<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้บทเรียน สธ.ตั้งคณะทำงานตรวจประเมิน โรงแรมกักตัวที่รัฐจัดให้ หรือ ASQ  หลังพบเชื้อในฟิตเนส และหญิงชาวฝรั่งเศสติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63-ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงข่าวมาตรการเข้มในสถานกักตัวที่รัฐกำหนด ว่า สถานกักกันโรคเป็นการเฝ้าระวังโรคโควิด 19 ในผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ทำให้ระบบการจัดการโรคโควิด 19 ในประเทศมีประสิทธิภาพ โดยสถานกักตัวที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine : ASQ) ผู้เข้ากักกันจะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ปัจจุบันมีโรงแรมที่ประกาศเป็น ASQ แล้ว 101 แห่ง จำนวน 13,004 ห้อง อยู่ระหว่างตรวจประเมิน 2 แห่ง รออนุมัติอีก 7 แห่ง ส่วน Alternative Local Quarantine (ALQ) ในภูมิภาคที่จะรองรับการบินตรงมายังต่างจังหวัดมี 21 แห่ง ได้แก่ บุรีรัมย์ 1 แห่ง ชลบุรี 1 แห่ง ภูเก็ต 8 แห่ง ปราจีนบุรี 1 แห่ง และสุราษฎร์ธานี 10 แห่ง รวม 1,466 ห้อง โดย ASQ จะต้องผ่านมาตรฐาน 6 หมวด ได้แก่ หมวด 1 โครงสร้างอาคารวิศวกรรมความปลอดภัยและระบบสื่อสารสารสนเทศ หมวด 2 บุคลากร ซึ่งต้องได้รับการอบรมก่อนปฏิบัติงาน หมวด 3 วัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน และอื่นๆ หมวด 4 ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล หมวด 5 การจัดการสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับชุมชน และหมวด 6 โรงพยาบาลคู่สัญญาปฏิบัติการร่วมและความสะดวกสบายเพิ่มเติม ดาวน์โหลดรายละเอียดได้ที่ http://www.hsscovid.com/files/A%20State%20Quarantine%2017.4.63.pdf&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับกรณีที่พบเชื้อบนพื้นผิวอุปกรณ์ฟิตเนส ใน ASQ แห่งหนึ่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นคณะทำงานวิชาการได้ตรวจประเมินพบว่า มีหลายจุดที่ต้องทำการทบทวน เช่น การให้ออกจากห้องมาออกกำลังกาย การเข้าไปทำความสะอาดห้องพัก 2 วันต่อครั้ง การออกมาปะปนกันของผู้กักตัว เป็นต้น ทั้งนี้ ก่อนอนุญาตให้ดำเนินการ ASQ ได้มีการชี้แจงถึงมาตรฐานการอนุญาตให้ผู้กักตัวออกมานอกห้อง โดยต้องจัดระบบ จัดพื้นที่พักผ่อน จัดรอบการออกนอกห้องพัก การเว้นระยะห่าง มีการทำความสะอาดฟิตเนสเป็นรอบๆ ซึ่งระบบวางไว้ค่อนข้างดี แต่บางโรงแรมอาจไม่ได้ทำตามแนวทางที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจึงได้ไปซักซ้อมทำความเข้าใจให้มีความปลอดภัย แต่ผู้เดินทางยังได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัย แนวทางหนึ่งคือ การจัดกลุ่มผู้เข้ากักกันตามความเสี่ยงของประเทศต้นทาง โดยพิจารณาจากจำนวนผู้ป่วยและระบบโครงสร้างพื้นฐานการควบคุมโรคของประเทศนั้น ซึ่งจะพิจารณาทุก 15 วัน และแบ่งเป็นกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำ ปานกลาง และสูง ถ้าใช้เรื่องความเสี่ยงควบคู่กับการอนุญาตให้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวก มาตรการก็จะเข้มแข็งขึ้น เป็นการจัดการตามความเสี่ยงและยังคงความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;การจัดการ ASQ ยังคงเป็นไปตามมาตรฐาน แต่บางส่วนอาจจะต้องปรับปรุง โดยจะตั้งคณะทำงานตรวจประเมินมาตรฐานเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และทบทวนการอนุญาตให้ผู้กักตัวใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม สำหรับกรณีที่จังหวัดสมุทรปราการ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรปราการได้ให้ ASQ หยุดรับคนเข้ากักกันเพิ่ม ให้ผู้พักเดิมอยู่แต่ภายในห้อง ไม่อนุญาตออกมาใช้พื้นที่ส่วนรวม และเมื่อคนในที่พักออกจากที่กักครบทั้งหมดแล้ว จะมีการเข้าไปดูแลทำความสะอาดและประเมินทุกอย่างอีกครั้ง&amp;quot; นพ.ธเรศกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82089</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ASQ, นพ.ธเรศ กรัษนัยรววิวงค์, ฟิตเนส, หญิงชาวฝรั่งเศศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f995a9d79dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โล่งอก ไม่พบผู้ติดเชื้อจาก หญิงชาวฝรั่งเศส  เหตุเจ้าตัวใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา  แม้แต่สามี ลูก ก็ไม่พบเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63-นพ.โอภาส &amp;nbsp;การย์กวินพงศ์ &amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยนพ. ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และนพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีหญิงสัญชาติฝรั่งเศส อายุ 57 ปี ป่วยโรคโควิด 19 &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. โอภาส กล่าวว่าขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์โรคโควิด 19 ในพื้นที่อ.แม่สอด จ.ตาก ได้แล้ว โดยจากการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ อ.แม่สอด จำนวน 8,500 ราย ไม่เจอผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ประชาชนสวมหน้ากากในที่สาธารณะ 100% การเฝ้าระวังสุ่มตรวจคนไทยขับรถเข้าไปยังเมียนมาและพนักงานขับรถส่งของเมียนมาเข้ามายังไทยไม่มีการติดเชื้อเพิ่มเติมเช่นกัน เช่นเดียวกับการขยายพื้นที่การตรวจออกไปอีก 4 อำเภอของ จ.ตาก ได้แก่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; พบพระ อุ้มผาง แม่ระมาด และท่าสองยาง จำนวน 1,400 กว่ารายก็ไม่พบติดเชื้อ นับว่าเข้าสู่ขั้นปลอดภัย จากนี้จะเฝ้าระวังเชิงรุกใน 2 ส่วน คือกลุ่มเปราะบางในชุมชน เช่น โรงงาน เป็นต้น และเฝ้าระวังในโรงพยาบาล ได้แก่ ผู้ป่วยโรคปอดบวมสัปดาห์ละ 10 ราย และผู้ป่วยคลินิกโรคทางเดินหายใจวันละ 10 ราย หากเป็นปกติคาดว่าไม่เกินสัปดาห์จะเข้าสู่สถานการณ์ปกติถือว่าสิ้นสุดการระบาดในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีหญิงฝรั่งเศสที่เกาะสมุย สถานการณ์ถือว่าอยู่ในระดับควบคุมได้เช่นกัน คาดว่าจะเป็นลักษณะของ Spike คือเจอผู้ติดเชื้อ 1-2 คน และควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่กระจายได้ เนื่องจากผู้ป่วยมีสุขอนามัยที่ดี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สวมหน้ากากตลอดเวลา ผู้ใกล้ชิดอย่างสามีและลูกชายไม่พบการติดเชื้อ ขณะที่โรงพยาบาลมีการดำเนินการเฝ้าระวังการติดเชื้ออย่างดี ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือในการสวมหน้ากากเพิ่มขึ้นเป็น 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งพิจารณาตามหลักการประเมิน Outbreak Impact Risk คือ ตัวผู้ป่วย เชื้อโรค สิ่งแวดล้อม มาตรการควบคุมโรคในพื้นที่ และมาตรการที่ประชาชนร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.โสภณ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยังคงเข้ารักษาอยู่ในห้องแยกโรค รพ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไม่มีไข้และไม่มีอาการเหนื่อย แต่ยังมีอาการไอ ทีมแพทย์ได้ให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด สำหรับการสอบสวนโรคในผู้สัมผัสกับผู้ป่วยรายนี้มี &amp;nbsp;126 ราย แยกเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 46 ราย เก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อแล้ว 28 ราย ผลเป็นลบหรือไม่ติดเชื้อ 27 ราย รอผล 1 ราย และอยู่ระหว่างติดตาม และเก็บตัวอย่าง 18 ราย ดังนี้
&amp;nbsp;1) บุคคลครอบครัวเดียวกัน 2 ราย คือ สามีและลูกชาย ผลเป็นลบ ครบกำหนดติดตามวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 &amp;nbsp;2) ผู้สัมผัสในชุมชน 30 ราย ได้แก่ เพื่อน 1 ราย ผลเป็นลบ ครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563 พนักงานร้านนวด 6 ราย ผลเป็นลบทุกราย ครบกำหนดติดตามวันที่ 31 ตุลาคม 2563 และในบาร์ 23 ราย เป็นเจ้าของ 2 ราย พนักงาน 3 ราย เพื่อน 2 ราย และผู้ที่สัมผัส 16 ราย ผลเป็นลบแล้ว 7 ราย อยู่ระหว่างติดตาม 16 ราย ครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;3) เที่ยวบินเดียวกัน 12 ราย เป็นผู้โดยสาร 10 ราย พบมีอาการป่วย 1 ราย ผลเป็นลบแล้ว 9 รายรวมถึงผู้ที่มีอาการป่วย และอยู่ระหว่างรอผล 1 ราย พนักงานบนเครื่อง 2 ราย ผลเป็นลบ จะครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;4) คนขับรถแท็กซี่ 2 ราย จากสถานกักกันทางเลือกไปสถานทูตฝรั่งเศส 1 ราย และจากสถานทูตฝรั่งเศสไปสนามบิน 1 ราย อยู่ระหว่างการติดตาม โดยจะครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 80 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่สนามบิน 29 ราย เที่ยวบินเดียวกัน 23 ราย จะครบกำหนดติดตามวันที่ 29 ตุลาคม 2563 และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล 28 ราย จะครบกำหนดติดตามวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 โดยทุกรายไม่มีอาการ ได้แนะนำให้เฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่ที่มีคนรวมกันจำนวนมาก และสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในสถานที่กักกันทางเลือก (ASQ) จ.สมุทรปราการ ที่ผู้ป่วยรายดังกล่าวเข้ารับการกักกันโรคระยะเวลา 14 วันตามมาตรการของประเทศไทย ได้เก็บตัวอย่างจากพนักงานในสถานที่กักกันจำนวน 67 ราย ผลไม่พบเชื้อ และภูมิคุ้มกัน (Antibodies) เป็นลบ ซึ่งนโยบายในการดำเนินงานในสถานที่กักกันจะเน้นความปลอดภัยของผู้ถูกกักกันและผู้ปฏิบัติงาน มีระบบควบคุมกำกับและตรวจสอบมาตรฐานเข้มงวด ไม่ให้ออกจากสถานที่กักกันก่อนครบกำหนด 14 วัน รวมถึงมีการทำความสะอาด Big cleaning สุ่มตรวจซ้ำอย่างต่อเนื่อง และติดตามเฝ้าระวังผู้ถูกกักกันตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. โสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สธ. &amp;nbsp;หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนการสอบสวนและมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องจนครบกระบวนการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทย ทั้งนี้ การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศมีโอกาสเป็นไปได้ แต่การพบผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสให้ได้โดยเร็ว และควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดจะสามารถป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ ซึ่งความร่วมมือประชาชน ชุมชน และ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีความสำคัญในการควบคุมสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง ดังกรณีที่อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ประชาชนให้ความร่วมมือใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะกว่าร้อยละ 80 ทำให้ลดโอกาสการเกิดการระบาดของโรค รวมถึงมาตรการเฝ้าระวังชุมชนโดย อสม. อสร. (อาสาสมัครโรงแรม) เป็นผลให้ควบคุมการระบาดได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขพร้อมสนับสนุนการเปิดประเทศ-เปิดเศรษฐกิจให้กว้างขวางขึ้นอย่างปลอดภัย สร้างสมดุลระหว่างสุขภาพ-วิถีชีวิต-วิถีทางสังคม-เศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81987</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมควบคุมโรค (คร.), นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์, หญิงชาวฝรั่งเศศ, เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f981b144b133.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
