<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หงุดหงิด!พูดกันไปเรื่อยจะคืนจอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุมพล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมเสนอรูปแบบรายการนายกรัฐมนตรีพบประชาชนอีกครั้ง โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยสีหน้าหงุดหงิดว่า &amp;quot;พูดกันไปเรื่อย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกำหนดการอภิปรายปมถวายสัตย์ปฏิญาณควรเป็นการประชุมลับหรือเปิดเผย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;quot;ไม่รู้ๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวยอมรับว่า ในวันที่ 4 ก.ย. นี้ จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโมดุลและให้กำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44885</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนจอ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หงุดหงิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6dd591d5f34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทฤษฎีแดง&#039;ธิดา&#039;ฟันธง&#039;บิ๊กตู่&#039;ขี้หงุดหงิดเพราะถามตัวเองรัฐประหารเสียของหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.61- นางธิดา ถาวรเศรษฐ &amp;nbsp; Facebook Live &amp;nbsp;วานนี้ว่า ความคลุมเครือของคสช.นั้นเป็นที่มาที่ทำให้เกิดความหงุดหงิดของ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ว่าจะไปต่อได้อย่างไร ดังนั้นเราจึงเห็นปรากฎการณ์ที่ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; หงุดหงิด ต่อปากต่อคำกับนักข่าว อาจดูเป็นการแสดงก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปรากฎการณ์ของความหงุดหงิดอีกหนึ่งท่านคือจากของคำพูดที่แสดงถึงความไม่แน่นอนในอนาคตของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยใช้คำว่า &amp;ldquo;ผมพอแล้ว&amp;rdquo; แต่ถ้าคนที่มีนาฬิกาเพื่อน 25 เรือน บอกว่าผมพอแล้ว &amp;nbsp;เราก็ไม่แน่ใจนะว่าเชื่อได้หรือเปล่า? มันไม่เหมือนผมพอแล้วของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในปรากฎการณ์ความหงุดหงิดของ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ที่ออกมาพูดว่า &amp;ldquo;ผมรู้นะว่าผมมาจากไหน? ผมทำเพื่ออะไร?&amp;rdquo; &amp;nbsp;นางธิดาวิเคราะห์ว่านี่แสดงให้เห็นถึงหลักฐานในการยืนยันสิ่งที่กล่าวไว้ว่าทฤษฎีของกองทัพว่าจะไปทางไหน ก็คือทฤษฎีของกองทัพไทยที่เชื่อว่ากองทัพเป็นเจ้าของและรับผิดชอบความมั่นคงของประเทศ จึงไม่ได้หมายความว่าท่านมาอยู่ไปวัน ๆ ก็คงมองเป้าหมาย ซึ่งมองได้ว่าเป็นการสืบต่อการทำรัฐประหาร 2549 ซึ่งไม่สำเร็จ แล้วมาทำรัฐประหารปี 2557 แล้วกำลังถามตัวเองว่าล้มเหลวหรือเปล่า? นี่จึงเป็นที่มาของความหงุดหงิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐประหารที่ไม่ล้มเหลวก็หมายความว่าอำนาจที่มาจากการทำรัฐประหาร แล้วผ่านการเขียนรัฐธรรมนูญ ผ่านการออกกฎหมาย จะยังจะสามารถที่จะรักษาไว้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ และอำนาจของกองทัพ อำนาจตุลาการและกองทัพอาจจะเป็นอิสระซึ่งฝ่ายบริหารเข้าไปไม่ได้ แต่นิติบัญญัติในฐานะผู้ออกกฎหมายก็เป็นเรื่องที่เขาก็ต้องมีวุฒิสมาชิกมาคานอำนาจ เราจึงเห็นรธน.ที่มีวุฒิสมาชิกมาจากการแต่งตั้ง 250 คนโดยคสช. ซึ่งมองได้ว่ามันเป็นระบอบที่ตรงกันข้ามกับระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ยังไม่พอเพราะอำนาจบริหารซึ่งมีความสำคัญมากมักจะตกไปอยู่ในมือของรัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นเกมชนะของการเป็นรัฐบาลจึงเป็นเป้าหมายที่การทำรัฐประหารต้องการให้บรรลุ นั่นก็คือคสช.ต้องอยู่สืบทอดอำนาจ แล้วจะอยู่สืบทอดอย่างไร? จากยกที่ 1 ใส่ชื่อ ขณะนี้ก็ทำให้พรรคที่ตั้งเพื่อเชียร์รัฐบาลสับสนไปด้วย กลุ่มสามมิตรก็ไม่รู้จะไปทางไหน เพราะความคลุมเครือของคสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คสช.ก็ไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะสืบทอดอำนาจและสามารถเอาชนะเป็นฝ่ายบริหารได้นั้นจะทำอย่างไร ด้านหนึ่งก็ต้องจัดการกับพรรคเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคที่เป็นเหตุให้ต้องมีการทำรัฐประหาร ก็มีคนสงสัยว่าพรรคนั้นจะต้องถูกยุบหรือเปล่า นั่นก็เป็นความคลุมเครืออันหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคลุมเครืออีกอันหนึ่งก็คือว่าแล้วจะใช้วิธีไหน? ใช้วิธีเป็นนายกฯ ตั้งแต่ยกที่ 1 แล้วจะไปอยู่ในพรรคไหน...ป่านนี้ยังไม่มีใครออกมาเลย ปล่อยให้ลุงชวน ชูจันทร์ แกรอ และกลุ่มสามมิตรก็ยังไม่สามารถไปอยู่พรรคใดพรรคหนึ่งได้ เพราะว่าคสช.ไม่ชัดเจน ตัวคสช.เองมีความคลุมเครือในวิธีการที่จะสามารถสืบทอดอำนาจ ก็ทำให้เกิดความคลุมเครือนี้มีผลต่อพรรคการเมืองทั้งที่จะถูกยุบหรือที่จะตั้งขึ้นใหม่ ส่วนความคลุมเครือสุดท้ายก็คือแล้วจะมีการเลือกตั้งหรือเปล่า เพราะว่ามันถูกเลื่อนไปเรื่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อเป้าหมายต้องการได้รับชัยชนะในฐานะฝ่ายบริหาร คุณต้องชัดเจนว่าตกลงคุณจะตั้งพรรคการเมืองไหม? คุณจะไปอยู่ในตะกร้า 3 ชื่อ เขาก็ต้องคลุมเครือ เพราะถ้าหากว่าแพ้ตั้งแต่ยกที่ 1 หรือตกม้าตายตั้งแต่ยกที่ 1 แล้วไปรอยกที่ 2 ซึ่งมันไม่ใช่ง่ายนะคะ เพราะคุณต้องมีส.ส. 2/3 และการที่จะมาเป็นรัฐบาลในขณะที่มีพรรคยิ่งใหญ่ 2 พรรคอยู่ มันจึงเกิดความคลุมเครือว่าพรรคใหญ่ 2 พรรคจะต้องถูกจัดการหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าพรรคทางเลือกที่ 3 ซึ่งเป็นทางเลือกที่คสช.ต้องการให้ไปนั้น ไม่ชัดเจน ไม่ชนะ ก็จะเกิดอะไรตามมา เช่น วันเลือกตั้งอาจจะยังไม่ใช่ 24 ก.พ. 62 หรืออาจจะมีการสร้างสถานการณ์อะไรขึ้นมา หรืออาจจะมีการยุบพรรคใหญ่เพื่อเพิ่มโอกาสให้พรรคทางเลือกที่ 3 เป็นฝ่ายชนะ...หรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตกลงจะมีการยุบพรรคไหม? จะคลายล็อกอย่างไร? จะมีโอกาสปราศรัยหาเสียงไหม? ทั้งหมดนี้เป็นความคลุมเครือ เหตุผลเพราะคสช.ยังขาดความเชื่อมั่นว่าจะได้รับชัยชนะในเวทีของการเลือกตั้งเพื่อเป็นฝ่ายบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดาตั้งคำถามว่า &amp;ldquo;คุณหวังมากไปหรือเปล่า?&amp;rdquo; คุณได้นิติบัญญัติ คุณได้วุฒิสมาชิกไปแล้ว และคุณก็ได้ส.ส.สนับสนุนจำนวนหนึ่ง ทั้งตุลาการและกองทัพก็มีอำนาจที่เป็นอิสระเต็มที่ แต่ถ้าคุณเชื่อมั่นว่าทุกอย่างต้องอยู่ในเกมการควบคุมให้ได้ทั้งหมด คุณเขียนกติกาแล้วลงมาเป็นผู้เล่นเกมด้วย แน่นอนมันก็ลำบาก!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหงุดหงิดของท่าน นอกจากความไม่สมหวังและมีคนโจมตีมาก ท่านก็เป็นคนจุดเดือดต่ำ และอาจตอบสนองเหมือนโพลที่บอกว่าการเมืองก็คือการแสดง ประชาชนคิดว่าดูละครทีวีดีกว่าและได้ประโยชน์มากกว่าเรื่องการเมือง ก็แปลว่าคนให้ค่าฝ่ายการเมือง รัฐบาล และนักการเมืองเหมือนตัวแสดง ไม่ใช่ตัวจริง พล.อ.ประยุทธ์ ท่านอาจจะตีบทแตกก็ได้เพราะท่านเล่นบท &amp;ldquo;ตบจูบ ตบจูบ&amp;rdquo; มีลีลามาก ขอให้ได้ขึ้นหน้า 1 และมีภาพท่านออกทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เรื่องจริงก็คือจะเอาระบอบประชาธิปไตยหรือว่าระบอบคณาธิปไตย แต่ถ้าระบอบคณาธิปไตยยังต้องการยืนอยู่เพื่อมีอำนาจนาน การแสดงแบบนี้จะอยู่ได้ยืดเยื้อแค่ไหน เพราะว่ามันเสี่ยงว่าประชาชนจะทนกับการแสดงแบบนี้ได้นานแค่ไหน ประชาชนต้องการของจริง ถ้าดูทั้งหมดเป็นการแสดงทั้งนักการเมือง ทั้งรัฐบาล และผู้ที่เป็นรัฐบาลในเวลานี้ต้องรับผิดชอบว่าประชาชนมองว่าไม่จริงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น...ไม่ต้องคลุมเครือ ถ้าไม่มีการเลือกตั้งในต้นปี 62 ถึงแม้ไม่รู้สึกว่าการเลือกตั้งจะได้ประโยชน์ แต่เมื่อท่านก็มีจุดเดือดต่ำ ท่านโมโหบ่อย แต่ประชาชนนั้นจุดเดือดสูง อดทนได้นาน แต่มันก็มีจุดเดือดเหมือนกันนะ ไม่อยากให้เห็นจุดเดือดของประชาชนจำนวนมาก ท่านก็แสดง...แล้วรีบลงโรงไปเลย เพราะเวทีเป็นเวทีของประชาชน ท่านมาอยู่นานเกินไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16312</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิดา ถาวรเศรษฐ, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หงุดหงิด, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b84a41a7b665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2018 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2018 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หงุดหงิด&#039;แม้ว-ปู&#039;เคลื่อนไหวทำป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.61- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเยี่ยมชมชมนิทรรศการวันสิทธิมนุษยชนสากล ที่ห้องโถงตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ซึ่งความจริงแล้วสิทธิมนุษยชนต้องไม่ละเมิดกฎหมาย และต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่สังคมที่ปรองดอง แต่ขณะนี้ประเทศไทยมี 2 คน ขยับอยู่ต่างประเทศ แต่กลับทำให้คนป่วนไปหมดในประเทศ &amp;nbsp;ส่วนตัวจึงไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกระหว่างเยี่ยมชมเกมส์ SIM Democracy ซึ่งเป็นเกมส์เมืองประชาธิปไตย ให้ผู้เล่นทอยลูกเต๋า เปิดการ์ดแล้วให้แก้ปัญหาในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย โดยนายกฯได้ขอให้มีการตั้งกติกาที่จะต้องลดความขัดแย้งและมีธรรมาภิบาลในสังคมว่า &amp;ldquo;หากใครทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo; ขณะเดียวกันได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่า &amp;ldquo;ขยับทีเป็นข่าวไปหมด เดือดร้อนคนทั้งประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯมีสีหน้าดุดันขณะที่กล่าวถึงเรื่องนี้ พร้อมกันนี้คณะนักเรียนโรงเรียนราษฎร์บูรณะ (มูฮำหมัดอุทิศ) ได้ร้องลิเกฮูลูสิทธิและเสรีภาพให้นายกฯได้ฟัง ซึ่งนายกฯได้ชื่นชมในความสามารถของเด็กๆ และเมื่อชมการแสดงทำให้นายกฯมีสีหน้าที่ยิ้มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายกฯได้ขึ้นกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า การจะทำอะไรก็ตามต้องคำนึงถึงหลักฐาน ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม บางคนกระบวนการครบแล้ว ลงโทษไปแล้ว ยังเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ จะทำอย่างไร ซึ่งหลายประเทศเขามองในเรื่องของเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว มองอื่นๆเป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ผมคิดว่าประเทศไทยก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ฉะนั้นใครก็ตามที่ละเมิดกฎหมายของแต่ละประเทศมาทำผิดในประเทศไทย ผมก็ดำเนินคดี จับกุมอยู่จำนวนมากพอสมควร แล้วส่งตัวตามกฎหมายกลับไปลงโทษที่ประเทศต้นทาง เพราะฉะนั้นทุกประเทศต้องเคารพในสิ่งเหล่านี้ด้วย อย่าให้มีการเคลื่อนไหวของคนที่ทำผิดกฎหมายของแต่ละประเทศ ที่เราเคารพกฎหมายคนอื่น ดังนั้นคนอื่นต้องเคารพกฎหมายเราด้วยเช่นกัน นั้นคือความเป็นศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของประเทศไทย&amp;quot;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามสื่อมวลชนกรณีความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวเพียงว่า &amp;quot;ผมไม่มีความเห็น ก็เป็นเรื่องของต่างประเทศเขา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาก็ทำกันอยู่แล้วในเรื่องของการติดตามตัว ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เขาทำทุกครั้งและกับทุกคน ได้กลับมาบ้างไม่ได้กลับมาบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า แต่ดูเหมือนความเคลื่อนไหวของ 2 อดีตนายกรัฐมนตรีมีความสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวในประเทศไทย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;quot;ก็ผมไม่สนใจ อย่าไปสนใจเลย พวกคุณไปสนใจเขาทำไมล่ะ คุณสนใจคนทำผิดกฎหมายทำไม และเรื่องนี้ผมไม่มองอะไรทั้งสิ้น อยู่ที่พวกสื่อจะไปให้ความสำคัญแค่ไหน พวกคุณไปให้ความสำคัญกับไอ้กระพี้ก็ตามใจคุณ ผมไม่สนใจหรอก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า วันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไปปรากฎตัวที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตัดบทด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า &amp;quot;ไม่รู้ ไม่มีความคิดเห็นนะครับ ขอบคุณครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการสั่งการและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบแต่เดินกระแทกส้นเท้าเสียงดังเพื่อสกัดอารมณ์ ก่อนเดินขึ้นบันไดตึกไทยคู่ฟ้าในทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2907</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทักษิณ, ประยุทธ์, ยิ่งลักษณ์, หงุดหงิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a8129e5ae82f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
