<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.สิระ ตื่นหลุมประหลาด! เตรียมลุยหนองบัวลำภู สอบข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 - นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฏหมายการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่ ต.บ้านหนองด่าน อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ว่ามีหลุมดินยุบตัวขนาดใหญ่กว่า 100 หลุมในพื้นที่ทำการเกษตรกรรมของชาวบ้าน ที่เกิดการยุบตัวของดินมากว่า 3 ปี ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงจัง อีกทั้งยังไม่มีการสรุปสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งพื้นที่การยุบตัวดังกล่าวอยู่ใกล้กับพื้นที่ทำโรงโม่หินแห่งหนึ่งซึ่งทำการระเบิดหินลึกไปถึงชั้นทางน้ำใต้ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นผม&amp;nbsp;และคณะ เตรียมลงพื้นที่บ้านหนองด่าน อ.นากลางจ.หนองบัวลำภู ในวันพรุ่งนี้ (13 &amp;nbsp;มิ.ย.) เพื่อตรวจสอบว่าหลุมดินหลายหลุมที่เกิดขึ้นน่าจะเชื่อมโยงจากการระเบิดหินใต้ดินของโรงโม่หินดังกล่าวหรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุอื่น&amp;quot; นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106123</URL_LINK>
                <HASHTAG>สิระ เจนจาคะ, หนองบัวลำภู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c43e04ce299.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อรื้อคดีสังหารนักสู้เหมืองหินดงมะไฟ หัวหน้าพรรคสามัญชนชี้2คดียังไม่หมดอายุความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63- ภายหลังจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสข่าวการขู่ฆ่านายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชนในฐานะที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ล่าสุดที่สถานีตำรวจภูธร สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู นายเลิศศักดิ์ &amp;nbsp;ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในกรณีที่ถูกข่มขู่คุกคามจะเอาชีวิต โดยนายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาลงบันทึกประจำวันในวันนี้ เผื่อในอนาคตหากเกิดการสังหารตนเองขึ้นจริงจะทำให้เจ้าหน้าที่ หาตัวคนผิดมาลงโทษได้ &amp;nbsp;ซึ่งการลงบันทึกประจำวันจะทำให้พนักงานสอบสวนทำงานได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้จากการวิเคราะห์เหตุการณ์การคุกคามในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีความคล้ายคลึงกับนักปกป้องสิทธิฯ ที่ถูกลอบสังหาร 4 ศพก่อนหน้านี้ ถ้าหากสังหารตนเองได้ก็จะเป็นศพที่ 5 เชื่อว่าผู้ที่ก่อเหตุจะต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกันและยังมีชีวิตอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์ ระบุด้วยว่า หลังจากนี้จะได้มีการปรึกษาหารือกับทีมกฎหมาย เพื่อที่จะพยายามหาหลักฐานเพิ่มเติม รื้อฟื้นคดี 4 ศพแกนนำที่ถูกลอบสังหารก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนี้เข้าใจว่ายังมี 2 คดี ยังไม่หมดอายุความ &amp;nbsp;ที่ผ่านมาตนเองได้เป็นที่ปรึกษาให้กับชาวบ้านที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเหมืองแร่ในหลายกลุ่ม เช่น เหมืองแร่โพแทสที่ จ.อุดรธานี &amp;nbsp;หรือว่า เหมืองทองที่ จ.เลย ถึงแม้จะมีการข่มขู่คุกคาม แต่ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะเอาชีวิตชัดเจนเท่าครั้งนี้ แม้ผมจะถูกคุกคามขู่เอาชีวิต แต่ผมจะไม่หยุดเคลื่อนไหว เป้าหมายในการเคลื่อนไหวยังคงเหมือนเดิม จะยังยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างกับชาวบ้านเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายความของนายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เป็นการลงบันทึกประจำวันไม่ใช่การแจ้งความ เพื่อบันทึกว่ามีสิ่งที่โดนคุกคามเกิดเหตุการณ์ที่ไหนอย่างไร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการข่มขู่คุกคาม เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับการสอบสวนเพิ่มเติม และเราจะมีการส่งรายละเอียดเพิ่มเติมจากทีมกฎหมายไปให้ตำรวจ ส่วนการรื้อฟื้นการสังหาร 4 แกนนำที่ผ่าน พนักงานสอบสวนรับปากว่าจะดำเนินการให้แต่ให้ทางกลุ่มทำหนังสือร้องขอมาอย่างเป็นทางการเป็นอีกฉบับที่แยกกันก็จะทำการรื้อฟืนคดีให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.ปรานม สมวงศ์ ตัวแทนจากองค์กร Protection International กล่าวว่า ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในส่วนการรับลงบันทึกการแจ้งความและการดูแลอำนวยความสะดวกในการดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สุวรรณคูหา อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราอยากให้เกิดขั้นก็คือ อยากให้เจ้าหน้าที่พิจารณาวิเคราะห์ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับนายเลิศศักดิ์และความเกี่ยวข้องกับการสังหาร4นักปกป้องสิทธิฯที่ผ่านมา &amp;nbsp;เพราะจากสภาวะแวดล้อมและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีการบันทึกอย่างเป็นระบบ มีความเป็นไปได้อย่างสูงว่าน่าจะเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการสังหารนักปกป้องสิทธิ 4 &amp;nbsp;คนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปรานม ระบุว่า&amp;nbsp;ดังนั้นจึงขออยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำข้อมูลในคดีและถ้าเป็นไปได้เราอยากให้นำข้อมูลข้อเท็จจริงมาเชื่อมโยงกับการที่เรามาลงบันทึกประจำวันในวันนี้ในกรณีของคุณเลิศศักดิ์ ซึ่งในวันนี้คุณเลิศศักดิ์ได้แสดงเจตนารมณ์ว่าการลงบันทึกประจำวันในวันนี้ก็เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนและหามาตรการในการป้องกันไม่ให้มีการสังหารศพที่ &amp;nbsp;5 หรือศพที่ 6 อีกต่อไป &amp;nbsp;รวมถึงเรียกร้องเจ้าหน้าที่คืนความยุติธรรมให้กับแกนนำ 4 ศพที่ถูกสังหารก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางเข้าลงบันทึกประจำวันในครั้งนี้ชาวบ้านจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได และเครือข่ายผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนได้เดินทางมาให้กำลังใจนายเลิศศักดิ์พร้อมทั้งมอบดอกพุทธรักษาสีเหลืองที่ชาวบ้านบอกว่า พุทธรักษาหมายถึงการรักษาและปกป้องและคุ้มครองนายเลิศศักดิ์ให้ปลอดภัย นอกจากนี้หลังจากลงบันทึกประจำวันเสร็จนายเลิศศักดิ์ได้เดินทางเข้าไปพบปะกับชาวบ้านในสถานที่ชุมนุมและยืนยันกับชาวบ้านว่าจะต่อสู้เคียงข้างกับชาวบ้านแม้ว่าจะถูกข่มขู่คุกคามเอาชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.ต.สมประสงค์ พิมพิลา ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภูกล่าวว่า กรณีนายเลิศศักดิ์ ไปลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ไม่ได้มีการร้องทุกข์ ซึ่งขณะนี้ก็มีการดำเนินการกันทั้งสองฝ่าย ตำรวจอยู่ตรงกลาง ที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย และขอให้สบายใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง เพราะเจ้าหน้าที่ได้ชุดเฉพาะกิจปราบปรามผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ดูแลอยู่ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ก็มีการลงพื้นที่ซึ่งทางตำรวจก็ได้มีการชี้แจงและให้ความร่วมมือทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนเองเป็นห่วงคือกลุ่มผู้ที่ชุมนุมเองก็ต้องระมัดระวังอย่าไปบุกรุกทำสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนเรื่องการคุกคามข่มขู่ในพื้นที่นั้นขอให้คลายความกังวล เพราะมีเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78781</URL_LINK>
                <HASHTAG>Protection International, กสม., ต้านเหมืองหินดงมะไฟ, สตช., หนองบัวลำภู, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f704b043d8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ส่งชุดปราบผู้มีอิทธิพลสแกนพื้นที่ต้านเหมืองดงมะไฟหลังลือสังหารหัวหน้าพรรคสามัญชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63- พล.ต.ต.สมประสงค์ พิมพิลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวถึง &amp;nbsp;สถานการณ์ในพื้นที่การคัดค้านเหมืองหินดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา &amp;nbsp;ที่มีกระแสข่าวข่มขู่ คุกคาม สังหารแกนนำต้านเหมืองหินปูน และโรงโม่หินโดยเฉพาะนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชนและผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ซึ่งเป็นที่ปรึกษากลุ่ม เพื่อทำให้กระบวนการเคลื่อนไหวคัดค้านสะดุดหยุดลงในพื้นที่ ว่า ได้มอบหมายให้ ผภภ.สภ.สุวรรณคูหา เข้าไปตรวจตราดูแลตลอด ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดความรุนแรง &amp;nbsp;สำหรับบริษัททำเหมืองหินเมื่อเหมืองหินหมดประทานบัตรตามกฎหมาย เขาก็ต้องจบเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สมประสงค์ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลไปติดตามสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัย ซึ่งทางเราได้มีการติดตามประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะเดียวกันในช่วงสถานการณ์วันสองวันนี้ก็จะมีการส่งกองร้อยควบคุมฝูงชนเข้าไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุใดๆ และประชาชนจะได้สบายใจ และมั่นใจ หรือ หากมีปัญหาอะไรสามารถติดต่อกับตนเองได้โดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ข้อเสนอเบื้องต้นคือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องรีบเร่งในการประสานงานกับหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อให้ความคุ้มครองนายเลิศศักดิ์และประชาชนที่ออกมาคัดค้านและแสดงเจตจำนงที่จะปกป้องทรัพยากรจากการทำเหมืองหินในทันที ในระยะต่อไปต้องมีสืบสวนสิบสวนและการนำตัวผู้ที่กระทำการคุกคามประชาชนมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะกรณีนี้ถือว่าเป็นการท้าทายกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง อีกทั้งชาวบ้านเองก็รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำการคุกคามนายเลิศศักดิ์ ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความคุ้มครองกับนายเลิศศักดิ์ และชาวบ้านทุกคนที่ให้การในฐานะพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กลุ่มชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชน-เขาเหล่าใหญ่ผาจันได อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ได้จัดชุมนุมเพื่อปิดเหมืองหินในพื้นที่มากว่า 40 วันแล้ว โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2563 ที่ผ่านมาชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯได้ดำเนินการเข้าทวงคืนพื้นที่เขตเหมืองแร่ เนื้อที่ 175 ไร่ เป็นเขตป่าชุมชนดังเดิมแล้ว แต่ทว่ายังเหลือพื้นที่ในเขตโรงโม่หินอีก 50 ไร่ ที่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯจะเข้ายึดคืนพื้นที่โรงโม่หินให้กลับคืนมาอีกครั้ง ในวันที่ 25 กันยายน 2563 หนึ่งวันหลังจากอายุใบอนุญาตประทานบัตรทำเหมืองสิ้นสุดลงและทำให้ใบอนุญาตโรงโม่หินสิ้นสุดอายุลงตามไปด้วย &amp;nbsp;ซึ่งในพื้นทีต้องเผชิญกับสถานการณ์ข่มขู่คุกคามชี้เป้าสังหารกลุ่มคัดค้าน โดยเฉพาะนายเลิศศักดิ์ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า คนที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นกลุ่มคนเดียวกันกับเมื่อปี 2538 และปี 2542 ที่ลอบสังหารนักต่อสู้ชาวบ้านดงมะไฟมาแล้วถึง 4 ศพ และอาจจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านเหมืองดงมะไฟ, พรรคสามัญชน, หนองบัวลำภู, เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์, เหมืองหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6afec3e5d53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าให้ซ้ำรอย4ศพ!กระทุ้งรัฐปกป้องนักสู้ดงมะไฟหลังประกาศดีเดย์25ก.ย.ถอนยวงเหมืองหินฟื้นภูผาป่าไม้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.63- มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องของกลุ่มชาวบ้านในนามกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่ &amp;ndash; ผาจันได &amp;nbsp;ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมาได้ร่วมกันทำกิจกรรมทวงคืนภูผาป่าไม้ จากถนนทางเข้าเหมืองหินปูน มายังเขตพื้นที่ทำเหมืองของบริษัท ธ.ศิลาสิทธิ จำกัด เนื่องจากใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง เพื่อทำเหมืองแร่หินปูน เนื้อที่ 175 ไร่ ได้หมดอายุลงเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ระบุว่า &amp;nbsp;การต่อสู้ของต่อสู้ของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่ &amp;ndash; ผาจันได ยังคงปักหลักต่อเนื่อง โดยประกาศดีเดย์อีกครั้งในวันที่25 ก.ย.ที่จะถึงนี้ เพื่อช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่ให้เป็นป่าชุมชน ซึ่งตามข้อกฎหมายที่ใบประทานบัตรการทำเหมืองหินที่จะหมดลงในวันที่ 24 ก.ย.นี้ เมื่อใบประทานบัตรหมดอายุไป โรงโม่หินก็สิ้นสภาพไปด้วย โดยอุปกรณ์เกี่ยวกับโรงโม่ทั้งหมด เช่น รถเทรลเลอร์ รถเครน และรถยนต์ซ่อมบำรุง ต้องออกจากพื้นที่เหมืองทั้งหมด ส่วนหินที่เหลือจากการทำเหมือง ห้ามขนออกไปอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ฯ ระบุด้วยว่า การเดินขบวนไปในวันที่ 25 ก.ย. จะเป็นแบบสันติวิถีไม่ใช้ความรุนแรง เมื่อขบวนไปถึงหน้าโรงโม่ ก็จะมีการเจรจาขอให้ขนอุปกรณ์การทำเหมืองทั้งหมดออกจากพื้นที่ ซึ่งวันนั้นเราเปิดโอกาส ในเรื่องเวลาที่สามารถยืดหยุ่นได้หากไม่สมารถขนอุปกรณ์ออกได้หมด แต่ทั้งนี้หาก หากไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ เราก็จะใช้วิธีการดื้อแพ่ง ใช้การแขวนป้าย นั่งปักหลักในพื้นที่ที่โรงโม่จนกว่าจะได้คำตอบและขอยืนยันว่า กิจกรรมของกลุ่มได้กำชับทุกคน ไม่ให้ความรุนแรงแต่ใช้วิธีการนั่งลงแล้วปักหลัก หากสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนชาวบ้านระบุด้วยว่า ทั้งนี้ก่อนจะถึงวันที่ 25ก.ย. ที่จะมีการเดินขบวนไปยึดโรงโม่ เราจะยังคงปักหลักชุมนุมต่อบริเวณปากทางเข้าเหมืองและระหว่างนี้ ในเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็นจะมีการเดินทางไปในพื้นที่เหมือง เพื่อตรวจว่า ป้ายที่ปัก ป้ายผ้าที่แขวนถูกรื้อทำลายหรือไม่ รวมทั้งจะมีการนำป้ายชื่อ ป่าชุมชน ไปปักบริเวณเหมืองเพิ่มเติมด้วย และระหว่างนี้ ได้มอบหมายให้ผู้ชุมนุมทุกคน ไปปลูกต้นกล้าซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเตรียมไว้ เพื่อไปปลูกในพื้นที่เหมืองในช่วงฤดูฝนหน้า เนื่องจากการสำรวจพื้นที่ระเบิดหิน ดินชั้นล่างเป็นดินดำเหมาะแก่การปลูกพืชเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส. ปรานม สมวงศ์ ตัวแทนจาก Protection International ระบุว่า อยากให้ภาครัฐและสาธารณชนติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะวันที่ 25 ก.ย.ที่จะถึงนี้ เพราะเรากังวลเรื่องความปลอดภัยของนักปกป้องสิทธิฯ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่ &amp;ndash; ผาจันไดและเครือข่ายต่างๆที่มาสนับสนุน ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่ากรณีนี้มีนักปกป้องสิทธิฯจำนวน 4 คนที่ถูกสังหารไปและรัฐไม่สามารถเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้เลย ดังนั้นผู้กระทำผิดยังคงลอยนวลพ้นผิดและยังคงสร้างสภาวะที่อันตรายต่อการต่อสู้ของนักปกป้องสิทธิฯ เราจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยให้นักปกป้องสิทธิฯ ให้ถือว่าหากมีการคุกคามข่มขู่และการลอบทำร้ายนักปกป้องสิทธิฯอีกเป็นความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่รัฐที่มิได้ป้องกันมิให้เกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76653</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, หนองบัวลำภู, เหมืองหินดงมะไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f549fe82e7fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชาวบ้านปักหลักปิดเหมืองประจานความล้มเหลวรัฐสนองผลประโยชน์ทุน ยก3ข้อเรียกร้องจี้เรียงหน้า&#039;บิ๊กตู่&#039;ยันรมต.ที่เกี่ยวข้องสางปัญหา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.63- บรรยากาศการชุมนุมปิดเหมืองของกลุ่มชาวบ้านในนาม กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู &amp;nbsp;ภายหลังจากที่ตัวแทนชาวบ้านได้เข้าไปติดตามทวงถามการปิดเหมืองอย่างถาวรกับผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การติดตามทวงถามล้มเหลวเพราะทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิเสธที่จะปิดเหมืองให้ชาวบ้าน โดยอ้างระเบียบขั้นตอนของราชการจนชาวบ้านได้เดินทางมาปิดทางเข้า-ออกเหมืองด้วยตัวเองเป็นวันที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ในการต่อสู้ยืนหยัดเพื่อชัยชนะ โดยนางเปี่ยม สุวรรณสนธ์ ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได &amp;nbsp;ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;13 ส.ค. ที่พวกเราชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารบ้านเมืองของจังหวัดหนองบัวลำภู &amp;nbsp;นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู &amp;nbsp;ที่ส่งรองผู้ว่าฯมาเจรจากับพวกเรา พวกเราได้มาปักหลักอยู่ที่ทางเข้าเหมืองเพื่อประจานความล้มเหลวที่เกิดจากการผสมพันธุ์กันระหว่างผู้ว่าหนองบัวลำภูกับเจ้าของเหมืองหิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเปี่ยม ระบุว่า จะมีตัวแทนของพวกเราเดินทางไปที่ศาลปกครอง กรุงเทพฯ &amp;nbsp;เพื่อฟังการแถลงคดีก่อนการพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด &amp;nbsp;ในวันที่ &amp;nbsp;18 &amp;nbsp;ส.ค.นี้ &amp;nbsp;ในคดีที่พวกเราฟ้องให้เพิกถอนใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ &amp;nbsp;ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง &amp;nbsp;เพื่อทำเหมืองแร่หินปูน &amp;nbsp;และใบอนุญาตประทานบัตร &amp;nbsp;ที่กำลังจะหมดอายุในวันที่ &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;และ &amp;nbsp;24 &amp;nbsp;กันยายน &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp;ตามลำดับ ถ้าการแถลงคดีสอดคล้องกับคำพิพากษาชั้นต้นของศาลปกครอง &amp;nbsp;ที่ให้ยกเลิกใบอนุญาตทั้งสอง &amp;nbsp;ก็คงจะเป็นกำลังใจให้เราได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;ที่คาดว่าคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดน่าจะเดินรอยตาม ในการนำไปสู่ความไม่มีเหตุผลและชอบธรรมเพียงพอที่หน่วยราชการต่าง ๆ &amp;nbsp;จะต่อใบอนุญาตทั้งสองอีกต่อไปในอีกสิบปีข้างหน้า หรือหากผลของการแถลงคดีออกมาตรงข้าม &amp;nbsp;ก็ไม่ทำให้พวกเราท้อแท้สิ้นหวังแต่อย่างใด &amp;nbsp;เพราะผลของคดีเป็นเรื่องของใบอนุญาตทั้งสองที่จะสิ้นอายุในเดือนกันยายนนี้เท่านั้น &amp;nbsp;ไม่เกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองไปอีกสิบปีที่พวกเราได้มาทำการปิดเหมืองแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางเปี่ยม ระบุด้วยว่า ในวันเดียวกันจะไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เพื่อประจานความล้มเหลวและความเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพวกเรามาเป็นเวลานาน &amp;nbsp;โดยให้ลงมาเจรจากับเราในพื้นที่อย่างเร่งด่วนเราจะรอคอยการแก้ไขปัญหาอย่างอดทน &amp;nbsp;ไม่หวั่นไหว &amp;nbsp;ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปิดเหมืองให้ได้ในรุ่นเรา &amp;nbsp;ภายใต้ข้อเรียกร้อง &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;ข้อ &amp;nbsp;คือ (1) ปิดเหมืองหินและโรงโม่ (2) ฟื้นฟูภูผาป่าไม้ (3) พัฒนาดงมะไฟให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและอารยธรรมโบราณคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ระบุว่า ต้องรอดูท่าทีของส่วนราชการ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน หลังจากวันที่ 18 ส.ค. ที่ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ จะเข้าไปฟังแถลงคดีที่ได้ฟ้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง &amp;nbsp;เพื่อทำเหมืองแร่หินปูน และใบอนุญาตประทานบัตร &amp;nbsp;ที่กำลังจะหมดอายุในวันที่ &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;และ 24 ก.ย. 2563 &amp;nbsp;ซึ่งหลังจากที่เราได้ฟังแถลงคดีจากศาลปกครองแล้ว จะเข้าไปยื่นเรื่องให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้อนุมัติ อนุญาตให้มีการทำเหมืองที่กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานรู้ว่าหน่วยงานระดับจังหวัดได้เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของชาวบ้านอย่างไร และนอกจากนี้เรายังจะเข้าไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของรัฐสภา เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานรัฐมาแก้ปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกรณีพบว่า มีการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินตลอด 24 ชั่วโมง จนชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือนร้อนเสียหายจากเสียงรบกวน แรงสั่นสะเทือน ฝุ่นละออง และเศษหินกระเด็นลงสู่หลังคาบ้านเรือนและไร่นา ในขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองบัวลำภู และนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 จังหวัดอุดรธานี ได้มีการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบสภาพป่าและทำความเห็นผลการตรวจสอบสภาพป่าที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยรายงานได้ระบุว่าพื้นที่นี้มีความเหมาะสมกับเหตุผลและความจำเป็นในการอนุญาตเพื่อการข้ออนุญาตในการเหมืองแร่ &amp;nbsp;ในความเป็นจริงชาวบ้านได้ร้องเรียนคัดค้านการทำเหมืองแร่และโรงโม่หินและเรียกร้องให้ปิดเหมืองมาโดยตลอด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74616</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงอุตสาหกรรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนองบัวลำภู, เหมืองหินดงมะไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200816/image_big_5f3917fb29759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำนันร้อง ป.ป.ช.! &#039;เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู&#039; ปกป้องเจ้าอาวาสทุจริต ปล่อยวัดเป็นซ่องโจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพซ้าย&amp;nbsp;นายภูริพัฒน์ ดาลาดชัย กำนัน ต.โนนทัน (คนกลาง) และ ภาพขวา พระอธิการคำโพธิ์ ธนาคโม อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ นายภูริพัฒน์ ดาลาดชัย กำนันตำบลโนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู&amp;nbsp;และ นายสมหมาย อัยแก้ว ไวยาวัจกรวัดถ้ำกลองเพล พร้อมชาวบ้าน​ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ​คณะกรรมการ​ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบ​ กรณีพบเงินในบัญชีธนาคารกรุงไทยสาขาหนองบัวลำภูของวัดถ้ำกลองเพล ถูกพระอธิการคำโพธิ์ ธนาคโม กับพวก ซึ่งได้รับสารภาพว่าร่วมกันเบิกถอนเงินไปโดยทุจริต มีการเบิกจ่ายเพื่อนำไปซื้อที่ดินมูลค่าหนึ่งล้านบาท แล้วใส่ชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของที่ดิน​ อีกทั้งยังมีการเบิกจ่ายเงินไปซื้อรถยนต์ 3.5 แสนบาท แล้วใส่ชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรถ รวมทั้งการเก็บตู้รับบริจาคของวัด ไปนับเองแล้วนำไปใช้ส่วนตัว โดยไม่มีการตรวจสอบจากคณะกรรมการวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีคดีการขายวัตถุมงคล รวมถึงพฤติกรรมเจ้าอาวาสที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ขาดสมณสารูปที่สมกับเป็นพระภิกษุ เช่น ไม่ออกรับบิณฑบาต ไม่รับกิจนิมนต์จากชาวบ้าน อย่างไรก็ตามการกระทำผิดเกิดมาตั้งแต่ปี 57ส่งผลให้วัดถ้ำกลองเพล ซึ่งเป็นวัดสายพระกรรมฐาน ของหลวงปู่ขาว อนาลโย และหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต ซึ่งเป็นที่เคารพของประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดหนองบัวลำภู ติดตามตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และได้มีคำสั่งให้เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภูตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฎผลว่าเจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล กระทำการอันบกพร่องต่อหน้าที่เจ้าอาวาสหลายประการ จึงมีมติให้พักการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับให้เจ้าอาวาสและผู้ที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่วัดภายใน 7 วัน โดยแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูริพัฒน์ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันนี้คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองยังปล่อยให้มีขบวนการทุจริตประพฤติไม่ชอบภายในวัด คณะสงฆ์นิ่งเฉยไม่รับทราบปัญหาใดๆที่เกิดขึ้น ดังนั้นชาวบ้านจึงขอยื่นคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำกองเพล เนื่องจากมีพฤติกรรมเอื้อต่อผู้กระทำผิดมายาวนานและยังนิ่งเฉยต่อการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องของชาวบ้าน&amp;nbsp;และไม่ปฏิบัติตามมติสงฆ์ที่ระบุกวาดล้างวัดให้สะอาด ไม่มีการดำเนินคดีกับอดีตเจ้าอาวาสกับพวก และไม่มีการแจกแจงเงินในบัญชีวัดที่ถูกปกปิดจนชาวบ้านทนไม่ไหวออกปากว่านี่วัดหรือซ่องโจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พวกเราจึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรมจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ดำเนินการสอบสวนพระอธิการคำโพธิ์ ธนาคโม อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำกองเพล กับพวก ที่ยังครองผ้าเหลืองอยู่โดยไม่สะทกสะท้านกับความผิดเช่นนี้&amp;quot;กำนันตำบลโนนทัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68787</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระอธิการคำโพธิ์, ภูริพัฒน์ ดาลาดชัย, ร้อง ป.ป.ช., วัดถ้ำกลองเพล, หนองบัวลำภู, เจ้าอาวาสทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee76bd74e006.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำนันแฉซ้ำ! &#039;เจ้าอาวาสวัดป่าชื่อดัง&#039; ถูกปลดออกเหตุทุจริตซื้อที่ดิน-รถ แต่ยังมีกลุ่ม &#039;แม่ชี&#039; ขวางตรวจสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระอธิการคำโพธิ์ ธนาคโม อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำนันมือปราบพระทุจริต จ.หนองบัวลำภู แฉซ้ำ &amp;quot;เจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล&amp;quot; วัดป่าชื่อดัง ถูกสั่งปลดพ้นวัดแล้ว แต่ยังมี &amp;quot;แม่ชี&amp;quot; เป็นหุ่นเชิดคอยคุมอำนาจบริหารจัดการเงินบริจาคและบัญชีทรัพย์สินภายในวัด ถือเป็นการขัดคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดฯ ให้ผู้เกี่ยวข้องออกจากวัดภายใน 7 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีนายภูริพัฒน์ ดาลาดชัย กำนันตำบลโนนทัน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู และคณะกรรมการหมู่บ้านได้ร่วมกันตรวจสอบบัญชีเงินฝากของวัดถ้ำกลองเพล ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองบัวลำภู ปรากฏว่า พระอธิการคำโพธิ์&amp;nbsp;ธนาคโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล พร้อมพวกได้ร่วมกันเบิกถอนเงินไปโดยทุจริต มีการเบิกจ่ายไปซื้อที่ดินมูลค่าหนึ่งล้านบาท แต่ใส่ชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของที่ดิน ทั้งยังมีการเบิกจ่ายเงินไปซื้อรถยนต์อีก 350,000 บาท และใส่ชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรถยนต์ และมีการบริหารจัดการเงินวัดอย่างไม่โปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูริพัฒน์ จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับพระอธิการคำโพธิ์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557 แต่การตรวจสอบข้อเท็จจริงกลับเป็นไปอย่างล่าช้า จนกระทั่งเมื่อเดือนเมษายน 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดหนองบัวลำภู รับผิดชอบและติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ประชุมพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า พระอธิการคำโพธิ์ กระทำการอันบกพร่องต่อหน้าที่เจ้าอาวาสหลายประการ อันก่อให้วัดเกิดความเสียหายได้ จึงมีมติให้ &amp;quot;พักหน้าที่เจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล&amp;quot; เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 และให้เจ้าอาวาสวัดพร้อมผู้เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่วัดภายใน 7 วัน พร้อมกับแต่งตั้งพระวุฒิสารโสภณ เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู (ธ) เจ้าอาวาสวัดพิศาลรัญญาวาส (พระอารามหลวง) เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายภูริพัฒน์ ดาลาดชัย กำนันตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ผู้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ว่า แม้ว่าขณะนี้พระอธิการคำโพธิ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำกลองเพล จะถูกปลดพ้นออกจากวัดแล้ว แต่ปรากฏว่ายังมีผู้ที่เกี่ยวข้องฝ่าฝืนคำสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในวัด โดยเฉพาะกลุ่มแม่ชีคุมอำนาจดูแลทรัพย์สินเงินบริจาควัดแทนเจ้าอาวาสที่ถูกปลดออกไป ซึ่งทั้งพระอธิการคำโพธิ์และแม่ชีต่างมีผลประโยชน์ซึ่งกัน ทำให้สถานการณ์ภายในวัดยังคงไม่ดีขึ้น ปัญหายังคาราคาซังเพราะไม่สามารถตรวจสอบเงินบริจาคทางวัดได้เลย โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้เงินของวัดซื้อไป 2-3 คันนั้นเป็นชื่อของแม่ชีเป็นผู้ครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูริพัฒน์ กล่าวถึงปัญหาภายในวัดถ้ำกลองเพลว่า เรื่องบริจาคเงินของวัดไม่มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส มีการนับกันเองและใช้จ่ายส่วนตัว ทั้งยังมีคดีการจับพระลูกวัดเสพยาเสพติดภายในวัด การขายวัตถุมงคล รวมทั้งพฤติกรรมเจ้าอาวาสที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ขาดสมณาสารูปที่สมกับเป็นพระภิกษุ อาทิ ไม่ออกรับบิณฑบาต ไม่รับกิจนิมนต์จากชาวบ้าน ฯลฯ ส่งผลให้วัดถ้ำกองเพลไม่มีพระจำพรรษา โดยมีพระเหลือเพียงรูปเดียวคือ เจ้าอาวาส และแม่ชีอีก 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วัดถ้ำกลองเพล เป็นวัดสายพระกรรมฐานของหลวงปู่ขาว อนาลโย ผู้ทรงศีลาจริยวัตรและปฏิปทางดงาม และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินถึง 13 ครั้ง ประเด็นสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ผู้เรียกร้องความเป็นธรรมมานานนับปี และชาวพุทธผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาตั้งคำถามคือ กรณีการทุจริตประพฤติมิชอบของพระอธิการคำโพธิ์ เป็นสิ่งที่ได้มีการตรวจสอบชัดเจนและสรุปผลไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 เหตุใดสงฆ์ฝ่ายปกครองจึงปล่อยให้ขบวนการดังกล่าวยังคงหากินและทำลายความศรัทธามายาวนานหลายปี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูริพัฒน์ กล่าวอีกว่า การเรียกร้องความเป็นธรรมให้กลับมาสู่วัดถ้ำกองเพล วัดที่มีคุณค่าทางจิตใจของชาวพุทธทั่วประเทศและทั่วโลก รวมทั้งกระบวนการบริหารของสงฆ์ฝ่ายปกครองในจังหวัดหนองบัวลำภู ในการดำเนินให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม จึงเป็นสิ่งที่สังคมกำลังให้ความสนใจและจับตามองอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66030</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพุทธศาสนา, พระอธิการคำโพธิ์, วัดถ้ำกลองเพล, สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดหนองบัวลำภู, หนองบัวลำภู, หลวงปู่ขาว อนาลโย, เจ้าอาวาสทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe7b36b4eb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
