<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านลิบงชี้2สาเหตุใหญ่หญ้าทะเลตาย ห่วงแหล่งพะยูนฝูงสุดท้ายเผชิญวิกฤต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.63- &amp;nbsp;ที่มูลนิธิอันดามัน อ.เมืองตรัง &amp;nbsp;ได้จัดเวทีล้อมวงคุยหารือแนวทางการขับเคลื่อนแผนอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลจังหวัดตรัง หลังจากพบว่าหญ้าทะเลได้มีการตายเป็นจำนวนมากและเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งทางชาวบ้านเกาะลิบงมองว่าสาเหตุการตายของหญ้ามาจากการขุดลอกคลองของกรมเจ้าท่า โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น เขตห้ามล่าสัตว์หมู่เกาะเกาะลิบง สนง.พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 3 ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรฯจังหวัดตรัง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง กรมเจ้าท่า บริษัท เอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เข้าร่วมหาแนวทางแก้ปัญหาครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บรรยากาศในการปรึกษาหารือ พบว่าชาวเกาะลิบงไม่ต้องการให้นำดิน หิน โคลน เลนไปทิ้งในทะเล ต้องการให้นำขึ้นไปทิ้งบนบกทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาการเกิดผลกระทบระยะยาวและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น &amp;nbsp;แต่ถ้าจำเป็นต้องทิ้งขอให้เปลี่ยนจุดการทิ้งให้ห่างออกไปจากจุดเดิม 7.5 กิโลเมตร &amp;nbsp;หรือหาพื้นที่ที่เหมาะสมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อปะการัง ชีวิตสัตว์ทะเล และอาชีพของชาวประมง &amp;nbsp; ถึงแม้ว่าการสำรวจและวิจัยพบว่านำตะกอนดินไปทิ้งในทะเลที่จุดเดิมรัศมี 3.5 กิโลเมตร ก็จะไม่เห็นตะกอนดินเพราะจะทิ้งกระจายและห่างจากปะการังก็ไม่เชื่อมั่นว่าจะไม่ส่งผลกระทบในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทางเขตห้ามล่าได้เสนอว่ามีพื้นที่ของทางเขตห้ามล่าฯหลายแห่งที่สามารถนำไปทิ้งได้ แต่ทั้งนี้ต้องไปศึกษาดูพื้นที่ที่เหมาะสม &amp;nbsp;มีการนำเสนอพื้นที่ท่าเรือนาเกลือ &amp;nbsp;เกาะเนรมิต และพื้นที่ของเอกชนที่ยินดีให้แต่ต้องไปศึกษาเรื่องกฎหมาย ส่วนที่หลายฝ่ายนำเสนอให้เอาหินไปช่วยกั้นน้ำกัดเซาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หรือ นำทรายไปเพิ่มพื้นที่ชายหาดนั้นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปศึกษาให้แน่ชัดเสียก่อนว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ทั้งนี้หลังจากนี้จากการสรุปการหารือผู้นำชุมชนต้องนำไปพูดคุยชี้แจงกับชาวบ้าน และจัดตั้งอนุกรรมการพร้อมกับผู้นำชุมชนเปิดเวทีชี้แจงพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายไมตรี &amp;nbsp;แสงอริยนันท์ ผอ. สนง.ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง &amp;nbsp;กล่าวว่า ตนเองมาประชุมในส่วนของที่สื่อออนไลน์ที่เกี่ยวกับชาวบ้านเกาะลิบงบอกว่าหญ้าทะเลตายมาจากการขุดลอกคลองของกรมเจ้าท่า ซึ่งทางศูนย์วิจัยของกรมชายฝั่งและอาจารย์จากวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัยตรังกำลังดำเนินการทดสอบดูว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดมาจากอะไร &amp;nbsp;วันนี้เรามาประชุมในส่วนของการขุดลอกคลองว่าว่าเป็นไปได้การขุดลอกคลองจะมีหิน ดิน ทราย และโคลน มี 3 ส่วน ในวันนี้สรุปร่วมกับหลายภาคส่วน สรุปว่าในส่วนที่เป็นหินนำขึ้นไปไว้บนบก ทรายก็ไปเติมหาดทรายซึ่งจะได้วิเคราะห์ชนิดของทราย ในส่วนที่เป็นโคลนมติของที่ประชุมให้ไปทิ้งบริเวณหลังเกาะตะเกียงประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งจะอยู่ห่างจากแหล่งทรัพยากร อย่างปะการัง หญ้าทะเล &amp;nbsp;ซึ่งคงจะไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรเหล่านี้ ซึ่งในส่วนตรงนี้ทางเจ้าท่ามารับไปดำเนินการว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร &amp;nbsp;การดำเนินการในปีงบประมาณนี้คงไม่มีการเริ่มต้น จะเริ่มต้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์แต่เรามีการประชุมกันเสียก่อนหาแนวทางให้กับกรมเจ้าท่าเพื่อไปพิจารณาดำเนินการ ส่วนดินโคลนที่ฟังจากกรมเจ้าท่า ทรายมีประมาณ 1 ล้านคิว &amp;nbsp;โคลนประมาณ 6 แสนคิว &amp;nbsp;หินประมาณ 6 แสนคิว รวมกันแล้วประมาณ 2 ล้านกว่าคิว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้านนายอิสมาแอน เบ็ญสะอาด กรรมการชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง กล่าวว่า ปัญหาหญ้าทะเลตายมีหลายปัจจัย แต่หลัก ๆตอนนี้ชาวบ้านตั้งประเด็นไปที่การขุดลอกร่องน้ำแม่น้ำตรัง ซึ่งการขุดลอกร่องน้ำจะมีหลายปัจจัย การรื้อดินเลนขึ้นมาที่มีพวกสารแขวนลอยจากการศึกษาของ มจร. คุณภาพน้ำส่วนหนึ่งอาจจะมีสารจับใบหรืออาจจะมีสารที่ทำลายหญ้าทะเลโดยตรัง ซึ่งแหล่งที่ปะทะแหล่งแรกคือหาดตูบซึ่งมีหญ้าทะเลหลายร้อยไร่ โดนปะทะก่อนและตายก่อน &amp;nbsp;ประเด็นต่อมาคือการเอาดินเลน ดินทราย ตะกอนทรายตะกอนเลนก็เข้ามาเพิ่มในบริเวณแหล่งหญ้าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หญ้าตาย รวมๆกันตนมองว่าก็หลายปัจจัย &amp;nbsp;ซึ่งทาง มจร.และหลายหน่วยงานศึกษาอยู่ว่ามันจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ถ้าเป็นคุณภาพน้ำต้องดูที่ต้นน้ำว่าทางจังหวัดต้องตั้งเรื่องของการมีบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาล ของเมือง &amp;nbsp;ก่อนที่จะปล่อยลงทะเล &amp;nbsp;ประเด็นต่อมาคือการเอาทรายไปทิ้งในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิสมาแอน กล่าวว่า ตอนนี้ได้รับข้อยุติแล้วว่า ทรายกับหินจะไม่ทิ้งในทะเล &amp;nbsp;อาจจะมีจุดทิ้งข้างบน &amp;nbsp;แต่ในส่วนของกรณีเลนกำลังหาที่ทิ้งเลน เพราะเลนมันมีความเป็นตะกอนเข้มข้นมีส่วนผสมของสารเคมีที่ทำให้คุณภาพน้ำเสียก็ต้องมีแหล่งทิ้งในระยะยาว แต่ข้อยุติในวันนี้ดินทรายกับหินมาทิ้งข้างบนแต่ในส่วนของเลนต้องหาที่ทิ้งที่เหมาะสม &amp;nbsp;ส่วนปัญหาหญ้าทะเลตายนั้นเป็นปัญหามานานแล้ว มันเป็นปัญหาเรื้อรัง ชาวประมงพื้นบ้านบอกว่า 5 ปี ที่ผ่านมาชาวประมงพื้นบ้านก็นำเสนอในเรื่องนี้ซึ่งตอนนั้นหญ้าทะเลเพิ่งตายทางหน่วยงานไม่ให้ความสนใจสักเท่าไหร่แต่วันนี้เมื่อมันมีการตาย ส่งผลกระทบที่ทำมาหากินของชาวประมงเป็นหมื่นไร่และชาวประมงนอกพื้นที่ที่ทำมากิน รวมถึงที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งมองว่าถ้าชาวบ้านไม่เดือดร้อนเขาคงไม่ออกมาเรียกร้องขนาดนี้ ส่วนแนวทางแก้ไขต้องฟังกันหลายๆ ฝ่าย หน่วยงานที่มีภารกิจหลักต้องมีแผนปฏิบัติการว่าจะแก้ไขอย่างไร จะเยียวยาอย่างไรจะฟื้นอาชีพของพี่น้องชาวประมงอย่างไรและขาดไม่ได้คือแหล่งพะยูนฝูงสุดท้ายจะดูและตั้งรับอย่างไรกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในอดีตและอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80986</URL_LINK>
                <HASHTAG>หญ้าทะเลตาย, เกาะลิบง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201018/image_big_5f8be85647a44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
