<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.-อมรินทร์พริ้นติ้ง จับมือเปิดโครงการ&quot;ส่งความรู้ สร้างความสุขปี3&quot;จุดพลังเด็กรักอ่านทั่วปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ก.ค.63-ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จับมือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ และ ศธ. ร่วมเปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;ส่งความรู้ สร้างความสุขปี 3&amp;rdquo; เดินหน้าจุดพลังรักการอ่านให้เด็กไทยครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อสนับสนุนสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนไทย และมีความเชื่อมั่นว่า การอ่านถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาได้ ดังนั้นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านในเด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนให้เกิดอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด กล่าวว่า การอ่านเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาของเด็ก โดยมีตัวอย่างโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองบอสตัน ซึ่งให้ครูอ่านหนังสือให้นักเรียนฟังทุกวัน และต่อมาให้นักเรียนเลือกอ่านหนังสือที่ตัวเองสนใจทุกวันวันละ 15 นาที ส่งผลให้วิธีการดังกล่าวทำให้พฤติกรรมของเด็กในโรงเรียนเปลี่ยนไป จากสถานการณ์โรงเรียนที่กำลังจะถูกปิดตัวกลายมาเป็นโรเรียนที่ติดอันดับคะแนนการอ่านได้สูงที่สุดในบอสตัน ต่อมาประเทศญี่ปุ่นมีโรงเรียนกว่า 3,500 แห่ง ก็ได้นำแนวคิดให้เด็กอ่านหนังสือวันละ 15 นาทีมาใช้ ซึ่งจากแนวทางปฏิบัตินี้ได้รับการยอมรับและถูกมาปฏิบัติในอีกโรงเรียนหลายประเทศ จนเกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ทั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มตันของการทำโครงการนี้ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่เกิดขึ้นจากโครงการก็ได้เกิดประสิธิภาพตามที่ตั้วเป้ากมายไว้ โดยจากการติดตามผลการเรียนของนักเรียนที่เข้าร่วมชมรมรักการอ่าน ในปีที่ 1 พบว่า มีจำนวนนักเรียนที่ผลการเรียนดีขึ้น ร้อยละ 64 จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการและในปีที่ 2 มีจำนวนนักเรียนที่ผลการเรียนดีขึ้น ร้อยละ 72 จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 7,582 คน ซึ่งถือเป็นการเติบโตด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับโครงการส่งความรู้สร้างความสุขปี 3 ได้มีแผนดำเนินการในระยะยาว โดยในปีนี้มีแผนขยายพื้นที่เพื่อมอบโอกาสให้กับโรงเรียนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งมอบหนังสือ 51,000 เล่มให้ 51 โรงเรียนจาก 17 จังหวัด เพื่อส่งมอบหนังสือให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2564 นอกจากนี้จะจัดโครงการสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการอ่านวันละ 15 นาที พร้อมจัดตั้งชมรม รักการอ่าน ให้มีกิจกรรมจดบันทึกคะแนนในสมุดบันทึกรักการอ่านอีกด้วย&amp;rdquo;กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บ.อมรินทร์พริ้นติ้งฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72228</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), ระริน  อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์, ส่งความรู้ สร้างความสุขปี3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f1819f19ad78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
