<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดบีโอไอให้ส่งเสริม 6 โครงการใหญ่37,726ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
บอร์ดบีโอไอเห็นชอบ 6 โครงการใหญ่มูลค่าเงินลงทุนรวม37,726 ล้านบาท &amp;nbsp; ผลิตยาชีววัตถุ พร้อมส่งเสริมกิจการผลิตสารให้ความหวานจากหญ้าหวาน และกิจการขนส่งน้ำมันทางท่อสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดปัญหาการจราจรและมลพิษจากการส่งทางรถบรรทุก
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;9 พ.ค. 61- นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาให้การส่งเสริมโครงการลงทุนจำนวน 6 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม37,726 ล้านบาท ประกอบไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
โครงการที่ 1 ได้รับส่งเสริมการลงทุนกิจการผลิตยาแผนปัจจุบัน โดยโครงการนี้จะผลิตยาแผนปัจจุบัน โดยจะผลิตยารักษาโรค และยาชีววัตถุ เงินลงทุนทั้งสิ้น 4,500 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ &amp;nbsp;และมีความมั่นคงทางยา รวมทั้งช่วยพัฒนาบุคลากรของประเทศให้สามารถผลิตยาที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการที่ 2 และโครงการที่ 3 เป็นโครงการต่อเนื่องโดยเริ่มจากกิจการผลิตสารสกัดจากหญ้าหวานที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเงินลงทุนทั้งสิ้น 4,097 ล้านบาท และโครงการที่3กิจการผลิตสารให้ความหวานจากหญ้าหวานที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพจากการนำสารสกัดจากหญ้าหวานมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เงินลงทุนทั้งสิ้น 4,589 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปัจจุบัน สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มาจากธรรมชาติ มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามกระแสลดบริโภคน้ำตาลของผู้เอาใจใส่ด้านสุขภาพ โครงการนี้ จะช่วยส่งเสริมเกษตรกรในการปลูกหญ้าหวาน ส่งเสริมให้หญ้าหวานเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ของเกษตรกร เพิ่มโอกาสและช่องทางให้ประชาชนบริโภคสารให้ความหวานโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และจะเป็นโครงการต้นแบบสำหรับการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาพัฒนาพืชหรือสมุนไพรอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการที่ 4 เป็นกิจการผลิตเม็ดพลาสติก POLYPROPYLENE (PP) ซึ่งสามารถนำไปใช้ผลิตในอุตสาหกรรมอื่นๆ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และเส้นใยต่างๆ เงินลงทุนทั้งสิ้น 12,200 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง โดยโครงการนี้จะใช้วัตถุดิบจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลางในประเทศ มูลค่าปีละกว่า 10,600 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการที่ 5 เป็นกิจการขนส่งทางท่อ เงินลงทุนทั้งสิ้น 9,500 ล้านบาท โดยจะวางท่อสำหรับขนส่งน้ำมันทางใต้ดินจากจังหวัดสระบุรี ถึงจังหวัดขอนแก่น ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ยังช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษจากการขนส่งน้ำมันโดยรถบรรทุกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการที่ 6 เป็นกิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย เงินลงทุนทั้งสิ้น 2,840 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดระยอง โดยจะให้บริการจัดเก็บและกระจายสินค้าประเภทเม็ดพลาสติก เหล็กแผ่นม้วน และอื่นๆ อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของรัฐบาล

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8826</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจการขนส่ง, น้ำมันทางท่อ, บอร์ดบีโอไอ, บีโอไอ, มลพิษ, ยาชีววัตถุ, รถบรรทุก, ส่งเสริม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a842c57d8bf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2018 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2018 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทย89% เห็นด้วยแต่งชุดไทย ผ้าไทยเล่นน้ำในวันสงกรานต์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิด้าโพล เผยผลสำรวจคนไทย 89 % เห็นด้วยกับแต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำในวันสงกรานต์ ถือเป็นอนุรักษ์ความเป็นไทย และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 เม.ย. 61 - รายงานศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;แต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำในวันสงกรานต์&amp;rdquo; &amp;nbsp; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 84.96 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ เป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย แสดงถึงความเป็นไทย และอยากให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง เป็นประเพณีไทยที่มีมาแต่โบราณ และดูเรียบร้อย สวยงาม รองลงมา ร้อยละ 14.00 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ชุดไทยเป็นชุด ที่มีเกียรติจะใส่มาเล่นน้ำดูไม่เหมาะสม เคลื่อนไหวลำบาก ไม่สะดวก มีราคาค่อนข้างแพง ดูสิ้นเปลือง และกลัวชุดพังเพราะโดนน้ำ ขณะที่บางส่วนระบุว่า การเล่นน้ำของเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยเหมาะกับชุดไทยผ้าไทย เท่าไหร่นัก และร้อยละ 1.04 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความต้องการ/อยากแต่งชุดไทย ผ้าไทย ไปเล่นน้ำสงกรานต์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 64.24 ระบุว่า อยากแต่ง เพราะ เป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทย สืบสานประเพณีไทย ดูดีมีเอกลักษณ์ เรียบร้อย สวยงาม และจะได้เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง รองลงมา ร้อยละ 33.44 ระบุว่า ไม่อยากแต่ง เพราะ ไม่สะดวก ไม่คล่องตัว ยุ่งยาก ไม่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ค่อนข้างร้อน ชุดมีราคา ค่อนข้างแพง หาซื้อยาก ใส่ชุดธรรมดาสะดวกสบายกว่า ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่กล้าใส่ และร้อยละ 2.32 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่ามีข้อเสนอที่จะให้ภาครัฐและภาคเอกชน ช่วยรณรงค์ การแต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์ &amp;nbsp;ร้อยละ 50.40 ระบุว่า ปลูกจิตสำนึกและค่านิยมให้เยาวชนประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมไทย รองลงมา ร้อยละ 48.88 ระบุว่า ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหันมาใส่ชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์อย่างทั่วถึง &amp;nbsp;ร้อยละ 35.36 ระบุว่า ให้หน่วยงานภาครัฐจัดกิจกรรมประกวดการแต่งชุดไทย ผ้าไทย ในวันสงกรานต์ ร้อยละ 30.40 ระบุว่า ให้ดารา นักร้อง หรือคนที่มีชื่อเสียงร่วมรณรงค์แต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์ ร้อยละ 28.56 ระบุว่า รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแต่งกายด้วยชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์ ร้อยละ 23.20 ระบุว่า จัดงานหรือกิจกรรมที่มีบรรยากาศย้อนยุคเอื้อต่อการแต่งชุดไทย เช่น งานอุ่นไอรักคลายความหนาว ร้อยละ 16.40 ระบุว่า ให้ประชาชนที่แต่งชุดไทยสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ได้ฟรี
&amp;nbsp;
และยังพบว่า ร้อยละ 0.48 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ให้ภาครัฐแจกชุดไทย ผ้าไทย ให้แก่ประชาชน และร้อยละ 2.32 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ในสำหรับข้อเสนอที่จะให้ภาคเอกชน ช่วยรณรงค์ การแต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.96 ระบุว่า ส่งเสริมให้มีการจำหน่ายชุดไทยในราคาที่เหมาะสม หาซื้อง่าย ออกแบบให้สามารถสวมใส่ได้ง่าย รองลงมา ร้อยละ 39.04 ระบุว่า ให้เอกชนร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรม จัดการประกวดส่งเสริมการแต่งชุดไทย ผ้าไทย ในพื้นที่ต่าง ๆ ร้อยละ 38.48 ระบุว่า ให้เอกชนช่วยโฆษณา รณรงค์ กระตุ้นให้คนไทยและชาวต่างชาติแต่งชุดไทย ผ้าไทย ร้อยละ 37.12 ระบุว่า จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ให้แก่ผู้แต่งชุดไทย ผ้าไทย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และร้อยละ 5.28 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดไทย, นิดาโพล, วัฒนธรรมไทย, สงกรานต์, ส่งเสริม, อนุรักษ์, เล่นน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180408/image_big_5ac97c5ceab97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
