<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเตรียมส่งออกข้าว 44,000 ตัน ไปอิรักครั้งแรกในรอบ 7 ปีหลังถูกระงับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานการเตรียมส่งออกข้าวไทยจำนวน 44,000 ตันไปยังอิรักเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี เรียกคืนความเชื่อมั่นข้าวไทยในตลาดอิรัก โดยรัฐบาลพร้อมผลักดันภาคเอกชนและผู้ส่งออกไทย เปิดตลาดข้าวไทยในประเทศใหม่ๆ เพิ่มเติมจาก 3 ตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดพรีเมียม ตลาดทั่วไป และตลาดเฉพาะ ซึ่งการส่งออกข้าวไปอิรักในครั้งนี้ ยังจะส่งผลดีแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล ยังเปิดเผยว่า ข้าวขาว 100% ของไทยจำนวน 44,000 ตัน ซึ่งจะส่งออกไปในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ถือเป็นข้าวไทยล็อตแรกที่ถูกส่งออกไปยังตลาดอิรักในรอบ 7 ปี หลังจากที่อิรักได้ระงับการนำเข้าข้าวจากไทย ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้ ผู้ส่งออกไทยจะสามารถส่งออกข้าวไทยไปยังอิรักได้ต่อเนื่อง รวมทั้งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้ผู้ส่งออกไทยทำการตลาดสินค้าเกษตรไทยในประเทศเอเชีย ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่นๆอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์เร่งประชาสัมพันธ์ข้าวและสินค้าเกษตรไทยเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดโลก ทดแทนความต้องการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส่งออกข้าวไทย, อิรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d0327a5314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยหารือผู้นำเข้าฟิลิปปินส์เร่งเจรจาส่งออกข้าวเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค. 2564 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ประชุมร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา จัดประชุมหารือกับผู้นำเข้าข้าวฟิลิปปินส์ ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกและตัวแทน ผู้กระจายสินค้า กว่า 22 ราย ผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ เป็นครั้งแรก หลังจากที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ยกเลิกนโยบายการจำกัดการนำเข้าข้าวเชิงปริมาณและอนุญาตให้ผู้นำเข้าเอกชนสามารถนำเข้าข้าวได้อย่างเสรี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทยให้แก่ผู้นำเข้า และผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดข้าวไทยในฟิลิปปินส์เพิ่มสูงขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว ส่งผลให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2562 ด้วยปริมาณการนำเข้าข้าวสูงถึง 2.77 ล้านตัน และมีแนวโน้มว่าฟิลิปปินส์จะมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมค้าข้าวโลกต่อไปอีกในช่วง 2-3 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการประชุมครั้งนี้ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยรายงานสถานการณ์การผลิตข้าวไทยให้ผู้นำเข้าฟิลิปปินส์ทราบว่า ในปีนี้ไทยจะมีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าว ส่งผลให้ราคาข้าวไทยลดลงในระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้มากขึ้น และไทยยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาข้าวขาวพื้นนิ่มพันธุ์ กข 79 และ กข 87 ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกสู่ตลาดได้ภายในระยะเวลา 1&amp;ndash;2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้นำเข้าฟิลิปปินส์ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ข้าวในประเทศว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการนำเข้าข้าว ส่งผลให้ตลาดข้าวในฟิลิปปินส์มีการแข่งขันกันมากขึ้น แต่ราคาข้าว ถือเป็นปัจจัยหลัก ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ซึ่งข้าวไทยมีราคาสูงกว่าข้าวจากประเทศอื่น เช่น อินเดียและเวียดนาม และกลุ่มผู้นำเข้ายังได้ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันผู้บริโภคข้าวฟิลิปปินส์ มีความนิยมการบริโภคข้าวขาวพื้นนุ่มที่มีราคาไม่แพง โดยเฉพาะข้าวใหม่ที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน เนื่องจากจะมีรสชาติอร่อยและนุ่มกว่าข้าวเก่า และผู้บริโภคฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่เห็นว่าข้าวไทยเป็นข้าวคุณภาพที่มีรสชาติดี แต่มีราคาสูงเมื่อเทียบกับข้าวจากแหล่งอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กลุ่มผู้นำเข้าได้เสนอให้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายข้าวไทยในฟิลิปปินส์ เช่น การจัดกิจกรรม Instore Promotion ในห้างสรรพสินค้าหรือห้างค้าปลีก โดยในช่วงแรกเสนอให้มีการลดราคาข้าวไทย เพื่อให้ผู้บริโภคฟิลิปปินส์ได้ลองชิมรสชาติข้าวไทย และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้สูงขึ้น โดยผู้นำเข้าฟิลิปปินส์มีความยินดีที่จะร่วมมือกับรัฐบาลไทยและสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยในการจัดกิจกรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา ในฐานะเซลล์แมนประเทศ มีแผนจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้และความต้องการข้าวไทยในกลุ่มผู้บริโภคฟิลิปปินส์ คาดว่าจะสามารถดำเนินกิจกรรมดังกล่าวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3&amp;ndash;4 หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการหารือกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2563&amp;ndash;2567 ภายใต้หลักการ &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; ซึ่งเป็นนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้เน้นการพัฒนาข้าวไทยให้ตรงกับความต้องการของตลาดและปรับบทบาทของทูตพาณิชย์ในฐานะเซลล์แมนประเทศให้ทำงานเชิงรุกและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น และในระยะต่อไป กรมฯ มีแผนหารือกับบังกลาเทศ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ข้าวไทยมีส่วนแบ่งในตลาดเป้าหมายเพิ่มขึ้นต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103430</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีรติ รัชโน, ฟิลิปปินส์, ส่งออกข้าวไทย, อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4b7976e4f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
