<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เลขาสภาฯส่งปม&#039;นวัธ&#039;ให้กกต.แล้ว&#039;ชวน&#039;ยันต้องให้องค์กรที่มีอำนาจวินิจฉัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.62 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่าทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร ได้ลงนามส่งความเห็นกรณีของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้วว่าสภาไม่มีอำนาจชี้ขาดวินิจฉัยสมาชิกภาพของนายนวัธ จึงได้เสนอแนะไปว่ากกต.สามารถทำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ เหมือนที่ตนพูดไปแล้วว่าถ้าไม่แน่ใจก็ให้องค์กรที่เขามีอำนาจตัดสิน แต่ถ้าแน่ใจก็ตัดสินเองได้ ซึ่งกรณีนี้มีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ ฉะนั้นกกต.สามารถดำเนินการเองได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีส.ส.ติดต่อว่าจะเข้าชื่อ1ใน10 เพื่อยื่นเรื่องมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเรื่องนี้กกต.มีอำนาจที่จะชี้ขาดได้เลยหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เป็นอำนาจของกกต.เช่นเดียวกันในการที่จะวินิจฉัยและสามารถเสนอรัฐบาลเพื่อออกพระราชกฤษฏีกาเลือกตั้งซ่อมได้ แต่หากกกต.ไม่มั่นใจแล้วจะขอให้องค์กรที่เขามีอำนาจวินิจฉัยก็สามารถทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, นวัธ เตาะเจริญสุข, ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52765126c48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 01:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนศาลรธน.ชี้สถานะส.ส.นวัธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทีมกฎหมายสภามีมติ 11 ต่อ 4 เสียง &amp;quot;นวัธ&amp;quot; พ้นจากสถานะส.ส. แต่ถ้าให้ชัดต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ทุบโต๊ะพ้นแล้วไม่ต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุด &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; เจ็บคอ! ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย &amp;quot;สมชาย&amp;quot; ยกเป็นเครดิตให้รัฐธรรมนูญที่ยกระดับมาตรฐาน ส.ส.-ส.ว.มากกว่า รธน.ฉบับก่อนๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสมาชิกภาพของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย หลังศาลพิพากษาประหารชีวิตและถูกส่งตัวเข้าเรือนจำว่า กรณีของนายนวัธยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่ ซึ่งเช้าวันนี้ตนได้มอบหมายให้ทางเลขาธิการสภาฯ ประชุมฝ่ายกฎหมาย เพราะความเห็นของผู้ร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่านายนวัธหมดสมาชิกภาพ แต่ความเห็นอีกฝ่ายก็เห็นว่าคดีของนายนวัธยังไม่ถึงที่สุด แต่ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็เร่งมาว่าให้ส่งเรื่องนี้ไป เพื่อให้มีการดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจึงได้บอกกับทางเลขาธิการสภาฯ ว่าขอให้ทางฝ่ายกฎหมายรีบจัดการและศึกษาเรื่องนี้ให้ถ่องแท้ โดยคาดว่าจะมีการรายงานมายังผม เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าอย่าเพิ่งไปรีบวินิจฉัยด้วยตนเอง เพราะความเห็นยังไม่ลงตัว&amp;quot; ประธานสภาผู้แทนฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เผยว่าการประชุมทีมกฎหมายสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 15 คน เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว มีความเห็นเป็น 2 ฝ่ายคือ เสียงข้างมาก 11 เสียงเห็นว่าต้องพ้นจากสถานะ ส.ส. ส่วนเสียงข้างน้อยอีก 4 เสียงเห็นว่ายังไม่พ้นสถานะเป็น ส.ส. แต่สิ่งที่ทุกเสียงเห็นตรงกันคือ สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจหน้าที่ในการชี้ขาดเรื่องการสิ้นสุดสถานะ ส.ส. แต่เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัย เพราะไม่มีข้อกฎหมายใดระบุให้สภาเป็นผู้ชี้ขาดเรื่องสถานะ ส.ส. โดยช่องทางที่จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้คือ การให้ ส.ส.หรือ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 &amp;nbsp;ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา เข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรค 1 หรืออีกช่องทางคือ หาก กกต.มีข้อสงสัยเรื่องการสิ้นสภาพสถานะ ส.ส. สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ดังนั้นจะนำข้อสรุปของทีมกฎหมายรายงานให้นายชวนทราบในวันที่ 26 ก.ย.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ตรงไปตรงมาตามรัฐธรรมนูญ เมื่อมีคำพิพากษาว่ามีความผิดอาญา แม้จะรอการลงโทษก็ไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องให้คำพิพากษาถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้คดีนี้นายนวัธยังสามารถอุทธรณ์และฎีกาได้ ความเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.ก็ขาดไปแล้วใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ใช่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกากลับคำพิพากษา จะส่งผลอะไรหรือไม่ นายวิษณุชี้แจงว่า เมื่อพ้นก็พ้นไป และน่าจะไม่ได้คืนสถานะ ส.ส.กลับมาอีก และมองว่าหากเกิดกรณีเช่นนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กกต.สามารถจัดการเลือกตั้งซ่อมได้เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า กกต.ต้องแจ้งมาที่รัฐบาลเพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งในเขตดังกล่าว ส่วนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในหลายเขตต่อจากนี้ ไม่จำเป็นต้องจัดขึ้นพร้อมกัน เพราะเริ่มนับหนึ่งไม่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังคงสงวนท่าที โดยบอกว่าไม่รู้ว่าเขาจะสิ้นสภาพการเป็น ส.ส.แล้วหรือไม่ เพราะยังตีความกันคนละอย่าง เดี๋ยวจะต้องมาดูว่าตกลงว่าอย่างไร เมื่อถามว่าถ้าหากในเขต 7 จ.ขอนแก่น จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พปชร.คนเดิมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;อย่าไปใช้ถ้า อย่ามาถามถ้า ไม่เอาถ้า&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวเพียงว่า ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ให้ความเห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับนี้ ได้ยกมาตรฐานของ ส.ส.และ ส.ว.ให้สูงขึ้นกว่าเดิมจากรัฐธรรมนูญ 2540, 2550 เสียอีก แม้คำพิพากษาของศาลยังไม่ถึงที่สุดตามมาตรา 101 (13) ก็จริง แต่เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต โดยไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ และต้องคุมขังในเรือนจำตามหมายขังของศาล จึงเข้าการต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตามมาตรา 98 (6) ทันที และเมื่อต้องห้ามตามมาตรา 98 (6) แล้ว สรุปได้ว่าการเป็น ส.ส.ของนายนวัธต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น นายอภินันท์ จันทร์อุปละ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่น เตรียมเดินทางมาที่ศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อมาขอคัดเอกสารคำพิพากษา หลังจากที่ศาลชั้นต้นได้มีการพิพากษาประหารชีวิตนายนวัธ เพื่อที่จะนำเอกสารคำพิพากษาส่งไปยังสภาพผู้แทนราษฎร และที่ กกต.กลาง ก่อนที่จะให้ทางประธานสภาฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อกลางดึกคืนวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีการคุมตัวนายนวัธ ออกจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ไปยังเรือนจำกลางขอนแก่น เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาคดีโทษหนัก จึงทำให้ต้องมีการย้ายที่คุมขัง โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางได้นำตัวไปคุมขังในแดนแรกรับ พบว่านายนวัธ มีหน้าตาที่บ่งบอกถึงอาการเครียดหลังจากที่ไม่ได้ประกันตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมมาตย์ สุราช ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่า การส่งตัวนายนวัธจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นมาที่เรือนจำกลางขอนแก่นนั้น เป็นระเบียบของกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากผู้ต้องขังถูกศาลตัดสินประหารชีวิต ซึ่งทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นนั้นเป็นการคุมขังในอัตราโทษไม่เกิน 10 ปี ขณะที่เรือนจำกลางขอนแก่นเป็นการคุมขังผู้ต้องขังในอัตราโทษไม่เกิน 30 ปี ดังนั้นการส่งตัวมานั้นเป็นไปตามระเบียบทั้งหมด ซึ่งในการเข้าเยี่ยมหรือดำเนินการใดๆ นั้น ก็สามารถทำได้ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนความเคลื่อนไหวของทางทนายความของนายนวัธ ที่จะมายื่นเรื่องขอประกันตัว ขณะนี้ยังไม่พบว่าเดินทางมาที่ศาลจังหวัดขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ซักประวัติ ตรวจร่างกายและตรวจสุขภาพ พบว่านายนวัธสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว แต่มีอาการเครียด วิตกกังวล ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผู้ต้องขังแรกเข้า อาจต้องให้เวลาปรับตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมกฎหมายสภา, นวัธ เตาะเจริญสุข, ศาลพิพากษาประหารชีวิตและถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ, สถานะส.ส., ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b757a56a11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยแย้งกกต.ยันไม่มีมาตราใดขัดรธน.พรรคใดคะแนนต่ำกว่า7.1หมื่นไม่ได้สส.พึงมีตั้งแต่ต้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
12เม.ย.62-นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เสนอเรื่องวิธีการคำนวณส.ส.ยัญชีรายชื่อ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า มีข้อที่ต้องพิจารณา2ประเด็น โดยประเด็นแรก เหตุผลที่ กกต.อ้างเป็นเหตุผลที่ถูกต้องหรือไม่เมื่อพิจารณาข้ออ้างของกกต.ที่ว่ามีหลายพรรคมีจำนวนส.ส.พึงมีได้ ต่ำกว่าหนึ่งคน แต่เมื่อคำนวณตามมาตรา 128(5) แล้วทำให้พรรคเหล่านั้นได้ส.ส.1 คน จึงอาจทำให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2)และ(4)ที่ห้ามจัดสรรที่มีผลให้พรรคการเมืองได้ส.ส.มากกว่าจำนวนพึงมีนั้น ประเด็นนี้เห็นว่าหากอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 อย่างเป็นขั้นตอนจะไม่มีข้อความส่วนใดขัดหรือแย้งกันเลย แต่ที่กกต.เห็นว่ามีปัญหาเพราะกกต.ไม่ได้ยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งเป็นหลักแต่ไปเอาตามวิธีการที่สำนักงาน กกต.เสนอ ซึ่งอ้างว่าเป็นไปตามความเห็นของกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อกกต.ตั้งโจทย์แบบนี้ การคำนวณจึงผิดตั้งแต่ต้น แล้วก็ไปโทษว่ากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตรงนี้อธิบายได้ง่ายๆว่า เมื่อกฎหมายให้ยึดจำนวนคะแนนต่อส.ส.หนึ่งคนเป็นหลักแล้วนำไปหารคะแนนรวมของแต่ละพรรคเพื่อหาส.ส.พึงมีของพรรคนั้น ตามมาตรา 128(2)แล้วเอาจำนวนสส.พึงมีนั้นไปลบสส.เขตของพรรคนั้น ผลลัพธ์คือจำนวน สส.บัญชีรายชื่อที่พรรคนั้นจะได้รับเบื้องต้นสส.บัญชีรายชื่อที่พรรคนั้นจะได้รับเบื้องต้น ตามมาตรา 128(3) เมื่อถึงตรงนี้ ต้องเข้าใจว่า หากพรรคใดมีคะแนนต่ำกว่าคะแนนต่อสส.หนึ่งคน(ต่ำกว่า71,065 คะแนน) พรรคนั้นก็ไม่มีจำนวน สส.พึงมีมาตั้งแต่ต้น จึงถูกตัดตอนตั้งแต่ม.128(2)แล้ว หลังจากนั้นการคำนวณต่อไปจะคิดเฉพาะพรรคที่มีจำนวนสส.พึงมีเท่านั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยม.128(4)ให้จัดสรรสส.บัญชีรายชื่อตามผลลัพธ์ตามม.128(3) หมายถึงจัดสรรให้พรรคที่มีสิทธิจะได้รับจัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อเบื้องต้นมายถึงจัดสรรให้พรรคที่มีสิทธิจะได้รับจัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อเบื้องต้น แต่เมื่อพรรคที่มีคะแนนต่ำกว่า 71,065 คะแนน ซึ่งไม่มีส.ส.พึงมีและไม่ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้รับเบื้องต้นซึ่งไม่มีส.ส.พึงมีและไม่ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้รับเบื้องต้น ก็ย่อมไม่มีสิทธิได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อตามม.128(4) ทั้งนี้ในการจัดสรรนั้นถ้าพรรคใดมีส.ส.เขตเท่ากับหรือมากกว่าส.ส.ที่พึงมีก็จะไม่ได้รับจัดสรรสส.บัญชีรายชื่ออีกคือส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นศูนย์ แล้วเอาส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้กับพรรคที่มีส.ส.เขตต่ำกว่าแล้วเอาส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้กับพรรคที่มีส.ส.เขตต่ำกว่า ส.ส.ที่พรรคนั้นพึงมี เมื่อพรรคเหล่านั้นไม่มีทั้งส.ส.เขตและส.ส.พึงมี ก็ไม่มีสิทธิได้รับจัดสรรโดยไม่ต้องไปพิจารณาว่าจะทำให้พรรคนั้นมีส.ส.เกินจำนวนที่พึงมีหรือไม่โดยไม่ต้องไปพิจารณาว่าจะทำให้พรรคนั้นมีส.ส.เกินจำนวนที่พึงมีหรือไม่ เพราะเขาไม่มีส.ส.พึงมีมาแต่แรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดสรรตามม.128(7)กรณีจัดสรรแล้วมีสส.บัญชีรายชื่อเกิน 150 คนกฎหมายให้คำนวณปรับส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ตามวิธีการที่กำหนดและในกรณีนี้กฎหมายก็เขียนชัดว่าเมื่อคำนวณตาม(5)แล้วมีส.ส.เกิน ให้ทำอย่างไร เช่นกันพรรคที่คะแนนต่ำกว่า71,065 คะแนนไม่อยู่ในข่ายได้รับจัดสรรตาม(5)และไม่มีจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้รับจึงไม่อาจนำมาคำนวณตาม]และไม่มีจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้รับจึงไม่อาจนำมาคำนวณตาม(7)ได้เช่นกัน ดังนั้นหากตีความกฎหมายตรงไปตรงมาจึงไม่เห็นว่าจะมีปัญหาตรงไหน และเมื่อคำนวณจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคทีมีส.ส.พึงมีและจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้รับตาม128(7)แล้วผลคำนวณก็ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อครบ 150 คน &amp;nbsp;ไม่ได้มีปัญหาเหมือนที่ กกต.อ้างเลย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สอง เรื่องที่กกต.จะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น]เรื่องที่กกต.จะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น เห็นว่าปัญหาที่กกต.อ้างดูเหมือนกับการจะขอคำอธิบายข้อกฎหมายกับศาลรัฐธรรมนูญ]เห็นว่าปัญหาที่กกต.อ้างดูเหมือนกับการจะขอคำอธิบายข้อกฎหมายกับศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่กกต.มีอำนาจในส่วนนี้อยู่แล้วแต่กกต.ยังไม่ได้ใช้อำนาจของตนเอง]ทั้งที่กกต.มีอำนาจในส่วนนี้อยู่แล้วแต่กกต.ยังไม่ได้ใช้อำนาจของตนเอง หากใช้อำนาจตามที่มีอยู่และพิจารณาไปตามก.ม.ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรให้ต้องกังวลหากใช้อำนาจตามที่มีอยู่และพิจารณาไปตามก.ม.ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรให้ต้องกังวล โดยส่วนตัวจึงเห็นว่าอาจยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เพราะที่ผ่านมาเข้าใจว่าศาลเคยวางหลักว่าไม่มีหน้าที่มาอธิบายรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามเท่าที่ดูจากคำแถลงดูเหมือนกกต.จะตั้งประเด็นกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญด้วยแต่ก็ไม่เห็นประเด็นว่ามาตราใหนขัดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องดูคำร้องอย่างละเอียดกันอีกที เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรที่กกต.จะปล่อยให้ยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้กกต.เป็นผู้ใช้กฎหมาย.เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายจึงมีหน้าที่โดยตรงในการวินิจฉัยตีความกกต. และการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ไม่ควรชี้นำโดยอ้างสูตรคำนวณที่มีการเสนอต่อกกต.แต่ควรอ้างวิธีการคำนวณตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นสำคัญ&amp;rdquo;นายชูศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33498</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, พรป.เลือกตั้งส.ส., ส.ส.พึงมี, สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ, ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b320325ced47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ถึงทางตัน!ประธานกกต.รับต้องส่งศาลรธน.วินิจฉัยสูตรคำนวณสส.ปาร์ตี้ลิสต์เหตุตัวบทกฎหมายขัดกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12เม.ย.62-นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp; ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุที่ &amp;nbsp;กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเป็นวิธีที่ สำนักงานกกต.คำนวณ และสอดคล้องกับวิธีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพึงมีได้ครบ 150 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;แต่การอาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) ที่กำหนดหลักการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกินกว่าที่พึงมีไม่ได้ &amp;nbsp; โดยการจัดสรรในจำนวนที่ต่ำกว่า 0 อาจถือได้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และวิธีการคำนวณตามาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส.จำเป็นต้องหาข้อยุติให้ชัดเจน แม้ว่าวิธีการคำนวณตามมาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส. จะจัดสรรได้ครบ 150 คน แต่อาจติดขัดต่อประเด็นว่าการจัดสรรนี้ จะทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เกินพึงมีหรือไม่&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพร &amp;nbsp;ยืนยันว่า การส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นวิธีดำเนินการเหมาะสม &amp;nbsp;และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกาศรับรอง ส.ส. ร้อยละ 95 ตามที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp;แต่จะไม่ขอก้าวล่วงอำนาจวินิจฉัยของศาลว่าจะวินิจฉัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ หรือไม่ ตามกรอบกำหนดวันประกาศรับรอง ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน กกต. ระบุถึงกรณีที่สำนักงาน กกต.เปิดเผยว่าจะมีอย่างน้อย 25 พรรคการเมืองได้รับการจัดสรรว่าเป็นวิธีการคำนวณเบื้องต้น ตามที่ปรากฏในรับธรรมนูญซึ่งเป็นวิธีที่กรรมการร่างรับธรรมนูญเสนอไว้และมากำหนดเป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;และมาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ซึ่งในมาตรา 91 วรรค 3 กำหนดว่าหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณคิดอัตราส่วนให้เป็นไปตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และการคำนวณของสำนักงานก่อนหน้านี้เป็นการคำนวณจากคะแนนเบื้องต้นที่มีอยู่ของแต่ละพรรคการเมือง ไม่ใช่คะแนนสุดท้าย ทั้งนี้นอกจากวิธีการที่สำนักงานคำนวณมา รวมถึงวิธีการอื่นก็อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า หากคำนวณตามวิธีการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 128 &amp;nbsp;ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้จัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน เพราะนำเศษทศนิยมมาคิด ทั้งนี้ทราบมาว่าในการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของกรธ.นั้น ได้วางหลักคิดคำนวณไว้ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ก่อน และเมื่อหารือกันแล้วเห็นพ้องกันว่าหลักคิดคำนวณดังกล่าวเป็นวิธีการคำนวณส.ส.พึงมี จึงนำไปเขียนให้เป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นวิธีการคำนวณที่กรธ.คุยกันจึงเป็นที่มาของมาตรา 91 &amp;nbsp;ไม่ใช่มีการบัญญัติมาตรา 91 ก่อนและค่อยหาวิธีคำนวณ โดยในการร่างมาตรา 91 นั้น เหตุที่วิธีการคำนวณมีความยาวกรธ.จึงนำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังมีข้อถกเถียงกันถึงเลขทศนิยม ที่น้อยกว่า 1 เช่น 0.8 จะถือว่าเกินกว่าจำนวนส.ส.ที่พึงมีหรือไม่ &amp;nbsp;เพราะศูนย์อยู่ข้างหน้า ผู้รู้คณิตศาสตร์บอกว่าเลขศูนย์ก็เป็นเลขที่นำมาคำนวณได้ แล้วอยู่ๆจะไปตัดทิ้ง &amp;nbsp;ทั้งนี้การคำนวณมาตรา 91 ในครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าจะมีพรรคใดได้จำนวนส.ส.มากกว่าจำนวนส.ส.พึงมี ซึ่งวิธีการนี้ก็มีวิธีติดไว้ข้างฝานานแล้ว&amp;rdquo;ประธาน กกต.ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดถึงไม่สามารถคำนวณตามเจตนารมณ์ได้อย่างเดียว ประธานกกต. กล่าวว่า เมื่อนำ 2 มาตรามาพิจารณา ซึ่งความจริงแล้ว มาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มีที่มาจากมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมาตรา 91 อนุ 4 ตัวอักษรเขียนไว้เช่นนี้ ปัญหาเกิดขึ้นว่าจะต้องยึดสิ่งใด &amp;nbsp;ซึ่งกกต.คงต้องถือตัวอักษรที่ระบุในกฎหมาย ส่วนการตีความตามเจตนารมณ์เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ดังนั้นเมื่อตัวอักษรเขียนแบบนี้คงถึงทางตันที่ไม่สามารถตัดสินในเรื่องนี้เองได้จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิฉัย เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ ซึ่งการที่กกต.จะประกาศผลนั้นจะต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เราจะดำเนินการขัดหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33492</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายอิทธิพร บุญประคอง, กรธ., พรป.ส.ส., สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ, ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c93f2f26b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่าทางจะยาว!ชี้ช่องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความบ้านพักขรก.ตุลาการดอยสุเทพขัดรธน.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.61- เเหล่งข่าวนักวิชาการด้านกฎหมายได้เเสดงความเห็นถึงกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดำเนินการสร้างบ้านพักผู้พิพากษาบริเวณผืนป่าเชิงดอยสุเทพ แม้ทางศาลยุติธรรมจะอ้างว่าพื้นที่ก่อสร้างเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ไม่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ นั้น ว่า บริเวณที่ก่อสร้างดังกล่าวแม้ไม่เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติตามกฎหมาย แต่ตามสภาพความเป็นจริงก็เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าเป็นพื้นที่ป่าตามธรรมชาติ ทำให้กลุ่มชาวเชียงใหม่หลายกลุ่มออกมาแสดงความเป็นห่วงผลกระทบจากการสร้างบ้านพักที่อาจจะกระทบต่อระบบนิเวศน์ การปิดกั้นทางเดินของน้ำ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนชาวเชียงใหม่ที่อยู่บริเวณด้านล่างของดอยสุเทพที่อาจจะได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องการสร้างบ้านพักของศาลนี้ถ้าพิจารณาในแง่ของผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนชาวเชียงใหม่ ตามที่กลุ่มชาวเชียงใหม่หลายกลุ่มอ้างว่าจะส่งผลกระทบดังกล่าวอย่างรุนแรงนั้น อาจจะทำให้โครงการก่อสร้างบ้านพักของศาลขัดกับรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 67 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับในขณะที่มีการก่อสร้างบ้านพักของศาลในช่วงที่ผ่านมา และขัดกับรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 58 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับในขณะที่กำลังมีการก่อสร้างบ้านพักของศาลในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แต่การสร้างบ้านพักของศาลบริเวณผืนป่าเชิงดอยสุเทพเพียงแต่ได้รับอนุญาตจากทางราชการที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ไม่ได้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนและชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้มีส่วนได้เสีย และชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในเรื่องนี้อาจจะทำให้มีประเด็นในเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของโครงการสร้างบ้านพักของศาลบริเวณผืนป่าเชิงดอยสุเทพได้ สำหรับกลุ่มชาวเชียงใหม่ที่เห็นว่าสิทธิที่ตนได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญถูกละเมิด ก็สามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 213 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าโครงการก่อสร้างบ้านพักของศาลขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7007</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยสุเทพ, ที่พักข้าราชการตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ, บ้านพักขรก.ศาล, สิ่งแวดล้อม, ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ, ส่อขัดรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb2dd579cbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;ส่งสัญญาณปมกม.ลูกทางออกเดียวคือยื่นศาลรธน.ตีความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.61- นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เตรียมส่งข้อสังเกตต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว คงต้องรอดูรายละเอียดก่อนว่าเห็นแย้งอย่างไร ทั้งนี้ ในชั้นกมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ทั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) สนช. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ไม่มีใครอภิปรายว่าขัดรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมก็ไม่อยากจะพูดว่าทำไมไม่ยอมทำทุกอย่างให้จบก่อนกระบวนการทุกอย่างจะเสร็จสิ้นลง แต่เมื่อท่านส่งมาตอนนี้ทางแก้ไขก็มีทางเดียว คือ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่สมาชิกต้องไปว่ากันเอง ผมไปชี้นำไม่ได้ ทุกคนจับจ้องว่าจะทำให้เลื่อนโรดแม็ปการเลือกตั้ง ยื้อการเลือกตั้ง ซึ่งการยื้อหรือเลื่อนโรดแม็ปทุกคนก็มองมาที่ตัวประธานสนช.เป็นหลัก แต่ประธานไม่มีสิทธิ์บอกหรือบังคับสมาชิกว่าให้ยื่นหรือไม่ยื่น&amp;rdquo; นายพรเพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร กล่าวต่อว่า ตนตั้งใจว่าจะยื่นร่างกฎหมายทั้งสองฉบับให้นายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (14 มี.ค.) แต่บังเอิญตอนตรวจร่างเมื่อเช้าพบถ้อยคำไม่ตรงกันไม่สอดคล้องกันจึงต้องปรับร่าง &amp;nbsp;ประกอบกับนายมีชัย ยื่นข้อสังเกตมาแบบนี้ก็ต้องให้สมาชิกดูก่อนว่าจะเอาอย่างไร ทั้งนี้ ตนห่วงใยว่าถ้ายื่นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะกระทบโรดแม็ป ตนจึงต้องคิดมาก แต่ก็ไม่รู้ แล้วแต่สมาชิกว่าจะเห็นอย่างไร แต่ในส่วนของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจะไม่กระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกังวลว่าถ้ายื่นแล้วศาลให้แก้ใครจะเป็นคนแก้ นายพรเพชร กล่าวว่า ถ้าไม่มีใครแก้สนช.ก็ต้องแก้ แต่ตามขั้นตอนเราคิดว่ากรธ.ต้องแก้ เพราะกรธ.เป็นเจ้าของร่างแต่แรก แต่ถ้ากรธ.ไม่แก้เราก็ต้องแก้ คือต้องหาคนแก้จนได้ ถามต่อว่า หากกฎหมายประกาศใช้แล้วมีผู้ร้องภายหลังใครจะแก้ นายพรเพชร กล่าวว่า รัฐบาลที่รับผิดชอบอยู่ตอนนั้นต้องไปดูว่าจะแก้อย่างไร. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4910</URL_LINK>
                <HASHTAG>2กม.ลูก, ประธานสนช., พรเพชร วิชิตชลชัย, สนช., ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7c6bd0476f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
