<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิทยาศาสตร์มีคำตอบ!!ทำไม?? การ์ตูนทอม&amp;เจอร์รี่..แมวแพ้หนูทุกที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับคอหนังการ์ตูนตั้งแต่ยุคเบบี้บูมเป็นต้นมาจนถึงวันนี้ คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักการ์ตูนทีวีซีรีส์ของ Metro-Goldwyn-Mayer (MGM) ว่าด้วยการชิงไหวชิงพริบระหว่างแมวกับหนูในเรื่อง &amp;ldquo;ทอมแอนด์เจอร์รี&amp;rdquo; และใครที่เป็นแฟนคลับของหนังการ์ตูนชุดนี้ เคยตั้งข้อสังเกตหรือสงสัยไหมว่า ทำไมเจ้าหนูตัวเล็กกระจิ๊ดริดอย่างเจอร์รี่นั้น หนีพ้นกรงเล็บของเจ้าแมวที่ชื่อทอมได้ตลอดเวลา แถมเอาคืนพี่เหมียวแบบเจ็บแสบทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องราวแมวจับหนู หรือแมวไม่อยู่หนูร่าเริงนี้ สร้างโดย ฮานา-บาร์เบรา ในสังกัดการ์ตูนเน็ตเวิร์ค เคยเปิดเผยว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจ จากการแข่งขันในชีวิตจริงของแมวและหนู ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้นักวิทยาศาสตร์ก็มีคำตอบมาเฉลยว่า ในชีวิตจริงนั้น หนูสามารถผลิตสารเคมีขับเหงื่อ ที่ทำให้แมวสับสนและปล่อยให้พวกมันหนีจากเงื้อมมือของนักล่า แม้จะมีขนาดใหญ่กว่าและมีไหวพริบดีกว่าก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จากการวิจัยล่าสุดจากคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่า &amp;ldquo;เมื่อหนูถูกแมวจับได้พวกมันจะผลิตแลคโตน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้แมวสับสน และทำให้หนูสามารถวางแผนการหลบหนีได้ ซึ่งคล้ายกับการที่หญ้าชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นไม้ล้มลุกยืนต้นตระกูลมิ้นต์ หรือหญ้าแมว(หญ้ากัญชาแมว) ที่มีสารเนเปทาแลคโตน ซึ่งมีน้ำมันหอมระเหย สามารถไล่สิ่งต่างๆได้ ที่สำคัญสารดังกล่าวมีคุณสมบัติระงับประสาทนั่นเอง&amp;rdquo; เมื่อเมื่อแมวเดินไปสัมผัสกับหญ้าดังกล่าว มันจะแลบลิ้นเลียที่บริเวณอุ้งเท้าของตัวเอง หรือ บางครั้งก็เคี้ยวหญ้าที่มีน้ำมันหอมระเหย นั่นจึงทำให้แมวรู้สึกง่วงนอนและนอนหลับปุ๋ย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารเคมีแลคโตนในหญ้า มักจะทำงานในลักษณะคู่ขนาน และทำให้แมวเริ่มขี้เล่นกับหนูในบางครั้ง และลืมสัญชาตญาณที่เป็นนักล่าของมันไปชั่วขณะ&amp;nbsp; ที่น่าสนใจนั้นนักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่า อันที่จริงแล้วหนูมีวิวัฒนาการ จากการสร้างสารเคมีแลคโตน จากการที่มันขับเหงื่อออกมา ส่วนหนึ่งเพื่อเอาตัวรอดจากการที่ถูกแมวขย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ศ.เบนจามิน ฮาร์ท&amp;rdquo; หัวหน้านักวิจัย กล่าวว่า &amp;ldquo;หนูผลิตสารแลคโตนในผิวหนังซึ่งจะถูกขับออกมาเมื่อหนูเครียด&amp;rdquo; ซึ่งเขาได้ตั้งสมมติฐานว่า หนูมีวัฒนาการในการเปลี่ยนแปลง หรือสับเปลี่ยนให้ร่างกายผลิตสารเคมีที่ชื่อแลคโตน ที่มีลักษณะคล้ายกับสารเนเปทาแลคโตนที่พบได้ในต้นหญ้าตระกูลมิ้นต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้นั้นสารเคมีที่ผลิตได้จากความเครียดของหนู และพบได้ในหญ้าแมวข้างต้น อาจใช้ได้กับเฉพาะแมวบ้านหรือแมวเลี้ยงเท่านั้น นอกจากนั้นกล่าวได้ว่าแมว 1 ใน 3 ตัว ไม่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีไล่แมว ที่หนูปล่อยออกมาแต่อย่างใด ดังนั้นหนูจำเป็นต้องวิ่งให้ไวกว่าเดิม หรือเรียนรู้ที่จะพัฒนาเพิ่มปริมาณของเหงื่อที่สามารถทำให้แมวเคลิ้มให้มากขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104551</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ตูน, ทอม&amp;เจอร์รี่, หนังการ์ตูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b1971b8b87a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
