<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 23:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 23:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> VARอีก&quot;แลมพ์&quot;ฉุนชวด2ประตูแถมไม่ไล่&quot;แม็คไกวร์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟรงค์ แลมพาร์ด หัวเสียกับ VAR อีกครั้ง หลังมีลูกปัญหาที่ทำให้ทีมอีกฝ่ายได้ประโยชน์ถึง 2 ครั้ง ทำให้ เชลซี เสียท่า แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อองโทนี่ มาร์กเซียล กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ทำคนละประตู ช่วยต่อลมหายใจให้กับ ยูไนเต็ด ในการลุ้นโควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลค์ชาร์ ขยับเข้าใกล้อันดับ 4 คือทีมสิงห์บลูส์ เหลือเพียง 3 แต้มเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ยูไนเต็ด ชนะแมทช์นี้ได้ก็ถือว่าโชคช่วยค่อนข้างเยอะ ทั้งจังหวะที่ แม็คไกวร์ รอดโดนใบแดงในครึ่งแรก หลังไปย่ำ มิชี บัทชูอายี ก่อนที่ เคิร์ท ซูม่า ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายเป็นประตูตีเสมอได้ ก็โดน VAR ปฏิเสธอีก เหตุผลคือ เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า ฟาวล์ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ควรโดนไล่ออก มันชัดเจนมาก และนั่นแหละที่ทำให้เกมเปลี่ยน&amp;quot; แลมพาร์ด กล่าว หลังจากที่ เชลซี อดได้ประตูถึง 2 ลูก โดยนอจากลูกยิงของ ซูม่า แล้ว ยังมีประตูของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่โดน VAR ปฏิเสธ เพราะปลายเท้าออฟไซด์อยู่นิดเดียว ทั้งที่ตัวอยู่ข้างหลังตัวประกบก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อัซปิลิกูเอต้า เป็นคนโดนกระแทก ดังนั้น ประตูนั้นสมควรได้เป็นประตู ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาไม่ไปดูมอนิเตอร์ที่ข้างสนาม มันควรถูกใช้ในกรณีแบบนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม็คไกวร์ หลังเกม ยืนยันว่าเขาไม่ได้ตคั้งใจที่จะไปยันโดน บัทชูอายี่ โดยกล่าวว่า &amp;quot;ผมรู้ว่าเท้าผมไปโดนเขา ผมคิดว่าเขาจะล้มทับผมเสียอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปฏิกริยาโดยธรรมชาติของผมคือพยายามที่จะยันตัวเขาไว้ไม่ให้ทับมา มันไม่ใช่ถีบใส่เขา ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สตั๊ดผมโดนเขาจริง แต่การตัดสินถูกต้องแล้ว ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเขาหรือยันปุ่มใส่เขา&amp;nbsp; และผมก็ได้ขอโทษเขาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทาง โอเล่ กุนนาร์ โซลค์ชาร์ บอสทีมปีศาจแดง แน่นอนว่ารู้สึกโล่งอกที่ กองหลังของทีมไม่โดนไล่ออก และยังทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกกับสโมสรได้ ส่วนชัยชนะนัดนี้ก็เป็นชัยชนะนัดแรกของ บรูโน่ เฟร์นานเดส ในชุดปีศาจแดง นับตั้งแต่ย้ายมา โอลด์แทรฟฟอร์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นแล้ว โซลค์ชาร์ ยังถูกถามถึง มิโน ไรโอล่า เอเยนต์ของ พอล ป็อกบา ที่เหมือนจะแขวะกลับเขามาทางโซเชียล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไรโอล่า เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งเมื่อต้นสัปดาห์ว่า ป็อกบา อยากจะย้ายจาก ยูไนเต็ด และกลับไปอยู่กับทีมเก่า ยูเวนตุส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซลค์ชาร์ ตอนนั้นถูกถามถึง และเขาตอบนักข่าวไปว่า &amp;quot;ป็อกบาเป็นผู้เล่นของเรา ไม่ใช่ของไรโอล่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ เอเยนต์ตัวแสบ ก็ตอบโต้ทันควันทางโซเชียล เมื่อคืนก่อนว่า กุนซือชาวนอร์วเจี้ยน ควร บอกตัวเองมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซลค์ชาร์ กล่าวเพิ่มเติมหลังเกมล่าสุด &amp;quot;ผมไม่มีคอมเมนท์ใดๆเกี่ยวกับ มิโน รวมถึงสิ่งที่เขาพูด แต่บางทีผมก็จะพูดกับเขาด้วยตัวผมเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในทรรศนะของหลายๆคน มองว่า แม็คไกวร์ ควรโดนใบแดงในนัดนี้จริงๆ รวมถึตง มาร์ค แคล็ทเทนเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินที่ บอกว่า แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ทำหน้าที่ผิดพลาดในครึ่งแรก ที่ปล่อยให้ กองหลังกัปตันทีมปีศาจแดงยังอยู่ในสนาม และได้ทำประตูที่สองชองเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ลอเรนซ์ แม็คไกวร์ น้องของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซึ่งเล่นอยู่กับ เชสเตอร์ฟิลด์ ได้โพสต์ข้อความต่อเนื่อง เป็นการสนทนาระหว่างเขากับ แฮร์รี่ กัปตันทีมปีศาจแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในการสนทนา แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ทำนายว่าเขาจะยิงได้ในเกมนี้ และเขาก็ทำได้จริงๆ โดยเป็นคนโหม่งทำประตูที่สองในเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ส่วนอีกลูกได้จากอองโทนี่ มาร์กเซียล นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57582</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, สแตมฟอร์ด บริดจ์, เชลซี, แฟรงค์ แลมพาร์ด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, โอเล่ กุนนาร์ โซลค์ชาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4c119f490ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 21:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เปโดร กับ ลอฟตัส-ชีค&quot;ซัดคนละลูกพาเชลซีอัดฟูแล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เชลซี กลับมาเก็บชัยชนะในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านต้อนเอาชนะ ฟูแล่ม ไปได้ 2-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ เปโดร กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ซัดไปคนละลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟูแล่ม เปิดเกมยังไม่ทันตั้งตัว แค่ 4 นาที โดน เปโดร พังตาข่ายให้ เชลซี ขึ้นนำเร็วได้ ทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ มีการเปลี่ยนตัวในช่วงพักครึ่ง ช่วยให้ทีมเยือนเล่นดีขึ้นมาในครึ่งหลังและเกือบได้ประตูตีเสมอจาก คัลลัม แชมเบอร์ส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลบาโร่ โมราต้า ยังคงทื่อหน้าปากประตู พลาดโอกาสง่ายๆ ซัดข้ามคานไปเหลือเชื่อ ก่อนที่ รูเบน ลอฟตัส-ชีค จะมาซัดประตูที่สองของเกม ช่วย เชลซี ปิดเกมได้แบบไร้ความกดดัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ฟูแล่ม, สแตมฟอร์ด บริดจ์, เชลซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181202/image_big_5c03ecf0b9fe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 21:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เปโดร กับ ลอฟตัส-ชีค&quot;ซัดคนละลูกพาเชลซีอัดฟูแล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เชลซี กลับมาเก็บชัยชนะในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านต้อนเอาชนะ ฟูแล่ม ไปได้ 2-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ เปโดร กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ซัดไปคนละลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟูแล่ม เปิดเกมยังไม่ทันตั้งตัว แค่ 4 นาที โดน เปโดร พังตาข่ายให้ เชลซี ขึ้นนำเร็วได้ ทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ มีการเปลี่ยนตัวในช่วงพักครึ่ง ช่วยให้ทีมเยือนเล่นดีขึ้นมาในครึ่งหลังและเกือบได้ประตูตีเสมอจาก คัลลัม แชมเบอร์ส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลบาโร่ โมราต้า ยังคงทื่อหน้าปากประตู พลาดโอกาสง่ายๆ ซัดข้ามคานไปเหลือเชื่อ ก่อนที่ รูเบน ลอฟตัส-ชีค จะมาซัดประตูที่สองของเกม ช่วย เชลซี ปิดเกมได้แบบไร้ความกดดัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23308</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ฟูแล่ม, สแตมฟอร์ด บริดจ์, เชลซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181202/image_big_5c03ecf0b9fe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 23:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 23:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ใจกว้างเป็นแม่น้ำ!มูรินโญ่ไม่ถือสามือขวาซาร์รี่ดีใจสิงห์รอดตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โชเซ มูรินโญ๋ รับ มือขวาของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้กล่าวขอโทษเขาหลังเกมที่ เชลซี ตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในนาทีสุดท้ายของช่วงต่อเวลา 2-2 แบ่งแต้มกันไปที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชลซี ได้ประตูตีเสมอ หลัง ดาวิด ลุยส์ โหม่ชนเสา ออกมา อันโตนิโอ รูดิเกอร์โขกซ้ำตรงตัว ดาวิด เด เคอา ก่อนที่ ตัวสำรอง รอสส์ บาร์คลี่ย์ จะหวดเข้าไปตุงตาข่าย ในนาทีที่ 6 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และทำให้ ยูไนเต็ด ที่ได้ 2 ประตูจาก อองโทนี่ มาร์กเซียล หลัง รูดิเกอร์ โขกให้เจ้าบ้านนำก่อน เก็บได้แค่คะแนนเดียวจากที่เกือบจะมี 3 แต้มออกจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ประตูตีเสมอที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดภาพที่ละอายที่ข้างสนาม เมื่อ หนึ่งในผู้ช่วยโค้ชของ ซาร์รี่ คือ มาร์โก ยานนี่ เจตนาเย้ยฝ่ายตรงข้ามด้วยการปรี่ไปดีใจข้างหน้า มูรินโญ่ อย่างตั้งใจก่อนวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ช่วยของซาร์รี่ ผมบอกทุกคนได้ว่า ซาร์รี่ ได้มาเจอผมและกล่าวว่าเขาจะแก้ปัญหานี้เป็นการภายใน และหลังจากนั้น ผู้ช่วยของเขาก็ได้มาหาผมและกล่าวขอโทษผมแล้วที่ห้องทำงานของซาร์รี่&amp;quot; มูรินโญ่ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากคุณรู้ดีแบบนั้นจริงๆ และต้องการขอโทษ ผมก็ยินดีรับคำขอโทษและลืมมันไป เพราะผมก็เคยทำผิดพลาดมา ดังนั้นผมคงไม่ถึงกับจะเอาเป็นเอาตายกับเขาเพราะเรื่องนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลืมมันไปซะ มันจบแล้ว และเขาขอโทษแล้ว และผมรับคำขอโทษ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลบอลพรีเมียร์ลีก คู่อื่นๆ คืนวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม ดังนี้ เวสต์แฮม แพ้ ท็อตแน่ม 0-1, นิวคาสเซิล แพ้ ไบรท์ตัน 0-1, บอร์นมัธ เสมอ เซาแธมป์ตัน 0-0, คาร์ดิฟฟ์ ชนะ ฟูแล่ม 4-2, วูล์ฟส แพ้ วัตฟอร์ด 0-2, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เบิร์นลี่ย์ 5-0
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20358</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, มาร์โก ยานนี่, สแตมฟอร์ด บริดจ์, เชลซี, เมาริซิโอ ซาร์รี่, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โชเซ มูรินโญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcb56db2bfb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 01:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 00:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัลลิสเตอร์ยังหวังมูฯจะพาผีบุกโค่นทีมเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แกรี่ พัลลิสเตอร์ อดีตตำนานผียุค 90 ให้กำลังใจทีม&amp;quot;ปีศาจแดง&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนศึกหนักที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ สุดสัปดาห์นี้ และค่อนข้างมั่นใจว่า โชเซ มูรินโญ่ จะพลิกสถานการณ์ของทีมในฤดูกาลนี้กลับมาได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำนานลูกหนังทีมปีศาจแดงหลายคน ไม่ลังเลที่จะวิจารณ์ผลงานของทีมในระยะหลังมานี้ อย่าง พอล สโคลส์ ล่าสุดบอกว่า ต่อให้ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ยังเล่นไม่ออกกับทีมชุดปัจจุบัน และ แกรี่ เนวิลล์ โจมตีผลงานของทีมที่แย่ติดๆกันมาหลายนัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ สำหรับ แกรี่ พัลลิสเตอร์ ยังคงเชื่อว่า มูรินโญ่ ยังมีความสามารถเหลือเฟือที่จะพลิกสถานการณ์ของทีมกลับมาได้ แม้เกมต่อไปจะเป็นศึกหนักที่จะต้องบุกไปเยือน เชลซี ทีมที่มีคะแนนเท่าจ่าฝูง แมนฯ ซิตี้ และยังไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ก็ตาม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;โชเซ ต้องการกลับไป เพื่อพิสูจน์ว่าใครบางคนผิด&amp;quot; อดีตปราการหลังทีมปีศาจแดง ช่วงยุคปี 90 กล่าว &amp;quot;เขาโดนไล่ออกที่นั่น 2 ครั้ง ผมแน่ใจว่าเขายังมีบางอย่างที่ค้างคา และจะต้องพยายามบุกไปสร้างความผิดหวังให้กับใครที่นั่นให้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พัลลิสเตอร์ เชื่อว่า ชัยชนะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ จะเป็นสัญญาณการกลับมาของ ยูไนเต็ด &amp;quot;หากเราชนะได้ และรักษาโมเมนตัมต่อไปได้อีก ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่ว่า ปัญหาเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงได้ผ่านพ้นไปหมดแล้ว และผู้เล่นของเราก็ร่วมแรงช่วยกันที่จะพาทีมก้าวไปข้างหน้าต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เยือน เชลซี เสาร์นี้ เป็นครั้งที่ 5 ภายใต้การนำของ มูรินโญ่ ในฐานะกุนซือทีมเยือน ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ผลงานถือว่าไม่สู้นัก อย่างครั้งแรกที่ มูรินโญ่ ได้กลับไปเยือนถิ่นเก่าหลังโดนปลดรอบสอง เขานำ ยูไนเต็ด บุกไปโดน เชลซี ถล่ม ถึง 4-0 เมื่อ ตุลาคม ปี 2016 หลังจากนั้น ทีมปีศาจแดงก็บุกไปเสียท่าที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ อีก 1-0 เดือน มีนาคม ปี 2017 และ ออกไปโดน เชลซี เชือดอีก ในเดือน พฤศจิกายน ปี 2017&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20311</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, สแตมฟอร์ด บริดจ์, เชลซี, แกรี่ พัลลิสเตอร์, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โชเซ มูรินโญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bca1be0563b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2018 05:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2018 05:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> หงส์รอดตายหวุดหวิดได้สเตอร์ริดจ์ยิงทีมเก่านาทีสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ลิเวอร์พูล ยืดสถิติชนะรวดออกไปเป็นนัดที่ 7 ไม่ได้ แต่ก็ยังไม่แพ้ใคร ได้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ซัดประตูตีเสมอในนาทีท้าย บุกเสมอ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอแด็ง อาซาร์ พังตาข่าย ลิเวอร์พูล ได้ตั้งแต่ช่วงกลางครึ่งแรก อลิสซอน นายทวารจอมหนึบชาวบราซิเลี่ยน โดนยิงลอดตัวไปได้ &amp;nbsp;โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกือบตีเสมอให้ ทีมเยือน ได้ แต่ก็โดน อันโตนิโอ รูดิเกอร์ เคลียร์ก่อนบอลข้ามเส้นหวุดหวิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาซาร์ ยังพลาดโอกาสทองที่จะขยับสกอร์เป็น 2-0 เมื่อได้บอลหลุดเดี่ยวแล้ว แต่ยิงตรงตัว อลิสซอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมใกล้หมดเวลาเต็มที สุดท้าย ลิเวอร์พูล รอดตายได้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ อดีตนักเตะสิงห์บลูส์ ซัดจากระยะไกลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสุดสวย นาทีที่ 89 ก่อนจบเกมเสมอกันไป 1-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิเวอร์พูล เก็บได้เพียงหนึ่งคะแนนในนัดนี้ทำให้ อันดับเปลี่ยนอีกครั้ง แม้มี 19 คะแนนเท่ากันกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ประตูได้เสียเป็นรอง และเป็นรองอยู่ 6 ลูก ส่วน เชลซี ตามมาเป็นอันดับ 3 มี 17 คะแนน ตามด้วย ท็อตแน่ม 15 และ อาร์เซนอล 15
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18710</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, สแตมฟอร์ด บริดจ์, เชลซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5baff6120f3cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮัดเดอร์ฟิลด์เฮรอดตกชั้น!เจ๊าสิงห์ท็อปโฟร์วูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
รอดตายไปอีกหนึ่งทีม ฮัดเดอร์ฟิลด์ ที่กำลังฟอร์มดีในช่วงโค้งสุดท้าย ได้หนึ่งแต้มสำคัญสำหรับการหนีตาย บุกเสมอ แชมป์เก่า เชลซี 1-1 ได้อยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อแน่นอนแล้ว ขณะที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่ทำท่าจะพาทีมกลับมาติดท็อปโฟร์ได้อย่างเหลือเชื่อ ปรากฎว่าเสมอนัดนี้ ยากแล้วต้องแช่ง ลิเวอร์พูล แพ้ และทีมตัวเองต้องชนะเท่านั้นในเกมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหวังที่จะทำเซอร์ไพรส์พรวดขึ้นมาติดท็อปโฟร์ของ เชลซี มีหวังลุ้นยากแล้วตอนนี้ หลังสะดุดขาตัวเอง เล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะทีมที่กำลังหนีตกชั้นไม่ได้ เสมอ ฮัดเดอร์ฟิลด์ 1-1 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทีมของ เดวิด วักเนอร์ ต้องการเพียงแต้มเดียวเพื่อการอยู่รอดในลีกท็อปไฟลท์ หลังเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ฤดูกาลมาในนัดก่อน เกมนี้ ทีมจากกลุ่มท้ายตารางสามารถทำผลงานได้เกินคาดอีกครั้ง ด้วยการทำลายความหวังของเชลซี ที่กำลังพยายามลุ้นท็อปโฟร์ในช่วงโค้งสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมนี้ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ยังเป็นฝ่ายบุกไปช็อคทีมเจ้าบ้านได้ก่อน ด้วยประตูของ โลร็องต์ ลาปัวเตร ในช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนที่ เชลซี จะมาได้ประตูตีเสมอจาก มาร์กอส อลองโซ่ แบ่งกันไปทีมละแต้ม แบบที่ทีมสิงห์บลูส์แทบไม่เหลือลุ้นท็อปโฟร์อีกแล้ว เพราะแมทช์สุดท้ายนอกจากทีมนตัวเองต้องชนะแล้วยังต้องแช่งให้ ลิเวอร์พูล แพ้ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 3 นั้น เวลานี้ เป็น ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ชนะ นิวคาสเซิล 1-0 เมื่อคืนวันพุธ มี 74 คะแนนจาก 37 นัด ตามด้วย ลิเวอร์พูล 72 และ เชลซี 70 แต่ ทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ได้เปรียบกว่า เชลซี ตรงที่ประตูได้เสีย บวกเยอะกว่ามาก นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล แค่เสมอ ก็ท็อปโฟรแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8914</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอล, สแตมฟอร์ด บริดจ์, ฮัดเดอร์ฟิลด์, เชลซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af3ea0967f0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
