<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโคโรนาแซง&#039;ซาร์ส&#039; WHOกัดฟันระบาดคงที่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เหยื่อไวรัสโคโรนาจีนพุ่งแซงยอดโรคซาร์สทั่วโลก ด้านองค์การอนามัยโลกเชื่อสถานการณ์ระบาดเข้าสู่ช่วงคงที่ &amp;nbsp; ขณะที่ไทยตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 22 ราย รองอธิบดีกรมควบคุมโรคยันยังไม่มีเพิ่ม ส่วนคนไทยจากอู่ฮั่นกักตัวในโรงพยาบาล 5 ราย &amp;nbsp;ด้านสถานที่ท่องเที่ยวระส่ำ นักท่องเที่ยวขาดแคลนหน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้สังเวยไวรัสโคโรนาอู่ฮั่นในจีนพุ่งแซงยอดผู้เสียชีวิตจากโรคซาร์สทั่วโลกไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ ข้อมูลของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน ซึ่งรวบรวมจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตถึงวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ระบุว่าแม้จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากวันก่อน แต่ผู้ติดเชื้อที่ผ่านการตรวจยืนยันลดน้อยลง โดยวันเสาร์มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 89 ราย จำนวนรวมเพิ่มเป็น 811 ราย แซงหน้ายอดผู้เสียชีวิตจากโรคซาร์สทั่วโลกที่มี 774 รายเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีจำนวนลดลงเป็นครั้งแรกนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยอยู่ที่ 2,656 ราย ผู้ติดเชื้อทั้งหมดในจีนอยู่ที่ 37,198 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จำนวนผู้เสียชีวิตจะยังเพิ่มต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงมาเรื่อยนับแต่วันพุธที่แล้วที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในวันเดียวถึงเกือบ 3,900 ราย ทำให้องค์การอนามัยโลกเชื่อว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของจีนอยู่ในช่วงคงที่แล้ว ซึ่งอาจเป็นผลจากมาตรการควบคุมของทางการจีน กระนั้นตัวเลขยังมีโอกาสพุ่งขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของโจเซฟ ไอเซนเบิร์ก อาจารย์ด้านระบาดวิทยาประจำวิทยาลัยสาธารณสุข แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน ว่ายังเร็วไปที่จะบอกว่าการระบาดถึงจุดสูงสุดแล้วหรือไม่ ถึงแม้จำนวนผู้ติดเชื้อที่รายงานยืนยันอาจถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้แน่ว่ากรณีที่ยังไม่มีการรายงานเป็นอย่างไร โดยเฉพาะข้อมูลจากพื้นที่ในชนบทบางแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมามีชายชาวอเมริกันในเมืองอู่ฮั่นเป็นผู้ป่วยที่ไม่ใช่ชาวจีนคนแรกที่เสียชีวิต วอชิงตันโพสต์รายงานว่าชายคนนี้เป็นนักพันธุศาสตร์วัย 53 ปีชื่อ หง หลิง ที่ศึกษาโรคหายาก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าชายชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตที่อู่ฮั่น เป็นผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีนยังคงมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ผู้เสียชีวิตยังเท่าเดิมที่ 2 ราย โดยเป็นผู้ป่วยชาวจีนที่เสียชีวิตในฟิลิปปินส์ และชาวจีนในฮ่องกง เมื่อวันเสาร์ทางการฮ่องกงเพิ่งประกาศใช้มาตรการกักกันโรคนาน 14 วันสำหรับนักเดินทางทุกคนที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ หรือผู้ที่เคยอยู่ที่นั่นในช่วง 14 วันก่อนหน้านี้ ส่วนมาเลเซียขยายคำสั่งห้ามครอบคลุมนักเดินทางทุกคนที่มาจากจีน ฝรั่งเศสมีคำแนะนำด้านการเดินทางฉบับใหม่เตือนพลเมืองเลี่ยงการเดินทางไปจีนเว้นแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และอิตาลีขอให้เด็กที่เคยเดินทางไปจีนงดการไปโรงเรียนนาน 2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยรายใหม่ภายนอกจีนรวมถึงชาวอังกฤษ 5 คนที่พักอยู่ในกระท่อมหลังเดียวกันที่หมู่บ้านสกีในเขตโอต-ซาวัวบนเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส อีกด้านหนึ่งเมื่อวันอาทิตย์ เที่ยวบินอพยพเที่ยวสุดท้ายของอังกฤษนำ 200 ชีวิตมาลงที่ฐานทัพอากาศในภาคกลางของอังกฤษแล้ว ขณะที่เครื่องบินของออสเตรเลียอพยพคน 266 คนมาลงที่เมืองดาร์วินของออสเตรเลียในวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศจัดเที่ยวบินเที่ยวที่ 2 อพยพชาวสิงคโปร์และครอบครัว 174 ชีวิตจากอู่ฮั่น ทั้งนี้ จากจำนวนผู้ติดเชื้อภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 350 คน จากกว่า 27 ประเทศและดินแดนนั้น สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้ว 40 ราย เป็นรองเพียงแค่ญี่ปุ่นซึ่งพบผู้ติดเชื้อ 25 ราย ยังไม่รวมในเรือสำราญอีก 64 ราย
ไทยยอดยังอยู่ที่ 22 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ล่าสุดที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย ศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค และ ภก.พิพัฒน์ นิยมการ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม &amp;nbsp;แถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 22 ราย กลับบ้านแล้ว 10 ราย รวมสะสม 32 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม-8 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 679 ราย คัดกรองจากสนามบิน 51 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 628 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 284 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 395 ราย โดยวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 25 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ธนรักษ์กล่าวด้วยว่า ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกใน 28 ประเทศ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม-8 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยยืนยัน ติดเชื้อจำนวน 34,880 ราย เสียชีวิต 724 ราย ส่วนประเทศจีน พบผู้ป่วย 34,546 ราย เสียชีวิต 722 ราย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์จะดีขึ้นด้วยความร่วมมือจากประชาชน อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง &amp;ldquo;เช็กก่อนแชร์&amp;rdquo; งดแชร์ข้อมูลผู้ป่วยทางสื่อออนไลน์ และมาจากแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่หลาย เกิดความตระหนก และมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ธนรักษ์ระบุว่า โปรดติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์ h ttps://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ และ Line@/เฟซบุ๊ก : รู้กันทันโรค, Coronavirus2019, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประชาชนตรวจสอบข่าวลวงได้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม w ww.antifakenewscenter.com&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกยังคงต้องติดตามใกล้ชิด ในส่วนของประเทศไทย ไม่มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม จำนวนผู้ป่วยยืนยันมี 32 รายเท่าเดิม ซึ่ง 1 ใน 3 เป็นผู้ติดเชื้อที่ได้จากการตรวจในผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเพิ่มเติม มีอาการเล็กน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคของไทย โดยยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 22 ราย ทุกรายอาการดีขึ้น รายที่มีอาการมากรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร อาการทรงตัว แพทย์ให้การดูแลใกล้ชิด ส่วนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลราชวิถีอาการดีขึ้นมากแล้ว รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันอีกครั้ง&amp;quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุด้วยว่า สำหรับกลุ่มคนไทยกลับบ้าน ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ 133 คน ทุกคนอาการปกติ ไม่มีไข้ ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อที่มี 1 ราย รักษาตัวในห้องแยก รพ.ชลบุรี อาการทั่วไปปกติ ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 5 ราย แยกรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการปกติ ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลและเฝ้าระวังต่อเนื่องที่อาคารรับรอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ธนรักษ์กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงเข้มข้นการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคทุกด่าน ทั้งทางอากาศ ทางบก ที่ด่านชายแดน และท่าเรือ ที่สำคัญคือการให้ความรู้ประชาชนในการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งเร่งรณรงค์ให้ความรู้ผู้ประกอบการ พนักงานขับรถสาธารณะ ในการทำความสะอาดสถานที่ และจุดสัมผัสเสี่ยงภายในรถ รวมทั้งได้ให้เร่งสำรวจปริมาณการใช้หน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ในการป้องกันควบคุมโรค แจ้งมายังศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสำรองไว้ให้เพียงพอสำหรับการใช้งานของโรงพยาบาลและประชาชนในประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุว่า ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 3-23 มกราคม 2563 ได้เฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2563 ขยายเพิ่มที่ท่าอากาศยานเชียงราย และตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2563 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ขยายการคัดกรองเป็นทุกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออก รวมคัดกรองเที่ยวบินสะสม 616 เที่ยวบิน รวมคัดกรองผู้เดินทางและลูกเรือสะสม 49,812 ราย (ไม่รวมข้อมูลของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหลังขยายการคัดกรองเป็นทุกเที่ยวบิน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่หมุนเวียนไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2563 ได้คัดกรองพื้นที่นอกสนามบิน ณ ท่าเรือกรุงเทพมหานคร สะสมรวม 899 ราย และที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ 30 มกราคม 2563 มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสมรวม 15,733 ราย นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับแจกคำแนะนำสุขภาพ (health beware card) จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค
จากอู่ฮั่นกักตัว รพ. 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์คนไทยกลับสู่มาตุภูมิ สโมสรสัญญาบัตร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.ว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์เขตสุขภาพที่ 6, นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ นพ.สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี และ &amp;nbsp;พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ ร่วมแถลงรายงานความคืบหน้ากรณี คนไทย 138 ชีวิตกลับจากอู่ฮั่น ในพื้นที่กักกัน กิจการอาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวด้วยว่า นับเป็นวันที่ 5 ของการเฝ้าระวังกลุ่มคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญรายงานยืนยันขณะนี้ เมื่อคืนวันที่ 7 ก.พ. พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แล้ว 1 ราย ถูกนำตัวนอนพักห้องแยกในโรงพยาบาลชลบุรี ส่วนอีก 1 รายที่อยู่ห้องเดียวกัน แยกพักยังโรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 ผลตรวจห้องแล็บรายนี้ไม่พบเชื้อ ยังอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ซึ่งทั้ง 2 รายอาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.ว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ก่อนหน้าที่มีการตรวจพบผู้ป่วย 4 ราย ถูกนำตัวเข้าห้องกักกันยังโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ยืนยันไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัส ทั้งหมดอาการเป็นปกติ ล่าสุดกลับเข้าที่กักกันแล้ว 1 ราย ส่วน 3 รายเฝ้าดูอาการเตรียมส่งคืนสู่พื้นที่กักกัน ยอดคนไทยในพื้นกักกันขณะนี้ 133 ราย ถูกกักตัวในโรงพยาบาล 5 ราย และในวันนี้ได้มอบอุปกรณ์กีฬาไม้แบดมินตันให้ผู้กักกันได้ทำกิจกรรมเล่นกีฬากลางแจ้งร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย และคลายความตึงเครียดในจิตใจอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตรัง นางรวีพรรณ ช้างเย็นฉ่ำ พาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจตามร้านจำหน่ายเวชภัณฑ์และร้านขายยาที่จำหน่ายแมสก์หรือผ้าปิดจมูก จากการตรวจสอบพบว่าตามร้านที่ไปตรวจนั้นบอกว่าผ้าปิดจมูกไม่มีจำหน่ายมาสองสัปดาห์แล้ว เนื่องจากกระแสข่าวของเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้ประชาชนมาหาซื้อผ้าปิดจมูกจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้นำมาใช้ในจังหวัดตรัง ส่วนใหญ่จะมาซื้อแล้วส่งไปให้บุตรหลานที่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว เช่น กระบี่ ภูเก็ต จึงทำให้ผ้าปิดจมูกของจังหวัดตรัง ขาดตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางรวีพรรณระบุด้วยว่า ขณะที่นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรัง ก็มาหาซื้อผ้าปิดจมูกเช่นกัน แต่ก็ผิดหวังเนื่องจากไม่มีสินค้าจำหน่าย ทางร้านค้าขอให้ภาครัฐเร่งบริษัทผู้ผลิตให้ผลิตผ้าปิดจมูกออกมาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน &amp;nbsp;และยังพบอีกว่าที่ร้านขายยาบางร้านในเขตเทศบาลนครตรัง มีผ้าปิดจมูกชนิดผ้าจำหน่ายให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว จำหน่ายโหลละ 80 บาท หรือขายปลีกชิ้นละ 10 บาท อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายผ้าปิดจมูกไม่มีการขายเกินราคาแต่อย่างใด ซึ่งผ้าปิดจมูกเป็นสินค้าควบคุม ผู้ทำการค้าต้องมีการแจ้งต่อกรมการค้าภายใน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ . &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, สาธิต ปิตุเตชะ, หง หลิง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โจเซฟ ไอเซนเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e4008c1460ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
