<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดี พช. เปิด 5 หลักสูตร Digital Literacy เสริมแกร่ง “ชาว พช.” ทันยุค Disruption หนุนสร้างข้าราชการยุคใหม่ นำสมัยและมีประสิทธิภาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 30 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกในยุค Digital Disruption พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายในการผลักดัน นำพาประเทศไทยก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยกลไกของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับ ขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ การบริหารจัดการที่ดี ซึ่งในส่วนของภาครัฐต้องตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนงาน (Disruptive Technology) ให้สามารถอำนวยความสะดวก มุ่งเน้นความคล่องตัวเพื่อขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพลิกโฉมระบบราชการสู่ Digital Government&amp;nbsp; สอดคล้องกับทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่รัฐบาลดิจิทัล คือ การพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรภาครัฐในทุกระดับให้ได้รับความรู้ ความสามารถให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานในยุคดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อมุ่งสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ จึงมีการต่อยอดกระบวนการดำเนินงานเพื่อรองรับนโยบาย Thailand Digital Government และการพัฒนาประเทศสู่การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถเชิงดิจิทัลของภาครัฐไทยให้เป็นเอกภาพและเห็นผลจริง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน ได้ถือเป็นวาระที่สำคัญและดำเนินการแล้ว อาทิ การบริหารจัดการธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ส่งเสริมให้มีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ (Open Data) พัฒนาช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐ ณ จุดเดียว (One Stop Service) และการบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากการเปิดตัว 2 Digital Platform ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;Big Data กรมการพัฒนาชุมชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; เพื่อสร้างคุณค่า และใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน ที่ครอบคลุมในด้านคุณภาพชีวิต ด้านเศรษฐกิจ ด้านทุนชุมชน และความเข้มแข็งชุมชน ในระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ร่วมกันได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย และนำเสนอรูปแบบสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุญแจสำคัญในการการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงอยู่ที่การยกระดับศักยภาพบุคลากร ของกรมการพัฒนาชุมชน ให้มีทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy นั่นคือการนำสรรพกำลังทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทำงานร่วมกัน ตลอดจนพัฒนากระบวนการทำงาน ระบบงานในองค์กรที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ดังนั้น กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้กำหนดการฝึกอบรมเพิ่มทักษะด้านดิจิทัล ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีเป้าประสงค์ในการพัฒนาบุคลากรสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) และการพัฒนาบุคลากรสำหรับผู้พัฒนางานด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกและการนำเสนอ ผ่านกระบวนการ Learning by doing ในรูปแบบของการ Workshop ผสมกับการบรรยายจากประสบการณ์ตรง โดยศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ณ ห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วย 5 หลักสูตรที่น่าสนใจ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการพัฒนาเว็บ Application เบื้องต้น รับจำนวน 10 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ด้านการพัฒนาเว็บ เว็บ Application ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนสามารถประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านต่าง ๆ และแสดงผลบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้จริง ในวันที่ 17 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการนำเสนอด้วย Infographics รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ในหลักสูตรที่เน้นกระบวนการคิด และสร้าง Infographic โดยการนำเสนอข้อมูลที่มากและหลากหลายนำมาพัฒนารูปแบบการนำเสนอด้วยโปรแกรมPiktochart ที่สามารถจัดระเบียบข้อมูลรูปแบบของภาพ แผนภูมิ แผนผัง สัญลักษณ์ หรือ กราฟต่างๆ ทำให้นำเสนอเข้าใจได้ง่าย ในภาพเดียว สวยงาม น่าสนใจ ส่งผลให้การนำเสนอหรือการสื่อสารมีประสิทธิภาพเข้าใจง่าย น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยจัดอบรมในวันที่ 18 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการใช้เครื่องมือ Google Data Studio ในการวิเคราะห์ข้อมูล รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะเรียนรู้ในการบริหารจัดการข้อมูลผ่าน Google Data Studio การสร้างรายงานเชิงวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูง การคำนวณ การแปลงข้อมูล การสืบค้น และการเชื่อมโยงข้อมูล ตลอดจนการสรุปผลข้อมูลที่ซับซ้อน ออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ ที่ทำความเข้าใจข้อมูลง่ายขึ้น และสามารถต่อเข้ากับข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการจัดเก็บข้อมูลจากสังคมออนไลน์แบบเรียลไทม์ (Social Listening) รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่จะช่วยในการจัดเก็บข้อมูลข้อมูลจากสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook, Twitter, Instagram YouTube เป็นต้น และพัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพราะเสียงจากโลกออนไลน์จะสะท้อนภาพความเป็นไปของโลกได้หลากหลายมิติ และนำมาวัดผล เพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการดำเนินงานได้ต่อไป ในวันที่ 25 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรที่การใช้งานโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล Data Visualization (Tableau) รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ถึงกระบวนการ จัดการข้อมูลขององค์กรที่มีอยู่จำนวนมาก ให้เกิดความเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต่อยอดไปสู่การจัดการ Big Data ในอนาคต โดยทักษะการทำ Data Visualization จะทำให้เห็นข้อมูลและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายยิ่งมาก สำรวจหาสาเหตุ ปัจจัยต่างๆ ที่ต้องการ ได้อย่างเป็นระบบจากการย่อยข้อมูลขนาดใหญ่มาเป็นภาพ เส้น สี ที่ดูน่าสนใจและเข้าใจง่าย ด้วยซอฟต์แวร์ Tableau ในวันที่ 29 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอบรมทั้ง 5 หลักสูตรนี้ กรมการพัฒนาชุมชน มั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์รัฐบาล ในการยกระดับขีดความรู้ ความสามารถด้านดิจิทัลของบุคลากรได้อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ครอบคลุมความสามารถที่บุคลากรพึงมีทั้ง 4 มิติ ในด้านการสามารถใช้ (Use) เข้าใจ (Understand) การสร้าง (create) และเข้าถึง (Access) เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเชิญชวนบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ทุกคน ที่มีความสนใจในการยกระดับพัฒนาทักษะความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การให้สูงขึ้น โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรที่ท่านสนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ที่ https://docs.google.com/spreadsheets/d/1dY0Nc1ZtxHn-Noyiq9KUynMxcAVeg-h1Mh22YKWp7r8/edit?usp=drivesdk หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน หมายเลขโทรศัพท์ 02-1416288 โทรสาร 02-1438920-21 อีเมล์ Communitycenter2021@gmail.com&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตามมาตรการการป้องการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp; อย่างเข้มข้น โดยมีมาตรการคัดกรองและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยจัดให้มีการลงทะเบียนแต่ละจุด จำกัดจำนวนคนเข้าร่วมกิจกรรม และทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าเพื่อคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย พร้อมจัดบริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ใช้ทำความสะอาดและต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง สำหรับข้าราชการ หรือประชาชนที่สนใจจะพัฒนาตนเอง แต่ไม่สามารถเข้ารับการอบรมในวันเวลาดังกล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชนจะเปิดบริการหลักสูตรด้าน Digital ทั้ง 5 หลักสูตรนี้ให้กับผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาผ่านทางระบบ E -Learning ในเดือนกรกฎาคม 2564 โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ทางเว็บไซต์กรมการพัฒนาชุมชน www.cod.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104798</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Data, Big Data กรมการพัฒนาชุมชน, Data Governance, DGA, Digital Government, Digital literacy, Disruptive Technology, One Stop Service, Open Data, Thailand Digital Government, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, การบริหารจัดการธรรมาภิบาลข้อมูล, ข้อมูลสู่สาธารณะ, ชาว พช., ฐานข้อมูลขนาดใหญ่, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ยุค Disruption, รัฐบาลดิจิทัล, ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน, สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล, เปิด 5 หลักสูตร, โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4a6ef2e259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นโยบายสาธารณะด้านข้อมูลดิจิทัล กับ กลยุทธ์ด้านข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการทำงานเป็นไซโลแยกส่วนกันนั้นมีมาช้านานในสังคมไทยและสังคมโลก มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์เองที่เมื่ออยู่รวมกันเป็นสังคมใหญ่ ก็จะมีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำงาน เช่น ช่างไม้ พ่อครัวทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อสังคมใหญ่ขึ้นอีก ก็มีความจำเป็นต้องเกิดเป็น &amp;ldquo;รัฐบาล&amp;rdquo; ขึ้นมาดูแลการอยู่รวมกันของคน (&amp;ldquo;รัฐ&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คน&amp;rdquo; ในอีกความหมาย คือแปลว่า &amp;ldquo;ทำให้ยุ่ง ปั่นป่วน&amp;rdquo; เช่น คนน้ำตาลให้ละลาย คนให้เข้ากัน แท้จริงแล้ว คือ ทำให้ส่วนผสมต่าง ๆ ปั่นป่วน ยุ่งเหยิง ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญพ้องรูปหรือเหตุใดเมื่อคน (มนุษย์) มาอยู่รวมกันมาก ๆ ก็เกิดเรื่องยุ่ง เรื่องปั่นป่วน เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ความยากจน ขาดโอกาสทางการศึกษา ขาดแคลนที่อยู่อาศัย ตกงาน ขยะ น้ำเสีย โรคติดต่อ และ อาชญากรรม และปัญหามักเป็นทวีคูณกับจำนวนคน เนื่องจากคน 1 คน จะมีปฏิสัมพันธ์กับปัญหาในหลายด้านเสมอดังที่ยกตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่อีกฝั่งคือ รัฐบาล ซึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลคนในรัฐให้อยู่เย็นเป็นปกติสุข กลับไม่มีงบประมาณ หรือ กำลังบุคลากรเพิ่มเป็นทวีคูณได้เร็วเหมือนปัญหาที่เกิด เช่นนี้ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายสาธารณะโดยตรงไหนที่ยังยึดติดกระบวนการและระเบียบให้มาเป็นวิธีคิดแบบดิจิทัล มิเช่นนั้นจะเข้าสู่สภาวะล้มละลายทางการจัดการ (คือ ปัญหาล้นพ้นตัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีคิดแบบดิจิทัล ที่ว่าก็คือ &amp;ldquo;นโยบายสาธารณะเรื่องข้อมูลดิจิทัล&amp;rdquo;คือปรับสมองจากเดิมที่คิดอยู่ในกรอบแบบแอนะล็อกมาเป็นแบบดิจิทัล ทั้งนี้คำว่า &amp;ldquo;ดิจิทัล&amp;rdquo; คนมักคิดว่าคือการลงทุนซื้อหรือใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยหวังว่าจะทำงานเร็วขึ้น สะดวกขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;แต่ความจริงกลับเป็นเพียงสาระส่วนน้อยเท่านั้น คำว่า &amp;ldquo;ดิจิทัล&amp;rdquo; (ในศตวรรษที่ 21) ต้องคิดรวมไปถึงการปรับปรุงกระบวนการ ยืดหยุ่นการทำงาน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ปล่อยให้เป็นการทำงานแบบปลายเปิด โดยให้คำนึงถึงการตรวจสอบควบคุมคุณภาพด้วยกระบวนการที่เป็นอิสระและอยู่นอกวัฏจักรงาน สุดท้ายจึงค่อยมาตบท้ายว่าจะลงทุนเทคโนโลยีอะไรตรงไหนเพื่อให้องคาพยพทั้งหมดทำงานได้ไฉไล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อมูลดิจิทัล&amp;rdquo; คือหัวใจที่แท้จริง เพราะการลงทุนทั้งด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร อันที่จริงเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลนั้นเองระบบไอทีทุกอย่างจะเดินไปได้ก็เพราะการไหลของข้อมูล &amp;nbsp;ผลการทำงานจะมีประสิทธิภาพถูกต้องแม่นยำก็ขึ้นกับคุณภาพของข้อมูล การกำจัดไซโลก็แก้ได้ด้วยการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล จะโปร่งใสได้ก็ด้วยการเปิดเผยข้อมูล อ่านถึงตรงนี้ จะเริ่มมีคำถามว่า แล้วรัฐบาลวางนโยบายสาธารณะไว้อย่างไรในเรื่อง &amp;ldquo;ข้อมูลดิจิทัล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายสาธารณะที่ถาวรที่สุดอย่างหนึ่งก็คือกฎหมาย และ กฎหมายที่มีลำดับศักดิ์สูงสุดรองจากรัฐธรรมนูญ ก็คือ พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับข้อมูลดิจิทัลมีมากมายและคงกล่าวถึงไม่หมด แต่ในที่นี้ขอยกกฎหมายมา 2 ฉบับเพราะเห็นว่าค่อนข้างใหม่และเป็นคุณโดยตรงช่วยทุเลาการทำงานเป็นไซโลและขับเคลื่อนการทำงานแบบดิจิทัล ดังที่เกริ่นไว้ข้างต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลัก ๆ พระราชบัญญัติฉบับนี้ส่งเสริมให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงระบบหลังบ้าน (การบริหารงาน) และหน้าบ้าน (การบริการภาครัฐ) ประเด็นสำคัญที่สุดเรื่องข้อมูลดิจิทัลระบุอยู่ในมาตรา 12 และ 13 คือ กำหนดให้ &amp;ldquo;หน่วยงานรัฐต้องจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ&amp;rdquo;ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ แปลง่าย ๆ ว่า ให้ภาครัฐทั้งหมดต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการควบคุมดูแลคุณภาพข้อมูลดิจิทัล ต้องดูเรื่องข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นระบบชัดเจน ตรวจสอบย้อนกลับได้ มีสเป็คอธิบายข้อมูลให้คนอื่นเอาไปใช้งานต่อได้ สามารถแลกเปลี่ยนและเปิดเผย &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเชื่อมโยงใช้งานร่วมกันได้ทั้งภายในและระหว่างหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากหน่วยงานรัฐใช้มาตรา 12 และ 13 มาอ้างเพื่อขอใช้งานเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกัน เพื่อพัฒนาปรังปรุงระบบต่าง ๆ หรือ เพื่อของบประมาณ กฏหมายนี้ย่อมจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ค้ำยันได้โดยไม่ต้องลงนาม MoU รอนโยบายหรือ รอคำสั่งจากผู้บริหาร หรือ รอตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา ทั้งนี้เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฏหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นต่อไปนี้ เวลาทำจดหมายขอเชื่อมต่อข้อมูล ทำโครงการด้านไอที เขียนแผนงานองค์กร หรือ ตั้งคำของบประมาณ สามารถใช้กฎหมาย 2 มาตราหลักนี้ มาเป็นข้ออ้างได้เลย และเมื่อพบเจอกฎหมายอื่นที่เป็นอุปสรรค หรือ ไม่ชัดเจน ให้ถือหลักเลือกกฎหมายที่อ้างแล้วทำงานได้ กฎหมายที่ใหม่กว่ามาเป็นใหญ่กว่า อย่าเลือกกฏหมายที่อ้างแล้วงานไม่เดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกังวลสำคัญเรื่องหนึ่งของข้อมูลในยุคนี้ คือ &amp;ldquo;ข้อมูลส่วนบุคคล&amp;rdquo; ซึ่งเมื่อกฏหมายฉบับนี้ออกมา ก็เป็นที่กังวลของทั้งภาครัฐและเอกชน เพราะมีบทลงโทษต่อหน่วยงานทั้งทางอาญาและปกครองในกรณีละเมิดข้อมูล แถมยังอาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) ที่ถูกละเมิดอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพื้นฐานแล้ว หน่วยงานรัฐเกือบทั้งหมดหลีกไม่พ้นที่จะต้องเก็บรวบรวม ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ในที่นี้คือข้อมูลของประชาชน) เพื่อทำงานตามภารกิจ ตามกฎหมายกำหนด ตามข้อสั่งการรัฐบาล หรือ ตามนโยบายเฉพาะสถานการณ์ต่าง ๆ (เช่น การเยียวยาโควิด-19) ซึ่งเมื่อมีข้อมูลเกิดขึ้นย่อมเกิดสถานการณ์ตามมาว่าข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนแบ่งปันระหว่างหน่วยงานได้หรือไม่ จะถือเป็นการใช้งานผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ และจะมีความยุ่งยากที่ต้องไปขอความยินยอมจาก Data Subject ก่อนหรือไม่ และ ใครต้องเป็นผู้รับภาระการติดต่อ Data Subject เหล่านั้น ที่สำคัญคือ ถ้ามีอะไรผิดพลาดไป ตัวผู้ปฏิบัติ (ข้าราชการ ลูกจ้าง หรือ พนักงานของรัฐ) จะต้องรับโทษตามกฏหมายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบของข้อกังวลต่าง ๆ อยู่ในมาตรา 24 25 26 และ 80 ของกฎหมายฉบับนี้ &amp;nbsp;กล่าวโดยสรุปก็คือ หน่วยงานรัฐเมื่อจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล หรือ จะเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อทำงานตามภารกิจ หรือ ตามข้อบังคับในกฎหมายที่ตนดูแล หรือ ตามอำนาจรัฐที่มี สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องขอความยินยอมจาก Data Subject ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติก็ไม่ถือว่าละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหากเป็นการทำงานตามหน้าที่ เช่น นี้จึงกล่าวได้นโยบายสาธารณะเรื่องข้อมูลดิจิทัล ที่มีอยู่ในกฎหมาย ส่งเสริมให้ภาครัฐทำงานได้ไม่ผิดไปจากเจตนารมณ์ตามยุคดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่อยากจะส่งท้าย คือ หน่วยงานรัฐเองที่ถืออำนาจ ถือกฎหมาย จำต้องปรับตัวปรับทัศนคติในการทำงาน &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐเอง (ตลอดจนผู้มีอำนาจทางการเมือง) ก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ก็คือประชาชน ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราเมื่อปฏิบัติหน้าที่ หยิบนโยบายสาธารณะที่แฝงอยู่ในกฎหมายมาใช้ให้ถูกจังหวะถูกงาน สมกับรัฐบาลดิจิทัลยุคขับเคลื่อนด้วยข้อมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม
ผู้อํานวยการฝ่ายเดตาโซลูชั่นส์ภาครัฐ สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102917</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายสาธารณะด้านข้อมูลดิจิทัล กับ กลยุทธ์ด้านข้อมูล, มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม, สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc7dbc2ce77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
