<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’สอนมวยฝ่ายค้าน ‘เสรี’ชี้เข้าเกณฑ์ล้มล้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ตอกฝ่ายค้านระวังเจอข้อหาแจ้งความเท็จ ชี้บรรจุญัตติเป็นสิทธิ์ประธานวินิจฉัย ขอหารือฝ่ายกฎหมายรู้ผลสัปดาห์หน้า &amp;quot;เสรี&amp;quot; ขู่กลับส่อเจตนาล้มล้างการปกครอง &amp;quot;เนติบริกร&amp;quot; แจง คสช.สรรหา ส.ว.ไม่ใช่บริหารราชการแผ่นดิน &amp;quot;สุทิน&amp;quot; เสียงอ่อยปัดข่มขู่ อ้างพึ่งกระบวนการยุติธรรมหาคำตอบให้สังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานพิธีคล้ายวันสถาปนารัฐสภาไทยครบ 87 ปี โดยได้กล่าวตอนหนึ่งในงานมอบโล่ให้แก่หน่วยงานที่มีผลปฏิบัติราชการดีเด่นว่า รัฐสภาเป็นหน่วยงานด้านนิติบัญญัติ ถือเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตยที่ต้องมีฝ่ายบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ ซึ่งได้ย้ำกับ ส.ส.ตั้งแต่เข้าปฏิบัติหน้าที่ว่า ต้องเป็นตัวอย่างต่อการปฏิบัติหน้าที่ และเคารพกฎหมาย ขณะที่ข้าราชการของรัฐสภา ขอให้ทำหน้าที่ตามกฎหมายและกฎระเบียบ รวมถึงไม่ยอมรับคำสั่งของบุคคลที่สั่งให้ทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านไม่ต้องกลัวใคร หากเขามาสั่งให้ทำอะไรที่เป็นเรื่องผิด ขออย่าทำ เพราะวันข้างหน้าเรื่องที่ทำอาจกลับมากระทบทำให้ติดคุกได้ ผมขอทุกคนอย่าทำผิดพลาดอันมีเหตุมาจากความเกรงกลัวและเกรงใจ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องติดคุก คนสั่งเขาไม่ต้องมารับผิดชอบอะไร แต่คนปฏิบัติคือคนที่ต้องรับกรรม&amp;rdquo; นายชวนระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานรัฐสภากล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ว่า คาดว่าประมาณ 1 เดือน ห้องประชุมจันทราจะแล้วเสร็จและเข้าใช้ได้ ส่วนห้องประชุมสุริยัน ไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ทั้งนี้มีงานบางอย่างที่ล่าช้า จึงได้บอกกับนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็วและโดยตรง บางเรื่องอาจต้องบอกรัฐบาลให้ช่วยเหลือเพื่อทำให้งานรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนยังกล่าวถึงกรณี 7 พรรคฝ่ายค้านเตรียมแจ้งความประธานสภาฯ และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 กรณีไม่บรรจุญัตติตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญตรวจสอบที่มาของ ส.ว. ว่า ประธานสภาฯ ก็อยู่ภายใต้กฎหมาย ถ้าประธานทำผิด ทุกฝ่ายมีสิทธิ์จัดการตามกฎหมายได้ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร แต่ระวังเรื่องที่ไปร้องอย่าให้เป็นเท็จ เดี๋ยวโดนข้อหาแจ้งความเท็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ญัตตินี้ได้ผ่านกระบวนการของเจ้าหน้าที่มาถึงรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เพื่อวินิจฉัยแล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จึงขอเชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายทั้งหมดมาหารือก่อน โดยเราจะดูให้ดีที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ประธานและรองประธานจะหารือกัน เรื่องใดที่ไม่มีปัญหารองประธานสั่งแล้วก็ผ่านไปได้เลย แต่เรื่องใดที่คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนหรือเป็นปัญหาตนจะขอมาดู และหากไม่แน่ใจจะเชิญฝ่ายกฎหมายทั้งหมด รวมถึงที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่มาช่วยกันดู ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอสมควร ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันดู&amp;nbsp;
บรรจุญัตติสิทธิ์ปธ.สภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะคนทำหน้าที่ประธานจะต้องตรงไปตรงมา และไม่มีประโยชน์ที่จะไปขู่ว่าจะดำเนินคดี ถ้าทำผิดก็ไปจัดการได้เลย เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะประธานและรองประธานสภาฯ ต่างก็อยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายที่เชิญมาได้มีการหารือกันไปบ้างแล้ว รวมถึงมีข้อยุติกันบางประเด็น คิดว่าตอนออกระเบียบวาระก็สามารถวินิจฉัยได้ว่าจะบรรจุลงระเบียบวาระหรือไม่ บังเอิญเรื่องดังกล่าวนี้รองประธานสภาคนที่ 2 ไปพูดก่อนเลยทำให้เป็นประเด็นขึ้นมา ซึ่งการบรรจุญัตติไม่ใช่เรื่องที่จะไปขู่ว่าจะต้องบรรจุหรือไม่บรรจุ เรื่องนี้เป็นสิทธิ์ของประธานสภาที่วินิจฉัยได้ โดยจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า&amp;rdquo; ประธานสภาฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ 7 พรรคฝ่ายค้านอยากได้คำตอบภายในวันที่ 1 ก.ค.นั้น เรื่องทั้งหมดอยู่ที่สภา จะยื่นเงื่อนไขต่อรองหรือขู่อะไรก็ไม่มีผลอะไร เพราะคนเป็นประธานไม่ว่าใครหรือตนก็ตาม โดยทั่วไปต่างก็วางตัวเป็นกลางและวินิจฉัยโดยยึดความถูกต้อง ไม่ยึดเอาตามความอำเภอใจ ความจริงเรื่องนี้ตนก็แปลกใจ ว่าทำไมถึงโวยวาย ทำไมถึงไม่ฟังเหตุฟังผล รีบร้อนไปขู่เสียก่อน โดยยังไม่รู้ว่าเขาตัดสินอย่างไร อาจจะคิดว่าถ้ากลัวแล้วจะต้องบรรจุ หรือไม่กลัวก็ไม่บรรจุ ก็อย่าไปพะวง เพราะเรื่องดังกล่าวประธานสภาฯ ต้องวินิจฉัยตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาฯ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพรรคพลังประชารัฐยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกรณี 33 ส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อว่า ฝ่ายเลขาฯ จะตรวจสอบความถูกต้องแบบเดียวกับที่ยื่นมาครั้งก่อน เบื้องต้นคือตรวจสอบลายเซ็นผู้รับรองว่าตรงกับลายมือชื่อที่เซ็นไว้กับสภาหรือไม่ ซึ่งคงจะส่งมาถึงตนสัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกี่ยวกับวุฒิสภา จึงไม่สามารถแสดงความเห็นได้ ทั้งนี้ ทุกอย่างต้องพิจารณาตามหลักกฎหมาย &amp;nbsp;กระบวนการสรรหา ส.ว.ที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้อยู่ที่ดุลพินิจของแต่ละบุคคล ส่วนการที่ ส.ส.จะแก้กฎหมายไม่ให้ ส.ว.มามีส่วนร่วมในเรื่องการปฏิรูปนั้น เมื่อ ส.ว.เป็นสมาชิกรัฐสภา ต้องทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะละเว้นไม่ได้ เรื่องใดที่เป็นการประชุมร่วมรัฐสภาก็ต้องดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ว. กรณีการถือครองหุ้นและทำธุรกิจสื่อสารมวลชนว่า เป็นเรื่องของ กกต.ที่จะต้องทำตาม แต่ส่วนตัวเห็นว่าการสรรหา ส.ว.มีที่มาแตกต่างจาก ส.ส. เพราะมาจากการเเต่งตั้ง ดังนั้น หากจะนับเวลาที่สิ้นสุดการถือครองหุ้น &amp;nbsp;จะต้องนับก่อนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. เปิดเผยว่า วันที่ 1 ก.ค. ตนและ ส.ว.บางส่วนจะเข้าหารือกับนายพรเพชร เพื่อหารือต่อประเด็นที่มีหลายฝ่ายยื่นตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว. ทั้งกรณีของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการสรรหา ส.ว. รวมถึงการที่นายเรืองไกร ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ตรวจสอบกระบวนการและที่มาของ ส.ว.&amp;nbsp;
เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าทั้ง 2 กรณีนั้นเข้าข่ายเป็นพฤติกรรมล้มล้างการปกครองตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 เนื่องจากกระบวนการสรรหา ส.ว.นั้น ตามรัฐธรรมนูญกำหนดวิธีและขั้นตอนไว้ชัดเจนว่ามีกระบวนการอย่างไร และ ส.ว.ถือเป็น 1 ใน 3 อำนาจอธิปไตย ดังนั้นหากพรรคฝ่ายค้านและตัวบุคคลพยายามทำเรื่องดังกล่าวโดยมีเจตนาที่ชัดเจนว่าต้องการให้การสรรหา ส.ว.เป็นโมฆะ เท่ากับเป็นการล้มล้าง ส.ว. ฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ จึงเข้าข่ายล้มล้างการปกครองด้วยเช่นกัน ซึ่งตามกฎหมายพรรคการเมืองกำหนดโทษไว้สูงสุดคือการยุบพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การบรรจุญัตติเป็นอำนาจของประธานสภาฯ เองจะสั่งรับหรือไม่รับ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าส.ส.มีสิทธิ์ยื่นญัตติตรวจสอบอะไรก็ตามที่เป็นการบริหารราชการแผ่นดิน หรือกระทำกิจการอื่นๆ ที่สภามอบหมายภายในอำนาจหน้าที่ ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ที่แบ่งอำนาจเป็นสามส่วน โดยให้รัฐบาลทำหน้าที่บริหาร และสภาทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชแผ่นดินของรัฐบาล แม้แต่ข้าราชการประจำสภาก็ตรวจสอบไม่ได้ เว้นแต่ตรวจสอบผู้บังคับบัญชาของข้าราชการประจำที่เป็นนักการเมือง ดังนั้นปัญหาจึงอยู่ที่ว่าการที่เขาจะตรวจสอบนั้น จะตรวจสอบใคร ถ้าตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินนั้นทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กระบวนการสรรหา ส.ว. ถือเป็นการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เป็น เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นการตรวจสอบ คสช.ที่ตั้งกรรมการสรรหา ส.ว.นั้นทำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คสช.ตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่ผู้บริหารราชการแผ่นดิน ส่วนกลไกตรวจสอบ คสช.นอกสภานั้น ไม่มี และนึกไม่ออกว่ามีกลไกอื่นหรือไม่ จากนี้ต้องรอดูว่าจะมีเวทีใดที่เขาอยากให้ชี้แจงหรือไม่ ตนก็ยินดี แต่ไม่ใช่การท้าทาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนและฝ่ายค้านมิได้มีเจตนาจะข่มขู่ เพราะตระหนักดีว่าประธานสภาฯ เป็นผู้ใหญ่ที่ควรให้ความเคารพท่านหนึ่ง ไม่อยากให้มองอย่างนั้น อยากให้ทุกฝ่ายมองว่าเรื่องที่พวกตนกำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลต่อการสร้างบรรทัดฐานทางการเมือง บรรทัดฐานทางสังคม ที่ประชาชนสนใจและมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง แต่ผู้เกี่ยวข้องปฏิเสธที่จะให้สังคมรับรู้ ในฐานะตัวแทนประชาชนจึงได้พยายามหาช่องทางให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลเรื่องนี้ เราทำมาแล้วทุกช่องทาง แต่ไม่เป็นผล จึงหวังพึ่งกลไกรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้ยื่นญัตติเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ตามข้อบังคับสภาผู้แทนฯ กำหนดว่าอยู่ในดุลยพินิจของประธานสภาฯ ซึ่งประธานต้องแจ้งผลการพิจารณาว่าเป็นญัตติด่วนหรือไม่ภายใน 5 วัน และแจ้งการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระหรือไม่ภายใน 7 วัน พวกเราก็รอฟังผลการพิจารณาด้วยความสงบ ให้เกียรติเป็นอย่างดี แต่เมื่อล่วงเลยเข้าวันที่ 9 ยังไม่ได้รับการประสานแจ้งผลใดๆ แต่ได้รับทราบจากสื่อว่า รองประธานสภาฯบอกว่าไม่สามารถบรรจุได้ เพราะสภาไม่สามารถตรวจสอบคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดังนั้นจึงมาหารือใน 7 พรรคฝ่ายค้านว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทางสุดท้ายที่เหลือของพวกเราคือ ขอพึ่งกลไกกระบวนยุติธรรมคือ ตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีความจำเป็นต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนดังกล่าวโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบกับตัวประธานและรองประธานในฐานะผู้ตัดสินใจเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะดำเนินคดีกับท่านมิใช่การข่มขู่ แต่เป็นความจำเป็นที่พวกเราต้องแสวงหาช่องทางหาคำตอบให้กับประชาชน ขอให้เห็นใจพวกเราและประชาชนบ้าง พวกเรารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมมาหลายกรณีซ้ำแล้วซ้ำเล่า คราวนี้เมื่อเวลามันล่วงเลยตามกรอบข้อบังคับแล้วเราจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร หากประธานสภาฯ บอกว่าเรื่องนี้ยังไม่มีข้อยุติ กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอยู่ พวกเราก็พร้อมจะรอฟัง และจะดำเนินการใดๆ ต่อไปก็จะเป็นหลังทราบข้อยุติแล้ว&amp;quot; นายสุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ตอบโต้กรณีที่นายเสรีระบุว่า 7 พรรคฝ่ายค้านเสนอญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการสรรหา ส.ว.เข้าข่ายล้มล้างการปกครองว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นแนวคิดของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น ส.ว. ซึ่งข้อสงสัยในความไม่โปร่งใสของสรรหา ส.ว.มิใช่เกิดขึ้นแต่เฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านเท่านั้น แม้กระทั่งสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปก็เกิดข้อข้องใจสงสัยเช่นเดียวกัน หากคนเหล่านี้ต้องการที่จะทราบความจริงว่าการสรรหาดำเนินไปอย่างไรในแต่ละขั้นตอน จะถือว่าพวกเขาล้มล้างการปกครองหรือไม่ นายเสรีอยากจะปล่อยให้ความสงสัยข้องใจของสังคมที่เปรียบเสมือนอยู่ในท่ามกลางความมืดมิดไปเช่นนี้ตลอด 5 ปีหรืออย่างไร อย่างไรก็ตาม อยากจะบอกนายเสรีว่าผู้ที่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่แท้จริงไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือ คสช.นั่นเองที่เข้ามายึดอำนาจและฉีกรัฐธรรมนูญ 2550.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39717</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ส่อเจตนาล้มล้างการปกครอง, หนังสือพิมพ์, เป็นสิทธิ์ประธานวินิจฉัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d162d131a435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
