<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยหญิงตั้งครรภ์ติดโควิดดับแล้ว 95 ราย ทารก 46 รายในรอบ 6 เดือน ฉีดวัคซีนแค่ 25% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;19&amp;nbsp;ต.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพและโฆษกกรมอนามัย แถลงข่าวการติดเชื้อโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในหญิงตั้งครรภ์ในประเทศไทย ว่า กลุ่มหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาเราพบว่าทั่วโลกหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;50-60%&amp;nbsp;จากภาวะปกติ และการเสียชีวิตส่วนหนึ่งเกิดจากโควิด โดยหลายประเทศโควิดเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของหญิงตั้งครรภ์ในประเทศแทบยุโรป และสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยมีการเก็บข้อมูลย้อนหลัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีตั้งแต่ ต.ค. 2563 -&amp;nbsp;ก.ย. 2564&amp;nbsp;ในช่วงที่มีการระบาดของโควิดในช่วงการระบาดครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3 พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตทั้งหมด&amp;nbsp;192&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตจากโควิด-19&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;78&amp;nbsp;ราย ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นสัดส่วนการตายอันดับหนึ่งในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึง&amp;nbsp;38%&amp;nbsp;ของหญิงตั้งครรภ์&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.เอกชัย กล่าวว่า การติดเชื้อ และการเสียชีวิตบ่อยขึ้นของหญิงตั้งครรภ์ เกิดขึ้นเมื่อ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา เม.ย.-ก.ย.&amp;nbsp;เราพบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ&amp;nbsp;4,778&amp;nbsp;ราย มีทารกติดเชื้อ&amp;nbsp;226&amp;nbsp;ราย และในจำนวนนี้มารดาเสียชีวิต&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราย และทารกเสียชีวิต&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ราย ซึ่งส่วนหญิงติดเชื้อมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตามนโยบายการฉีดวัควีนในสตรีมีครรภ์เพิ่งเกิดขึ้นในไทยเมื่อเดือนก.ค.&amp;nbsp;และเริ่มรณรงค์อย่างหนักในเดือนส.ค.&amp;nbsp;พบว่าหญิงตั้งครรภ์ ฉีดวัคซีนเข็มแรกเพียง&amp;nbsp;74,625&amp;nbsp;คน เข็มสอง&amp;nbsp;51,989&amp;nbsp;คน เข็มสาม&amp;nbsp;526&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.เอกชัย กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; ช่วงเดือนธ.ค.นี้จะมีหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ประมาณ 3&amp;nbsp;แสนคน ขณะนี้ฉีดได้เพียง 25%&amp;nbsp;โดยภาคตะวันออกฉีดได้สูง 40% แต่ภาพรวมยังน้อย โดยเฉพาะภาคอีสานฉีดได้เพียง&amp;nbsp;10-20%&amp;nbsp;สำหรับการสำรวจของอนามัยโพล โดยการสำรวจในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ว่ามีทัศคติอย่างไรต่อการฉีดวัคซีนโควิด จาก&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;พันคนพบว่า โดยหญิงตั้งครรภ์ที่ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยมี&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;ตั้งใจจะฉีดวัคซีน ส่วนที่เหลือยังคงโลเลอยู่ เนื่องจากกังวลในเรื่องความปลอดภัย และประสิทธิภาพของวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวถึงผลการฉีดวัคซีนโควิด19&amp;nbsp;ว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนในวันนี้ เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;914,527&amp;nbsp;โดส สะสม&amp;nbsp;66,592,321&amp;nbsp;โดส แบ่งเป็นเข็มแรก&amp;nbsp;38,137,096&amp;nbsp;ราย เข็มสอง&amp;nbsp;26,474,522&amp;nbsp;ราย และเข็มสาม&amp;nbsp;1,980,703&amp;nbsp;ราย ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญทีทำให้ตัวเลขเป้าหมายแต่ละเดือนหลังจากนี้จะประสบความสำเร็จเพราะว่า ตัวเลขของเป้าหมายปลายเดือนต.ค.ที่บอกว่าให้ถึง&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;ของจำนวนประชากรเราบรรลุผลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นพ.เฉวตสรร กล่าวอีกว่า ตัวเลขการติดเชื้อในกรุงเทพฯปริมณฑลลดลดอย่างต่อเนื่อง ส่วนต่างจังหวัดยังไม่ลดลงเท่าที่ควร แต่มีหลายจังหวัดก็มีการคงตัวในระดับสูง ส่วนชายแดนใต้ยังมีการติดเชื้อในระดับที่สูงอยู่ ถ้ามองภาพรวมประเทศ ถ้าเรายังคงมาตรการได้ดี การติดเชื้อรายใหม่คงจะลดลงตามแนวโน้ม อย่างไรก็ตามเราก็ยังคงเจอคลัสเตอร์ที่รายงานเข้ามาเรื่อยๆคืองานศพ ซึ่งคนที่ไปจะต้องยังเข็มงวดมาตรการป้องกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด, หญิงตั้งครรภ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e8d78a0873.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงคนท้องเสียชีวิตจากโควิดมากกว่าคนทั่วไป 2.5 เท่า สาเหตุส่วนใหญ่หายใจล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้มีการหารือเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้กับหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์&amp;nbsp;12 สัปดาห์ขึ้นไป&amp;nbsp;ที่พบการเสียชีวิตจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ได้&amp;nbsp;5 แสนคนภายในสิ้นปี&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันฉีดเข็มที่หนึ่งไปได้เพียง 27,519&amp;nbsp;ราย หรือ&amp;nbsp;5.5%&amp;nbsp;ฉีดเข็มสองได้เพียง&amp;nbsp;2,078 ราย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;0.4%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยและเสียชีวิตจากการติดโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขระหว่างวันที่&amp;nbsp;1 เม.ย. &amp;ndash; 11&amp;nbsp;ส.ค. พบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;185 ราย เสียชีวิต 29 ราย ค่ากลางอายุผู้เสียชีวิตจะอยู่ที่&amp;nbsp;33 ปี&amp;nbsp;และยังพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุครรภ์&amp;nbsp;29-42 สัปดาห์&amp;nbsp;สูงถึง&amp;nbsp;55% รองลงมาคือ 14-28 สัปดาห์ สูงถึง&amp;nbsp;41%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์แห่งประเทศไทยยังมีความเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าวและได้ให้ข้อมูลการวิเคราะห์ของกระทรวงสาธารณสุขที่รวบรวมระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ธ.ค.63 &amp;ndash; 13&amp;nbsp;ส.ค.64&amp;nbsp;เกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในสตรีตั้งครรภ์ พบว่า สตรีตั้งครรภ์ที่ติดโควิด-19&amp;nbsp;มีอัตราการเสียชีวิตจะอยู่ที่ร้อยละ&amp;nbsp;1.85 ซึ่งสูงเป็น&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เท่าของคนทั่วไป โดยการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการหายใจล้มเหลว เนื่องจากสรีระของหญิงตั้งครรภ์ที่มดลูกโตขึ้นพร้อมน้ำคร่ำในมดลูกมากขึ้นจึงดันให้ปอดขยายตัวลำบาก และยังพบอัตราการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกร้อยละ&amp;nbsp;11.8&amp;nbsp;ดังนั้น ราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์แห่งประเทศไทยจึงมีหนังสือไปยังทุกจังหวัดให้เร่งระดมค้นหาหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์เกิน&amp;nbsp;12 สัปดาห์มาเข้ารับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;โดยอายุครรภ์ดังกล่าวจะมีความปลอดภัย เพราะเด็กมีอวัยวะครบแล้ว ไม่เป็นอันตราย และยังเป็นการส่งต่อภูมิคุ้มกันให้ทารกในครรภ์ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114504</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนท้อง, ราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์, ศบค., หญิงตั้งครรภ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110e3223932d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอนามัย พบหญิงตั้งท้องติดเชื้อโควิด 898 ราย เสียชีวิต 16 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;22 ก.ค.64 - นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2563 &amp;ndash; 20 ก.ค. 2564 พบมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 898 ราย เสียชีวิต 16 ราย ในขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ข้อมูลวัคซีนหญิงตั้งครรภ์ยังมีไม่มาก กรมอนามัยจึงให้ความสำคัญโดยร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญ ผลักดันนโยบายให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลที่เหมาะสมผ่านคลินิกฝากครรภ์ที่หญิงตั้งครรภ์ไปรับบริการอยู่ โดยให้หญิงตั้งครรภ์จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ควรต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เช่นเดียวกับกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว ยังคงต้องป้องกันตนเองจากการติดเชื้อเป็นพิเศษ โดยงดใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับคนในบ้าน หมั่นล้างมือเป็นประจำ เว้นระยะห่าง งดออกจากบ้านหรือเดินทางเท่าที่จำเป็นเมื่อต้องไปตรวจครรภ์ โดยเฉพาะรายที่มีความเสี่ยงขณะตั้งครรภ์ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีโรคประจำตัว อาจโทรปรึกษาแพทย์เพื่อขอเว้นระยะเวลาการไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;โดยให้แพทย์ เป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม&amp;quot;นพ.สุวรรณชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อีกทั้งกรมอนามัยได้ออกคำแนะนำการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ในสถานการณ์โควิด-19 มีการปรับรูปแบบบริการของหน่วยบริการ ได้แก่ การให้บริการฝากครรภ์และคลินิก เด็กสุขภาพดีแบบวิถีใหม่ เพื่อลดเวลาการอยู่ในโรงพยาบาลของผู้รับบริการให้น้อยลง และนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการสื่อสารกับผู้รับบริการ ออกแนวปฏิบัติในการดูแลเด็กติดเชื้อโควิด-19 แนวปฏิบัติในการเปิดสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย มีการให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศผ่านระบบการประชุมทางไกลโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ การติดตามข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงมีการทบทวนวิเคราะห์สาเหตุการตายมารดาจากโควิด-19 เพื่อหามาตรการป้องกัน โดยมีศูนย์อนามัยที่ 1&amp;ndash;12 ของกรมอนามัย ติดตามการดำเนินงานในพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110740</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอนามัย, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, หญิงตั้งครรภ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f937be1fa3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
