<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกฟ้อง &#039;หญิงไก่&#039; หลอกลวง-บังคับสาวลาวทำงานบ้าน ไม่เข้าข่ายผิดค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 - ที่อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์ หมายเลขดำคม.23/2562 ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 63ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ&amp;nbsp;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 13 ก.ย. 2553 - 1 ก.พ. 2555 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ฉ้อฉล หลอกลวงใช้อำนาจครอบงำหญิงสัญชาติลาวอายุ 18 ปีเศษ โดยชักชวนให้มาทำงานเป็นแม่บ้านหรือคนรับใช้โดยสัญญาจะให้ค่าจ้างเดือนละ 6 พันบาท แต่กลับบังคับข่มขืนใจทำงานตั้งแต่เวลา 05.00 น.จนถึงเวลา 02.00น.ของวันรุ่งขึ้น ทุกวันไม่มีวันหยุด โดยจำเลยไม่ยอมจ่ายค่าจ้างให้ตามที่ตกลงกัน หากผู้เสียหายทำงานไม่ทันใจ หรือไม่ถูกใจ จำเลยจะดุด่าว่ากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จำเลยยังได้ยึดหนังสือเดินทาง(passpot) ของผู้เสียหายไว้ หากผู้เสียหายจะลาออกจะต้องนำเงินจำนวน 1 แสนบาทมาชดใช้แก่จำเลย ซึ่งเป็นค่าจ่ายเกินจริง อีกทั้งจำเลยยังกลั่นแกล้งผู้เสียหายว่า ลักเอาทรัพย์สินของจำเลยและข่มขู่จะดำเนินคดีอีกด้วย จึงขอให้ลงโทษจำเลย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 52&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากศาลอาญาไปให้จำเลยฟังยังทัณฑสถานหญิงกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่า ทางไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยพา น.ส.กาบแก้ว ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนสัญชาติลาว มาที่กรุงเทพมหานคร โดยมาพักอาศัยอยู่กับจำเลย และให้ผู้เสียหายทำงานบ้าน โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยบังคับใช้แรงงานการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (เดิม) ต้องเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบ หน่วงเหนี่ยวกักขัง กระทำผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแลโดยข่มขืนใจให้ทำงานหรือให้บริการ โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของบุคคลนั้นเอง หรือของผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยทำให้บุคคลนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อเท็จจริงจากบันทึกคำให้การของผู้เสียหาย ประกอบกับคำเบิกความของเพื่อนร่วมงานผู้ที่อยู่ร่วมทำงานกับผู้เสียหาย รวมทั้งหมด 5 คน ร่วมกันช่วยทำงานบ้านให้กับจำเลย ในห้องพักคอนโด เชื่อว่างานดังกล่าวเป็นงานที่ไม่หนักมาก อีกทั้งเมื่อวีซ่าของผู้เสียหายจะหมด ผู้เสียหายก็สามารถเดินทางออกจากคอนโดเพื่อต่อวีซ่าที่ประเทศลาวได้ โดยจำเลยยังมอบเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อวีซ่าด้วย สามารถออกจากที่พักไปซื้อของหรือไปข้างนอกได้ และจำเลยเคยพาคนที่อยู่ในบ้านเช่นเดียวกับไปเที่ยวต่างจังหวัด ย่อมแสดงให้เห็นว่าคนที่ทำงานบ้านไม่ว่าจะเป็นพยานหรือแม้แต่ผู้เสียหายย่อมมีอิสระ ไม่ได้ถูกจำเลยกักขัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะปรากฏว่าขณะจำเลยชักชวนผู้เสียหายมาอยู่กับจำเลย จำเลยกล่าวจะรับผู้เสียหายเป็นบุตรบุญธรรมและให้เงินเดือนผู้เสียหาย แต่เมื่อผู้เสียหายว่าอยู่กับจำเลยแล้ว จำเลยกลับไม่ได้รับผู้เสียหายเป็นบุตรบุญธรรมและไม่ได้ให้เงินเดือนแก่ผู้เสียหาย แต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ของจำเลยได้ให้การดูแลบุคคลที่อยู่ในบ้านของจำเลยตามสมควรเช่น ให้เงินใช้จ่ายส่วนตัว หรือพาไปเที่ยว จึงเชื่อได้ว่าจำเลยประสงค์จะรับผู้เสียหายมาอุปการะจริง และแม้ขณะผู้เสียหายอยู่กับจำเลย ผู้เสียหายต้องทำงานบ้านและจำเลยเป็นผู้เก็บหนังสือเดินทางของผู้เสียหายและพยานไว้ กรณีมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการที่จำเลยจะเก็บหนังสือเดินทางอีกหลายเล่มไว้เพื่อช่วยเก็บรักษา เนื่องจากเป็นเอกสารสำคัญ ถ้าสูญหายจะประสบปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากผู้เสียหายและพยานทำงานไม่ถูกใจ จำเลยจะดุด่า แต่ไม่เคยทำร้ายร่างกาย ดังนั้นไม่มีพยานหลักฐานแสดงให้เห็นแน่ชัด ว่าจำเลยได้กระทำการใดอันเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายทำงานโดยทำให้ผู้เสียหายกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบโดยการบังคับใช้แรงงาน การกระทำของจำเลยจึงยังรับฟังไม่ได้ว่าทำผิดฐานค้ามนุษย์ตามฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า จำเลยต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ให้แก่ผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่าพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตามที่ศาลวินิจฉัยดังกล่าวข้างต้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ให้แก่ผู้เสียหาย พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษจำคุกนางมณตา หรือหญิงไก่ แล้ว 4 สำนวน รวมโทษจำคุก 19 ปี ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ค้ามนุษย์ และแจ้งความเท็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78989</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณตา หยกรัตนกาญ, หญิงไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc8ecc6264d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก &#039;หญิงไก่&#039; 12 เดือน คดีแจ้งความเท็จสาวใช้ลักทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีแจ้งความเท็จ หมายเลขดำที่ อ.2414/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางมณตา หรือหญิงไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 62 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 173, 174

คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 3-8 ธ.ค. 2558 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ปกป้อง ฟองเลา พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ว่าเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2558 ผู้เสียหายซึ่งเป็นสาวใช้ ได้ลักเอาทรัพย์สินจำนวน 7 รายการของจำเลย ซึ่งเก็บไว้ในห้องพักของจำเลย ที่คอนโดประชานิเวศน์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.ไปโดยทุจริต ทั้งที่เป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าผู้เสียหายไม่ได้ลักทรัพย์สินไป อันเป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้เสียหายต้องรับโทษทางอาญา ข้อหาลักทรัพย์นายจ้างในเคหสถาน โดยตัวจำเลยได้นำทรัพย์สินดังกล่าวไปจำนำไว้ที่โรงรับจำนำ

นอกจากนี้แล้ว จำเลยยังได้แจ้งความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ด้วยว่ามีชายไทยไม่ทราบชื่อโทรศัพท์มาหาจำเลยว่า จะนำทรัพย์สินดังกล่าวที่ผู้เสียหายลักไปมาคืนให้จำเลย เพื่อแลกกับการที่จะให้จำเลยยกเลิกการดำเนินคดีต่อผู้เสียหาย และต่อมามีเสียงเคาะประตูห้องคอนโดฯ ที่พัก เมื่อจำเลยเปิดประตูก็พบกระเป๋าผ้า และถุงกระดาษวางอยู่ พบทรัพย์สินที่หายไปอยู่ในกระเป๋าผ้าและถุงกระดาษ ล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะความจริงไม่ปรากฏว่ามีใครนำทรัพย์สินมาคืนให้จำเลยแต่อย่างใด

วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัว นางมณตา หรือหญิงไก่ จำเลย มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 173, 174 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่าได้มีการกระทำความผิดอาญา และฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน เพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฏหมายหลายบท

ให้ลงโทษฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน เพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษ จำคุก 1 ปี และความผิดฐานแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน ให้จำคุก 1 ปี แต่จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กรรมละกึ่งหนึ่ง ฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษ คงจำคุก 6 เดือน ฐานแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน คงจำคุก 6 เดือน รวมโทษจำคุกทั้งหมด 12 เดือน และให้นับโทษจำคุกต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2958/2561, คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1473/2560 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 224/2561 ของศาลนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษจำคุกนางมณตาแล้ว 3 สำนวน รวมโทษจำคุก 18 ปี ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงและค้ามนุษย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55317</URL_LINK>
                <HASHTAG>หญิงไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e294ef8dfab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนอ่านพิพากษา&#039;หญิงไก่&#039; คดีแจ้งความเท็จลูกจ้างสาวลักทรัพย์สิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.62- เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแจ้งความเท็จ หมายเลขดำ อ.2414/2562 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้องนางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 62 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา โจทก์จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 137, 172, 173, 174&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 3 - 8 ธ.ค. 2558 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ปกป้อง ฟองเลา พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่นว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2558 น.ส.สุกัลยา ศิริม่วง ผู้เสียหายซึ่งเป็นสาวใช้ ได้ลักเอาทรัพย์สินจำนวน 7 รายการของจำเลย ซึ่งเก็บไว้ในห้องพักของจำเลย ที่ห้องพักเลขที่ 3/551 คอนโดประชานิเวศน์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ ไปโดยทุจริต ทั้งที่เป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่า ผู้เสียหายไม่ได้ลักทรัพย์สินไป เนื่องจากจำเลยได้นำทรัพย์สินดังกล่าวไปจำนำไว้ที่โรงรับจำนำ เพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้เสียหายต้องรับโทษทางอาญา ข้อหาลักทรัพย์นายจ้างในเคหสถาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้แล้ว จำเลยยังได้แจ้งความอันเป็นเท็จต่อ ร.ต.อ.ปกป้อง ฟองเลา พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ด้วยว่า มีชายไทยไม่ทราบชื่อโทรศัพท์มาหาจำเลยว่า จะนำทรัพย์สินดังกล่าวที่ผู้เสียหายลักไปมาคืนให้จำเลย เพื่อแลกกับการที่จะให้จำเลยยกเลิกการดำเนินคดีกับผู้เสียหาย และต่อมามีเสียงเคาะประตูห้องคอนโดที่พัก เมื่อจำเลยเปิดประตูก็พบกระเป๋าผ้า และถุงกระดาษวางอยู่ พบทรัพย์สินที่หายไปอยู่ในกระเป๋าผ้า และถุงกระดาษ ซึ่งล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะความจริงไม่ปรากฏว่ามีใครนำทรัพย์สินมาคืนให้จำเลยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลได้เบิกตัวนางมณตา จำเลยจากทัณฑสถานหญิงกลางมาฟังคำพิพากษา อย่างไรก็ตาม ต่อมาศาลได้แจ้งเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปก่อน เนื่องจากทางอัยการโจทก์อยู่ระหว่างการตรวจสอบคำขอพ้นมลทินของจำเลย เนื่องจากได้รับโทษครบเข้าหลักเกณฑ์ โดยที่จำเลยไม่คัดค้าน ศาลจึงให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 11 ธ.ค. 2562 เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งที่นางมณตานั่งในห้องพิจารณาคดี นางมณตาได้หันหน้ามาถามผู้สื่อข่าวว่า &amp;ldquo;มาทำไม&amp;rdquo; ก่อนจะมองไปรอบห้องพิจารณาหลายครั้ง คาดว่าจำเลยน่าจะมองหาญาติ ไม่มีใครเดินทางมา ก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้นใช้ผ้าเช็คหน้าซับน้ำตา ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษจำคุกนางมณตารวม 18 ปี ฐานหมิ่นเบื้องสูงและค้ามนุษย์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50004</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีลูกจ้างลักทรัพย์สิน, สน.ประชาชื่น, หญิงไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc8ecc6264d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยกฟ้อง &#039;หญิงไก่&#039; ค้ามนุษย์ - ร่ำไห้ดีใจก้มกราบศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.62 &amp;nbsp;- ที่ห้องพิจารณา 708 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ คม.76/2559 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ เป็นจำเลยในความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากต้นเดือน มิ.ย. 2549 ถึงปลายเดือน ต.ค.2553 จำเลยหลอก น.ส.ดาลิน หล้าคำ, น.ส.กาญจนา ปองลาภสุนทร และ น.ส.ขวัญจิรา จิรสกุลโชคชัย ผู้เสียหายที่ 1-3 มาทำงานเป็นคนรับใช้ บังคับใช้แรงงานตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 22.00 น. โดยไม่มีวันหยุดและไม่จ่ายค่าจ้าง แล้วยังข่มขู่ผู้เสียหายหากไม่ยอมทำงานจะแจ้งตำรวจจับบิดามารดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาไปเมื่อ 19 ต.ค. 2560 เห็นว่า สำหรับผู้เสียหายที่ 1 และ 3 พยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีพฤติการณ์ข่มขู่ หรือเข้าข่ายความผิดตามฟ้อง เนื่องจากไม่มีการยึดบัตรประชาชน และการทำงานเป็นไปด้วยความสมัครใจ เเละยังไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ว่าผู้เสียหายต้องทำงานต่อเนื่องตั้งแต่ 05.00 น. ถึง 22.00 น. จริง ส่วนประเด็นที่อ้างว่าจำเลยข่มขู่บิดาของผู้เสียหายที่ 3 ว่า หากลูกสาวไม่ยอมทำงานต่อ จะดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ในประเด็นนี้ก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัด จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการข่มขู่เพื่อแสวงหาจากการบังคับใช้แรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในส่วนผู้เสียหายที่ 2 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบรับฟังได้ว่า จำเลยได้ยึดบัตรประชาชน จำเลยที่ 2 มาเก็บไว้ จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างเดือนละ 6,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้ และยังไม่ส่งผู้เสียหายที่ 2 ให้เรียนพยาบาลตามที่เคยมีการตกลงกันไว้ พิจารณาแล้วถึงแม้งานดังกล่าวจะไม่หนักมาก ผู้เสียหายเพียงคนเดียว ย่อมสามารถกระทำได้ แต่การยึดบัตรประชาชนไว้ จำเลยมีเจตนาหาประโยชน์โดยมิชอบจากการใช้แรงงาน จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พิพากษาจำคุก 4 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีจึงลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 590,007 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนางมณตา จากทัณฑสถานหญิงกลางบางเขนมาฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า คดีนี้โจทย์ฟ้องจำเลยฐานค้ามนุษย์ โดยบังคับใช้แรงงาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 ต้องเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นธุระจัดหากักขังหน่วงเหนี่ยว โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครอง หรือบุคคลนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยจัดให้ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นเด็ก พักอาศัยในคอนโดประชานิเวศน์ ให้ทำงานบ้าน ซึ่งนอกจากผู้เสียหายที่ 2 แล้ว ยังมีผู้เสียหายที่ 1 และ 3 ทำงานบ้านเช่นเดียวกัน ทั้งสามแบ่งหน้าที่กันทำ ช่วยดูแลจำเลยกับบุตรเพียงสองคนเท่านั้น เชื่อว่างานที่ผู้เสียหายทำไม่หนักมาก และยังได้ความจากผู้เสียหายที่ 2 ว่า จำเลยได้ให้เงินครั้งละ 1,000 บาท ให้โทรศัพท์ ให้ค่าเดินทางกลับบ้าน 2,000 บาท และโอนเงินให้อีก 5,000 บาท พาไปเที่ยวต่างจังหวัดบางครั้ง อีกทั้งเวลาว่างสามารถออกไปซื้อของข้างนอกได้ แสดงว่าผู้เสียหายที่ 2 มีอิสระ ไม่ได้ถูกกักขัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะปรากฏว่าจำเลยชวนผู้เสียหายที่ 2 มาทำงาน จำเลยอ้างว่าจะส่งเสียให้เรียนพยาบาล กลับมอบเงินให้บิดามารดา 5,000 บาท จนยินยอมให้พาผู้เสียหายไปทำงาน แต่เมื่อไปแล้วกลับไม่ส่งเสียให้เรียน และไม่จ่ายค่าจ้าง รวมทั้งนำบัตรประชาชนมาเก็บไว้ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏจากการนำสืบว่าระหว่างที่ผู้เสียหายทำงานกับจำเลยนั้น จำเลยได้กระทำการใดอันเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายทำงาน โดยทำให้ผู้เสียหายจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน หรือขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือทำให้ผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กับได้ความจากผู้เสียหายที่ 2 เองว่า จำเลยเป็นคนโมโหง่าย แต่ไม่เคยบังคับข่มขู่ให้ทำงาน ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังฟังไม่ได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โดยการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การกระทำของจำเลยจึงไม่ ครบองค์ประกอบ การกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (2) ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น ส่วนทางแพ่ง เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิด จึงเลยจึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายที่ 2 พิพากษากลับยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นางมณตาร้องไห้ด้วยความดีใจ ก่อนทรุดลงกับพื้นและก้มลงกราบศาล อย่างไรก็ตาม นางมณตายังคงไม่ได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากถูกพิพากษาจำคุกในคดีแอบอ้างเบื้องสูง และยังมีคดีค้ามนุษย์สำนวนอื่นที่ต้องสู้คดีอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28917</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์, มณตา หยกรัตนกาญ, หญิงไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c6256536e71b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
