<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์&#039; ปรับตัวสู้โควิดลุยขายบ้านเดี่ยวเพิ่ม เล็งขยายธุรกิจสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ MJD เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเร่งเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งจากภายในสู่ภายนอก ภายใต้กลยุทธ์ &amp;ldquo;Building A Stronger Now&amp;rdquo; ปรับตัวและพัฒนาทิศทางการทำงานเพื่อให้องค์กร พนักงาน พันธมิตร ลูกบ้าน ตลอดจนลูกค้าใหม่ ยังสามารถก้าวไปได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ภายใต้ทุกความท้าทายในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังยังคงได้รับแรงกดดันอย่างมากจากโควิด-19 ทุกธุรกิจและอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน จึงต้องวางแผนพร้อมรับกรณีเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถควบคุมความไม่แน่นอนเหล่านั้น รับมือทุกสถานการณ์ได้อย่างแข็งแกร่ง และไม่ใช่แค่ทำให้องค์กรแข็งแกร่งขึ้น แต่ต้องช่วยพนักงาน ช่วยพันธมิตร ช่วยลูกบ้าน ช่วยลูกค้า ช่วยผู้เกี่ยวข้องกับองค์กรในทุกส่วนให้แกร่งขึ้นไปด้วย เพื่อให้ทุกคนรอดพ้นจากความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าวนั้น จะเน้นปรับแผนในช่วงไตรมาส 4/2564 เน้นการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวแทนคอนโดมิเนียม โดยปรับจากแผนเดิมที่มีบ้านเดี่ยว 1 โครงการและคอนโดมิเนียม 2 โครงการ สู่การพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว 2 โครงการและคอนโดมิเนียม 1 โครงการแทน พร้อมบมือพันธมิตรเพื่อเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ และกระตุ้นให้ผู้บริโภคเข้าถึงโครงการของเครือเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทเร่งสำรองเงินสดและสินเชื่อพร้อมใช้ ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจให้พร้อมรับมือความท้าทาย พร้อมทั้งได้เตรียมการในการจ่ายคืนหุ้นกู้ในปีนี้ให้ครบถ้วน พร้อมกับกระจายความเสี่ยง เร่งเดินหน้าธุรกิจใหม่ๆ ให้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ HealthScape คาดว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ธุรกิจดังกล่าวช่วงปลายไตรมาส 3/2564 นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังเร่งศึกษาแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงโควิด-19 เพื่อมาพัฒนาสินค้าและบริการทั้งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซูรีและกลุ่มธุรกิจใหม่ให้ตอบโจทย์ทุกห้วงเวลาชีวิตของผู้บริโภคในอนาคต &amp;nbsp;สำหรับช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทยังคงรักษาขีดความสามารถในการดำเนินการได้อย่างดี มี Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 รวม 4,635 ล้านบาท และสามารถปิดการขายได้ถึง 3 โครงการ ในที่นี่รวมไปถึงโครงการมอลตัน ไพรเวท เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 31 &amp;nbsp;ที่ปิดโครงการได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี การก่อสร้างและทยอยโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการเมทริส พัฒนาการ-เอกมัย &amp;nbsp;ที่ทำได้ตามเป้าหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเพชรลดา กล่าวว่า มาตรการปิดแคมป์คนงานในช่วงเดือน ก.ค. ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานภาพรวมของบริษัทมากนัก เนื่องจากปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างเพียงไม่กี่โครงการ เช่น โครงการมิวนีค หลังสวน ซึ่งเดิมก่อสร้างมาได้เร็วกว่าแผนงาน และน่าจะส่งมอบได้ตามกำหนดการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111366</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์, บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน), ปรับธุรกิจ, สู้โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100bfb789ab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; ชื่นชมภาคเอกชน​ช่วยสู้โควิด​ มอบห้องความดันลบแบบ​Modular Unit ให้โรงพยาบาลฝ้าวิกฤติ​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลในกำกับ อว. มีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ส่งมอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมีความภูมิใจที่ อว. สามารถพัฒนาห้องความดันลบได้สำเร็จ ซึ่งความสามารถแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกประเทศ หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ตนจึงมองประเทศไทยในแง่ดี เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ก็เช่นกัน เรามีทางออก มีความหวัง มีอนาคต ที่สำคัญ เราได้เห็นความเข้มแข็งของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ธุรกิจไม่ได้แปลว่าการหากำไรแต่อย่างเดียว ในยามที่บ้านเมืองเกิดปัญหาภาคเอกชนไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมฝ่าฟันวิกฤติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว. กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ห้องความดันลบแบบ Modular Unit มาจากฝีมือของสถาบันแสงซินโครตรอน ซึ่งปกติจะทำเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในยามคับขันเช่นนี้ก็นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ทันการณ์ในราคาต้นทุนต่ำมาก และ ส.อ.ท. ได้นำพิมพ์เขียวที่พัฒนาขึ้นนี้ไปผลิตต่อ แม้แต่การผลิตชุดหมี PPE ที่แต่เดิมต้องซื้อในราคาหลักหมื่น แต่ตอนนี้เราทำให้ถูกลงได้ถึง 10 เท่า สามารถซักและใช้ซ้ำได้ ขณะที่ชุด PAPR&amp;nbsp; ที่มีราคาหลักแสน เราก็ผลิตได้ในราคาไม่ถึงหมื่น วัคซีนเราก็เริ่มคิดค้นและพัฒนาได้ในเวลาไล่เลี่ยกับประเทศตะวันตก และอีกไม่นานก็จะผลิตออกมาใช้ได้ ล่าสุด ยังผลิตยาฟาวิพิราเวียร์กันได้เอง ราคาเพียงแค่เม็ดละ 30 บาท ถูกกว่านำเข้า 3 - 4 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ในเวลานี้ได้มีภาคเอกชนรับไปต่อยอดในเชิงธุรกิจแล้ว ในวิกฤติจึงมีโอกาสอย่างแท้จริง ความสามารถเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงโอกาสของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่จะหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานนวัตกรรม&amp;nbsp; เปลี่ยนอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะทำให้เราแข่งขันในระดับโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ต้องมีสติ มีความรักสามัคคี คนไทยสู้ได้เมื่อภัยมาเสมอ รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความหวังและให้เกียรติกับภาคเอกชนมาก และขอบคุณภาคเอกชนที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยกู้วิกฤติในสถานการณ์คับขัน&amp;nbsp; อย่าง ส.อ.ท. ที่มีการออกมาตรการชัดเจนทั้งในเรื่องของการป้องกัน การรักษา และเยียวยา&amp;nbsp; และยังได้ช่วยกันออกแบบเครื่องเก็บวัคซีนประมาณร้อยกว่าเครื่องเพื่อรองรับการดูแลวัคซีนของประเทศ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชนแน่นอน อีกไม่เกิน 3-4 เดือน สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น วัคซีนจะเข้ามาทันใช้แน่นอน เราต้องไม่ท้อแท้ ไม่ถดถอย ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย&amp;rdquo; ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า&amp;nbsp; จัดตั้ง &amp;quot;กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19&amp;quot; ภายใต้มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งของที่จำเป็น อาทิ ห้องความดันลบแบบ Modular Unit ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม, กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. โดยได้ร่วมกับ อว. จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้แก่สถานพยาบาลในเครือ อว. และสถานพยาบาลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน โดยในวันนี้ ถือเป็นการส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก (สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย) ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดหาห้องความดันลบแบบ Modular Unit จำนวน 50 ห้อง มูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาห้องความดันลบช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เลขที่บัญชี 009-1-71583-0 ธนาคารกรุงไทยสาขาไทยเบฟควอเตอร์ (ใบบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100%) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ส.อ.ท.หมายเลข 1453 ทุกปัญหาอุตสา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111272</URL_LINK>
                <HASHTAG>Modular Unit, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ธนาคารกสิกรไทย, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, ภาคเอกชน, ยาฟาวิพิราเวียร์, ส.อ.ท., สถาบันแสงซินโครตรอน, สภาหอการค้า, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สู้โควิด, ห้องความดันลบ, อว., เครื่องเก็บวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffa8450dab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมใช้มาตรฐาน ตู้เก็บวัคซีนส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด สมอ.ไฟเขียวมาตรฐานตู้เก็บวัคซีน เร่งเดินหน้าประกาศใช้ภายในเดือน ส.ค.นี้ รองรับความต้องการโรงพยาบาล-หน่วยงานทางการแพทย์ทั่วประเทศ คงคุณภาพวัคซีนในอุณหภูมิ 2-8 &amp;nbsp;องศาเซลเซียส ก่อนบริการฉีดให้คนไทยสู้โควิด ระบุผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาร่วมกลั่นกรอง หนุน ส.อ.ท.ผลักดันผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ-เครื่องทำความเย็นผลิตตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า บอร์ด สมอ.มีมติเห็นชอบมาตรฐานรวมทั้งสิ้น 48 มาตรฐาน ซึ่งมีมาตรฐานสำคัญๆ อาทิ มาตรฐานตู้เก็บวัคซีน, เครื่องจักรกลการเกษตร, สุราแช่, สุรากลั่น, ทีวีสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ, สุขภัณฑ์เซรามิก, คอนกรีตบล็อก, กล้องติดรถยนต์ และเครื่องยนต์ก๊าซโซลีนขนาดเล็ก เป็นต้น โดยเฉพาะมาตรฐานตู้เก็บวัคซีน ตนได้เร่งให้ สมอ.ดำเนินการประกาศใช้มาตรฐานโดยเร็วที่สุด เพื่อรองรับปริมาณความต้องการของโรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ในการเก็บรักษาวัคซีน เพื่อคงคุณภาพของวัคซีนก่อนนำไปฉีดให้ประชาชน
นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) กล่าวว่า สำหรับมาตรฐานตู้เก็บวัคซีน เฉพาะด้านสมรรถนะ เล่ม 1 ช่วงอุณหภูมิที่ยอมรับ &amp;nbsp;2 องศาเซลเซียส ถึง 8 องศาเซลเซียส มอก. 3245 &amp;nbsp;เล่ม 1-2564 นี้ สมอ.ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งเป็นองค์กรกำหนดมาตรฐานขั้นสูงของ สมอ. หรือ SDOs จัดทำมาตรฐานดังกล่าวขึ้น&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการวิชาการ (กว.) รายสาขา เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานร่วมกันพิจารณากลั่นกรองมาตรฐานดังกล่าว อาทิ&amp;nbsp;แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, &amp;nbsp;สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ไทย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวต่อว่า ทั้งนี้มาตรฐานครอบคลุมตู้เก็บวัคซีนแบบ 2 ประตู กระจกสองชั้น ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 250 โวลต์ สำหรับเก็บรักษาวัคซีนในช่วงอุณหภูมิ 2 องศาเซลเซียส ถึง 8 องศาเซลเซียส &amp;nbsp;รวมไปถึงยาและเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ชนิดที่มีการใช้ครั้งเดียว&amp;nbsp;(disposable &amp;nbsp;use) และปิดสนิท (sealed package) ซึ่งมีข้อกำหนดที่สำคัญคือ ข้อกำหนดทั่วไปของตู้เก็บความเย็น &amp;nbsp;อุณหภูมิช่องเก็บ อุณหภูมิหลังเปิดประตู อุณหภูมิภายในตู้เมื่อไฟฟ้าดับ สัญญาณเตือนเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่าหรือสูงกว่าช่วงอุณหภูมิที่ยอมรับได้ อุปกรณ์เตือน และการแสดงผลกับผู้ใช้ ทั้งนี้ สมอ.คาดว่ามาตรฐานพร้อมประกาศใช้ภายในเดือน ส.ค.นี้ และจะร่วมกับ ส.อ.ท.ผลักดันให้ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นนำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้ เพื่อให้สามารถผลิตตู้เก็บวัคซีนที่มีคุณภาพตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก รองรับความต้องการของโรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ในการเก็บรักษาวัคซีน ที่จะมีการนำเข้ามาฉีดให้ประชาชนจำนวนมากในอนาคตอันใกล้นี้
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบมาตรฐานสุรากลั่นและสุราแช่ ที่ได้ให้ กว.สาขาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นผู้จัดทำมาตรฐานดังกล่าว กลับไปทบทวนเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่กำหนดในมาตรฐานฉบับแก้ไขใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่ามาตรฐานเดิม โดยบอร์ดได้เห็นชอบให้คงค่าเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรฐานเดิมคือ สุรากลั่นให้คงเกณฑ์ในรายการเมทิลแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;ไม่เกิน 420 มิลลิกรัมต่อลิตร และแอลดีไฮด์ไม่เกิน &amp;nbsp;160 มิลลิกรัมต่อลิตร สำหรับสุราแช่กำหนดปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อลิตร เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากศูนย์ข้อมูล COVID-19 นับจากประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก ตั้งแต่วันที่ 28 &amp;nbsp;กุมภาพันธ์ 2564 จำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 &amp;nbsp;ก.พ.-21 ก.ค.64) รวม 15,084,696 โดส ใน 77 &amp;nbsp;จังหวัด ภาพรวมยอดฉีดวัคซีน วันที่ 21 กรกฎาคม &amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ยอดฉีดทั่วประเทศ 279,576 โดส เข็มที่ 1 อยู่ที่ 246,287 ราย เข็มที่ 2 อยู่ที่ 33,289 ราย จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 11,538,866 &amp;nbsp;ราย (จำนวนผู้ได้รับวัคซีนทั้งหมด) จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม 3,545,830 ราย (จำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์) ผลการดำเนินการให้บริการวัคซีนโควิด-19 (COVID-19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ค.64&amp;nbsp;ยอดผู้รับวัคซีนเพิ่ม &amp;nbsp;87,549 โดส ยอดผู้รับวัคซีนสะสม 4,910,388 โดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตู้เก็บวัคซีน, ส.อ.ท., สู้โควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุณหภูมิ 2-8  องศาเซลเซียส, เครื่องปรับอากาศ, เดือน ส.ค., เตรียมใช้มาตรฐาน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d58d53af504.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นาย ณภัทร&#039;ทำบุญวันเกิด บริจาค 2 ล้าน สู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หล่อด้วยใจดีด้วย สำหรับพระเอกหนุ่ม นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนักแสดงรุ่นใหญ่ หมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ ที่ในวันคล้ายวันเกิดในปีนี้ ได้บริจาคเงิน ให้แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ 1.5 ล้านบาท และสถาบันบำราศนราดูร 5 แสนบาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 2 ล้านบาท เพื่อมอบเป็นกำลังใจให้ทีมแพทย์พยาบาล เพื่อสู้โควิด-19 ตามโพสต์นี้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นาย ณภัทร์ ได้โพตส์ในอินสตาแกรมว่า&amp;quot;วันเกิดผม ขอมอบของขวัญ เป็นกำลังใจ ให้ทีมแพทย์พยาบาล เพื่อสู้โควิด 2 ลบ. #เราจะสู้ไปด้วยกันนะครับ #9naphatbd2021 #naphat_nine #นายณภัทร @pimpaka&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม naphat_nine&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101881</URL_LINK>
                <HASHTAG>2ล้าน, นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ, บริจาคเงิน, สู้โควิด, หมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_60929658c7ab6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปุ๊กลุก ฝนทิพย์&#039;บริจาคเงิน 1 ล้านบาท สู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สวยด้วยใจบุญด้วย สำหรับ ปุ๊กลุก- ฝนทิพย์ วัชรตระกูล นางเอกสาวคนดัง และอดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ที่ขอบริจาคเงิน 1 ล้านบาท ซื้อเครื่องช่วยหายใจให้โรงพยาบาลกลาง เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด โดยปุ๊กลุกได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พี่ผึ้งพี่ที่สนิทมากๆ ทำงานอยู่กับคุณหมอพล ซึ่งคุณหมอแจ้งมาว่าทางโรงพยาบาลกลางไม่สามารถรับคนไข้ที่ติดเชื้อ โควิด-19 ได้ในช่วงนี้ เนื่องจากเครื่องมือทางการแพทย์ไม่พอจริงๆ เช่นเครื่องช่วยหายใจ เป็นโรงพยาบาลรัฐ จึงทำให้มีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคโควิดเยอะมากๆ ปุ๊กลุกจึงขอนำเงินที่ต้องถวายให้กับพระเจ้า ซึ่งโดยปกติต้องถวายเข้าคริสตจักรเพื่อช่วยเหลือชุมชนและช่วยเหลือเด็กๆ ด้านการศึกษามาให้กับทางโรงพยาบาลนะคะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะตอนนี้จำเป็นจริงๆ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ คนรวมถึงแพทย์และพยาบาลทุกท่านที่ทำงานหนักมากๆ ขอพระเจ้าปกป้องทุกคนนะคะ และขอให้เกียรติทั้งหมดในเงินก้อนนี้เป็นของพระองค์ค่ะ ใครที่ต้องการช่วยเหลือสามารถโอนเข้ามาเพิ่มเติมได้ที่เลขบัญชีนี้ค่ะ &amp;quot;มูลนิธิโรงพยาบาลกลาง&amp;quot;บัญชี ออมทรัพย์ ธ.กรุงเทพ สาขาสำนักพลับพลาชัย เลขที่ 001-087506-0&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม pooklook_fonthip&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100938</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริจาค 1 ล้านบาท, ปุ๊กลุก- ฝนทิพย์ วัชรตระกูล, สู้โควิด, โรงพยาบาลกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087ef8b577f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผับขอนแก่นสู้โควิด ปรับขายข้าวแกงถูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เจ้าของผับชื่อดังขอนแก่นฮึดสู้โควิด พาลูกน้องเปิดร้านหมูกระทะ-ข้าวราดแกง ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 25 บาท พร้อมจัดเมนูพิเศษทุกวันจันทร์ ให้กำลังใจทุกคนอย่าท้อ ทุกเหตุการณ์ต้องช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ย่านการค้าโอโซนวิลเลจขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ริม ถ.เทพารักษ์ ด้านข้างโรงเรียนขอนแก่นคริสเตียน เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีประชาชนจำนวนมากทยอยกันมาเลือกซื้อข้าวแกงยูบาร์ ซึ่งเปิดให้บริการแบบเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือพนักงาน ผู้มีรายได้น้อยและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ด้วยเมนูอาหาร 14 เมนูหลัก และข้าวขาหมูโก้โตน ที่ให้บริการในทุกวันจันทร์ ในราคาเริ่มต้นจานละ 25 บาท โดยมีประชาชนมายืนรอต่อคิวเลือกซื้ออาหารนานาชนิดเพื่อนำกลับไปรับประทานร่วมกันของครอบครัว รวมไปถึงการร่วมส่งกำลังใจสมทบทุนการจัดทำอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภาณุ ธีรภาณุ เจ้าของร้านข้าวแกงยูบาร์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ธุรกิจหลักของครอบครัวคือการเปิดร้านอาหารและสถานบันเทิง ในชื่อร้านเดอ ลา แจ๊ส และร้านยูบาร์&amp;nbsp; ซึ่งจัดเป็นร้านอาหารและสถานบันเทิงชื่อดังขงอจังหวัด แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระลอกใหม่ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ร้านต้องปิดตัวลงตามคำสั่งและตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเราก็ต้องปฏิบัติตามและให้ความร่วมมือเพื่อให้สถานการณ์นั้นได้คลี่คลายไปได้โดยเร็วที่สุด และเมื่อร้านต้องปิด ทำให้พนักงานที่มีอยู่รวมกว่า 70 คนนั้นต้องตกงาน ในระยะแรกได้ส่งพนักงานทั้งหมดไปทำงานที่โรงงาน แต่โรงงานก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ดังนั้นในการเป็นผู้นำเมื่อเราอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันแบบครอบครัว ผู้นำต้องกล้าที่จะตัดสินใจและไม่ท้อ จึงได้ตัดสินใจร่วมกันกับครอบครัวใช้พื้นที่ว่างของย่านการค้าโอโซนวิลเลจใจกลางเมืองแห่งนี้เปิดร้านหมูกระทะก่อนในระยะแรก และวันนี้เปิดข้าวราดแกงเพื่อให้พนักงานทุกคนนั้นได้มีงานทำและยังคงได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โควิดระบาดระลอกใหม่ในช่วงเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ผมตัดสินใจเปิดร้านหมูกระทะ เพราะเป็นอาหารทานง่าย และใช้พื้นที่โล่งไม่แออัดและเว้นระยะห่าง ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด และมาวันนี้เกิดการระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง ผมจึงตัดสินใจเปิดร้านข้าวแกงในชื่อร้างข้าวแกงยูบาร์ เพื่อให้พนักงานทุกคนนั้นมีงานทำ ด้วยการจัดระบบการทำงานออกเป็น 2 กะ คือกะแรกทำงานร้านข้าวแกง ตั้งแต่เวลา 07.00-14.30 น. จากนั้นกะที่ 2 ทำงานที่ร้านหมูกระทะ ตั้งแต่เวลา 15.30-21.00 น. ซึ่งพนักงานทุกคนก็ดีใจที่เราไม่ทอดทิ้ง อีกทั้งอาหารที่ทำจำหน่ายนั้น พนักงานยังคงสามารถรับประทานได้อีกด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภาณุกล่าวว่า ร้านข้าวแกงยูบาร์ให้บริการทุกวัน โดยไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 07.00-14.30 น. ใน 14 เมนู โดยทุกวันจะต้องมีผัดกะเพรา, ต้มจืด, พะโล้, แกงเขียวหวาน, น้ำพริก, ไข่ดาว, พะแนงหมูและไก่ทอด ส่วนเมนูอื่นๆ นั้นเป็นไปตามที่เชฟและทีมแม่ครัวจะพิจารณาจัดทำ โดยร้านเสิร์ฟแบบไม่อั้น กินจนอิ่มในราคาที่กำหนดไว้ตายตัว คือราด 1 อย่าง 25 บาท ราด 2 อย่าง 30 บาท ราด 3 อย่าง 35 บาท หากเป็นแกงถุง คือ 30 บาท และข้าวเปล่า 10 บาท ซึ่งทุกจานเราจะเสิร์ฟแบบอิ่มไม่อั้น เพราะข้าวแกงนั้นทานได้ทั้งวัน จึงตัดสินใจเปิดร้านข้าวแกงขึ้นเพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ร้านได้มีงานทำ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้ที่ชื่นชอบเมนูข้าวแกงได้รับประทานในราคาถูก รสชาติอาหารวัตถุดิบที่นำมาจำหน่ายอัดแน่นและเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ เพราะครอบครัวทำร้านอาหารมาทั้งชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเกิดเหตุการณ์เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีลูกค้าบางคนที่เข้ามารับประทานและรู้ว่าร้านของเรานั้นขายถูก และให้การช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ไม่มีข้าวทานที่มาขอรับข้าวแกงไปทาน ที่เราก็จัดชุดพิเศษให้ ลูกค้ารายนั้นก็ได้สมทบทุนเพื่อส่งมอบกำลังใจอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในทุกวันจันทร์ได้จัดให้มีเมนูพิเศษจานละ 30 บาท คือข้าวขาหมูโก้โตน ให้คนขอนแก่นได้อิ่มอร่อยด้วย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวราดแกง, ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ, พาลูกน้องเปิดร้านหมูกระทะ, สู้โควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมูกระทะ, เจ้าของผับ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ให้กำลังใจทุกคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086b9c372514.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ เผยข้อดี &#039;ถือศีลอดอาหาร&#039; ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63 - รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า&amp;nbsp;เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 ด้วยการถือศีลอดอาหาร โรคโควิด-19 สร้างปัญหาใหญ่โตเกินคาดไปทั่วทั้งโลก ระหว่างที่เขียนอยู่นี้วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2020 ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วทั้งโลกไต่ระดับขึ้นไปที่ 1.2 ล้านคนเข้าไปแล้ว เสียชีวิตเกิน 6 หมื่นราย ประเทศไทยติดเชื้อไป 2 พันกว่าคน เสียชีวิต 20 ราย คำแนะนำที่ใช้กันมากในเวลานี้คือการสร้างระยะห่างในสังคม (Social distancing) แนะนำให้แต่ละคนอยู่ห่างจากคนอื่น 1.5-2 เมตร เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการไอจามของผู้ป่วย ป้องกันตนเองด้วยสารพัดเครื่องมือ PPE ทั้งใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยโดยเจลล้างมือหรือสบู่ หยุดการสัมผัสหน้าตนเองเว้นแต่ต้องล้างมือสะอาดแล้วเท่านั้นและอีกหลายวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไวรัสก่อโรคโควิด-19 สร้างปัญหารุนแรงให้กับปอดกระทั่งหายใจไม่ได้จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจซึ่งเวลานี้ขาดแคลนขนาดหนัก บางประเทศถึงขนาดต้องเลือกกันแล้วว่าจะให้ใครมีชีวิตอยู่ต่อและจะให้ใครเสียชีวิต ขาดแคลนกันถึงระดับนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้นอกจากไม่ควรติดเชื้อโควิด-19 แล้วยังไม่ควรป่วยด้วยโรคอื่นอีกด้วยเนื่องจากสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดเวลานี้คือโรงพยาบาล จึงจำเป็นต้องแนะนำคนทั่วไปในเวลานี้ว่าอย่าได้ป่วย คำแนะนำง่ายๆคือทำร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้ด้วยการออกกำลังกาย หาทางเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยใช้โภชนาการ การนั่งสมาธิหรืออดอาหารก็แล้วแต่จะเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การถือศีลอด เดือนรอมฎอนของมุสลิมช่วยทั้งเพิ่มภูมิต้านทาน ทั้งยืดอายุขัย มีงานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันกันมานานแล้ว ส่วนกลไกที่การอดอาหารเข้าไปมีผลต่อเมแทบอลิซึมในร่างกายกระทั่งทำให้ภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นจะเป็นอย่างไรดูเหมือนมีคำอธิบายอยู่หลายเหตุผลขึ้นกับงานวิจัยชิ้นนั้นๆว่าเป็นไปในทิศทางใด ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นงานวิจัยของ วอลเตอร์ ลองโก (Valter Longo) ศาสตราจารย์ด้านพฤฒาวิทยาหรือกลไกความชราภาพแห่งมหาวิทยาลัย USC ในแคลิฟอร์เนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองโกทำงานวิจัยด้านการอดอาหารกับภูมิต้านทานไว้หลายชิ้น โดยชิ้นหนึ่งตีพิมพ์ใน ค.ศ.2014 ศึกษาทั้งในคนและในหนูทดลอง พบว่าเมื่ออดอาหารแบบ IF ซึ่งแตกต่างจากการถือศีลอดของมุสลิมเล็กน้อย โดยอดอาหาร 16 ชั่วโมงคร่อมเวลากลางคืนต่อเนื่องกันนานสามวัน ผลคือเม็ดเลือดขาวในเลือดลดลง เอนไซม์ PKA และฮอร์โมน IGF-1 ลดลง ตลอดช่วงสามวันพบว่าเมื่อได้รับอาหารอีกครั้ง ร่างกายเกิดการกระตุ้นกลไกการสร้างเม็ดเลือดขาวใหม่ขึ้นทดแทน ภูมิต้านทานโรคเพิ่มขึ้น สรุปคือการอดอาหารช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานใหม่สดขึ้นมา เป็นภูมิต้านทานที่พร้อมจะรับมือกับโรคที่จะเข้ามากร้ำกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเดือนเมษายน พ.ศ.2563 ปีนี้ตรงกับเดือนชะอฺบานซึ่งเป็นเดือนก่อนรอมฎอน ท่านศาสดานบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ถือศีลอดแทบทั้งเดือน หากใครคิดจะอดอาหารเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานโรค ช่วงเวลานี้เหมาะสมที่สุด จะเป็นทุกวันจันทร์และพฤหัสบดีอย่างที่ผมทำต่อเนื่องกันมานานหลายปี หรือถือศีลอด 3 วันช่วงขึ้น 13-15 ค่ำซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 6-8 เมษายน 2563 เป็นจังหวะที่ดีที่สุด ลองได้เลยอย่ารอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62218</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเดือนรอมฎอน, ถือศีลอด, ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล, รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน, สู้โควิด, อดอาหาร, เพิ่มภูมิต้านทานโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89e12216e12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
