<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 23:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่ง!รัฐบาลเสียงแตก ‘วิรัช’ปัดมีเอกภาพ/ก้าวไกลเสี้ยมพรรคร่วมเอือม‘ณัฏฐพล’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ แนะนำหนังสือน่าอ่าน &amp;ldquo;ความรู้เรื่องเมืองไทย&amp;rdquo; ทำให้เข้าใจสังคมไทยดียิ่งขึ้น ระบุสถาบันพระมหากษัตริย์ ความสามัคคีปรองดองคือจุดแข็งของไทย สะพัด! พรรคร่วมรัฐบาลเสียงแตก รมช.ใน พปชร.เตรียม 30 ส.ส.กับงูเห่าฝ่ายค้านโหวตสวน รมต.บางคน หวังกดดันปรับ ครม.ดันตัวเองขึ้น รมว.แทน &amp;quot;วิรัช&amp;quot; ยันพรรคร่วมฯ ต้องเอกภาพ ขณะที่ &amp;quot;วิโรจน์&amp;quot; เฉลยเองรมต.ที่ถูกเขย่าคือ &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; แม้แต่ ส.ส.พปชร.ยังส่ายหน้าส่งข้อมูลให้ช่วยอภิปราย เลขาฯ พท.แพลมมี 4 รมต.จะโดนยื่นศาล-ป.ป.ช.ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงหนึ่งของการประชุมร่วมกับคณะกรรมการและคณะตัวแทนภาคประชาชนเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้แนะนำหนังสือน่าอ่านให้แก่คณะที่เข้าพบ มีชื่อว่า &amp;ldquo;ความรู้เรื่องเมืองไทย&amp;rdquo; เขียนโดย ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร เนื้อหาหนังสือเล่มดังกล่าวเป็นการบรรยายให้มีความรู้จักประเทศไทย เข้าใจสังคมไทย และมีความตระหนักในความเป็นไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ผู้เขียนบรรยายเป็นประเภทซอฟต์แวร์ คือความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ ความเชื่อ ความศรัทธา จิตสำนึก ตลอดจนสไตล์อันเป็นลักษณะพื้นฐานของไทยเรา ซึ่งหมายถึงวิธีแบบไทยในการคิด การพูด และการทำ เรื่องระบอบการปกครองที่มีประชาธิปไตยเป็นจุดขัดแย้ง เรื่องเศรษฐกิจทุนนิยมที่เข้ามาครอบงำเศรษฐกิจและสังคมไทย เรื่องทัศนะทางสังคมของคนไทยที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลและการชี้นำของสื่อโฆษณา ตลอดจนเรื่องที่เกี่ยวกับจิตสำนึกที่ขาดหายไป เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในช่วงเวลาประมาณกว่า 150 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นลักษณะของวิวัฒนาการสังคม ที่คนไทยพึงจะต้องมีความรู้และความเข้าใจว่า กว่าที่จะมาถึงวันนี้ สังคมไทยของเราได้ผ่านอะไรมาบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอสิ่งที่เป็นจุดแข็ง ของไทยเรา เช่น สถาบันพระมหากษัตริย์ ความสามัคคีปรองดองระหว่างศาสนาที่ต่างกัน ความเป็นมิตรกับชาวต่างประเทศ ความพร้อมในการรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อความทันสมัย ฯลฯ แม้กระทั่งการให้ความสำคัญต่อผลสำเร็จในเชิงปฏิบัติ และการมีอารมณ์ขันที่คลายความเครียด ทำให้รู้จักประเทศไทย เข้าใจสังคมไทย และตระหนักในความเป็นไทยได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้รู้จักไทยในมุมที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้นด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 ก.พ.นี้ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านโหมโรงฉายหนังตัวอย่างกันอย่างเต็มที่ประเภทบู๊ล้างผลาญ โดยประกาศจะล้มรัฐบาลให้ได้ รัฐบาลก็พร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็น โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์นั้นพร้อมมาก เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดอะไร ส่วนกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย วางตัว 15 ส.ส.อภิปรายแบบจัดหนัก ข้อมูลแน่น หลักฐานชัดนั้น ขอให้ข้อมูลแน่นจริงๆ อย่าน้ำท่วมทุ่ง ขอให้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ อย่าอภิปรายแบบสาระไม่มี หน้าตาดีไปวันๆ มั่นใจว่าประชาชนเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ที่น่าสังเกตคือผลสำรวจของซูเปอร์โพล ประชาชนร้อยละ 98.3 มองว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าชาติ และร้อยละ 90.9 ของประชาชนคาดหวังข้อมูลของฝ่ายค้านน่าเชื่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงอยากให้ฝ่ายค้านตระหนักในความคาดหวังของประชาชน&amp;nbsp; อย่าทำให้ผิดหวังในการทำหน้าที่ เช่นการนำข้อมูลเลื่อนลอยมาพูดในสภาอันทรงเกียรติ แล้วตีหัวเข้าบ้าน ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อฝ่ายค้านเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การอภิปรายถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ซึ่งไม่มีสิ่งใดน่ากังวล โดยขอให้ฝ่ายค้านทำดังนี้ 1.ต้องนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง&amp;nbsp; มาพูดในสภา ไม่อยากให้มีการนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมาปะติดปะต่อกันเพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด 2.ต้องยึดข้อบังคับการประชุมสภาอย่างเคร่งครัด ทั้งเนื้อหา ภาพ วิดีโอ ต้องตรงไปตรงมา เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ในส่วน 2 รัฐมนตรีของ ปชป. พร้อมชี้แจงในทุกประเด็น ซึ่งพรรค ปชป.ได้ตั้งทีมเตรียมรับมือการอภิปรายตลอดทั้ง 4 วัน 2 ชุด โดย 1.ทีมติดตามข้อมูลพร้อมและสนับสนุนการอภิปราย มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราชเป็นประธาน และ 2.ทีมสื่อสารชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม มีตนในฐานะโฆษกพรรคเป็นผู้รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากสภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ฝ่ายรัฐบาลไม่ค่อยกังวลการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เพราะเชื่อว่าไม่มีข้อมูลไม้เด็ดหรือใบเสร็จที่จะล้มรัฐบาลได้จริง ขณะที่รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายบางคนมีความเป็นห่วงจากกลไกภายในพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาลที่มีปัญหาความขัดแย้งภายใน อาจมีผลไปถึงเสียงโหวตไว้วางใจของรัฐมนตรีแต่ละรายที่อาจได้ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะพรรค พปชร. ที่มีการแบ่งกลุ่มแบ่งก๊วนกันอย่างชัดเจน แกนนำที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการบางรายต้องการชิงอำนาจการนำภายในพรรค ต้องการได้คะแนนไว้วางใจมากกว่ารัฐมนตรีว่าการของพรรคบางราย เพื่อหวังผลในการปรับคณะรัฐมนตรีหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเขย่าให้รัฐมนตรีบางคนหลุดจากตำแหน่งจะได้มีโอกาสขึ้นชั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการล็อบบี้ให้ ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐงดออกเสียง หรือถึงขั้นโหวตสวนไม่ไว้วางใจเพื่อดิสเครดิตรัฐมนตรีบางคน โดยอาจจะมีส่วนต่าง ส.ส.มากถึง 30 คน รวมไปถึงพวก ส.ส.งูเห่าในฝ่ายค้านที่ขาใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐดูแลอยู่ ซึ่งปกติจะโหวตไว้วางใจ ก็จะโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีหรือไม่ลงมติรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐบางราย เพื่อกดดันกระแสสังคมให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีด้วยผลคะแนน ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการอภิปรายและชี้แจง&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกระแสข่าวแกนนำในพรรค พปชร.บางคนเตรียมให้ ส.ส.ของพรรค 30 คน โหวตสวนรัฐมนตรีในพรรคบางคนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคต้องเป็นเอกภาพ โหวตไปในทิศทางเดียวกัน ในส่วนของพรรค พปชร. จะต้องมีมติพรรคเพื่อให้ ส.ส.ทุกคนโหวตไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่นั้น ถึงเวลาตนจะดำเนินการในเรื่องนี้เอง ไม่ต้องเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า แม้ในรายงานข่าวจะไม่เอ่ยชื่อรัฐมนตรีที่โดนเขย่า แต่ตนเดาไม่ยากเลยว่าคือนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และไม่เเปลกใจที่มีข่าวทำนองนี้ออกมา ที่ผ่านมา ส.ส.ต่างพรรคเจอหน้ากันในสภา พอถอดหัวโขนออก ส.ส.ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงการทำงานของนายณัฏฐพล บางคนถึงขั้นตำหนิอย่างแรง โดยเฉพาะเรื่องร้องเรียนด้านการศึกษาที่ ส.ส.แต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดนำส่งไปให้ช่วยรับไปปรับแก้ไข อาทิ ปัญหาความทุกข์ยากของครู การแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม การแก้โควิด-19 ระบาด และการเเสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของนักเรียนในโรงเรียน แต่นายณัฏฐพลกลับไม่ตอบรับ ขนาดเป็น ส.ส.พลังประชารัฐฟากเดียวกันเองยังส่ายหน้า ซึ่งไม่เหมือนกับรัฐมนตรีบางคน ที่แม้แต่เป็นเรื่องที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน ส่งให้ช่วยแก้ไข ยังช่วยแก้ทันท่วงที งานนี้เรียกว่าผู้บริหารสถานศึกษาก็หมั่นไส้ ครู นักเรียน และฝ่ายค้านก็ไม่เอา ก็ต้องรับผลกรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่เขาไปอวดดีเที่ยวไปคุยโวว่าเป็นปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งของพรรค พปชร. คุณเคยถาม ส.ส.พปชร.หรือยังว่าเขาหมั่นไส้ประโยคนี้หรือเปล่า เข้ามาในสภาอันดับไม่สำคัญ ขึ้นอยู่กับผลงาน ต่อให้ผู้ใหญ่จะวิ่งเคลียร์ให้ก็ไม่ไหว ส.ส.พปชร.เขารอเห็นวันนี้มานานแล้ว มาแอบกระซิบผมให้ผมอภิปรายจัดหนักๆ ผมบอกให้ก็ได้ว่าข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เตรียมไว้ บางส่วนผมได้มาจาก ส.ส.พปชร.หลายคน ดังนั้นนายวิโรจน์ขอทำนายไว้ล่วงหน้าเลยว่ารัฐมนตรีศึกษาธิการจะได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุดในศึกซักฟอกรอบนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีรายงานข่าวระบุ ส.ส.ขาใหญ่ในพลังประชารัฐเลี้ยงดูงูเห่าในฝ่ายอยู่ด้วยหลายคน นายวิโรจน์กล่าวว่า งูเห่าพรรคไหน มี-ไม่มีไม่รู้ แต่ถ้าเจอหรือมีงูเห่าสีส้มเมื่อไหร่ก็ตีตายเมื่อนั้น จะเห็นว่าอดีตที่ผ่านมาเราไม่เคยให้ใครมาฝากเลี้ยง ไม่เคยดองงูเก็บเอาไว้ ถ้าการกระทำชัดเจน พรรคก็จะมีมติขับออกจากพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคเตรียมตัวพร้อมแล้วทั้งด้านข้อมูล ส.ส.ผู้อภิปราย เบื้องต้นมี 15 คน บางคน อาจต้องอภิปราย 2 ครั้ง เรามีความพร้อมเป็นอย่างยิ่ง พรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคได้ส่งหัวข้อ ประเด็น แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเนื้อหา เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน เรากับพรรคร่วมฝ่ายค้านพูดคุยกันตลอด ในสัปดาห์หน้าจะมีการคุยกันอีก ส่วนหลักฐานที่จะเตรียมยื่นเอาผิดรัฐมนตรีหลังจากการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลไปแล้ว ขณะนี้ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดำเนินการภายหลังอภิปรายเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอาญา และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีรัฐมนตรี 4 คน ที่อยู่ในข่ายมีหลักฐานชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการเตรียมรับมือการประท้วงจากฝ่ายรัฐบาลอย่างไร นายประเสริฐกล่าวว่า พรรคมีวอร์รูมและเตรียมทีม ส.ส.ในสภาไว้ตอบโต้กรณีที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลประท้วงไม่มีเหตุผลหรือประท้วงเพื่อเอาใจใครบางคน หากฝ่ายใดประท้วงจะถูกหักเวลาในฝ่ายนั้น ขอให้ประธานสภาฯ ควบคุมการประชุมอย่างเคร่งครัด ทราบมาว่า มีหลายประเด็นที่ยังไม่ทันอภิปรายจะมีการเตรียมการประท้วงแล้ว อยากให้ฟังฝ่ายค้านอภิปรายก่อน เพื่อให้ประชาชนได้รับฟังเนื้อหามากที่สุด หากมีการประท้วงการอภิปรายจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีญัตตินายกรัฐมนตรีที่มีการพาดพิงไปถึงสถาบัน ตามที่หลายฝ่ายกังวล จะมีการกำชับเรื่องเนื้อหาที่จะพูดหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า คิดว่าไม่ ญัตติถูกบรรจุในระเบียบวาระ ประธานสภาฯ ได้ลงนามรับรอง ถือว่ามีความถูกต้อง ดังนั้นถ้าจะประท้วงตั้งแต่เปิดญัตติ คงไม่มีเหตุผล ขอให้ประท้วงเนื้อหาที่ฝ่ายค้านอภิปรายเกินเลยไปดีกว่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ประชาชนจะให้ความสนใจติดตาม ล็อกเป้า 3 ป. เพราะความแข็งแรงของรัฐบาลอยู่ที่ 3 ป.ทั้งหมด ส่วนองคาพยพอื่นเป็นเพียงแค่องค์ประกอบเท่านั้น หาก 3 ป.อยู่ไม่ได้รัฐบาลนี้ก็ไปโดยปริยาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง การเมืองใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,622 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5-7 ก.พ. พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 45.0 เชื่อถือศรัทธาค่อนข้างน้อยถึงไม่เชื่อถือเลยต่อผู้มีอำนาจทางการเมือง ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 27.7 เชื่อถือปานกลาง และร้อยละ 27.3 เชื่อถือศรัทธาค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ความคิดเห็นของประชาชนต่อการเมืองใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 สนับสนุนนายกรณ์ จาติกวณิช ออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทำการเมืองใหม่ รองลงมาคือร้อยละ 91.5 สนับสนุนนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทำการเมืองใหม่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 สนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ออกจากพรรคเพื่อไทย เพื่อทำการเมืองใหม่ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.7 สนับสนุนกลุ่มของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ออกจากพรรคพลังประชารัฐ เพื่อทำการเมืองใหม่ ตามลำดับ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92314</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรู้เรื่องเมืองไทย, ความสามัคคีปรองดอง, พรรคร่วมรัฐบาล, สถาบันพระมหากษัตริย์, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือน่าอ่าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601ff49eb99bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
