<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศช.หั่นจีดีพี62เหลือ2.6 สมคิดโบ้ยดีกว่าหลายปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สศช.เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 โต 2.4% พิษ ศก.โลกชะลอ-ส่งออกติดลบ หั่นจีดีพีปี 62 เหลือ 2.6% ต่ำสุดรอบ 5 ปี ขุนคลังทำใจหลุดเป้า เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ เข็นมาตรการกระตุ้นเพิ่มส่งท้ายปี &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ชี้ไม่ย่ำแย่ดีกว่าหลายประเทศในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แถลงว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ของปี 2562 ขยายตัวอยู่ที่ระดับ 2.4% ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 2.3% ขณะที่ทั้งปีได้ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลง เติบโตที่ระดับ 2.6% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัวที่ 3% ถือเป็นอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2557 ที่ขยายตัวได้ 1% ขณะที่การส่งออกในไตรมาส 3 ขยายตัวที่ระดับ 0% &amp;nbsp;ถือว่าดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ติดลบ 4.2% อย่างไรก็ตาม คาดว่าทั้งปีนี้การส่งออกจะหดตัวอยู่ที่ระดับลบ &amp;nbsp;2% จากเดิมที่เคยคาดว่าจะติดลบ 1.2% และคาดว่าปี 2563 จะขยายตัวได้ 2.3%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ สาเหตุหลักเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงและมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงสถานการณ์ชั่วคราวที่เข้ามา อย่างเช่นรถยนต์เปลี่ยนรุ่นใหม่ในช่วงปลายปี โรงกลั่นบางแห่งหยุดซ่อม และปรับมาตรฐานน้ำมันใหม่&amp;quot; นายทศพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวดีของการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ 4.2% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ และอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นของราคาสินค้าเกษตร และการดำเนินมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ รวมทั้งการเร่งตัวขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพรกล่าวว่า คาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2562 จะกลับมาขยายตัวได้ดี &amp;nbsp;การส่งออกเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดีหากจะทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัวได้ 2.6% &amp;nbsp;นั้น ในช่วงไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยจะต้องขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 2.8% และจำเป็นต้องมีมาตรการอื่นๆ &amp;nbsp;เพิ่มเติม เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศยังวางใจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจทั้งปีนี้จะขยายตัวได้ไม่ถึง &amp;nbsp;2.6% โดย สศช.คาดว่าการส่งออกในปีนี้จะติดลบ 2% และปีหน้าจะขยายตัวได้ดีขึ้นโดยจะขยายตัวได้ &amp;nbsp;2.3% จากปัจจัยสงครามการค้าที่คลี่คลายลง ค่าเงินบาทที่คาดว่าจะแข็งค่าน้อยลงจากปีนี้ และการเจาะตลาดต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ที่ทำตลาดได้มากขึ้น&amp;quot; เลขาธิการ สศช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2562 ของ สศช.ดังกล่าวถือว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับทรงตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกขยายตัวลดลงอย่างมาก ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการมาตั้งแต่ไตรมาส 3/2562 ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้ หากสถานการณ์เศรษฐกิจในภาพรวมยังเป็นเช่นนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเป้าหมายจีดีพีในปีนี้จะเติบโตได้ตามระดับที่ สศช.ประเมินไว้ที่ 2.6% ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 2.8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ติดตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;หากมีความจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมก็ยังมีเวลาเหลืออีก 1 เดือนครึ่ง เพื่อดำเนินการไม่ให้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 2.6% ตามที่ สศช.กังวลว่าหากรัฐบาลไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ เพิ่มอีกจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้&amp;quot; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกระทรวงการคลังได้เร่งรัดเม็ดเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปได้ตามแผน &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในไตรมาส 4/2562 เพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมเข้ามาช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น สำหรับความกังวลของภาคอุตสาหกรรมที่มีการปิดโรงงานในช่วงที่ผ่านมานั้น ตามข้อเท็จจริงแล้วพบว่าที่ผ่านมามีการเปิดโรงงานมากกว่าการปิดโรงงาน &amp;nbsp;ถึงแม้จะมีการลดกำลังการผลิตลง แต่เม็ดเงินลงทุนของภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูงถึง 4.3 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของช่วงที่ผ่านมาถึง 36.3% ปัจจัยนี้จะเป็นอีกตัวช่วยในการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การบริโภคพบว่ายังอยู่ในระดับทรงตัว โดยหากดูจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในประเทศยังขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนมาตรการชิมช้อปใช้ ระยะที่ 3 หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนพบว่าไม่ได้รับความนิยมเหมือนระยะก่อนหน้านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักเพราะมาตรการในระยะที่ 3 &amp;nbsp;เป็นการขยายผลและต่อยอด จึงอยากให้มองในภาพรวมของมาตรการชิมช้อปใช้ทั้งหมดทุกระยะมากกว่าว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังติดตามและประเมินอยู่ นอกจากนี้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการหารือเพื่อติดตามเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จีดีพีไตรมาสที่สามขยายตัว 2.4% ถือว่าดีเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลก ไม่ถึงกับย่ำแย่ เวลานี้กระทรวงการคลังและ ธปท.หารือกันตลอดเวลาว่าจะทำมาตรการทางการเงินและการคลังอย่างไรที่จะดูแลเศรษฐกิจของไทยไปให้ได้ ทั้งนี้หากมีความจำเป็นก็ต้องออกมาตรการที่มีความเหมาะสม แต่หากสภาพเศรษฐกิจเป็นไปด้วยดีก็ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการในช่วงปลายปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าฝ่ายค้านเตรียมหยิบยกเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือน ธ.ค.นั้น เรื่องเศรษฐกิจถือเป็นส่วนรวมของทั้งประเทศ พูดแต่ว่าไม่ดี หรือแย่ ความรู้สึกโดยส่วนรวมก็จะไม่ดีไปด้วย เราต้องมั่นใจในตัวเอง ในช่วงเวลานี้ขณะที่โลกเป็นแบบนี้ ทุกประเทศกำลังลำบาก ต้องสามัคคีกัน ทุกฝ่ายไม่ว่ารัฐ เอกชน ฝ่ายค้าน หรือรัฐบาลต้องมาช่วยกันคิดว่าจะช่วยกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การปิดโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมา เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์เป็นหลัก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ซึ่ง ธปท.จำเป็นต้องดูแลเรื่องค่าเงินบาทมากกว่านี้ เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมรถยนต์กลับมาเติบโตได้เป็นปกติ ทั้งนี้ภายในเดือนนี้จะเร่งลงพื้นที่ เพื่อหารือกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ว่าต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง หากมีความจำเป็นกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมจะออกมาตรการเพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รมว.การคลังได้มอบหมายให้หน่วยงานของกระทรวงการคลังติดตามสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการขับเคลื่อนชุดมาตรการด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินการมานั้น คาดว่าจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 1 แสนล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ &amp;nbsp;เพื่อให้มาตรการต่างๆ ที่เริ่มในไตรมาส 3/2562 สามารถส่งผลได้อย่างเต็มที่ในไตรมาส 4/2562.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50590</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, มาตรการกระตุ้นเพิ่มส่งท้ายปี, สศช., ส่งออกติดลบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ, เศรษฐกิจโลกชะลอตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2a573151a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงครามการค้า ฉุด‘จีดีพี’ต่ำสุด ลุยกระตุ้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สะดุ้ง! สภาพัฒน์เปิดตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/62 ขยายตัว 2.3% ต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส &amp;nbsp;เล็งปรับลดจีดีพีปี 62 เหลือโต 3% จากเดิมโต 3.3-3.8% เหตุได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าฉุดส่งออกติดลบ &amp;quot;ทศพร&amp;quot; ยันแค่เซยังไม่ทรุด ด้าน &amp;quot;อุตตม&amp;quot; ยอมรับตัวเลขไม่พลิกล็อก เดินหน้าชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ 3.16 แสนล้านบาทเข้า ครม.เศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ไตรมาส 2 ปี 2562 ขยายตัว 2.3% ซึ่งเป็นการเติบโตต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส หรือในรอบเกือบ 5 ปี ต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2557 เติบโตชะลอลงจากไตรมาส 1 ปี 2562 ที่จีดีพีขยายตัว 2.8% ส่งผลให้จีดีพีครึ่งปีแรก 2562 ขยายตัว 2.6%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัจจัยหลักที่กระทบทำให้จีดีพีไตรมาส 2 ปีนี้เติบโตชะลอลง ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดต่ำสุดของปี มาจากการส่งออกติดลบ 4.2% จากไตรมาสแรกที่ติดลบ 4% เนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนได้ฉุดเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวโต 3.2% นอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตรที่ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ กระทบกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวลง &amp;nbsp;รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอลง และรายได้ท่องเที่ยวยังขยายตัวต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สศช.ปรับลดประมาณการจีดีพีปี 62 โต 3% หรือเติบโตในช่วง 2.7-3.2% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.6% หรือเติบโตในช่วง 3.3-3.8% ส่วนเศรษฐกิจปี 2563 คาดขยายตัว 3.5% โดยเหตุผลที่ปรับลดจีดีพีมาจากการส่งออกที่ชะลอลงมาก คาดส่งออกปีนี้ติดลบ 1.2% จากเดิมคาดโต 2.2% โดยมีความกังวลเรื่องภาวะความอ่อนแอของเศรษฐกิจยูโรโซนเพิ่มเติม ขณะที่การบริโภคโต 4.2% และการลงทุนโต &amp;nbsp;3.8%&amp;quot; นายทศพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะขยายตัวดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภค ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเร่งการส่งออกให้มูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังกลับมาขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% สนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวครึ่งปีหลังไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน เร่งการเบิกจ่าย การลงทุนภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชน ดูแลเกษตรกรแรงงานผู้มีรายได้น้อย เอสเอ็มอี และรักษาความสงบเรียบร้อยและบรรยากาศการเมืองในประเทศ เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังขยายตัวได้ 3.4% &amp;nbsp;จึงจะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2562 โต 3% ตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เศรษฐกิจไทยแค่เซ ยังไม่ถึงกับทรุด แต่เราต้องทำอะไรบ้าง ต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ &amp;nbsp;เพราะปัจจัยเสี่ยงมีทั้งเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด และความผันผวนเศรษฐกิจและการเงินโลก &amp;nbsp;รวมทั้งความเสี่ยงจากสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;quot; นายทศพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตได้ราว 3% มาจาก 1.การขยายตัวในเกณฑ์ดีของอุปสงค์ภายในประเทศ จากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ขยายตัวตามฐานรายได้ครัวเรือน และมีมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ 2.การปรับตัวขึ้นอย่างช้าๆ ของภาคการส่งออก โดยคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น 3.การดำเนินมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องของภาครัฐหลังจากมีรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายงบประมาณ การขับเคลื่อนการลงทุน การดูแลภาคการเกษตร และการแก้ปัญหาภาคการส่งออก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีปัญหา และเป็นเครื่องสะท้อนชัดเจนว่าประเทศไทยต้องเอาจริงเอาจังในการดูแลเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจถูกกระทบไปมากกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันที่ 20 ส.ค. กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 3.16 แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวเพิ่มได้ 0.55% และจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 3% อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวอีกว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นมาตรการเร่งด่วนและมีความจำเป็น โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องทำในขณะนี้คือ การประคับประคองและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้จ่ายและนักลงทุน เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้ความเชื่อมั่นในส่วนนี้อ่อนตัวเร็วและมากเกินไป เนื่องจากกังวลว่าอาจจำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างได้ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภายนอกไม่ได้แล้ว ถ้าไทยไม่มีมาตรการออกมาประคองเศรษฐกิจก็จะยิ่งทรุดไปมากกว่านี้ โดยส่วนตัวเชื่อว่าในระยะต่อไปประเทศขนาดใหญ่ที่กำลังมีปัญหากันในขณะนี้จะสามารถหารือกันและทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ ซึ่งมาตรการตรงนี้จะส่งผลดีให้เศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยการแจกเงินคนละ 1 พันบาทนั้นได้หารือกับ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์มาตรการอย่างเข้มข้นก่อนที่จะมีการใช้จริง โดยในส่วนของกระทรวงการคลังจะดูแลเรื่องการติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับร้านค้าทั่วประเทศ ให้สามารถรองรับการอุปโภคบริโภคผ่านระบบอีเพย์เมนต์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อมั่นว่าหากทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือกับชุดมาตรการนี้ จะมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่ โดยจะมีการประชาสัมพันธ์และติดตามมาตรการ ว่าสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังได้ดำเนินการลงไปนั้นตรงกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ว่าคนที่ได้รับเงินไปนั้นเป็นตัวจริงและมีการใช้จ่ายจริงๆ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ &amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันตัวเลขเศรษฐกิจหลายส่วนเริ่มส่งสัญญาณการเติบโตลดลง ซึ่งรัฐบาลเห็นสัญญาณแบบนี้และมองว่าหากปล่อยให้เศรษฐกิจเติบโตเองตามธรรมชาติ ก็ไม่มั่นใจว่าจีดีพีปีนี้จะเติบโตได้ 3% &amp;nbsp;หรือไม่&amp;quot; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พิจารณามาตรการยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียที่เดินทางมาไทยว่า กระทรวงการต่างประเทศเขาก็คัดค้านเรื่องนี้อยู่แล้ว มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศอินเดียมีประชากรกว่า 1,200 ล้านคน &amp;nbsp;การที่จะให้เขาเดินทางเข้ามาประเทศไทยง่ายๆ ตนก็ไม่ค่อยเห็นด้วย ทั้งนี้ตนยังไม่ได้รับหนังสือในเรื่องดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43816</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี’, สงครามการค้า, สภาพัฒน์, ส่งออกติดลบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5aad2762515.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
