<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์บุกตลาดฮ่องกงลุยส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.2564 นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ เมืองฮ่องกง ทำหน้าที่เซลส์แมนของประเทศ ในการหาตลาดให้กับสินค้าไทย โดยล่าสุดได้รับรายงานว่าสำนักงานฯ ได้ร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 8 แห่ง (นครปฐม ชัยภูมิ เชียงใหม่ น่าน อ่างทอง จันทบุรี สระแก้ว และพิจิตร) สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ โดยการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจผ่านระบบออนไลน์กับผู้นำเข้าผลไม้รายใหญ่ในฮ่องกงเพื่อช่วยแก้ปัญหาร้านอาหารไทยในฮ่องกงขาดมะม่วงน้ำดอกไม้ และช่วยเกษตรกรระบายผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในฤดูเก็บเกี่ยวปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ สคต. ณ เมืองฮ่องกง กล่าวว่า สำนักงานฯ ได้จัดการเจรจาธุรกิจ &amp;quot;มะม่วงน้ำดอกไม้&amp;quot; ผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 8-12 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 9 ราย ผลการเจรจาของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากผู้ประกอบการทุกรายที่เข้าร่วมผ่านการประเมินความพร้อม และศักยภาพในการส่งออกจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเรียบร้อยแล้วก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ทำให้ผู้นำเข้ามีความเชื่อมั่นสูง โดยผลจากการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ คาดการณ์มูลค่าคำสั่งซื้อเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ทันที 1.4 ล้านบาท และมูลค่าคำสั่งซื้อภายใน 1 ปี ประมาณ 16 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มยอดส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้แล้ว สำนักงานฯ ยังได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ให้สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์จากไร่สวนของตน ส่งออกมายังผู้นำเข้าผลไม้ฮ่องกงโดยตรงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ลดต้นทุนการขนส่งลง และทำให้ผู้ประกอบการได้เงินจากการขายอย่างเต็มจำนวน ไม่ถูกหักจากพ่อค้าคนกลาง และยังทำให้เกษตรกรเรียนรู้ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องใช้ในการส่งออกเพื่อต่อยอดในการส่งออกสินค้าเกษตรอื่น ๆ ต่อไปในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้เที่ยวบินระหว่างประเทศลดลง และส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินขนส่ง จึงทำให้การนำเข้ามะม่วงคุณภาพดีไม่สามารถทำได้ดังเดิม เนื่องจากมะม่วงมีน้ำหนักมาก และการขนส่งต้องใช้เวลานานขึ้น อาทิ จากที่เคยส่งมะม่วงจากไทยมาฮ่องกงได้ทุกวัน ปัจจุบันสามารถส่งมาได้เพียงสัปดาห์ละ 1 เที่ยว ทำให้ผู้ประกอบการส่งออก ส่งออกมะม่วงมาฮ่องกงในขณะที่ยังเปรี้ยวอยู่ และจากมาตรการ Social Distancing ของรัฐบาลฮ่องกงที่จำกัดเวลาในการเปิดให้บริการ ทำให้ร้านอาหารมียอดขายลดลง ไม่สามารถควบคุมเวลาในการบ่มก่อนนำมาประกอบอาหารได้ จึงทำคุณภาพมะม่วงที่ใช้ดิบหรือสุกเกินไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96238</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเด็จ สุสมบูรณ์, ส่งออกมะม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_60507361461dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ชี้ &#039;มะม่วงสด&#039;กลายเป็นสินค้าส่งออกดาวเด่นในยุคโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

15 ก.ค.2563 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า มะม่วงสดของไทยเป็นหนึ่งในสินค้าดาวเด่นมาแรง สามารถทำยอดส่งออกได้ดี แม้อยู่ในช่วงสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 โดยในช่วง 5 เดือนของปี 2563 (ม.ค.&amp;ndash;พ.ค.) ส่งออกปริมาณ 5.7 หมื่นตัน มูลค่า 41 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% ส่งออกไปตลาดอาเซียนขยายตัวโดดเด่นสุด มูลค่า 15.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 143% คิดเป็นสัดส่วน 37.5% ของการส่งออกทั้งหมด มีตลาดส่งออกหลัก เช่น มาเลเซีย เวียดนาม และสปป.ลาว และยังมีจีนที่นิยมมะม่วงสดจากไทย มีมูลค่าส่งออก 5.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 71% และฮ่องกง มูลค่า 8.5 แสนเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 196%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการส่งออกมะม่วงสดของไทย ก็คือ ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่คู่เจรจาได้มีการปรับลดภาษีนำเข้า โดยปัจจุบันประเทศคู่เจรจาเอฟทีเอ 15 ประเทศ ไม่เก็บภาษีนำเข้ามะม่วงสดจากไทยแล้ว ได้แก่ สมาชิกอาเซียน 7 ประเทศ (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม เมียนมา และมาเลเซีย) จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ชิลี และเปรู เหลือเพียง 3 ประเทศ ที่ยังเก็บภาษีนำเข้าจากไทย ได้แก่ สปป.ลาว และกัมพูชา เก็บภาษีนำเข้า 5% และเกาหลีใต้ เก็บภาษีนำเข้า 24%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากแต้มต่อจากเอฟทีเอแล้ว ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานสินค้าและพัฒนาคุณภาพการผลิตอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่การเพาะปลูก การบรรจุหีบห่อ การมีใบรับรองสุขอนามัยพืช รวมทั้งระมัดระวังการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง เนื่องจากปัจจุบันหลายประเทศเข้มงวดและผู้บริโภคนิยมผลไม้ปลอดสารพิษหรือเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น&amp;rdquo; นางอรมนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันไทยครองแชมป์ผู้ส่งออกมะม่วงสดอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยในปี 2562 ไทยส่งออกมะม่วงสดไปตลาดโลกมูลค่า 59 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่งออกไปประเทศที่มีเอฟทีเอ มูลค่า 57 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 96% ของการส่งออกมะม่วงสดทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบสถิติมูลค่าการส่งออกมะม่วงสดของไทยไปประเทศคู่เอฟทีเอ ในปี 2562 กับปี 2535 ซึ่งเป็นปีก่อนที่ความตกลงเอฟทีเอฉบับแรกของไทยกับอาเซียนจะมีผลบังคับใช้ พบว่า มูลค่าการส่งออกมะม่วงสดเพิ่มสูงขึ้นถึง 4,920% และหากแยกรายตลาด พบว่า มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอาเซียน เพิ่ม 1,000% จีน &amp;nbsp;เพิ่ม 1,365,775% เมื่อเทียบกับปี 2545 ก่อนจีนยกเลิกภาษีนำเข้าภายใต้เอฟทีเออาเซียน-จีน และเกาหลีใต้ เพิ่ม 4,824% เมื่อเทียบกับปี 2552 ก่อนเกาหลีใต้ลดภาษีนำเข้าภายใต้เอฟทีเออาเซียน-เกาหลีใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71482</URL_LINK>
                <HASHTAG>มะม่วงสด, สินค้าดาวเด่น, ส่งออกมะม่วง, อรมน ทรัพย์ทวีธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc84ae7540cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
