขตวังทองหลางที่รวมตัวกันในนาม &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; ที่ใช้พลังของชุมชนร่วมกับการสนับสนุนจากภาครัฐ เตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์โควิดยังยืดเยื้อยาวนาน...!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;พอช.ช่วยชุมชนสู้ภัยเศรษฐกิจพักหนี้บ้านมั่นคง 3 เดือน-เปิดตลาดนัดออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลมีมาตรการปิดสถานที่ที่อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; สถานบริการต่างๆ&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ต้องปิดงาน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ พอช. จึงมีมาตรการและแนวทางช่วยเหลือพี่น้องชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพักชำระหนี้ให้แก่กลุ่มและองค์กรผู้ใช้สินเชื่อจาก พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช.มีมาตรการพักชำระหนี้ให้แก่องค์กรชุมชนที่ใช้สินเชื่อจาก พอช.&amp;nbsp; โดยไม่ต้องชำระเงินต้น&amp;nbsp; ดอกเบี้ย&amp;nbsp; และไม่คิดดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายนนี้&amp;nbsp; โดยมีองค์กรชุมชนที่ใช้สินเชื่อประมาณ 500 องค์กรทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีสมาชิกประมาณ 50,000 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งส่วนให&amp;shy;่เป็นสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; วงเงินดอกเบี้ยที่ลดลงรวมประมาณ 42 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นโครงการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนที่มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; บุกรุกปลูกสร้างบ้านในที่ดินของรัฐหรือเอกชน&amp;nbsp; รวมตัวกันแก้ไขปั&amp;shy;หาและบริหารงานในรูปแบบของสหกรณ์&amp;nbsp; โดยการซื้อที่ดินหรือเช่าอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; หรือปรับปรุงบ้านในที่ดินเดิม&amp;nbsp; เพื่อให้มีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดย พอช. สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อระยะยาวให้แก่กลุ่ม&amp;nbsp; องค์กร&amp;nbsp; หรือสหกรณ์ที่ชาวชุมชนจัดตั้งขึ้นมา&amp;nbsp; แล้วผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือนให้แก่ พอช.&amp;nbsp; เริ่มดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วทั่วประเทศ รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 112,777 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&amp;nbsp; และมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; กิจกรรมเด็ก&amp;nbsp; การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; การดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เปิดตลาดขายสินค้าชุมชนทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ พอช.ได้เปิดตลาดนัดออนไลน์เพื่อให้พี่น้ององค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศที่รวมตัวกันในรูปแบบสหกรณ์&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจ&amp;nbsp; กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp; กลุ่มอาชีพ&amp;nbsp; หรือกลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; เข้ามาขายสินค้าทางออนไลน์ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ&amp;nbsp; ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ&amp;nbsp; และเกษตรกรบางกลุ่มมีปั&amp;shy;หาส่งสินค้าไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศไม่ได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; โดยใช้ facebook&amp;nbsp; &amp;lsquo;ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีสินค้าจากเหนือจรดใต้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลิ้นจี่และนำผึ้งจาก&amp;nbsp; จ.เชียงราย&amp;nbsp; ปลาแห้ง&amp;nbsp; ส้มไข่ปลาจากลุ่มน้ำโขง จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; ก๋วยจั๊บสำเร็จรูปจาก จ.อำนาจเจริ&amp;shy;&amp;nbsp; มะม่วงสุกมหาชนกจาก จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp; กล้วยตากจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกล้วยนิคมสงเคราะห์&amp;nbsp; จ.อุดรธานี&amp;nbsp; มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจาก จ.พิษณุโลก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; จาก ต.หนองสาหร่าย&amp;nbsp; จ.กา&amp;shy;จนบุรี&amp;nbsp; ปลาเค็ม&amp;nbsp; ปลาหมึกแห้ง&amp;nbsp; มังคุด&amp;nbsp; จากมหาวิทยาลัยบ้านนอก&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; ผักและผลไม้ปลอดสารเคมีจากสหกรณ์การเกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สินค้าชุมชนจาก อ.หนองม่วง&amp;nbsp; จ.ลพบุรี&amp;nbsp; น้ำบูดูสายบุรี&amp;nbsp; จ.ปัตตานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้าวปลอดสารพิษจาก จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; และอื่นๆ อีกมากมาย&amp;nbsp; ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูสินค้าได้ที่ facebook&amp;nbsp; ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้โดยตรง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จริ&amp;shy;&amp;shy;า&amp;nbsp; เมืองอินทร์ &amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรดอยยาว-ดอยผาหม่น&amp;nbsp; จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; กลุ่มเกษตรกรฯ มีสมาชิกที่ปลูกลิ้นจี่ในพื้นที่ภูชี้ฟ้า (ดอยยาว-ดอยผาหม่น) ซึ่งแต่ละปีจะมีพ่อค้าเข้ามารับซื้อลิ้นจี่ทุกปี&amp;nbsp; แต่ในปีนี้มีสถานการณ์โควิดทำให้พ่อค้าไม่เข้ามารับซื้อเพราะการเดินทางไม่สะดวก&amp;nbsp; ต้องผ่านด่านตรวจคัดกรองโรค&amp;nbsp; และเศรษฐกิจไม่ดี&amp;nbsp; ซื้อมาแล้วไม่รู้ว่าจะขายหมดหรือเปล่า&amp;nbsp; อีกทั้งลิ้นจี่ที่เคยส่งออกไปขายในจีน&amp;nbsp; ปีนี้ก็ยังไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ&amp;nbsp; ทำให้เกษตรกรมีลิ้นจี่ที่รอเก็บขายกว่า 100,000 กิโลกรัม&amp;nbsp; หรือประมาณ 100 ตัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อ พอช.เปิดตลาดนัดออนไลน์&amp;nbsp; พวกเราซึ่งเป็นเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลอยู่แล้ว&amp;nbsp; จึงสนใจนำสินค้ามาโพสต์ขายใน facebook เป็นลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย&amp;nbsp; ลูกให&amp;shy;่&amp;nbsp; รสชาติหวานฉ่ำ&amp;nbsp; กินแล้วชื่นใจ&amp;nbsp; ผู้ที่สนใจหรืออยากจะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ให้มีรายได้&amp;nbsp; สามารถเข้าไปดูรายละเอียดใน facebook&amp;nbsp; &amp;lsquo;ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;rsquo;&amp;nbsp; เราขายไม่แพง&amp;nbsp; กิโลฯ ละ 30 บาทเท่านั้น&amp;rdquo; ตัวแทนเกษตรกรเชียงรายเชิ&amp;shy;ชวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพใช้ที่นารวม 38 ไร่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สร้างความมั่นคงทางอาหารรองรับสถานการณ์ COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ป้าสนอง&amp;nbsp; รวยสูงเนิน &amp;nbsp;ที่ปรึกษาเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;nbsp; อ.ชุมแพ&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; เครือข่ายฯ เกิดจากการรวมตัวกันจัดทำโครงการบ้านมั่นคงมาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เนื่องจากชาวบ้านในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; ต้องบุกรุกที่ดินของรัฐและเอกชนเพื่อปลูกสร้างบ้าน&amp;nbsp; ต่อมาโดนไล่ที่&amp;nbsp; จึงได้รวมตัวกันจัดทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อขอเช่าที่ดินราชพัสดุจากเทศบาลเมืองชุมแพปลูกสร้างบ้าน รวมทั้งจัดซื้อที่ดินเอกชน โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณและสินเชื่อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะที่ชาวบ้านได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนสร้างบ้าน&amp;nbsp; ปัจจุบันสร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 13 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน 1,052&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; มีผู้อยู่อาศัยประมาณ&amp;nbsp; 5,000 คน นอกจากนี้ในปี 2553 ได้ระดมทุนจากชุมชนต่างๆ ซื้อที่ดินเพื่อทำนารวม ปลูกผัก เลี้ยงปลา&amp;nbsp; เนื้อที่ 38 ไร่ (ราคาซื้อมา 2.6 ล้านบาท ขณะนี้ราคาประมาณ 38 ล้านบาท)&amp;nbsp; ได้ข้าวเปลือกประมาณปีละ 20-30 ตัน&amp;nbsp; มีโรงงานผลิตน้ำดื่มชุมชน และมีกองทุนต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองชุมแพ&amp;nbsp; มีเงินสะสมรวมกันประมาณ 16 ล้านบาท ทำให้ชาวชุมชนมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม&amp;nbsp; เพราะมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; มีแหล่งอาหารและน้ำดื่มเป็นของชุมชน&amp;nbsp; และมีข้าวเปลือกที่สำรองเอาไว้ประมาณ 6 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; มีพี่น้องที่ไปทำงานในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp; ไม่มีงานทำ&amp;nbsp; ต้องกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ชุมแพประมาณ 800 คน ชาวบ้านก็กลัวว่าจะนำเชื้อมาให้&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงฯ ได้เตรียมการป้องกัน&amp;nbsp; ช่วยกันทำหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; โดยเทศบาลเมืองชุมแพช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งเจลล้างมือ&amp;nbsp; และให้ความรู้ในการป้องกันเชื้อโรค&amp;nbsp; ตรวจวัดไข้&amp;nbsp; ตอนนี้ยังไม่พบคนติดเชื้อ&amp;nbsp; ส่วนคนที่ตกงานหรือครอบครัวได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ขาดแคลนข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; เครือข่ายฯ ของเรายังมีข้าวเปลือกสำรองเอาไว้ 6 ตัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีเทศบาลฯ และคนใจบุ&amp;shy;เอาข้าวของมาบริจาค&amp;nbsp; เราก็นำมาช่วยเหลือแบ่งปัน&amp;nbsp; ก็พออยู่กันไปได้&amp;nbsp; ยังไม่เดือดร้อน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ป้าสนองบอก และย้ำว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;หากไวรัสโควิดยืดเยื้อไปอีก 2-3 เดือน&amp;nbsp; คงจะต้องเดือดร้อนกันแน่ๆ&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านส่วนให&amp;shy;่มีอาชีพรับจ้างหากินรายวัน&amp;nbsp; และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; ในตลาดสด&amp;nbsp; ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี&amp;nbsp; ก็คงจะไม่มีใครมาจ้างงาน&amp;nbsp; ข้าวของคงจะขายลำบาก แต่เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพได้เตรียมแผนเอาไว้แล้ว&amp;nbsp; โดยกันพื้นที่นารวมเอาไว้ 2 ไร่&amp;nbsp; เพื่อให้คนที่ตกงานใช้ปลูกผักหรือทำเกษตรต่างๆ เพื่อให้มีอาหารกิน&amp;nbsp; หรือมาช่วยกันทำนารวม&amp;nbsp; เลี้ยงปลาในบ่อก็ได้&amp;nbsp; เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&amp;nbsp; เอาตัวให้รอดจากโควิดช่วงนี้ไปก่อน&amp;nbsp; และต่อไปหากใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่อยากกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ก็มาทำอยู่ทำกินในที่นารวมแปลงนี้ได้เพราะมีเนื้อที่ถึง 38 ไร่&amp;nbsp; คงจะพอเลี้ยงกันได้อยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ************* &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64812</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม.เราไม่ทิ้งกัน, สู้ภัย COVID-19, เราไม่ทิ้งกัน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์คิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac139347171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.จับมือ สช. สปสช. สสส. และเครือข่ายภาคประชาชน รวมพลังพลเมืองตื่นรู้  สู้ภัย COVID-19’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.จับมือ สช. สปสช. สสส. และเครือข่ายภาคประชาชน &amp;lsquo;รวมพลังพลเมืองตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยร่วมมือกับท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; อบต. เทศบาล รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมพลังระดมทรัพยากรหนุนรัฐสู้กับไวรัสร้าย&amp;nbsp; ใช้พื้นที่ระดับตำบลเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์&amp;nbsp; เชื่อมโยงกับอำเภอและจังหวัด&amp;nbsp; โดย พอช.จะใช้พื้นที่ตำบล 1,300 ตำบลขับเคลื่อนทันที&amp;nbsp; ส่วนกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นมีการขับเคลื่อนป้องกันโรคและเฝ้าระวังแล้วกว่า 1,500 แห่ง&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมาย &amp;ldquo;ประเทศไทยจะต้องชนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาดไปทั่วโลก&amp;nbsp; ขณะที่ประเทศไทยพบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุหลักพันราย&amp;nbsp; และมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; เนื่องจากมีการปิดห้างร้าน&amp;nbsp; และสถานบริการต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่ตกงานเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; และมีโอกาสที่เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;รวมพลังพลเมืองตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหน่วยงานด้านสุขภาพ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายหมออนามัย 7 องค์กร &amp;nbsp;ร่วมกับสถาบันทางสังคม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp; และองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงรวมพลังกันจัดกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; การจัดงาน &amp;lsquo;เครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; พอช. และ สปสช.&amp;nbsp; ร่วมสืบสานแนวคิดไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; รวมพลังสู้ COVID-19&amp;rsquo; เมื่อวันที่ 9 มีนาคม&amp;nbsp; ที่สำนักงาน สปสช.&amp;nbsp; เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานและภาคีต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งการใช้เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; ร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้าจำนวนกว่า 1 ล้านชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีการจัดงานระดมความเห็น&amp;nbsp; &amp;lsquo;รวมพลังพลเมืองตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้แทน สช.&amp;nbsp; สปสช. สสส.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประทีป&amp;nbsp; ธนกิจเจริญ&amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19&amp;nbsp; ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในประเทศไทย&amp;nbsp; รัฐบาลจึงได้ประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp; โดยมีมาตรการที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ห้ามไม่ให้ผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป&amp;nbsp; เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี&amp;nbsp; และผู้ป่วยออกจากบ้าน&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส&amp;nbsp; แต่จุดชี้ขาดคือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของประชาชน&amp;nbsp; และมาตรการการป้องกันในพื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่กำลังดำเนินการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีผลกระทบต่างๆ ที่จะติดตามมา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านการแพทย์&amp;nbsp; การรักษาพยาบาลที่จะต้องเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; ด้านสังคม&amp;nbsp; มีการปิดงาน&amp;nbsp; ทำให้มีประชาชนเดินทางกลับชนบทจำนวนมาก&amp;nbsp; ซึ่งมีโอกาสที่จะมีการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; โดยเฉพาะผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วยเรื้อรัง&amp;nbsp; และเด็ก &amp;nbsp;ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ&amp;nbsp; ดังนั้นหน่วยงานยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพในส่วนกลาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สช.&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; จึงร่วมมือกับหน่วยงานด้านสังคม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หน่วยงานปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน่วยงานเหล่านี้จึงได้บูรณาการแผนงาน&amp;nbsp; เครื่องมือ&amp;nbsp; และงบประมาณ&amp;nbsp; เพื่อหนุนช่วยการทำงานในพื้นที่ให้เกิดการขับเคลื่อน&amp;nbsp; จากประชาชนที่ตกอยู่ในภาะที่ตื่นกลัว&amp;nbsp; ให้ปรับเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะใช้พื้นที่ตำบลเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์&amp;nbsp; เป็นพื้นที่และฐานดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp; มีหน่วยงานต่างๆ จากส่วนกลางช่วยหนุนเสริม&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแล&amp;nbsp; และป้องกันตัวเองได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้ป่วยเรื้อรัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาธิการ สช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.พร้อมใช้กลไกต่าง ๆ ขับเคลื่อน 1,300 ตำบลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์ไวรัส COVID-19 &amp;nbsp;เป็นเรื่องใหญ่&amp;nbsp; เป็นโจทย์ของมนุษยชาติ&amp;nbsp; ทุกฝ่ายจึงต้องรวมพลังกัน&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของ พอช.ทำงานในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,789 &amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; 1,133&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; และพื้นที่เศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 500 ตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้มีการประชุมผู้แทนเครือข่ายเหล่านี้ในการรับมือกับภัย COVID&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; เพื่อจัดทำหน้ากากอนามัยป้องกันการติดเชื้อร่วมกับ รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ขณะนี้ทำไปแล้วใน 46 จังหวัด&amp;nbsp; ประมาณ 200&amp;nbsp; กลุ่ม&amp;nbsp; ผลิตได้แล้ว&amp;nbsp; 555,649&amp;nbsp; ชิ้น&amp;nbsp; เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ พอช.จะใช้กลไกต่างๆ เหล่านี้ที่มีอยู่ทั้ง 77 จังหวัดร่วมมือกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สช.&amp;nbsp; สสส. ลงไปทำงานในชุมชนในระดับตำบลร่วมกับท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; โดยมี 1.แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน&amp;nbsp; เป็นแผนเชิงรุก&amp;nbsp; เพื่อป้องกัน&amp;nbsp; ฟื้นฟู&amp;nbsp; และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID &amp;nbsp;และ 2.แผนรับมือผลกระทบจากผู้ตกงานที่กลับคืนสู่ชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; โดยในปีนี้ พอช.มีแผนการและงบประมาณที่จะดำเนินการได้เลยจำนวน 1,300 ตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; ผ่านโครงการและกลไกที่ พอช.มีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; พื้นที่ตำบลเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2563 &amp;nbsp;พอช.ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 2,230.94 ล้านบาท ใน 6 โครงการ เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.โครงการส่งเสริมการพัฒนากิจกรรมของสภาองค์กรชุมชนตำบล จำนวน 1,250 ตำบล งบประมาณ 54.25 ล้านบาท เพื่อให้สามารถจัดทำแผนพัฒนาทางด้านต่างๆ ของตำบลตัวเองได้ แล้วนำแผนไปเชื่อมโยงกับท้องถิ่น เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;2.การพัฒนาและเชื่อมโยงธุรกิจชุมชนจำนวน 500 ตำบล งบประมาณ 69.77 ล้านบาท โดยสนับสนุนการจัดทำแผนธุรกิจชุมชนระดับตำบล เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจชุมชนระดับจังหวัด เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชาวบ้านและชุมชน&amp;nbsp; 3.การสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย แก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยในเมืองและในชนบทให้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน รวม 21,115 ครัวเรือน งบประมาณ 1,708.89 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;4.การสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนระดับตำบล โดยให้ชุมชนต่างๆ จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนดูแลซึ่งกันและกัน และสมาชิกออมเงินสมทบวันละ 1 บาท มีเป้าหมาย 2,289 กองทุน งบประมาณ 369.84 ล้านบาท&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เป้าหมาย&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเทศไทยต้องชนะ&amp;nbsp; และฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนชัย&amp;nbsp; อาจหาญ&amp;nbsp; หัวหน้าสำนักสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากการพูดคุยของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการใช้พลังชุมชนต่อสู้กับภัย COVID-19 เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาที่ สช.&amp;nbsp; มีประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการในระดับพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ 1. การสื่อสารข้อมูลจากส่วนกลางลงไปในพื้นที่ตำบล&amp;nbsp; 2.การสนับสนุนให้เกิดวงพูดคุยเพื่อสานพลังในระดับตำบลหรือเทศบาล&amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมจากสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; กำนัน&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; การคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้า-ออกชุมชน&amp;nbsp; การเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; การให้ความช่วยเหลือต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในระดับพื้นที่จะต้องนำข้อมูลจากการสำรวจมาวิเคราะห์ร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อแยกแยะประชาชนกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp; กลุ่มคนตกงาน&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การออกแบบการให้ความช่วยเหลือให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; หรือออกมาตรการทางสังคมในพื้นที่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การห้ามคนเข้า-ออก เข้ามาแล้วต้องเฝ้าระวังอย่างไร?&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นแผนปฏิบัติการร่วมกัน&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานในระดับอำเภอ-จังหวัดให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เป็นการสานพลังของทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ในขณะที่ พอช.จะมีส่วนในการสนับสนุนผ่านโครงการและงบประมาณที่มีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ใช้สภาองค์กรชุมชนขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจ&amp;nbsp; การสร้างอาชีพรองรับ&amp;nbsp; การสร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนชัยยกตัวอย่างการรวมพลังของทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเกียรติ&amp;nbsp; พิทักษ์กมลพร&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ภาครัฐมีมาตรการจัดการกับปัญหาไวรัส COVID-19 เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp; แต่หากภาคประชาชนปล่อยให้ภาครัฐดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวคงจะไม่สำเร็จ&amp;nbsp; จะต้องใช้พลังทางสังคมหรือภาคประชาชนเข้าไปหนุนเสริม&amp;nbsp; ซึ่งวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อสร้างพลเมืองตื่นรู้ในระดับพื้นที่&amp;nbsp; และจะต้องขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในระดับตำบล&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดพื้นที่ปฏิบัติงานในระดับตำบล&amp;nbsp; โดยมีภาครัฐช่วยหนุนเสริม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด&amp;nbsp; คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; และภาคประชาชนสังคม&amp;nbsp; ประชาชนทั่วไปมาร่วมกันสานพลัง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเกียรติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; การจัดเวทีพูดคุยในระดับตำบลเพื่อแก้ไขปัญหา COVID จึงมีความสำคัญ&amp;nbsp; เพื่อให้รู้สถานการณ์ว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ในระดับพื้นที่ตำบลกำลังทำอะไร&amp;nbsp; และจะทำอย่างไร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเฝ้าระวังการติดเชื้อในระดับชุมชน&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; และบุคคล&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; และคนตกงานที่กลับสู่ชุมชนจะช่วยอย่างไร&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่เริ่มใช้ธรรมนูญตำบลมาสู้กับภัย COVID แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ยโสธร&amp;nbsp; นครราชสีมา ฯลฯ&amp;nbsp; และสามารถใช้เงินจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลหรือท้องถิ่นมาใช้ขับเคลื่อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจากกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) สปสช.&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีการจัดตั้งกองทุน กปท.ร่วมโครงการ &amp;lsquo;พลังคนไทยร่วมใจป้องกันไวรัสโคโรนา 2019&amp;rsquo; แล้ว 1,579&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; รวม 2,267 โครงการ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม&amp;nbsp; 162.85 ล้านบาท&amp;nbsp; เพื่อ 1.รณรงค์ให้ความรู้ &amp;nbsp;2.จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ฯลฯ&amp;nbsp; 3.คัดกรองกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; 4.ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp; ติดตามกลุ่มเสี่ยงในชุมชน&amp;nbsp; 5.เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช. กล่าวย้ำว่า &amp;ldquo;สถานการณ์ตอนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลคือพื้นที่สู้รบที่เราจะต้องเอาชนะ&amp;nbsp; และจะต้องปฏิบัติจริงและเริ่มทำทันทีตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp; โดยใช้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp; เพื่อผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้&amp;nbsp; ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของพลังชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; และจะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่สำคัญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประทีป&amp;nbsp; ธนกิจเจริญ&amp;nbsp; เลขาธิการ สช. กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ภาคประชาชนจะใช้ฐานในระดับตำบลเป็นพื้นที่ขับเคลื่อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; อสม. ฯลฯ&amp;nbsp; โดยระดมกำลังและทรัพยากรที่มีอยู่มาหนุนช่วยภาครัฐ&amp;nbsp; และประเทศไทยจะต้องชนะ&amp;nbsp; และฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ตำบลเป็นฐานยุทธศาสตร์&amp;nbsp; ประชาชนเป็นศูนย์กลาง&amp;nbsp; สู้กับ &amp;lsquo;COVID-19&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยมีองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เทศบาลนคร&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; และ อบต. รวมทั้งหมด 7,774&amp;nbsp; แห่ง (ไม่รวม อบจ. กทม.และพัทยา) โดยมีการจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นแล้ว&amp;nbsp; จำนวน 7,738&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล/เทศบาลทั่วประเทศ จำนวน 5,997 กองทุน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีสภาองค์กรชุมชนตำบลอีก 7,789 &amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ซึ่งกองทุนต่างๆ เหล่านี้สามารถร่วมมือกับหน่วยงานด้านสุขภาพในท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล&amp;rsquo; ป้องกัน COVID-19&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น หรือ &amp;lsquo;กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล&amp;rsquo; จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 &amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เช่น&amp;nbsp; อบต. ร่วมมีบทบาทส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและฟื้นฟูสมรรถภาพประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; โดยเปิดให้ประชาชนและองค์กรภาคีต่าง ๆ ในพื้นที่มีส่วนร่วมบริหารจัดการระบบสุขภาพ&amp;nbsp; โดยมีงบประมาณสนับสนุนจาก สปสช. และ อปท.ที่เข้าร่วมจัดตั้งกองทุนร่วมจัดสรรงบประมาณสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;รวมพลังคนไทยร่วมใจป้องกันไวรัสโคโรนา (COVID-19)&amp;rsquo; ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยให้องค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีการจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพแล้วเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&amp;nbsp; และสามารถเสนอโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.รณรงค์ให้ความรู้ &amp;nbsp;2.จัดหาอุปกรณ์ป้องกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ฯลฯ&amp;nbsp; 3.คัดกรองกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; 4.ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp; ติดตามกลุ่มเสี่ยงในชุมชน&amp;nbsp; 5.เฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น&amp;nbsp; โดยขณะนี้มี อปท.ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการแล้ว&amp;nbsp; จำนวน 1,579&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 2,267 โครงการ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม&amp;nbsp; 162.85 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมพลังชุมชนสู้วิกฤตร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช. มีเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,789 &amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; 1,133&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; และพื้นที่เศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 500 ตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายต่างๆ เหล่านี้จะร่วมกับผู้นำชุมชน&amp;nbsp; รพ.สต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; กำหนดมาตรการในการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสร่วมกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้าเพื่อใช้ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในพื้นที่&amp;nbsp; 46&amp;nbsp; จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp; ประมาณ 200 กลุ่ม&amp;nbsp; ขณะนี้ (31 มีนาคม)&amp;nbsp; ผลิตได้แล้วประมาณ&amp;nbsp; 555,649 ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเป้าหมายทั้งหมด&amp;nbsp; 1,482,500 ชิ้น&amp;nbsp; และแจกจ่ายให้แก่ประชาชนแล้ว&amp;nbsp; 239,767&amp;nbsp; ชิ้น&amp;nbsp; เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคอีสาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรัง อ.กุดรัง&amp;nbsp; จ.มหาสารคาม&amp;nbsp; ร่วมกับ อบต.&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; กลุ่มสตรี&amp;nbsp; และกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล&amp;nbsp; ร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้า&amp;nbsp; ใช้ผ้าที่ไม่ระคายเคืองต่อใบหน้าและจมูก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผ้ามัสลิน&amp;nbsp; ผ้าสาลู (ใช้ทำผ้าอ้อมเด็ก) และผ้าสำลี&amp;nbsp; โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสวัสดิการฯ จำนวน 15,000 บาท&amp;nbsp; งบ อบต.ประมาณ 20,000 บาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าผลิตหน้ากากอนามัยจำนวน&amp;nbsp; 10,000 ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดมาให้ความรู้ด้านการผลิต&amp;nbsp; วันหนึ่งผลิตได้ประมาณ 700-800 ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้จักรเย็บผ้า&amp;nbsp; 30 เครื่อง&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือเย็บด้วยมือ&amp;nbsp; โดยมีอาสาสมัครในตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; นักเรียนและนักศึกษามาช่วยกันผลิตประมาณวันละ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลผาปัง&amp;nbsp; อ.แม่พริก&amp;nbsp; จ.ลำปาง&amp;nbsp; มีมาตรการป้องกันไวรัส COVID โดยแจ้งให้แต่ละครอบครัวทราบว่า&amp;nbsp; หากมีญาติพี่น้องเดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมจะต้องปฏิบัติตนเองอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วันเพื่อรอดูอาการ&amp;nbsp; ไม่ออกไปพบปะเพื่อนบ้าน หรือไปในแหล่งชุมชน&amp;nbsp; ชุมชนเตรียมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เจลล้างมือ&amp;nbsp; จัดตั้งคณะกรรมการดูแลประจำซอยและกลุ่มบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; กรณีพบผู้ติดเชื้อให้รีบแจ้งสาธารณสุขอำเภอและจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; และเครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; รวมทั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้า&amp;nbsp; มีเป้าหมายแห่งละ 1,000-10,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชิ้น (ตามสถานะและความพร้อมของแต่ละพื้นที่)&amp;nbsp; รวมทั้งมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp; (สภาองค์กรชุมชนตำบล-กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางขุด&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการฯ ตำบลโพธิ์งาม) ใช้วิทยากรจากชุมชนจำนวน 15 คนสอนการผลิตหน้ากากอนามัยในตำบลต่างๆ&amp;nbsp; ได้รับการสนับสนุนผ้าและวัสดุจาก อบจ.ชัยนาท&amp;nbsp; มีเป้าหมายการผลิต 100,000 ชิ้น&amp;nbsp; ขณะนี้ผลิตได้แล้ว 50,000&amp;nbsp; ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน (สายน้ำชะอวด)&amp;nbsp; อ.ชะอวด&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; ซึ่งมีเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน 11 ตำบล&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 87 หมู่บ้าน&amp;nbsp; พบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัส COCID ในตำบลนาหลง&amp;nbsp; จำนวน 2 ราย&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจึงมีมาตรการต่างๆ ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีจุดบริการเจลล้างมือ&amp;nbsp; ผลิตหน้ากากอนามัยและรณรงค์ให้ใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลชะอวด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แอลกอฮอล์&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย N95&amp;nbsp; และปรอทวัดไข้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าวทิ้งท้ายว่า &amp;ldquo;วิกฤต COVID-19 ครั้งนี้&amp;nbsp; ไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง&amp;nbsp; แต่จะต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน&amp;nbsp; โดยใช้พลังของชุมชนที่มีอยู่ทั่วประเทศร่วมมือกัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะในระดับตำบล&amp;nbsp; เชื่อมโยงกับอำเภอและจังหวัด&amp;nbsp; โดยมีแผนงานในการเฝ้าระวัง&amp;nbsp; ป้องกัน&amp;nbsp; ดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งแผนงานในการรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เช่น&amp;nbsp; ปัญหาเรื่องคนตกงานที่จะกลับสู่ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อให้คนเหล่านี้มีรายได้&amp;nbsp; โดยชุมชนช่วยกันดูแล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน พอช.และภาคีเครือข่ายจะร่วมกันสนับสนุน&amp;nbsp; ซึ่งผมเชื่อว่าชุมชนมีพลังที่จะต่อสู้กับปัญหานี้&amp;nbsp; และประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61965</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเมืองตื่นรู้ สู้ภัย COVID-19, สู้ภัย COVID-19, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์คิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e880da425293.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
