<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.แนะฉีดเข็มแรกแต่ติดเชื้อเว้นก่อน 12 สัปดาห์ค่อยรับเข็ม2 พบหญิงท้องติดโควิดแม่-ลูกดับคู่ 50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64-&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,653 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 14,395 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 13,160 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,235 ราย และมาจากเรือนจำ 256 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย​ ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน&amp;nbsp; 1,249,140 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 18,262 ราย​ ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน&amp;nbsp; 1,049,540 ราย อยู่ระหว่างรักษา 159,800 ราย อาการหนัก 4,740 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,011 ราย​ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 271 ราย เป็นชาย 134 ราย หญิง 137 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 167 ราย มีโรคเรื้อรัง 76 ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่ จ.นราธิวาส เสียชีวิตที่บ้านและระหว่างนำส่ง 3 ราย ผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ใน กทม. 79 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 12,280 ราย ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่&amp;nbsp; 2 ก.ย. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 865,074 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.&amp;nbsp; มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 34,292,537 โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อใหม่ 219,956,335 ราย เสียชีวิตสะสม 4,557,084 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 3 ก.ย. ได้แก่ กทม. 3,428 ราย สมุทรปราการ 1,237 ราย สมุทรสาคร 859 ราย ชลบุรี 822 ราย ระยอง 541 ราย นราธิวาส 465 ราย ราชบุรี 340 ราย นครราชสีมา 283 ราย สงขลา 279 ราย นนทบุรี 278 ราย อย่างไรก็ตาม ขอสื่อสารไปยังประชาชนว่า สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว แต่ติดเชื้อระหว่างยังไม่ได้ฉีดเข็มที่สอง ขอว่าเมื่อหายแล้วอย่าเพิ่งฉีดวัคซีนเข็มที่สอง แต่ให้เว้น 12 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยมารับวัคซีนเข็มที่สอง เนื่องจากโควิด-19 ไม่ใช่โรคอีสุกอีใส หรือโรคหัด ที่เป็นการติดเชื้อตามธรรมชาติแล้วจะมีภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองตามธรรมชาติตลอดชีวิต แต่ที่ยังต้องรับวัคซีนสองอยู่แม้ติดเชื้อแล้ว เพราะยังไม่มีข้อมูลแน่นอนว่ากรณีโควิด-19 เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีภูมิคุ้มกันธรรมชาติตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับอัตราการติดเชื้อของ กทม. และต่างจังหวัด อยู่ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง และมีทิศทางลงทั้งคู่ นอกจากนี้ ยังมีรายงานคลัสเตอร์กลุ่มเสี่ยง บางจังหวัดเป็นล้งผลไม้ แพปลา แรงงานเพื่อนบ้าน และชุมชนบางจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม เช่น จ.ชุมพร มีรายงานว่ามีการรวมกลุ่มตั้งวงเหล้า ดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน ขอเน้นย้ำให้ทางจังหวัดตรวจสอบการรวมกลุ่มสังสรรค์ งานศพ งานแต่ง งานประเพณี และที่ ศบค.ยังเน้นย้ำอยู่คือ แคมป์ก่อสร้าง โดยมีรายงานที่ จ.ระยอง ราชบุรี นราธิวาส เพราะตอนนี้มีการหมุนเวียนแรงงานที่เรียกว่า ซับคอนแทรค อย่างเช่น ช่างปูน ช่างกระเบื้องที่หมุนเวียนไป ขอให้เข้มงวด เนื่องจากกังวลว่าจะลามจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้รายงาน ศบค.ชุดเล็กว่า มีข้อมูลผู้ป่วยวอล์คอินเข้าตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาล โดยพบว่า ตรวจเชื้อ 10 คน ผลเป็นบวก 2 คน หรือ 20% ขณะที่ กทม. ตรวจเชื้อ 10 คน ผลเป็นบวก 3 คน หรือ 30% ในทางการแพทย์ถือว่าสูงทีเดียว จึงขอให้โรงพยาบาลยังต้องตรวจ RT-PCR ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจ มีไข้ก่อน นอกจากนี้ เรื่องการตรวจ ATK ในกทม. ยังพบคนที่มีผลบวกในปริมาณสูง จึงเน้นย้ำว่า การตรวจ ATK อาจพบผลลบลวงได้ 10% ดังนั้น ถ้าตรวจ ATK แล้วผลเป็นลบ แต่ยังต้องกักตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ได้เสนอข้อมูลต่อ ศบค.ชุดเล็ก ว่าในเดือน ส.ค.เพียงเดือนเดียว อัตราหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อแบบก้าวกระโดดถึง 1,506 ราย โดยข้อมูลระหว่างวันที่ 1 เม.ย. &amp;ndash; 28 ส.ค. พบการแพร่ระบาดในหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ และทารกแรกเกิด โดยมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,878 ราย ในจำนวนนี้มีทารกติดเชื้อ 141 ราย และมีมารดาเสียชีวิต 69 ราย ทารกเสียชีวิต 29 ราย มีทารกเสียชีวิตพร้อมแม่ คิดเป็น 50% ที่ และอีก 50% สามารถช่วยทารกได้ แต่มารดาเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการติดเชื้อหลังคลอด และระหว่างให้นมลูกอีกด้วย จึงขอให้ทุกโรงพยาบาลที่รับฝากครรภ์ หากพบว่ามีหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ให้ติดตามมารับวัคซีน และหากคลอดกลับบ้านไปแล้วก็ขอให้โรงพยาบาลไปตามกลับมาฉีดวัคซีน รวมถึงในระหว่างที่ให้นมลูกด้วย ส่วนกรณีพบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ ให้โรงพยาบาลที่รับฝากครรภ์ดูแลผู้ป่วย แต่หากเป็นศูนย์อนามัยที่ไม่พร้อม ขอให้ส่งต่อตามระบบผู้ป่วยโควิด-19 กรณีฉุกเฉิน อย่างเช่น น้ำเดิน ตกเลือด เลือดออกทางช่องคลอด ครรภ์เป็นพิษ หรือเด็กดิ้นน้อยลง หรือเจ็บครรภ์ ให้ทุกโรงพยาบาลรับเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ข้อมูลหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องรับวัคซีน มีจำนวนเป้าหมาย 5 แสนราย แต่ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งเพียง 45,437 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.1 เข็มที่สอง 4,983 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 29 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ภายในเดือน ก.ย. มีเป้าหมายฉีดวัคซีนให้กลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้น กลุ่ม 7 โรคเสี่ยง และตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ให้ครอบคลุม 70% นอกจากนี้ ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก อธิบดีกรมการแพทย์&amp;nbsp; ได้หารือเรื่องการฉีดวัคซีน โดยขอให้ทางจังหวัดเตรียมความพร้อมและตรวจสอบข้อมูล กรณีประชาชนในต่างจังหวัดที่เข้ามารับวัคซีนเข็มแรกที่สถานีกลางบางซื่อ แล้วต้องการจะกลับไปฉีดเข็มที่สองที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ขอให้แจ้งความจำนงกับทางจังหวัด โดยกรมการแพทย์พร้อมให้ความช่วยเหลือถ้าจังหวัดต้องการข้อมูล เพราะข้อมูลผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกอยู่ที่กรมการแพทย์ หรือกรณีทำงานอยู่ กทม. แต่ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งในต่างจังหวัดไปแล้ว และต้องการฉีดเข็มที่สองที่สถานีกลางบางซื่อ ขอให้แจ้งความจำนงกับทางจังหวัดก่อน เพื่อให้ทางจังหวัดได้เตรียมความพร้อม เนื่องจากกรมควบคุมโรคจัดสรรจำนวนวัคซีนให้แต่ละจังหวัด รวมไปถึงสถานีกลางบางซื่อในยอดที่เป็นปกติ ดังนั้น ขอให้แจ้งเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115500</URL_LINK>
                <HASHTAG>RT-PCR, จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์จุฬาฯเผยไทยมีแม่ตั้งครรภ์ ติดเชื้อ โควิด 2 ราย ประเมินประสบการณ์จีน โอกาสลูกติดเชื้อต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 เม.ย.93-เพจคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไลฟ์สดหัวข้อ COVID -19 in pregnancy and children หรือ การดูแลผู้ป่วยตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแล ของทีมแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ จึงได้มาแชร์ประสบการณ์ ดังนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.นพ.นพดล ไชยสิทธิ์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ข้อมูลการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตั้งครรภ์มีค่อนข้างจำกัด ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน มีการรายงานว่า การตั้งท้องไม่ได้ทำให้ตัวโรคแย่ลง เมื่อเทียบกับไวรัสกลุ่มเดียวกันอย่างโรคซาร์ส และโรคเมอร์ส &amp;nbsp;ซึ่งส่งผลทำให้เด็กในครรภ์โตช้ &amp;nbsp;หรือตายขณะคลอด และตายภายหลังคลอด ตอนแรกคาดว่าโรคโควิด-19 จะมีความรุนแรงเท่ากับซาร์ส &amp;nbsp;และเมอร์ส &amp;nbsp;เพราะปกติหญิงตั้งครรภ์ระบบภูมิต้านทานและระบบการหายใจจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ปรากฏว่า ผู้ป่วยโควิดที่ตั้งท้อง กลับมีอัตราเด็กในครรภ์ตายน้อย &amp;nbsp;แต่จะมีปัญหาการคลอด เช่นคลอดก่อนกำหนด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่า ต้องทำการคลอดก่อนกำหนด เพราะโรคโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.นพ.นพดล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ &amp;nbsp;จากข้อมูล ยังพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด ทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด 40% ครรภ์เป็นพิษ15% เด็กโตช้า 10% &amp;nbsp;ส่วนการทำคลอดต้องประเมินจากอาการผู้ป่วย &amp;nbsp;ปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาฯ มีคนไข้โควิดตั้งครรภ์ &amp;nbsp;2 คน &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ มีข้อมูลว่าถ้าให้ผู้ป่วยโรคโควิด ที่มีปัญหาการหายใจลำบาก นอนในท่านอนคว่ำ จะทำให้อาการดีขึ้น แต่สำหรับ คนท้องทำไม่ได้ ก็มีคำแนะนำอื่นๆ ออกมา แต่ภาพรวมสรุปว่าเด็กในครรภ์จะแย่ เมื่อแม่มีอาการแย่ลง ในต่างประเทศมีการพูดถึงการเกิดภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน &amp;nbsp; แต่คนท้องในประเทศไทยไม่พบปัญหาดังกล่าว คนไข้โควิด เมื่ออาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จะคลอดก่อนกำหนด สูตินรีแพทย์รักษาด้วยยาสเตียรอยด์ &amp;nbsp;ซึ่งการคลอดก่อนกำหนด ดูแลรักษายาก ยังไม่มีรายงานว่าใช้สเตียรอยด์สต่ำๆ มีผลต่อโควิดหรือไม่ อย่างไร &amp;nbsp; ซึ่งในพูดคุยกันระหว่าง หมอสูตินรีเวช &amp;nbsp;หมอเด็ก หมออายุรกรรม ในเรื่องการให้ยาสเตียรอยด์ และอาจปรับเปลี่ยนสูตรการให้ยาได้ &amp;nbsp; ซึ่งจะพิจารณาจากประโยชน์ที่ได้รับ ปัจจุบันมีการให้ยาแมกนีเซียม แต่ถ้าผู้ป่วยท้องแล้วมีปัญหาไตร่วมด้วยก็ไม่อยากให้ เพราะมีผลกดระบบทางเดินหายใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ที่รพ.จุฬาฯ มีเคสผู้ป่วยโควิด-19 อายุครรภ์ 27 สัปดาห์ ต้องมอนิเตอร์ตลอด &amp;nbsp;ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน ส่วนการตัดสินใจให้คลอดเมื่อไหร่ &amp;nbsp;จะพิจารณาจากอายุครรภ์และตัวแม่ ถ้าเด็กและแม่แย่ลง ต้องพิจารณาเรื่องการคลอด บางรายคลอดเด็กแล้ว &amp;nbsp;อาจทำให้แม่ดีขึ้น เพราะการหายใจของแม่จะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำคนไข้โควิดไปคลอดยังมีความเสี่ยง &amp;nbsp;ส่งผลอาการผู้ป่วยแย่ลง ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการคลอดต้องใส่ชุดป้องกันเต็มที่ เวลาเบ่งคลอด คนไข้จะสูดหายใจลึกๆ ร้องจากออกมา &amp;nbsp;เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด &amp;nbsp;จะมีน้ำลาย น้ำมูก และน้ำตา กระเด็นออกมา สิ่งเหล่านี้เป็นสารคัดหลั่งโดยตรง &amp;nbsp; &amp;ldquo; อ.นพ.นพดล กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สูตินรีแพทย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีคำแนะนำที่น่าสนใจ ถ้าแม่อาการไม่ดี ต้องมอนิเตอร์เด็กด้วย ส่วนการระงับปวดระหว่างการคลอดให้รีบทำแต่แรก กรณีคนไข้ฉุกเฉินจะได้ไม่ต้องดมยา อีกวิธีใช้ไนตรัสออกไซด์ระงับปวด แต่ส่วนใหญ่ไม่แนะนำ เพราะเป็นระบบแก๊ส หากคลอดวิธีธรรมชาติ กรณีที่แม่ติดโควิด ต้องสวมหน้ากากป้องกันขณะคลอด จะหายใจเข้าและออกได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้การคลอดยาก &amp;nbsp;ข่วงหลังจากคลอดแล้ว แม่ยังต้องกักตัว รอให้อผลตรวจออกมาเป็นลบ ต้องตรวจซ้ำ 2 ครั้ง &amp;nbsp;กลับบ้านแล้วแพทย์จะดูแลเต้านมหรือแผลผ่านวิดีโอคอล &amp;nbsp;ส่วนทารกที่กลับบ้านพร้อมแม่ แพทย์จะต้องจะติดตามอาการและตรวจเชื้อซ้ำใน 24 ชั่วโมง และ 48 ชั่วโมง &amp;nbsp; หากติดเชื้อโควิด เด็กจะแสดงอาการ &amp;nbsp;ซึม มีอาการทางระบบหายใจ และแสดงผ่านผลจากการตรวจเลือด &amp;nbsp;เพื่อหาเชื้อ ในต่างประเทศ กรณีเด็กเกิดใหม่ภายในหนึ่งสัปดาห์มักติดกับคุณแม่ หลังจากนั้นอาจติดจากคนในครอบครัว ทั้งยังมีแนวทางป้องกันทารกติดเชื้อหลังคลอด เช่น ห้ามญาติเยี่ยมเลย งดให้นมแม่ การป้องกันจะเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.นพ.สันติ ปุณณะหิตานนท์ กุมารแพทย์เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด กล่าวว่า ปัจจุบันมีคำถามมากมาย เช่น แม่ติดโควิด &amp;nbsp;สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ลูกได้มั้ย หากทารกแรกเกิดติดเชื้อมีอาการอะไรที่สำคัญและต้องกังวล &amp;nbsp;แม้แต่กรณีที่ไม่ทราบเด็กแรกเกิดติดเชื้อหรือไม่ &amp;nbsp;หรือเด็กติดเชื้อไปแล้ว ยังต้องอยู่ห้องฉุกเฉินจะมีแนวทางรักษาอย่างไร ข้อมูลการศึกษาส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน &amp;nbsp; มีกรณีศึกษาแม่ติดเชื้อ 6 ราย เด็กแรกเกิดไม่ป่วยโควิดเลย &amp;nbsp; มีการตรวจเชื้อในน้ำคร่ำ น้ำนมแม่ก็ ไม่พบ และป้ายโพรงจมูกเด็กก็พบไม่ติดเชื้อ &amp;nbsp;อีกกรณีแม่ติดเชื้อ 3 ราย พบมีเชื้อในคอ อุจจาระ แต่ที่รกไม่พบเชื้อ เมื่อตรวจเชื้อในเด็กตั้งแต่วันแรกหลังคลอด มีผลลบ กรณีต่อมาแม่ติดเชื้อ หาเชื้อในน้ำคร่ำ รก ตรวจหลังคลอดไม่พบลูกติดโควิด &amp;nbsp;ตรวจซ้ำวันที่ 3, 7 &amp;nbsp;และ 9 ก็ไม่พบ หากดูจากรายงานนี้ ก็สบายใจได้ส่วนหนึ่งว่า ลูกไม่ติด นอกจากนี้ มีกรณีแม่ติดเชื้อ คลอดลูกออกมา ตรวจหาเชื้อในลูกไม่พบเลย แต่ทารกแรกเกิดมีอาการผิดปกติ มีไข้ ระบบทางเดินหายใจ อาจไม่เกี่ยวกับโควิด &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;ldquo; แต่ก็พบแม่ป่วยโควิดคลอดลูก ผลตรวจลูกติดเชื้อด้วย ถือเป็นรายแรกลูกในท้องติดเชื้อ เคสนี้อยู่ที่จีน แม่คลอดโดยใส่หน้ากาก N95 &amp;nbsp;หลังคลอดป้ายเอาเยื่อบุในในคอเด็กออกมาตรวจพบเชื้อไวรัส ผลเป็นบวก ซึ่งเป็นกรณีแรกที่เราต้องตระหนัก ส่วนการติดเชื้อหลังคลอดรายแรกจากจีน เด็กอายุ 11 วัน มีไข้ เจอเชื้อ &amp;nbsp;อีกรายงานจากจีน มีการติดตามแม่ 33 ราย พบเด็ก 3 คน ติดเชื้อ มีไข้ อุณหภูมิไม่คงที่ เอ็กซเรย์ปอดไม่ปกติ &amp;nbsp;จากนั้นเริ่มมีรายงานตรวจหาระดับ IgM &amp;nbsp;ในเลือดทารกแรกเกิด ตรวจจากแม่โควิด 6 คน พบเด็ก 2 คน ระดับค่า IgM สูงขึ้นกว่าปกติ แสดงถึงการติดเชื้อในระหว่างครรภ์ &amp;nbsp; อีกรายงานระบุว่า แม่วินิจฉัยเป็นโควิด ต่อมา 12 วันคลอด พบ IgM ในลูกสูง แต่ป้ายในคอ ผลเป็นลบ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน &amp;nbsp;&amp;ldquo; ผศ.นพ.สันติ กล่าว
&amp;nbsp;กุมารแพทย์ กล่าวว่า แม้การติดเชื้อโควิดจากแม่สู่ลูกอัตราต่ำ เพราะเจอน้อย แต่เด็กแรกเกิดสามารถติดเชื้อได้หลังคลอด &amp;nbsp;อาการอาจจะมากก็ได้ อย่างไรก็ตาม รายงานทั้งหมดที่อ้างอิง การตรวจเชื้อในน้ำนมแม่ ไม่พบ เป็นสัญญาณบอก สามารถให้นมลูกได้ คำแนะนำหลายองค์กร รวมถึง WHO ออกมา แต่มีรายละเอียดแตกต่างกัน หากเจาะจงเรื่องการให้นมแม่ ไม่สามารถบอกได้จะใช้ไกด์ไลน์ไหน แต่สุดท้ายให้ดูตามสถานการณ์และบริบทของแต่ละพื้นที่ ส่วนคำแนะนำที่เหมาะกับประเทศไทย กรณีแม่ติดเชื้อโควิด หากต้องรับเด็กในห้องผ่าตัดหรือห้องคลอด แม้แม่สวมหน้ากาก บุคลากรทางการแพทย์ต้องสวมชุด PPE และจำกัดจำนวนบุคลากรที่เข้าไปห้องผ่าตัด ส่วนใหญ่เป็นกุมารแพทย์ ขณะที่นอกห้องจะจัดทีมรอรับเด็ก ส่งต่อ และเคลื่อนย้ายมาเนิสเซอร์รี่ รวมถึงอุปกรณ์จะต้องไม่ใช้ปะปนกับเด็กแรกเกิดอื่นๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ห้องคลอดต้องเป็นห้องควบคุมแรงดันดูแลผู้ป่วยโควิด &amp;nbsp;หมอสูตินรีแพทย์ต้องอุ้มทารกไว้ ไม่วางเด็กบนหน้าท้องของแม่ ป้องกันการสัมผัสกับเชื้อไวรัส รวมถึงเมื่อลูกคลอดออกมา ต้องแยกทันที จะ CPR ก็ทำในห้องแยก จากนั้นชำระล้างตัวเด็กให้เรียบร้อยก่อนเคลื่อนย้ายเข้าหอพักผู้ป่วย อีกแนวทางแม่กับลูกอยู่ห้องเดียวกัน โดยมีผ้าม่านกั้น ห่างกัน 6 ฟุต แต่ รพ.จุฬา ใช้แนวทางแยกแม่กับเด็ก สุดท้ายแล้วแต่บริบทแต่ละพื้นที่ แต่ละโรงพยาบาล &amp;nbsp;รวมถึงบุคคลกรต้องมีความเชี่ยวชาญ เพราะต้องจัดการด้วยความรวดเร็ว ป้องกันบุคลากรเสี่ยงติดเชื้อ กรณีเด็กไม่ป่วย WHO แนะนำการให้นมหลายแบบ ตั้งแต่ไม่ให้ดื่มนมแม่ แต่หากให้ แม่ต้องทำความสะอาดเต้านม ปั๊มนม ก่อนส่งต่อให้บุคลากรหรือญาตินำไปป้อนเด็ก &amp;nbsp;อีกวิธีให้แม่สวมหน้ากากป้องกัน ล้างมือ ทำความสะอาดเต้านมอย่างเคร่งครัดและให้นมลูกจากอก &amp;nbsp;WHO วางวิธีปฏิบัติไว้ต่างกัน เพราะในประเทศโลกที่สาม เด็กอาจไม่ตายด้วยโควิด แต่ตายด้วยโรคติดเชื้อ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผศ.นพ.สันติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63359</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คณะแพทยศาสตร์  จุฬาฯ, หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e9841d4b1321.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
