<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อค้าเดินหน้า เอาผิดตร.รีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อค้าส้มตำเข้าชี้จุดเกิดเหตุ 7 ตำรวจยัดยาเรียกรับเงิน 5 หมื่น ยันเห็นชัดลูกชายนำเงินมามอบให้ดาบตำรวจ ก่อนที่สารวัตรจะเอามาคืนหลังตกเป็นข่าว ผวาภัยมืดหลังมีจดหมายขู่ ข้องใจประชาชนถูกกล่าวหาทำผิดจับติดคุกทันที แต่ทีคนในเครื่องแบบกลับแค่โยกหน้าที่ ผกก.เผยเตรียมส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ชี้มูลใน 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กันยายนนี้ ที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 นำตัวนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าส้มตำปากซอยพระราม 6 พร้อม น.ส.สโรชา แน่นอุดร ลูกสาว ที่ระบุว่าถูกกลุ่มตำรวจสืบสวน บก.น.1 ยัดยาเสพติด เรียกรับเงิน 50,000 บาท แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี มาชี้จุดเกิดเหตุเรียกรับเงิน-จ่ายเงิน และจุดคืนเงินหลังจากเรื่องดังกล่าวปรากฏต่อสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจุดแรกที่ร้านอาหารตามสั่งข้างตึก กก.สส. ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำตัว น.ส.สโรชา ลูกสาวนายศักดิ์ชัย ไปนั่งรออยู่ในมุมมืด เวลาประมาณ 01.00 น. ก่อนที่นายศักดิ์ชัยจะตามมา โดยมีนายตำรวจ 1 คน คอยคุมเชิงอยู่ จึงขอรับตัวลูกสาวกลับก่อน เพราะยังไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่อง เมื่อถึงบ้านพัก ตำรวจชุดดังกล่าวได้ตามไป และนำตัวนายศักดิ์ชัยกลับมาที่ กก.สส.บก.น.1 โดยให้นั่งรอที่ทางประตูขึ้นชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดที่ 2 และจุดดังกล่าวเป็นที่ต่อรองเรียกรับเงิน โดยตำรวจชุดดังกล่าวพยายามข่มขู่ อ้างมีหมายจับคดีกรรโชกทรัพย์อีก 1 คดี หลังจากนำบัตรประชาชนของนายศักดิ์ชัยไปตรวจสอบกับทะเบียนประวัติผู้ต้องหา พร้อมสอบถามมีเงินเท่าไหร่ นายศักดิ์ชัยตอบว่ามีอยู่ 50,000 บาท แต่ตำรวจชุดดังกล่าวบอกยังไม่รับปากจะช่วยได้หรือไม่ อ้างต้องไปรายงานนายก่อน สักพักหัวหน้าชุดจึงลงมาบอกว่าได้ ก่อนนำตัวนายศักดิ์ชัยขึ้นไปพูดคุยกันที่ห้องทำงานชั้น 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 3 คือจุดที่ลูกชายนายศักดิ์ชัยนำเงินจำนวน 50,000 บาท มามอบให้ดาบตำรวจนายหนึ่งที่หน้า กก.สส.บก.น.1 ซึ่งนายศักดิ์ชัยยืนดูอยู่บริเวณชั้น 2 เห็นพฤติการณ์ทั้งหมด และจุดที่ 4 ที่ สน.พญาไท หน้าห้องสืบสวน สารวัตรหัวหน้าชุด ได้นำเงินจำนวน 50,000 บาท มาคืนให้ หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านสื่อ มีการต่อรองให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เคลียร์เพื่อให้เรื่องจบเลิกแล้วต่อกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการชี้จุด นายศักดิ์ชัยเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าวได้มีจดหมายมาข่มขู่ถึงที่บ้านเป็นซองสีฟ้า จ่าหน้าซองถึงตน ภายในเนื้อหาระบุ &amp;ldquo;เดี๋ยวตายเป็นหมาข้างถนน&amp;rdquo; ขณะนี้รู้สึกหวาดกลัว หวั่นมีคนปองร้าย ญาติๆ ก็บอกให้กลับไปที่ต่างจังหวัด กลัวจะเป็นเป้านิ่งเพราะมีเรื่องกับตำรวจ เรื่องทั้งหมดจะจบลงแล้ว มีการพูดคุยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่กลับมีตำรวจชุดดังกล่าวไปข่มขู่จึงต้องเดินหน้าสู้คดีให้ถึงที่สุด ที่ไม่สบายใจตอนนี้ เมื่อตำรวจทำผิดทำไมไม่ให้ออกจากราชการ เพียงแต่โยกไปอยู่อีกจุดหนึ่ง แต่ประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดกลับจับติดคุกทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.วิชัยกล่าวว่า จากนี้จะได้สอบปากคำนายศักดิ์ชัยเพิ่มเติม ในประเด็นที่พบว่ามีพลเรือนร่วมอยู่ด้วย ถ้าพบว่ามี ก็จะดำเนินคดีข้อหาสนับสนุน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหา หลังรวบรวมพยานหลักฐานจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลภายในเวลา 30 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17807</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ, สโรชา แน่นอุดร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fadfc6cb03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อค้าส้มตำผวา จม.ขู่ฆ่าไม่ตายดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อค้าส้มตำกับลูกสาวเข้าให้ปากคำ ผบช.น.หลังแจ้งความเอาผิด 7 ตำรวจสายสืบ บก.น.1 ยัดยารีด 5 หมื่นปิดคดี เผยกินไม่ได้นอนไม่หลับมา 2 วันแล้ว เพราะได้รับจดหมายขู่ &amp;quot;ชีวิตมึงจะไม่ตายดี ต้องตายข้างถนน&amp;quot; ด้าน &amp;quot;ชาญเทพ&amp;quot; ยันให้ความเป็นธรรม เผยสำนวนคืบหน้า 80% ขณะที่ผลสอบวินัยเสร็จภายใน 24 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 กันยายนนี้ นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี พ่อค้าขายส้มตำปากซอยพระราม 6 พร้อม น.ส.สโรชา แน่นอุดร อายุ 30 ปี ลูกสาว เดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ปากคำต่อ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.1 กรณีนายศักดิ์ชัยและลูกสาวแจ้งความถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นบ้านพักเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการยัดยาเสพติด และเรียกรับเงิน 50,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการสอบปากคำ พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ได้เรียกนายศักดิ์ชัยมาทำความเข้าใจ เพราะหลังจากเห็นข่าวก็มีความกังวลใจว่าผู้เสียหายจะหวาดกลัวในความปลอดภัย ซึ่งได้ยืนยันว่าจะช่วยเหลืออย่างถึงที่สุด และหลังจากนี้ก็จะเร่งรัดการทำสำนวนการสอบสวน ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วถึง 80% ขณะที่การสอบประเด็นทางวินัยน่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 24 ก.ย. และจะมีการเรียกนายศักดิ์ชัยมาพูดคุยอีกครั้งในวันที่ 25 ก.ย. เพื่อให้คลายความกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ในส่วนของการสอบสวนผู้กระทำผิด ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ก็ได้รับปากกับทางผู้เสียหายไว้แล้วว่าจะให้ความเป็นธรรมถึงที่สุด ซึ่งถ้าตรวจสอบพบว่ากลุ่มตำรวจดังกล่าวทำความผิดจริง ก็จะดำเนินคดีอาญาและลงโทษทางวินัยร้ายแรงแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์ชัยกล่าวว่า ภายหลังให้ปากคำแล้วและได้รับคำชี้แจง ก็รู้สึกพอใจ มีการสอบถามความเป็นมา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และก็เล่าไปตามสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าผลสอบสวนจะออกมาอย่างไร นอกจากนี้อยากให้ตำรวจไปตรวจสอบที่บ้านและให้ความคุ้มครอง เพราะไม่กี่วันก่อนมีจดหมายจ่าหน้าซองชื่อตนและลูกสาว มีเนื้อหาเชิงข่มขู่ และมีข้อความระบุว่า &amp;quot;ชีวิตมึงจะไม่ตายดี ต้องตายข้างถนน&amp;quot; จึงได้ให้ลูกสาวถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐาน และนำมาแจ้งต่อ ผบช.น.ในวันนี้ เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว จนทำให้ตนก็กินไม่ได้นอนไม่หลับมา 2 วันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายศักดิ์ชัยได้เข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท ให้ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ประกอบด้วย นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร 3 นาย และชั้นประทวนอีก 4 นาย ในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งทาง บก.น.1 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 7 นายที่ถูกกล่าวหามาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ บก.น.1 พร้อมกำชับให้รู้ผลการสอบสวนภายใน 15 วัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17714</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, ศักดิ์ชัย แน่นอุดร, สโรชา แน่นอุดร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e5cdf775f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
