<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมจี้ รฟท.เร่งเคลียร์ส่งมอบพื้นไฮสปีด 3 สนามบิน ก.ย.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 2564 นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่และการรื้อย้ายสาธารณูปโภค โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ครั้งที่ 4/2564 (ครั้งที่15) ว่าที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยมีความก้าวหน้า การส่งมอบพื้นที่ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เตรียมการส่งมอบพื้นที่ในช่วงสนามบินสุวรรณภูมิถึงสนามบินอู่ตะเภาให้กับเอกชนคู่สัญญา ระยะทาง 170 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการประมาณ 5,521 ไร่ มีความก้าวหน้ากว่า88%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้สั่งการและมอบนโยบายในการดำเนินงาน เพื่อเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามกำหนด เวลาที่ตั้งไว้ คาดว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา ได้ทั้งหมดในเดือนกันยายน 2564 ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนฯ ก่อนถึงกำหนดส่งมอบตามสัญญาในเดือนตุลาคม 2564&amp;rdquo;นานชยธรรม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดเนื้องานที่สำคัญ ได้แก่ การเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ได้ทำสัญญาซื้อขายแล้ว 634 สัญญา มูลค่า 3,599 ล้านบาท จากจำนวน 737 สัญญา มูลค่า 4,121 ล้านบาท ,การโยกย้ายผู้บุกรุก ที่กีดขวางการก่อสร้างช่วงสุวรรณภูมิถึงอู่ตะเภา ได้ดำเนินการโยกย้ายแล้วเสร็จ 100 % และ ,งานรื้อย้ายสาธารณูปโภค โดยหน่วยงานเจ้าของสาธารณูปโภคได้ดำเนินการรื้อย้ายสาธารณูโภคช่วงสุวรรณภูมิถึงอู่ตะเภาแล้วเสร็จ 257 จุด และอยู่ระหว่างการรื้อย้าย 396 จุด ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินงาน เพื่อให้แล้วเสร็จทันตามเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ ภายในเดือนกันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าของเอกชนคู่สัญญาปัจจุบันได้ดำเนินการออกแบบและเริ่มงานเตรียมการก่อสร้าง เช่น งานปรับพื้นที่ งานก่อสร้างถนน งานก่อสร้างสะพานชั่วคราว งานก่อสร้างสำนักงานสนาม บ้านพักพนักงาน และงานเจาะสำรวจดิน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนการเข้าบริหารแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปัจจุบัน เอกชนคู่สัญญา ได้นำผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบสถานะด้านเทคนิคแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างออกแบบเพื่อปรับปรุงการให้บริการ และเตรียมการฝึกอบรมบุคลากร นอกจากนี้ ยังเตรียมการปรับปรุงการให้บริการของสถานี ปรับปรุงการเดินรถไฟให้ทันสมัย ตรงเวลา และเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับบริการที่ดี มีความสะดวกสบาย โดยเอกชนคู่สัญญามีกำหนดเข้าบริหารโครงการได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108117</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), รถไฟสามสนามบิน, ส่งมอบพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b06a637bb00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คมนาคมถกแผนส่งมอบพื้นที่สร้างรถไฟเชื่อมสามสนามบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค. 2564 นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะทำงานเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่และรื้อย้ายสาธารณูปโภค โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ครั้งที่ 1/2564 เปิดเผยว่า เป็นการรับทราบและติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ได้แก่ การขอใช้พื้นที่ของกรมทางหลวงและเวนคืนพื้นที่บริเวณทางออกสุวรรณภูมิ ซึ่งรูปแบบแนวเส้นทางของโครงการรถไฟความเร็วสูงขาออกจากสถานีสุวรรณภูมิไปยังอู่ตะเภาจะก่อสร้างอยู่ระหว่างโครงสร้างของโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เดิมกับถนนต่างระดับขาเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของกรมทางหลวง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะต้องมีการเวนคืนพื้นที่ในช่วงทางโค้งเข้าบรรจบกับทางวิ่งหลัก โดยมีการเวนคืนพื้นที่ 1 ไร่ 89 ตารางวา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบตามแนวทางดังกล่าว โดยเอกชนคู่สัญญาตกลงปรับรูปแบบโครงสร้างบริเวณจุดตัดทางต่างระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางยกระดับศรีนครินทร์ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (M7) ตามที่กรมทางหลวงออกแบบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรค และแนวทางดำเนินการของฝ่ายรัฐ ได้แก่ การรังวัดโฉนดที่ดินในเขตตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน การทำสัญญาจ่ายค่าทดแทนการเวนคืน การขอใช้พื้นที่หน่วยงานรัฐในพื้นที่เวนคืน ได้มอบหหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ประสานงานกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ส่วนการโยกย้ายผู้บุกรุกในช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา จากทั้งหมด 302 หลัง ได้ดำเนินการไปแล้ว 300 หลัง และฝ่ายเอกชนได้เริ่มดำเนินการล้อมรั้วเพื่อป้องกันผู้บุกรุกแล้ว และให้การรถไฟแห่งประเทศไทยติดตามตรวจสอบไม่ให้มีประชาชนบุกรุกเข้าพื้นที่ พร้อมทั้งให้รายงานต่อที่ประชุมทุก ๆ เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90530</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยธรรม์ พรหมศร, ปลัดกระทรวงคมนาคม, รถไฟเชื่อม3สนามบิน, ส่งมอบพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d073747c9488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งส่งมอบพื้นที่รถไฟเชื่อม3สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;บอร์ดอีอีซีไฟเขียวแผนเร่งรัดโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน เคาะส่งมอบพื้นที่ 3 ระยะ เร็วสุด 1 ปี 3 เดือน เผยขยายเวลาไม่มีค่าปรับ เริ่มเปิดบริการปลายปี 66 นายกฯ สั่งภาครัฐเคลียร์ทางเอื้อซีพี พร้อมเป็นประธานลงนาม 25 ต.ค. &amp;quot;สมคิด&amp;quot; แย้มยกหูคุย &amp;quot;ศุภชัย&amp;quot; ยันเซ็นแน่ ขอดูฤกษ์ยามก่อน อาจเร็วกว่าเดิมก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่่ 16 ตุลาคม เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี โดยนายกฯ กล่าวก่อนการประชุมว่า โครงการในพื้นที่อีอีซีเป็นโครงการสำคัญที่จำเป็นจะต้องเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดการที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในเรื่องการลงทุนในอีอีซีเป็นโครงการนำร่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการบอร์ดอีอีซี เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบแผนเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ตามที่คณะอนุกรรมการบริหารที่มีนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เป็นประธานเสนอ โดยแผนการส่งมอบพื้นที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.สถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 28 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่แอร์พอร์ตลิงก์เดิม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ทันทีหลังจากที่มีการลงนาม 2.สถานีสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ระยะทาง 170 กิโลเมตร เร่งรัดส่งมอบพื้นที่ภายใน 1 ปี 3 เดือน แต่สามารถขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ปีหลังลงนามในสัญญา และ 3.สถานีพญาไท-ดอนเมือง ระยะทาง 22 กิโลเมตร เร่งรัดส่งมอบพื้นที่ภายใน 2 ปี 3 เดือน หรือไม่เกิน 4 ปีหลังลงนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้มีกำหนดจะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนามบิน เฉพาะสถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ช่วงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567 ส่วนช่วงสถานีพญาไท-ดอนเมือง ที่มีการรื้อย้ายปรับปรุงสาธารณูปโภคจำนวนมาก คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วง 2567-2568 แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามกำหนด ก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะสามารถขยายเวลาให้เอกชนทำงานต่อไปได้ และจะไม่มีการจ่ายเงินชดเชย เนื่องจากเอกชนรับทราบเงื่อนไขในการลงทุนแล้วว่าจะต้องแบกรับต้นทุนบวกความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว&amp;quot; นายคณิศระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบการรื้อย้ายสาธารณูปโภค 8 หน่วยงาน เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ที่ต้องการทำรื้อสายไฟ ซึ่งทั้งหมดได้เตรียมงบประมาณไว้เบื้องต้น คาดจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาช่วงเดือน พ.ย.นี้ โดยงบดังกล่าวจะกระจายให้ 8 หน่วยงานเพื่อใช้ในการรื้อย้าย อย่าง กฟน. รัฐต้องใช้งประมาณจ่ายให้ทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้ กฟน.เคยรื้อย้ายสายไฟเพื่อหลีกเลี่ยงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงให้แล้วเป็นงบประมาณที่สูงมาก ดังนั้นครั้งนี้รัฐจำเป็นต้องออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด สำหรับบางหน่วยงานอาจจำเป็นต้องใช้งบประมาณของตัวเอง เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ต้องมีการรื้อแนวท่อก๊าซ/แนวท่อน้ำมันใต้ดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการ รฟท. ในฐานะรักษาการผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า หลังจากวันนี้จะรับเอามติ กพอ. เพื่อส่งให้กับคณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จากนั้นจะแก้ไขแนบท้ายในสัญญาตามมติ กพอ. พร้อมเตรียมลงนามกับกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่ม CPH ผู้ชนะประมูลโครงการนี้ในวันที่ 25 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโมเดลการส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้ตั้งคณะอนุกรรมการบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มี รมว.การคลังเป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานโครงการและโครงการอื่นด้วย
นายกฯ ปธ.ลงนาม 25 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่มีการปรับเงื่อนไขเล็กน้อย ซึ่งเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และนายกฯ ได้กำชับว่าภาครัฐต้องอำนวยความสะดวก เพื่อให้การดำเนินการโครงการนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีอุปสรรคใดๆ โดยรัฐต้องออกแรงด้วย ไม่ใช่ปล่อยเอกชนออกแรงอย่างเดียว ตรงนี้น่าจะเป็นความเข้าใจที่ตรงกัน และรับทราบจะมีการลงนามสัญญา ซึ่งร่างสัญญาหลักมีอยู่แล้ว จึงไม่น่ามีอุปสรรคในการลงนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รายละเอียดในการปรับเงื่อนไขคืออะไร นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการปรับความเข้าใจในเรื่องการส่งมอบพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องเข้ามาทำการรื้อย้ายสาธารณูปโภค ซึ่งทาง รมว.มหาดไทยได้ไล่ถามทีละหน่วยงาน ทุกคนยืนยันว่าพร้อมและปฏิบัติได้ ขณะที่? รฟท.ต้องไปรับภาระการเวนคืนที่ดินบางส่วน และหาที่อยู่ให้กับชาวบ้านตามแนวรถไฟ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โดยเลื่อนระยะเวลาจาก 1 ปี 3 เดือน เป็น 2 ปี เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น ถึงเวลานั้นถ้ามีอุปสรรค ก็ต้องว่ากันในเรื่องการขยายเวลาให้กับเอกชน อย่างไรก็ตาม? เราเข้ามาต้องการสนับสนุนทุกอย่างเพื่อให้เขาทำเสร็จ ตนได้กำชับ รมว.คมนาคมตลอดเวลา หากทางเอกชนขอสิ่งใดมา ที่เราทำได้ อยู่ในกรอบกฎหมายและทีโออาร์ เราต้องทำทุกอย่าง ถือเป็นภารกิจและหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า การทำสัญญากับรัฐจะชดเชยในเรื่องระยะเวลา ไม่ใช่เงิน หากชดเชยด้วยเงิน ทุกสัญญาที่รัฐทำกับเอกชนก็ต้องชดเชยตามไปด้วย ทั้งนี้ การก่อสร้างทุกอย่างต้องมีอุปสรรคอยู่แล้ว หากเอกชนติดอุปสรรคขอขยายสัญญา หรือหากรัฐติดอุปสรรค ก็ขอขยายสัญญาได้โดยไม่มีค่าปรับ ถือว่ายุติธรรม เพียงแค่อย่าใช้อคติหรือความลำเอียงในการดำเนินสัญญา จะทำให้ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องการให้ประเทศมีรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จะเป็นการสร้างความเข้าใจให้ทั้งโลกว่าโครงการอีอีซีเกิดแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะไปเป็นประธานการลงนาม โดย รมว.คมนาคมได้กราบเรียนเชิญเรียบร้อยแล้ว เพราะถือเป็นงานใหญ่ อีอีซีถือเป็นตำนานของ พล.อ.ประยุทธ์ สมัยก่อนเรามีอีสเทิร์นซีบอร์ด เป็นของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ วันนี้อีอีซีก็เป็นผลงาน เป็นสิ่งที่จะต้องกล่าวขานถึงความมุ่งมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ กำชับว่าให้ทำเสร็จเร็วๆ อะไรช่วยเขาได้ก็ช่วย อะไรยืดหยุ่นได้ก็ยืดหยุ่น โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้พูดในที่ประชุมว่า อย่าไปแน่นหรือตึงมาก ผ่อนได้ก็ผ่อนแต่อย่าให้ผิดกฎหมาย และอย่าให้รัฐเสียประโยชน์ ซึ่งกระทรวงคมนาคมพร้อมอยู่แล้ว ยิ่งทำเสร็จเร็ว ส่งมอบพื้นที่เร็ว จะเป็นผลงานของกระทรวงคมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นห่วงการส่งมอบพื้นที่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า มีการส่งมอบพื้นที่ที่เป็นนัยสำคัญหลักอยู่แล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สามารถส่งมอบโดยไม่มีอุปสรรค และในระยะเวลา 2 ปีเราก็ไปแก้ไขปัญหาส่วนที่เหลือ กว่าจะได้สร้างจริงๆ ใช้เวลาเป็นปี ขอเรียนนายศุภชัยได้เลยไม่ต้องห่วง สัปดาห์ที่แล้วก็ได้มาพบตน และยืนยันไปว่าอย่าได้กังวล ตราบใดที่ตนยังอยู่ตรงนี้ พร้อมที่จะสนับสนุนให้เอกชนทำงานได้อย่างราบรื่นที่สุด ตนเองก็พอจะมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง ไม่ใช่ไม่มี ตนก็โดนอะไรมาก็รู้ และจะนำสิ่งที่โดนมามาช่วย และมานั่งเถียงแทนเขาด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ซีพีการันตีเซ็นแน่ดูฤกษ์ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายฮิโรชิ ซากิ ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมโอซากา ประเทศญี่ปุ่น สภาหอการค้าและนักธุรกิจของญี่ปุ่นได้เข้ามาหารือและสอบถามถึงความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ว่าได้ยืนยันให้นักลงทุนญี่ปุ่นมั่นใจว่าโครงการนี้จะมีการก่อสร้างได้ตามกำหนด และจะมีการลงนามในสัญญากับภาคเอกชนเร็วๆ นี้ ซึ่งกลุ่มซีพีจะต้องดูฤกษ์ยามก่อนว่าจะลงนามในวันไหน อาจจะเร็วกว่าวันที่ 25 ต.ค.ก็ได้ เพราะได้ยกหูคุยกับนายศุภชัย โดยบอกว่าจะเซ็นสัญญาแน่นอน อาจจะก่อนวันที่ 25 ต.ค.ก็ได้ ขอไปดูฤกษ์ยามก่อน แต่ไม่เกินวันที่ 25 ต.ค.แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล สหภาพรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือและแถลงการณ์เพื่อขอให้รัฐบาลใช้ความรอบคอบในการพิจารณาการลงนามสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับมอบแถลงการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาวิทย์กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท เป็นโครงการสืบเนื่องจากรัฐบาล คสช.จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลกับเอกชน หรือ PPP และผู้ที่ชนะการประมูลโครงการ กลุ่ม CPH ซึ่งการลงนามในสัญญามีการเลื่อนมาหลายครั้ง และมีการกำหนดเงื่อนไขหลายข้อ ล่าสุดมีการกำหนดว่า รฟท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ได้ 82% ของพื้นที่ทั้งหมดภายในระยะเวลา 15 เดือน หรือภายใน 1 ปี 3 เดือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อดูจากข้อตกลงที่กำหนดว่า รฟท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ทั้งหมด 100% ภายใน 5 ปี ถือว่ายากและเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากในเส้นทางที่ต้องส่งมอบมีทั้งประชาชนที่อยู่อาศัยโดยถูกต้องและไม่ถูกต้องอีกเป็นจำนวนมาก และยังมีสัญญาทางธุรกิจระหว่างรฟท.กับเอกชนประมาณ 300 สัญญา รวมทั้งการรื้อย้ายสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา ท่อก๊าซ ท่อส่งน้ำมัน ฯลฯ ทำให้ต้องมีการรื้อย้ายสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง และจะกำหนดจุดที่เวนคืนที่ดินเพิ่มอีก ซึ่งไม่แน่ว่าหน่วยงานราชการต่างๆ ได้เตรียมงบประมาณไว้พร้อมหรือไม่ และหากไม่สามารถทำได้ ก็อาจมีการเรียกร้องค่าเสียหายจาก รฟท.ภายหลัง ซึ่งจะเป็นมูลค่าอีกเท่าไหร่ก็ยังไม่สามารถประเมินได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะลงนามในสัญญาระหว่างรัฐกับบริษัทที่ชนะการประมูล โดยมีเงื่อนไขตามเอกสารแนบท้ายสัญญาที่จะให้การรถไฟส่งมอบฟื้นที่ 82% ในระยะเวลา 15 เดือน ซึ่งมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าการรถไฟฯ จะทำไม่ได้ และจะเป็นเหตุให้เอกชนร้องเรียนค่าเสียหายได้ จึงอยากให้นายกฯ และบอร์ดอีอีซี และส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงเงื่อนไขแนบท้ายสัญญาดังกล่าว รวมทั้งเงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งสังคม ประชาชนยังไม่รับรู้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนออันเป็นเจตจำนงเพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน จะได้รับการพิจารณาจากท่านและคณะ และขอให้พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด&amp;quot; นายสาวิทย์ระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, รถไฟความเร็วสูง, ส่งมอบพื้นที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีอีซี, ไฮสปีดเทรน, ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c4285ff0b59d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
