<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทอน’พ้อเราสู้ไม่ได้อยู่แล้ว จตุพรแนะตั้งหลักอีก3ดาบรอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ลั่นพร้อมรับ กกต.จ่อเชือดอาญา พ้อเราสู้ไม่ได้อยู่แล้ว โต้ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้องเอาผิดเขียนประตูสภา แค่หาเรื่องเตะสกัด อนค. เทียบคดีโอนหุ้นกับดอน โวยเรื่องราวคล้ายกันแต่ผลลัพธ์ต่างสุดขั้ว &amp;quot;จตุพร&amp;quot; สอน &amp;quot;ทอน&amp;quot; ตั้งหลักหาทางสู้ มีอีก 3ดาบรอฟัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายธนาธร&amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปพบปะสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ สาขา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งก่อตั้งมาครบรอบ 1 ปี โดยกล่าวกับสมาชิกว่า ถึงจะไม่ได้เป็น ส.สแล้ว แต่ยังมี ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ที่ยังทำงานอยู่ในสภาถึง 80 เสียง และตนยังสามารถทำงานด้านการเมือง ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน แม้พรรคอนาคตใหม่จะไม่ได้เป็นพรรครัฐบาล แต่จะนำนโยบายของพรรคที่ได้หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชนนำไปแก้กฎหมายและพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ต่างๆ เช่น พ.ร.บ.การรับราชการทหาร หรือการเกณฑ์ทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 151 นั้น มองว่า กกต.มีปากกาอยู่ในมือ จะเขียนหรือไม่เขียนอย่างไรก็ได้ เพราะเราไม่มีปากกา เราสู้ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทุกอย่างตนเองพร้อมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ยังกล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเอาผิดสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ที่เขียนข้อความให้กำลังใจนายธนาธรที่ประตูกระจกรัฐสภาทำให้ทรัพย์สินของราชการเสียหายว่า ถามว่าไปดูกันหรือยังว่าเป็นยังไง จริงๆ แล้วจุดนั้นเป็นห้องประชุมของพรรค ซึ่งเป็นห้องกระจกใสๆ มีการเอาสติกเกอร์มีโลโก้ของพรรคไปติดเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนั้น ส.ส.ต้องการแสดงพลัง แสดงความห่วงใยกัน จึงได้มีการเขียนข้อความเอาไว้ ซึ่งมีอีกหลายเรื่องหลายประเด็นที่มีคนและมีกลุ่มคนฝ่ายตรงข้ามกับอนาคตใหม่พยายามสกัดกั้น สร้างเรื่องสร้างประเด็นให้พรรคอนาคตใหม่ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงตนเองต้องออกมาแก้ไข ชี้แจงทำให้เสียเวลากับเรื่องพวกนี้ จะได้ไม่มีเวลาไปหาทางต่อสู้กับการดำเนินการทางกฎหมายหลายเรื่องของพรรคของผมที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ ส.ส ของพรรคและผมไม่ย่อท้อ ยังเดินหน้าในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป&amp;quot; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวตอบโต้นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ที่แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์นายธนาธรว่า ที่ผ่านมามี ส.ว. 2 คนที่มักออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคอนาคตใหม่อยู่บ่อยครั้ง คือนายสมชาย แสวงการ และนายวันชัย ซึ่งเราสงสัยในการทำหน้าที่ของ ส.ว.ของทั้ง 2 คน เพราะทำหน้าที่ ส.ว. ไม่ใช่การโหวตเลือกนายกฯ แต่จะต้องทำหน้าที่ออกกฎหมายอย่างสร้างสรรค์ ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ อาจจะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบพรรค ซึ่งในส่วนของนายธนาธร ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยนั้น ประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นสิทธิ์ของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่สมควรที่จะมาพูดให้ร้ายพรรคการเมือง และไม่ควรเป็น ส.ว. เพราะวุฒิภาวะไม่ถึง เป็นได้ก็แค่เพียงผ้าขี้ริ้วเช็ดรองเท้าท็อปบูตของทหารเท่านั้น ซึ่งในทางการเมือง คนเป็น ส.ว.ต้องมีวุฒิภาวะและระมัดระวังคำพูดตลอดเวลา ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาให้ร้ายพรรคอนาคตใหม่ในทุกรูปแบบอย่างที่ทำอยู่&amp;rdquo; นายคารมระบุ
อนค.โวยเทียบคดีดอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ &amp;quot;ความเหมือน-ต่าง ของคดีหุ้น &amp;ldquo;ดอนรอด-ธนาธรไม่รอด&amp;rdquo; ไล่ตั้งแต่ชั้น กกต. ไปจนถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ว่าทั้ง 2 คดีมีความคล้ายกันในหลายจุด เริ่มจากมีผู้ไปร้องเรียน กกต. ว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาล คสช. และนายธนาธร ถือหุ้นต้องห้าม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบความเหมือน-ต่างของคดีดอน-ธนาธร จึงสามารถตั้งข้อสังเกตและข้อเปรียบเทียบได้ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การสั่งการให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อ กกต.ยื่นคำร้องของทั้งสองคนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อศาลรับคำร้องมาแล้วได้สั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราว แต่ไม่ได้สั่งห้ามนายดอนหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี นั้นคือความแตกต่างกรณีแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กกต.เชื่อว่าทั้งสองทำเอกสารโอนหุ้นย้อนหลัง ใน &amp;quot;ความเหมือน&amp;quot; นั้น ก็คือทั้งสองคนก็ได้ยกข้อกฎหมายเดียวกันมาต่อสู้ นั่นคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 และ 1141 (โดยนายธนาธรได้ยกแนวทางคำพิพากษาฎีกาที่เคยผ่านมาแล้วด้วย) โดยสรุปก็คือกฎหมายให้ถือ &amp;ldquo;ตราสารโอนหุ้น&amp;rdquo; เป็นพยานหลักฐานเอกสารหลักว่าได้โอนหุ้นไปแล้ว และให้บันทึกลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ในการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลไม่ได้เน้นไต่สวนข้อเท็จจริงว่านายดอนได้มีการโอนหุ้นหรือทำสัญญาโอนหุ้นในวันที่อ้างจริงหรือเปล่า ส่วนนายธนาธรนั้น โดนจี้ถามหนักมาก รวมถึงรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่เป็นสาระสำคัญหลักของคดี เช่น ถามว่าใครโทร.หานายธนาธรบ้างในวันที่ 8 มกราคม หรือยอดค่าหุ้นเท่าไหร่ (เขาจะไปจำตัวเลข 7 หลักซึ่งมีค่าเพียง 1% ของทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามีได้อย่างไร?) แต่เมื่อตอบว่า &amp;ldquo;จำไม่ได้&amp;rdquo; ก็กลายเป็นเรื่องราวถูกวิพากษ์วิจารณ์ใหญ่โต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กระบวนการส่งสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5 การส่งสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้นดังกล่าวนั้น บริษัทจะต้องส่งสำเนาให้กับกระทรวงพาณิชย์ หากดูในคดีของนายดอนนั้น ศาลไม่ได้ย้อนดูหรือนำมาเป็นประเด็นในการพิจารณา ศาลจึงยึดตามแนวทางประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 และตามตราสารโอนหุ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่านายดอนได้มีการโอนหุ้นโดยชอบแล้ว แต่สำหรับนายธนาธร ศาลเห็นว่ามีการนำไปอัพเดต บอจ.5 กับกระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 21 มี.ค. ที่แม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อรู้ว่าจะลงสมัครเลือกตั้ง ก็ควรจัดการให้เสร็จก่อนวันลงสมัครเลือกตั้ง 6 ก.พ. และเมื่อพิจารณา &amp;ldquo;พฤติการณ์แวดล้อมกรณี ซึ่งไม่เกี่ยวกับการโอนหุ้น&amp;rdquo; สามารถนำมาหักล้าง &amp;ldquo;พยานเอกสารที่เป็นหลักฐานการโอนหุ้นโดยตรง ซึ่งได้รับบทสันนิษฐานตามกฎหมายว่าถูกต้องเป็นจริง&amp;rdquo; ได้ ดังนั้นศาลจึงไม่เชื่อว่านายธนาธรโอนหุ้นแล้วในวันสมัครเลือกตั้ง จึงวินิจฉัยสั่งให้นายธนาธรพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ระยะเวลาในการดำเนินการ หากนับตั้งแต่ชั้น กกต. จนถึงวันศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย นายดอนมีเวลา 549 วัน ส่วนนายธนาธรมีเวลา 241 วัน นายดอนไม่พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ในขณะที่นายธนาธรพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานเป็นประจำทุกสัปดาห์ ทั้งนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองกรณีนายธนาธรว่า หลายคนไม่พอใจตนที่วิเคราะห์ในเรื่องคดีของนายธนาธรว่าจะไม่รอด ซึ่งก็ไม่รอดจริง เพราะนายธนาธรนั้นชัดเจนตั้งแต่การที่ไม่ได้ทำงานในสภาแม้แต่วันเดียว เป็นปรากฏการณ์ที่สรุปจบแล้วว่าถูกล็อกเป้า อย่างไรก็ไม่รอด สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ จะสู้ต่อไปอย่างไร เลิกคิดเรื่องความถูกผิด อย่าถามหาข้อเท็จจริง ถ้าเราถามหาเรื่องแบบนั้น แสดงว่าไม่เข้าใจกระดานการเมือง คนที่เพิ่งเคยเจอสถานการณ์นี้ต้องตั้งหลัก คิดในมิติที่ไม่เข้าข้างตัวเอง ทำความเข้าใจว่าถูกชี้เป้าไว้แล้ว&amp;nbsp;
อีก 3 ดาบรอฟัน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายธนาธรมีอย่างน้อย 4 ดาบที่ต้องเจอ ดาบแรกคือเรื่องพ้นสมาชิกภาพ ส.ส. ซึ่งเจอไปแล้ว ดาบที่สองคือเรื่องพรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องเรียนเรื่องล้มล้างการปกครอง ต้นเดือนธันวาคมจะมีการตัดสิน ดาบที่สามคือเรื่องต่อเนื่อง จากพ้นสมาชิกภาพ ส.ส.คือคดีอาญา ในศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง โทษ 1-10 ปี ตัดสิทธิ์การเมืองถ้าเต็มที่ก็ 20 ปี และดาบที่สี่คือเรื่องที่นายธนาธรให้เงินกู้กับพรรคอนาคตใหม่ สถานการณ์ขณะนี้ ในฐานะคนผ่านเส้นทางนี้มาแล้ว รู้ว่าจะเจออะไร ควรหาทางสู้ สู้อย่างไรต้องไปคิด&amp;quot; นายจตุพรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมเรื่อง ขอเรียกร้องให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเอาผิดพลพรรคอนาคตใหม่ที่มือบอนขีดเขียนประตูกระจกรัฐสภาทำให้ทรัพย์สินของราชการเสียหายว่า ตามที่ปรากฏภาพข่าวกรณีที่สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ต่างไปช่วยกันขีดเขียนข้อความในเชิงให้กำลังใจนายธนาธร บริเวณประตูกระจกทางเข้าห้องพักของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;ในอาคารรัฐสภานั้น อาจถือได้ว่าเป็นการเจตนาที่จะทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาทอีกด้วย จึงขอเรียกร้องให้เลขาธิการสภาผู้แทนฯ ดำเนินการเอาผิดผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;อยู่ไม่เป็นของพรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย. จากประชาชน 1,262 คน พบว่า ประชาชนร้อยละ 40.57 เข้าใจคำว่า &amp;quot;อยู่เป็น&amp;quot; คือคนที่สามารถปรับตัว ตามสถานการณ์ให้สอดคล้องกับบริบทที่ดำรงอยู่, ร้อยละ 38.11 ระบุว่าคือคนที่ใช้วิธีการใดๆ ก็ได้ที่ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่รอดปลอดภัย, ร้อยละ 15.53 ระบุว่าคือคนที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และเข้าใจสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเข้าใจต่อคำว่า &amp;ldquo;อยู่ไม่เป็น&amp;rdquo; ร้อยละ 35.18 ระบุว่าคือคนที่ไม่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ ให้สอดคล้องกับบริบทที่ดำรงอยู่, ร้อยละ 23.45 ระบุว่าคือคนที่กระทำสิ่งใดแล้วเกิดผลลบกับตนเอง, ร้อยละ 15.77 ระบุว่าคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ดื้อรั้น หัวชนฝา เอาแต่ใจตนเองเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การสำรวจด้านการติดตามข่าว &amp;ldquo;อยู่ไม่เป็น&amp;rdquo; ของพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;ร้อยละ 65.21 ไม่ติดตามเลย, ร้อยละ 27.73 ติดตามบ้าง, ร้อยละ 6.66 ติดตามตลอด และร้อยละ 0.40 ไม่รู้/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อการประกาศและกิจกรรม &amp;ldquo;อยู่ไม่เป็น&amp;rdquo; จากผู้ที่ตอบติดตามตลอดและติดตามบ้าง พบว่า ร้อยละ 38.25 มองว่าเป็นการแสดงจุดยืนของพรรค, ร้อยละ 26.27 ระบุว่า เป็นการพูดความจริงเกี่ยวกับสังคม, ร้อยละ 21.20 ระบุว่าเป็นการสร้างกระแสในการเรียกคะแนนเสียงความสนใจจากประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคิดเห็นต่อพรรคอนาคตใหม่ว่า &amp;ldquo;อยู่ไม่เป็น&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;อยู่เป็น&amp;rdquo; จากผู้ที่ตอบติดตามตลอดและติดตามบ้าง ร้อยละ 41.70 ระบุว่า &amp;ldquo;อยู่เป็น&amp;rdquo;, &amp;nbsp;ร้อยละ 29.03 ระบุว่า &amp;ldquo;อยู่ไม่เป็น&amp;rdquo; &amp;nbsp;และร้อยละ 20.05 ระบุว่าบางครั้งก็ &amp;ldquo;อยู่เป็น&amp;rdquo; บางครั้งก็ &amp;ldquo;อยู่ไม่เป็น&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51026</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, กกต., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สู้ไม่ได้อยู่แล้ว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda94eb62e60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
