<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2020 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 22:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>(คลิป) ลูกทุ่งคนดัง&#039;เบิ้ล ปทุมราช&#039;อวยพรไทยโพสต์ครบ 24ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกทุ่งชื่อดังสังกัดค่ายอาร์สยาม ในเครืออาร์เอส เบิ้ล ปทุมราช หรือ อาทิตย์ สมน้อย เจ้าของผลงานเพลงดังอย่าง อ้ายมีเหตุผล อวยพรเนื่องในเดือนเกิดของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ อายุครบ 24ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย อาทิตย์ สมน้อย หรือที่รู้จักกันในนาม เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2539 ที่จังหวัดอำนาจเจริญ หนุ่มเบิ้ล ปทุมราช มีโอกาสได้ส่งคลิปเข้าร่วมประกวดในโครงการ 20 ปี แกรมมี่ โกลด์&amp;nbsp; เรามาร้องเพลงกัน เพลงของฉัน เพลงของเธอ &amp;nbsp;เมื่อช่วงต้นปี 2558 โดยคลิปของหนุ่มเบิ้ล เป็น 1 ใน 75 คลิปที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้ส่งเข้าประกวดทั้งหมด 107 คลิป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น เบิ้ล ปทุมราช ได้เข้าสังกัด อาร์สยาม ในเครืออาร์เอส มีผลงานมากมาย อาทิ อ้ายมีเหตุผล , คนดีพี่มาง้อ feat. ธัญญ่า อาร์สยาม ,ขอโสด feat. ก้อง ห้วยไร่ ,ความฮัก ,กูลืมเขาแล้ว ,หน้าโหดโหมดคิตตี้ feat. แบม ไพลิน , ออย ธนวรรณ , พังสลาย ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังมีผลงานการแสดง ทั้งซีรีส์และภาพยนตร์ อาทิ ลิขิตชีวิต ,หลวงพี่แจ๊ส 5G ,ออนซอนเด , ฮักเถิดเทิง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม ble_patumrach_smiles&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80106</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครบ 24 ปี, ค่ายอาร์สยาม, หนังสือพิมพ์, อวยพรวันเกิด, เบิ้ล ปทมราช อาร์สยาม, เบิ้ล ปทุมราช, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201010/image_big_5f81cda302433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ โวหลุดประเทศรายได้ต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เหนือความคาดหมาย ประชาชนแห่ลงทะเบียน &amp;quot;ชิมช้อปใช้&amp;quot; วันแรก กระหน่ำวินาทีละ 8 หมื่นคนจนระบบรวนเกือบไม่รอด คลังยันไม่ขยายยังจำกัดวันละ 1 ล้านราย ขณะที่ &amp;quot;อุตตม&amp;quot; โวข้อมูลเวิลด์แบงก์ไทยหลุดประเทศรายได้ต่ำ เขยิบเพดานขึ้นปานกลางค่อนสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่าได้รับรายงานจากธนาคารกรุงไทย ถึงความคืบหน้าในการเปิดรับลงทะเบียนใช้สิทธิ์ตามมาตรการชิมช้อปใช้ ผ่าน www.ชิมช้อปใช้.com ล่าสุด ที่เวลา 13.00 น. มีผู้มาลงทะเบียนใช้สิทธิ์แล้ว 8.8 แสนราย และคาดว่าไม่เกิน 1 ชั่วโมง หรือ 14.00 น. จะมีผู้ลงทะเบียนในวันแรกครบ 1 ล้านราย เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะมีผู้มาลงทะเบียนวันละ 1 &amp;nbsp;ล้านราย จากเป้าหมายของโครงการรวม 10 ล้านราย ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่มีการขยายจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการต่อวัน เพราะมองว่าจำนวน 1 ล้านรายต่อวันเป็นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อคืนที่เปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันแรก (23 ก.ย.) ระบบก็มีการติดขัดอยู่บ้าง เนื่องจากมีคนเข้ามาลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมาก แต่ว่าธนาคารกรุงไทยได้แก้ปัญหาดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ยอมรับว่าประชาชนให้ความสนใจโครงการนี้เกินคาด&amp;quot; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า นอกจากนี้ได้ให้แนวทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปพิจารณาขยายวันรับสมัครร้านค้าเพื่อเข้าร่วมโครงการ จากปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมแล้วทั้งสิ้น 1.5 แสนราย โดยคาดว่าจะขยายเวลาให้ร้านค้ามาร่วมลงทะเบียนถึงวันที่ 15 ต.ค.นี้ จากเดิมสิ้นสุดไปเมื่อ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ระบบการรับลงทะเบียนมาตรการชิมช้อปใช้ไม่มีปัญหาล่ม ยังมีประชาชนสนใจเข้ามาลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง โดยสูงสุดที่ 5 หมื่นรายต่อวินาที มั่นใจว่าการลงทะเบียนจนครบระยะเวลาจะไม่มีปัญหา ระบบจะสามารถรองรับได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกนิติกล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมสรรพากรยืนยันว่าผู้ที่มาลงทะเบียนร่วมโครงการ ทั้งในส่วนร้านค้าและประชาชนจะไม่ถูกตรวจสอบภาษี เพราะกรมฯ ไม่ได้นำข้อมูลการลงทะเบียนมาใช้ในการตรวจสอบภาษีเลย เนื่องจากมีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว ขอให้ประชาชนอย่ากังวลเพราะทุกคนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง กล่าวว่า โครงการเปิดให้ลงทะเบียนจำกัดวันละ 1 ล้านคน จากจำนวนผู้จะได้รับสิทธิ์ทั้งสิ้น 10 ล้านคน เมื่อลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ ภายใน 3 วันจะได้รับเอสเอ็มเอสและอีเมลยืนยัน แต่หากท่านลงทะเบียนได้ แต่เกินคนที่หนึ่งล้านในแต่ละวัน ระบบจะส่งข้อความแจ้งทันทีว่าจำนวนการลงทะเบียนเต็มแล้วสำหรับวัน และสามารถลงทะเบียนใหม่อีกครั้งในวันถัดไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากดูจากจำนวนการลงทะเบียนวันละ 1 ล้านคนแล้ว หมายความว่าสามารถไปลงทะเบียนได้อีกราว 9 วัน จึงอยากจะให้ประชาชนวางแผนการท่องเที่ยวให้ดีและทยอยกันลงทะเบียน เพราะเมื่อลงทะเบียนแล้วผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องใช้จ่ายภายใน 14 วัน (27 ก.ย.- 30 พ.ย.62) หากไม่ใช้จ่ายเงินภายในเวลาที่กำหนดจะไม่สามารถใช้ได้อีก&amp;quot; นายธนกรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ให้ความมั่นใจว่าโควตาจำนวนผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ซึ่งกำหนดไว้ที่ 10 &amp;nbsp;ล้านคนตลอดโครงการ ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยประชาชนสามารถทยอยลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 15 พ.ย.62 และสามารถเดินทางท่องเที่ยวพร้อมจับจ่ายใช้สอยได้ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.62 ถึงวันที่ 30 พ.ย.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอุตตมได้กล่าวปาฐกถาในงาน The Next Thailand 4.0 ทางออกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลก ว่า แม้เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันจะมีปัญหามากมาย แต่เชื่อว่ายังไม่รุนแรงจนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก แต่ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผลกระทบดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ให้ข้อมูลว่าไทยหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ต่ำแล้ว โดยถูกจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างไปทางสูง แต่ไทยก็จำเป็นต้องปรับโครงสร้างเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในประเทศต่อไป&amp;quot; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมระบุด้วยว่า การปรับโครงสร้างต้องเปลี่ยนจากการเน้นอุตสาหกรรมเดิม ที่เป็นผู้ผลิตให้กับรายใหญ่และได้มูลค่าการส่งออกสูง ซึ่งควรจะปรับมาเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น หรือผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งต้องมีการพัฒนาบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่จะสนับสนุนให้เกิดในประเทศ ซึ่งทั้งหมดจะต้องทำแบบองค์รวม เพื่อให้ปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยเราก็ทำแบบญี่ปุ่นได้ เราต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ให้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง สร้างเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็ง นำเทคโนโลยีเข้ามา ซึ่งไม่ใช่การให้เงินอย่างเดียว แต่หน้าที่รัฐบาลคือทำอย่างไรจะให้โอกาสนี้กระจายไปถึงคนตัวเล็กถึงชุมชน&amp;quot; นายอุตตมกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46451</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, ประเทศรายได้ต่ำ, หนังสือพิมพ์, เวิลด์แบงก์, ไทยหลุดประเทศรายได้ต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d64b663d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติตำรวจ! พรรคการเมือง หนุนเร่งปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; วงเสวนาวิกฤติตำรวจชี้เป็นมะเร็งแห่งชาติ ตัวแทนพรรคการเมืองหนุนเดินหน้าปฏิรูปเพื่อประชาชน ให้อัยการร่วมสอบสวน กระจายอำนาจ ด้าน พปชร.อ้างนายกฯ ดึงเรื่องไว้เพราะเป็นเรื่องใหญ่ต้องรอบคอบ ฟุ้งแต่งตั้งโยกย้ายละมุนไม่มีซื้อขายเก้าอี้ &amp;quot;วิรุตม์&amp;quot; ระบุ 3 เดือน พงส.ยิงตัวตาย 4 คน ไม่ใช่เงินไม่พอ แต่ไม่ถนัดกลัวพลาดเสี่ยงติดคุก เชื่อถ้าร่างกฎหมาย 3 ฉบับผ่านแก้ปัญหาได้ครึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน วันที่ 23 กันยายน มีการเสวนา เรื่อง &amp;quot;วิกฤติกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) พรรคการเมืองจะปฏิรูปให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็วอย่างไร&amp;quot; &amp;nbsp;จัดโดยสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.), เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) &amp;nbsp;และคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยนายสุภาพ คลี่ขจาย เป็นผู้ดำเนินรายการ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า เรื่องตำรวจเป็นมะเร็งแห่งชาติ ถือเป็นรัฐซ้อนรัฐ เราต้องตัดสินใจร่วมกันให้เป็นวาระแห่งชาติ ในการปฏิรูปต้องร่วมมือกันทั้งในสภาและนอกสภาให้ได้ในยุคนี้ อย่าฝากผีฝากไข้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพราะประชาชนเรียกร้องให้ปฏิรูปมานาน แต่ท่านก็ไม่แก้ไขเสียที การปฏิรูปตำรวจเป็นการตัดสินใจทางการเมือง เหตุผลที่ต้องปฏิรูปตำรวจเพราะประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัยกับตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากจะยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ตำรวจแต่ละโรงพักขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการ เลือกตั้งของประชาชน ดังนั้นสิ่งที่อยากเสนอคือ 1.เราควรมีการกระจายอำนาจตำรวจให้ไปอยูที่ท้องถิ่น และจังหวัดนั้นๆ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจสอดคล้องกับพื้นที่ และดำเนินการอย่างทันท่วงที และ 2.ตำรวจต้องไม่มาจากโรงเรียนเตรียมทหาร ยกเลิกโรงเรียนนายร้อยสามพราน&amp;quot; นายกษิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการ สป.ยธ.กล่าวว่า ประเทศที่เจริญแล้วอัยการต้องทำหน้าที่สอบสวนเป็นหลัก กรณี &amp;quot;น้องลัลลาเบล&amp;quot; อัยการไม่รู้เรื่องอะไรเลย ที่ผ่านมา 3 เดือนมีตำรวจยิงตัวตายไป 4 คน ไม่มีใครพูดอะไรเลย ประเทศเรามีการล้มคดีการสอบสวน ยัดข้อหา การซื้อขายตำแหน่งเพิ่งมามีเมื่อ 20 ปีมานี้ เพราะตอนนั้นมีการพิจารณาจากอาวุโส เป็นการเข้าแถวเรียงคิวกันเข้ามา แต่เดี๋ยวนี้เป็นการเรียงหน้ากระดาน แล้วจ่ายเงินให้เลือก มีการเช่าการเซ้งตำแหน่ง ตำรวจทุกวันนี้กลัวการแต่งตั้งโยกย้ายไปอยู่ไกลๆ ตำรวจควรอยู่กับจังหวัด ผู้ว่าฯ ต้องมีบทบาท ตอนนี้เรามีร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจสามฉบับ ถ้าปฏิรูปได้ก็จะแก้ปัญหาไปครึ่งหนึ่ง การให้อัยการไปร่วมสอบสวนเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ทำให้คดีอาญาล้มคดีไม่ได้ เปลี่ยนแปลงพยานหลักฐานไม่ได้ สอบแล้วฉีกทิ้งไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า จากการฟังเรื่องการปฏิรูปตำรวจเห็นว่าไม่ได้เป็นการปฏิรูปเลย เพราะร้อยละ 90 มีแต่ตำแหน่ง เรื่องการแต่งตั้ง โยกย้าย คำถามคือแล้วประชาชนได้อะไร ทั้งที่ประชาชนต้องการการดูแลระงับเหตุ ซึ่งคนที่มีบทบาทมากคือร้อยเวร ดังนั้นหากจะปฏิรูปตำรวจต้องเริ่มเป้าหมายที่ประชาชน และเริ่มปฏิรูปที่ตำรวจชั้นประทวนให้มีศักดิ์ศรี มีรายได้ที่เพียงพอ อย่าเอาสิ่งสำคัญไปไว้ข้างล่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การปฏิรูปตำรวจต้องทำทั้งโครงสร้าง &amp;nbsp;เรื่องอำนาจการสอบสวนตนไม่เห็นด้วยที่ให้ตำรวจสอบฝ่ายเดียว เห็นว่าอัยการซึ่งเป็นผู้สั่งฟ้องควรทำเรื่องสอบสวนด้วยโดยมีตำรวจเข้าร่วมด้วย โดยเฉพาะสืบหาข้อเท็จจริง เรื่องนี้หากเป็นประโยชน์กับประชาชน พรรคภูมิใจไทยเอาด้วยอยู่แล้ว เพราะเป็นนโยบายของพรรคเช่นกัน เนื้อหาในร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจควรมีอะไรที่มากกว่าเรื่องยศตำแหน่ง หากแสดงให้เห็นมากกว่านี้คิดว่าน่าจะผลักดันให้นายฯ เสนกฎหมายเข้าสภาได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิรามาน สุไลมาน กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ที่ฟังมาเห็นว่าการปฏรูปตำรวจเพื่อตำรวจ ไม่ใช่เพื่อประชาชน สิ่งที่ตนอยากให้มีการปฏิรูปคือ ระบบการกล่าวหาให้เปลี่ยนเป็นระบบไต่สวน สมมุติจะจับผู้ต้องสงสัยต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองว่าจะจับคนนี้ด้วยความผิดฐานอะไร เพราะขณะนี้นึกจะจับใครใส่ร้ายใครก็ทำ แล้วไปตบทรัพย์เขา วันนี้ประชาชนกลัวมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ เราอยู่ในวังวนแบบนี้มาตลอด ดังนั้นถึงเวลาสังคายนากระบวนการต้นทางครั้งใหญ่ รวมถึงปฏิรูปเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ตำรวจหลายคนอึดอัดที่ถูกเจ้านายสั่งทำยอดเพื่อโอกาสในการเลื่อนขั้น &amp;nbsp;อาชีพตำรวจต้องปากกัดตีนถีบเพราะเงินเดือนน้อย ต้องพึ่งพ่อค้าวาณิช โดยเฉพาะพ่อค้าที่ทำอาชีพสีเทา สีดำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเห็นว่าเรื่องอำนาจสอบสวนไม่ควรเป็นของตำรวจ แต่ตำรวจควรทำเรื่องสืบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราไม่มีการดำเนินการเรื่องการปฏิรูปตำรวจที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำในหนึ่งปี กระบวนการยุติธรรมในขั้นต้นต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง &amp;nbsp;ส่วนตำรวจก็ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน แต่ยึดถึงความเป็นธรรมก่อน ถ้าตั้งต้นได้ถูกต้องก็จะดำเนินการไปในทางเดียวกันได้ พรรคการเมืองต้องร่วมกันปฏิรูปตำรวจ และพรรคเองก็มีข้อมูลเรื่องการปฏิรูปตำรวจที่ผ่านการสังเคราะห์จากภาคประชาชนมาแล้ว ถ้า ครม.ไม่มีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้ หลังจากมีกรรมการพิจารณากฎหมายแล้วจะลงรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ และประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯ คงคิดว่าประชาชนจะได้อะไร ข้าราชการตำรวจจะได้อะไร เรื่องการปฏิรูปตำรวจเป็นเรื่องใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนเรื่องซื้อขายตำแหน่งวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ลงมาดูแล คิดว่าเรื่องการโยกย้ายละมุนมาก เพื่อความโปร่งใสอาจจะมีบ้างในระดับล่างที่ฉกฉวยโอกาสตรงนี้ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องกระจายอำนาจให้เป็นของจังหวัดนั้น มองว่าพื้นที่ต้องมีความพร้อมมากกว่านี้ หากกระจายไปทั้งที่ยังไม่มีความพร้อมจะยิ่งมีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น จะเป็นการสร้างอสูรตัวใหม่ ที่นายกฯ ดึงเรื่องนี้ในมือเพราะเห็นเป็นเรื่องใหญ่ ต้องทำอย่างรอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้าย พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวด้วยว่า เราไม่ควรเอาเรื่องเงินเดือนหรือเงินตอบแทนมาพิจารณา จะต้องไม่จัดโครงสร้างให้ตำรวจเป็นแบบทหาร ไม่ต้องมีตำแหน่งแบบนั้น การที่พนักงานสอบสวนยิงตัวตายไม่ใช่ไม่มีเงิน แต่เพราะไม่มีความถนัด กลัวพลาด เสี่ยงต่อการติดคุกมากกว่า มาอยู่สอบสวนไม่มีอนาคต ดังนั้นปัญหาตำรวจไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเพราะอำนาจเป็นพิษ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปตำรวจ, วิกฤติตำรวจ, หนังสือพิมพ์, อัยการร่วมสอบสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d65e051d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาติดคุก4นปช.สารภาพ ส่งศาลฎีกาพิจารณาใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;4 แกนนำ นปช.&amp;quot; ผวาคุก! เปลี่ยนแผนกลับคำให้การรับสารภาพในวินาทีสุดท้ายคดีพาม็อบบุกบ้านป๋าเปรม เลื่อนอ่านฎีกาส่งคืนศาลฎีกาพิจารณาใหม่ &amp;quot;ณัฐวุฒิ&amp;quot; เล่นละคร ขาเดินเข้าศาลคุยคำโตติดคุกไม่เป็นไรทำเพื่อประชาธิปไตย ขาออกสารภาพสิ้นยื่นคำร้องกลับคำให้การตั้งแต่ 19 ก.ย. อ้างสำนึกผิดขอความเมตตาศาล อดีตผู้พิพากษาชี้แผนซื้อเวลา 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ก.ย. ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 แกนนำและแนวร่วม นปช.นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวง ไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรมเพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าวมีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธงตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.58 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง &amp;nbsp;และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ &amp;nbsp;และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์ และนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ริบของกลางทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พวกจำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม เพียงกรรมเดียว จำคุกคนละ 3 ปี &amp;nbsp;รวมจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 &amp;nbsp;คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ยกฟ้องจำเลยที่ 2-3
คุยโวติดคุกเพื่อประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้ นายนพรุจ จำเลยที่ 1, นายวีระกานต์ จำเลยที่ 4, นายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 5, นายวิภูแถลง &amp;nbsp;จำเลยที่ 6 และ นพ.เหวง จำเลยที่ 7 เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ บุคคลใกล้ชิด และแนวร่วม นปช.จำนวนมาก ส่วนจำเลยที่ 2-3 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังการพิจารณาว่า จากที่ได้ประสานงานกันทราบว่าจำเลยมาฟังคำพิพากษาครบทุกคน คดีนี้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ จำเลยและทนายความทำอย่างดีที่สุด ส่วนคำพิพากษาออกมาอย่างไรพร้อมน้อมรับ ไม่กังวลใจเพราะสิ่งที่เคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา เพื่อให้ประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ได้ประสงค์ให้เกิดความรุนแรงหรือเสียหายต่อบุคคล สถานที่ หรือองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น มีความบริสุทธิ์ใจและเข้าสู่การต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมตามที่ถูกกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่หากต้องถูกจำคุกอาจกระทบอนาคตทางการเมือง นายณัฐวุฒิบอกว่า &amp;nbsp;กังวลกับอนาคตของประเทศมากกว่า ที่เราอยู่กันโดยไร้ซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง อยู่ในสภาพที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องกังวลร่วมกัน อนาคตการเมืองของตัวเองเป็นเรื่องเล็ก ไม่ว่าเราจะอยู่บนเวทีการเมืองหรือไม่ ก็จะมีผู้ร่วมอุดมการณ์คนใหม่ๆ ปรากฏตัวมาทำหน้าที่แสดงศักยภาพให้ทุกคนได้เห็นว่า ประชาชนที่รักประชาธิปไตยไม่ได้ผูกขาดคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัดศาลอาญาแจ้งว่า ก่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ นายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และนายแพทย์เหวง จำเลยที่ 4-7 ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่เคยปฏิเสธความผิด ขอต่อสู้คดี โดยได้ยื่นคำให้การใหม่ เป็นให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอาญาพิจารณาแล้วให้งดอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีไว้ก่อน และเห็นควรส่งคำร้องของจำเลยที่ 4-7 และคำพิพากษาศาลฎีกาคืนให้ศาลฎีกาพิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป โดยยังไม่กำหนดวันนัดฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้พวกตนจำเลยที่ 4-7 ยกเว้นเพียงนายนพรุจ จำเลยที่ 1 &amp;nbsp; ซึ่งเคยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีมาจนถึงชั้นศาลฎีกา ก็ได้ปรึกษาหารือกันแล้วกับจำเลยทุกคนและทีมทนายความ เห็นว่าเราจะกลับคำให้การเป็นรับสารภาพในชั้นฎีกา โดยวันนี้ศาลชั้นต้นนัดจำเลยทุกคนมาฟังคำพิพากษา จึงได้ส่งสำนวนคดีประกอบกับคำร้องกลับคำให้การเป็นรับสารภาพไปยังศาลฎีกา เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป หลังจากนี้เป็นดุลยพินิจของศาลฎีกาพิจารณาว่าจะมีคำพิพากษาอย่างไร และจะนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง
ยื่นกลับคำให้การตั้งแต่ 19 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยื่นคำร้องกลับคำให้การเป็นรับสารภาพ ได้ดำเนินการเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจำเลย 4 คน คือ ผม นายวีระกานต์ นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง เห็นตรงกันว่าเราจะให้การรับสารภาพ ส่วนนายนพรุจยืนยันที่จะต่อสู้ไปตามกระบวนการเดิม เนื่องจากเห็นว่ามีประเด็นเรื่องใบรับรองแพทย์ ซึ่งใช้เป็นพยานหลักฐานสำคัญในการตัดสินคดี ปรากฏว่าพบพิรุธว่าจะเป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรงตามข้อเท็จจริงหรือไม่ ในการใช้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวถึงเหตุผลสำคัญในคำร้องกลับคำให้การว่า พวกตนได้กราบเรียนต่อศาลว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองของ นปช.ตลอดเวลาที่ผ่านมา เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร เพื่อให้ประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &amp;nbsp;และเราไม่เคยประสงค์ให้เกิดความรุนแรงเสียหายต่อบุคคล องค์กร สถานที่ หรือสถาบันใดๆ ในวันเกิดเหตุพวกตนเพียงต้องการเดินทางไปชุมนุมปราศรัยที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ แล้วก็จะเดินทางกลับตามเวลาที่ได้ตกลงกันไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งนำมาสู่การบาดเจ็บทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็รู้สึกเสียใจ แล้วก็ได้แถลงในคำร้องว่าพวกตนได้สำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;ไม่ได้มีความขัดแย้งเป็นการส่วนบุคคลกับ พล.อ.เปรมแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ ท้ายคำร้องยังกราบเรียนต่อศาลว่า เมื่อพวกกระผมได้เสียใจและสำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ก็ขอความเมตตาจากศาลได้พิจารณาลงโทษสถานเบา หากโทษนั้นยังคงเป็นการตัดสินจำคุกอยู่ ขอศาลได้โปรดพิจารณารอการลงโทษให้กับจำเลยด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพรุจ จำเลยที่ 1 กล่าวถึงเหตุผลที่ยืนยันให้การปฏิเสธว่า หลักฐานที่อัยการยื่นประกอบสำนวนคดีประมาณ 46-47 ลัง ไม่มีการนำสืบ รวมถึงใบรับรองแพทย์ 2 ใบ ในวันเกิดเหตุการณ์ตนถูกกล่าวหาว่ากระโดดลงจากหลังคารถยนต์ไปทับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวเสียหลักหกล้มมาทับมือตัวเอง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบรับรองแพทย์ไม่มีการสืบในศาลชั้นต้น ซึ่งเหตุนี้ทำให้ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้เพราะตนให้ความร่วมมือ ตนมีประเด็นข้อต่อสู้ ถ้าจะติดคุกก็ไม่เป็นไร พร้อมใช้กรรมเก่าจากอดีตชาติ น้อมรับคำพิพากษา เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้ามาไว้ไปเป็นจิตอาสาในเรือนจำ ตนมีความจงรักภักดีสูงสุด เดินได้ทุกม็อบ เลิกแล้วเรื่องความแตกแยก ตนขอขมา พล.อ.เปรมด้วยใจจริงตอนท่านมีชีวิตอยู่แล้ว และทำบุญให้ท่านทุกวันพระ ส่วนที่ทั้ง 4 คนถอนคำให้การนั้นตนก็ทราบ แต่ไม่ได้ใส่ใจ ส่วนตัวยังยืนยันให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำของจำเลยดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนว่า ต้องการประวิงคดีให้ล่าช้า &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้จึงต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและรอฟังคำสั่งศาลฎีกาเรื่องที่จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและขอให้การใหม่ เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งแล้วก็จะส่งสำนวนคืนศาลอาญา เพื่อนัดคู่ความฟังคำสั่งของศาลฎีกาพร้อมกับคำพิพากษาของศาลฎีกาต่อไป ซึ่งน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46449</URL_LINK>
                <HASHTAG>24 แกนนำ นปช., คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์, ผวาติดคุก, สารภาพ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d6384e35a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นกกต.เคาะปมเงินกู้‘อนค.’ ยังไม่บลายด์ทรัสต์แค่MOU</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ปมเงินกู้อนาคตใหม่ กกต.ต้องสืบพยานจนรู้แน่ชัด แย้มอาจยกประโยชน์ให้จำเลยหาก กม.เขียนไม่ชัดแล้วส่งผลร้าย &amp;quot;ช่อ&amp;quot; แจง &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยังไม่บลายด์ทรัสต์แค่ทำเอ็มโอยู รอทำหน้าที่ ส.ส.หรือได้เป็นนายกฯ ก่อน &amp;quot;เต้&amp;quot; โชว์พระเครื่องโต้ราคาเวอร์ ขู่ฟ้อง &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ให้ล้มละลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ส.บางรายยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุมูลค่าทรัพย์สินเกินจริงว่าไม่แน่ใจ แต่นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.ให้ความเห็นถูกต้องว่า &amp;nbsp;อันดับแรกต้องดูก่อนว่าของนั้นเป็นของจริงหรือไม่จริง มูลค่านั้นบางทีแล้วแต่ใจคนจะกำหนด แล้วแต่ว่าเป็นของจริงหรือไม่จริง ถ้าของไม่จริงแล้วไปตีราคาเวอร์เกินไปคงไม่ได้ แต่ถ้าของจริงจะตีราคาเวอร์หรือไม่เวอร์ค่อยเอาผู้เชี่ยวชาญมาดู ซึ่งเป็นดุลพินิจของ ป.ป.ช.ว่าจะเชื่ออย่างไร ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีกรณีอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง (นายนิพัทธ พุกกะณะสุต) ที่มีเหรียญรัชกาลที่ 5 และมีการตีราคาขายไป 30 กว่าล้านบาท แต่ ป.ป.ช.ไม่เชื่อในราคานี้เพราะดูราคาในท้องตลาดแล้วไม่ใช่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเหล็กไหลนั้นไม่ทราบ คงไปเหนื่อยที่ ป.ป.ช.เอง เจ้าของจะกำหนดอย่างไรก็ช่างเขา แต่คนที่สงสัยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าราคาเป็นอย่างไรกันแน่ อย่างไรก็ตามหากผลออกมาปรากฏว่าเกินจริงและชี้แจงทรัพย์สินเป็นเท็จนั้น ตามกฎหมาย ป.ป.ช.มีอยู่แล้วว่าถ้าแจ้งเท็จถือว่ามีความผิด แต่จำไม่ได้แล้วว่าจะต้องเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่ ขอสื่อช่วยไปถาม ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงกรณีทนายความของ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงถึงการที่ น.ส.มนัญญาไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช. เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานีไม่ถึง 1 เดือนก่อนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณรับตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ จึงเข้าข่ายได้รับการยกเว้นว่า ต้องให้ ป.ป.ช.เป็นคนชี้ ซึ่งกฎหมายได้บอกไว้จริงว่าคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากดำรงตำแหน่งใหม่ภายใน 1 เดือนไม่ต้องยื่น แต่ต้องยื่นตอนออกจากตำแหน่งอยู่ดี จึงตอบไม่ถูกว่าตำแหน่งนายกเทศมนตรีเป็นตำแหน่งที่มาต่อกับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ สามารถไปดูมาตรฐานว่าคนที่เคยดำรงตำแหน่งในท้องถิ่นแล้วมาเป็น ส.ส.ต้องยื่นหรือไม่ หากพบว่าตำแหน่งไม่ต่อกันก็ต้องยื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจทำหนังสือแจ้ง ป.ป.ช.ได้ว่า เมื่อวินิจฉัยว่าต้องยื่นก็พร้อมจะยื่นย้อนหลังไป &amp;nbsp;ซึ่งเขาอะลุ่มอล่วยกันอยู่แล้วทั่วไปทุกคน โดยถือเป็น reasonable doubt หรือความสงสัยที่มีเหตุผล &amp;nbsp;เนื่องจากกฎหมายใหม่เพิ่งประกาศใช้เมื่อปี 2561 นี่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ ยังกล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน 191 ล้านบาทเศษว่า ไม่ตอบว่าทำได้หรือไม่ เพราะขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบอยู่ หากพูดอะไรจะกลายเป็นการชี้นำ โดย กกต.ต้องสืบพยานให้รู้แน่ว่าคืออะไร ซึ่งไม่ใช่การตัดสินโดยใช้ดุลยพินิจ เพราะหากเป็นดุลยพินิจจะชี้ซ้ายหรือขวาก็ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง เรื่องนี้อาจจะไม่ผิดก็ได้ อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องใหม่ เพราะกฎหมายเดิมเรื่องการเงินไม่ได้รัดกุมเท่ากับปัจจุบัน และไม่ทราบว่าการกู้เงินจะถือเป็นรายได้หรือไม่ ซึ่งทางกฎหมายกับทางบัญชีกำหนดเรื่องเงินกู้ต่างกัน ทั้งนี้ กกต.กำลังวินิจฉัยอยู่ หากผลออกมาแล้วไม่เชื่อ ยังต้องไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มาตรฐานจะอยู่ตรงนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหากผลเป็นลบขึ้นมาจะต้องมีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่หรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า &amp;nbsp;หากเหตุเกิดภายใน 1 ปีหลังเลือกตั้งต้องคำนวณใหม่ โดยจะเอาคะแนนมาคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจจะกระทบบ้าง แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องของการทุจริตไม่ต้องคำนวณใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รายได้พรรคการเมืองที่กำหนดไว้ในมาตรา 62 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ได้ระบุเรื่องกู้ยืมเอาไว้ ในทางกฎหมายแล้วจะต้องยกประโยชน์ให้จำเลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าได้ทุกทาง หากกฎหมายไม่เขียนไว้แล้วเป็นผลร้ายก็ต้องยกประโยชน์ &amp;nbsp;แต่ถ้าไม่เขียนและเทียบเคียงได้ก็ต้องวินิจฉัย เมื่อถามย้ำว่าการยุบพรรคถือเป็นผลร้ายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าเป็นผลร้าย ทำไมจะไม่เป็น ร้ายยิ่งกว่าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ตรวจสัญญากู้ยืมเงินระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;กับพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท ตามที่ระบุไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่นายธนาธรยื่นต่อ ป.ป.ช. ซึ่งขัดแย้งกับคำพูดของนายธนาธรที่ระบุให้พรรคยืม 110 ล้านบาท ขณะที่ &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เคยให้สัมภาษณ์ว่าพรรคทำสัญญากู้เงินจากนายธนาธร &amp;nbsp;250 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องนำหลักฐานมายืมเพิ่มเติมให้ กกต.พิจารณาก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาก กกต.พบว่าการกระทำของนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ขอให้เอาผิดกับนายธนาธรและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเอาผิดนายธนาธรตามมาตรา &amp;nbsp;66 วรรคสองประกอบมาตรา 125 มีโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค 5 ปี และให้เงินทรัพย์สินส่วนที่เกิน 10 ล้านบาทตกเป็นของกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.วันนี้ยังไม่มีวาระพิจารณาสำนวนการไต่สวนคำร้องของนายศรีสุวรรณในเรื่องดังกล่าว คาดว่าอาจจะมีการพิจารณาในวันที่ 24 &amp;nbsp;ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายศรีสุวรรณเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนและตรวจสอบบัญชีแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ว่าเข้าข่ายจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้นำพระกริ่งปวเรศทองคำ ราคา 50 ล้านบาท พระร่วงหลังรางปืน ราคา 30 ล้านบาท พระสมเด็จไกเซอร์ ราคา 12 ล้านบาท มาโชว์ต่อสื่อมวลชนว่าราคาพระเครื่องที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ไม่ได้มีราคาสูงเกินจริง น่าจะแจ้งราคาต่ำไปด้วยซ้ำ มีพุทธคุณสูงมากช่วยให้ทำอะไรก็สำเร็จ ยืนยันเป็นของแท้ให้หน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;มาตรวจพิสูจน์ได้ อย่างพระกริ่งปวเรศราคาตลาดปกติขั้นต่ำอยู่ที่ 30 ล้านบาท แต่ของตนเป็นพระกริ่งปวเรศทองคำ ราคา 50 ล้านบาทจึงไม่แปลก ซึ่งการที่นายศรีสุวรรณยื่นตรวจสอบคงอิจฉาที่ไม่มีแบบตน เพราะต้องคนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้ครอบครอง และหากนายศรีสุวรรณก้าวล่วงกระทบสิทธิ์ตนทำให้เกิดความเสียหาย จะยื่นฟ้องเอาให้ล้มละลาย ถ้าต้องการก็พร้อมจัดให้ แค่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 200 &amp;nbsp;ล้านบาท นักร้องก็ล้มละลายแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ไม่ต้องกังวลว่าเป็นการสร้างมูลค่าลวงเพื่อฟอกเงิน เพราะไม่คิดที่จะขายพระเครื่อง &amp;nbsp;หรือหากขายไปต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าขายให้ใคร มีหลักฐานทางภาษี ทั้งนี้หาก ป.ป.ช.จะเรียกไปตรวจสอบพร้อมไปชี้แจงข้อมูล อยากถามว่า ป.ป.ช.เอาบรรทัดฐานอะไรมากำหนดว่าตั้งราคาสูงเกินจริง &amp;nbsp;เพราะไม่มีราคากลางกำหนด แต่เป็นเรื่องของจิตใจและความรู้สึกส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีที่นายธนาธรนอกจากปล่อยเงินกู้ให้พรรคอนาคตใหม่ ยังให้นายชูชัย มุ่งเจริญพร &amp;nbsp;อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยกู้เงินว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของนายธนาธรที่จะให้ใครกู้เงิน และคงเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัวเพราะตอนนั้นยังไม่มีพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งนายธนาธรให้กู้เงินหลายรายและมีเหตุผลที่ต่างกันไป อาจจะรู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจในตอนนั้นก็ไม่อาจทราบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายธนาธรยังไม่โอนทรัพย์สินไปยังบลายด์ทรัสต์ตามที่เคยระบุไว้เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ซึ่งหากย้อนไปดูข่าวคือการทำเอ็มโอยูกับบริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด ยังไม่ใช่การโอนทรัพย์สินไป &amp;nbsp;แต่การปฏิบัติตามเอ็มโอยูนี้จึงเลื่อนไปก่อนจนกว่านายธนาธรจะเข้ารับตำแหน่งทำหน้าที่ ส.ส.อย่างสมบูรณ์ หากศาลตัดสินว่าให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.อีกครั้ง หรือหากมีตำแหน่งรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี นายธนาธรก็จะเข้าบลายด์ทรัสต์ตามเอ็มโอยูดังกล่าวแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46448</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, บลายด์ทรัสต์, ยกประโยชน์ให้จำเลย, หนังสือพิมพ์, เงินกู้พรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d6270e05d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งบหมื่นล้านเยียวยาหลังน้ำลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยเตรียมงบหลายหมื่นล้านเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะเร่งรัดมาตรการฟื้นฟูช่วยเหลือ ปชช.เร็วที่สุด &amp;quot;มท.&amp;quot; ประกาศยกระดับจัดการสาธารณภัยระดับ 3 &amp;nbsp;ดูแล 4 จว.น้ำท่วมและพื้นที่คลี่คลายแล้ว &amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เตือน 20 จว.ฝนตกหนักต่อเนื่องอีก 1 วัน &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ปูดงบภัยแล้ง 200 ล้านบาทมีกลิ่นไม่ชอบมาพากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมพลาซา แอทธินี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 23 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพบคนไทยในชุมชนสหรัฐฯ ถึงสถานการณ์อุทกภัยในไทยว่า ประเทศเจอพายุ 2 ลูก น้ำท่วม 30 กว่าจังหวัด แต่ตอนนี้เหลือแค่ 4 จังหวัด รัฐบาลต้องรอให้น้ำลดลงเพื่อตรวจสอบความเสียหายทั้งหมดอย่างรัดกุม ก่อนอนุมัติงบลงไปเพราะเป็นเงินภาษี รัฐบาลไม่มีเงิน ภาษีทั้งนั้น เราต้องช่วยกันเป็นจิตอาสา เราช่วยเงินน้ำท่วม นี่แหละประเทศไทยที่อื่นเขาไม่บริจาคกันมากขนาดนี้ คืนเดียวได้มา 200-300 ล้านบาท คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงก็ได้มาหลายร้อยล้านบาทเหมือนกัน เขาก็ทำของเขา รัฐบาลก็ทำของรัฐบาล ช่วยเหลือกันไป &amp;nbsp;รัฐบาลต้องเก็บเงินไว้หลายหมื่นล้านบาทเพื่อเยียวยาหลังจากนี้ ไม่อย่างนั้นเขาอยู่ไม่ได้หลังน้ำท่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายคนบอกว่าทำไมไม่ทำง่ายๆ เอาเงินออกมาจ่ายประชาชนเลย จะจ่ายไปทำอะไรตอนนี้ ช่วงระหว่างประสบภัยต้องมีอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย แหล่งพักพิง แต่ปรากฏว่าเตรียมที่พักพิง มีห้องแอร์ให้ เขาก็ไม่ไปเพราะชอบไปอยู่บนถนน เพราะคนผ่านไปผ่านมาเยอะดี มีคนมาเยี่ยมบ่อย นี่คือคนไทย &amp;nbsp;แต่ส่วนตัวไปว่าเขาไม่ได้ ยืนยันนายกฯ ไม่เคยไปสั่งรื้อใครทั้งสิ้น เพราะไปคนละเส้นทางกับที่เอาภาพมาออก โดยเกิดจากสื่อแต่ไม่โทษใครทั้งนั้น ก็ทำความเข้าใจ เพราะภายในประเทศไม่ได้มีปัญหากับประชาชน ไปที่ไหนก็ต้อนรับทุกทีเรียกลุงตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า &amp;nbsp;นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้หารือเพื่อเร่งรัดเรื่องการฟื้นฟู และรายละเอียดต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ส่วนการสร้างความเข้าใจที่ยังมีประชาชนร้องเรียนอยากให้รัฐบาลดำเนินการให้รวดเร็วกว่านี้นั้น เราก็พยายามทำให้เร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด
ยกระดับจัดการสาธารณภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราทุ่มเททุกอย่างให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และต้องเร่งรัดให้เร็วด่วนที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้กลับบ้านโดยเร็ว และเราเตรียมการในอนาคตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้ง ความจริงทั้งรัฐบาลนี้และรัฐบาลที่แล้วก็ดำเนินการอยู่แล้วและจะทำต่อไปให้ดีที่สุด มีแผนจัดการเพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมน้ำแล้งในอนาคต&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนและเรียกร้องให้ช่วยเหลือ โดยเฉพาะการพักชำระหนี้นั้นต้องดูก่อน ส่วนเรื่องงบประมาณกระทรวงการคลังได้ดำเนินการแล้ว รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่จะออกมา กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบในการแถลงนโยบายในการช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงการยกระดับการจัดการสาธารณภัยเป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) ว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือที่ยังเกิดสถานการณ์อยู่ใน 4 จังหวัด และส่วนที่สถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว โดยทั้ง 2 ส่วนจะต้องหารือบูรณาการการปฏิบัติ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เช่น การระบายน้ำ การสัญจร การกินอยู่ของประชาชนในศูนย์พักพิง เราจะกระชับให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เราเริ่มสำรวจในพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูแล้ว คือทำทั้งหมดไปพร้อมกัน จะต้องแล้วเสร็จอย่างช้าไม่เกินกลางเดือน ต.ค.หรือเร็วกว่านั้น ถ้าพื้นที่ใดเสร็จแล้วก็สามารถเสนอขึ้นมาได้เลย เราจะจัดหน่วยงานลงไป แต่ต้องขอดูปริมาณงานก่อน และอีกสิ่งที่ต้องเร่งคือระดับนโยบายที่จะต้องขออนุมัติงบเป็นพิเศษหรือไม่ รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นถนนพัง ทำนบพัง ระบบระบายน้ำที่มีทรายมาทับถม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อช่วยเหลือประชาชน&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ เรื่องการสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยาตามกฎหมาย ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่หลายพื้นที่แล้วและพร้อมที่จะเยียวยาได้เลย แต่ปัญหาในขณะนี้คือจังหวัดอุบลราชธานีและยโสธรยังสำรวจความเสียหายไม่ได้ โดยเฉพาะอุบลฯ เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำสูง ซึ่งเราได้เตรียมพร้อมอยู่แล้วและสามารถปฏิบัติการได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานรีบเข้าช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้หลังน้ำลดเร็วที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นอกจากเร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเพื่อจ่ายเงินชดเชยแล้ว ยังได้เตรียมเสนอโครงการแจกเมล็ดพันธุ์พืชที่ใช้น้ำน้อยแต่ใช้เวลาเพาะปลูกไม่นาน เช่น เมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยจะประกันราคาเพื่อให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่าจะมีรายได้เลี้ยงชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญจะผลักดันโครงการโคขุนสร้างรายได้ โดยภาครัฐจะเป็นผู้สนับสนุนเงินกู้และเครื่องผสมอาหารตามสูตรของกรมปศุสัตว์ ซึ่งในระยะยาวหากเกษตรกรจะหันมาเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพหลักก็มีโอกาสสร้างรายได้มาก เนื่องจากมีโอกาสส่งผลิตภัณฑ์เนื้อไปต่างประเทศ&amp;quot; น.ส.รัชดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ร่วมพิธีลงนามความเข้าใจเพื่อการเสริมสร้างทักษะและเพิ่มพูนความรู้ด้านจิตวิทยาแก่บุคลากรกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการดูแลผู้ประสบปัญหาทางสังคมระหว่างบุคลากรกระทรวง พม.และกระทรวง สธ.
20 จว.ฝนตกหนักอีก 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า การลงนามระหว่างกันเพื่อจะเยียวยาสภาพจิตใจของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยเป็นการส่งคนของกรมสุขภาพจิตไปอบรมเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ส่วนการเยียวยาประชาชนภายหลังน้ำลดนั้น กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมอยู่แล้ว โดยเฉพาะการรับมือกับการแพร่ของเชื้อโรคที่จะมาภายหลังน้ำลด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีความคุ้นเคยกับสถานการณ์เหล่านี้ เรามีความพร้อมทั้งยารักษาโรค แพทย์ สถานบริการด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามและแก้ไขสถานการณ์ที่จำเป็นและเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สธ.จะดูแลรักษาสภาพจิตใจและร่างกายของประชาชนที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพราะต้องการให้สุขภาพจิตและกายของประชาชนกลับมาแข็งแรง โดยมีหน่วยสุขภาพจิตหรือเอ็มแคต ที่ประกอบด้วยนักจิตวิทยาและจิตแพทย์เข้าหาชาวบ้าน เพื่อพูดคุยเยียวยาสภาพจิตใจ เพราะที่ผ่านมาประชาชนเกิดภาวะเครียดเป็นร้อยราย และเครียดอย่างหนักจากสถานการณ์ดังกล่าว 22 ราย ซึ่งได้รับรายงานจากอธิบดีกรมสุขภาพจิตว่าประชาชนทุกรายมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น มีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 16 เรื่อง &amp;quot;สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;quot; มีผลกระทบจนถึงวันที่ 26 ก.ย. ระบุว่าบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก &amp;nbsp;ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งต่อไปอีก 1 วัน ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนลดลง สำหรับในช่วงวันที่ &amp;nbsp;23-26 ก.ย.62 ประเทศไทยตอนบนปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่มีผลกระทบฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งมีดังนี้ ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี &amp;nbsp;กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง &amp;nbsp;จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรคได้ข้อมูลจาก ส.ส.ขอนแก่น แม้น้ำจะลดลงแล้ว ชาวบ้านเริ่มอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ ทำให้ชาวบ้านเริ่มซึมเศร้า คิดมากว่าจะหาเงินที่ไหนมาซ่อมบ้าน มาซื้อเมล็ดพันธุ์เพาะปลูก จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ส.ของพรรคยังได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณช่วยเหลือเรื่องภัยแล้งกว่า 200 ล้านบาทต่อจังหวัด มีข่าววิ่งเต้น มีข่าวความไม่ชอบมาพากล โดยเราจะแจ้งเบาะแสนี้ไปให้รัฐบาลทราบ วันนี้ชาวบ้านทุกข์มากอยู่แล้ว ขออย่าไปซ้ำเติมชาวบ้าน ขอให้มีใช้งบประมาณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46447</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบหมื่นล้านเยียวยาหลังน้ำลด, จัดการสาธารณภัยระดับ 3, หนังสือพิมพ์, หมื่นล้านเยียวน้ำท่วม, เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d612619f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้อมอ้าแขนรับงูเห่า โอ่!มีดีส.ส.อยากย้ายซบ/‘หญิงหน่อย’ขู่เปิดคลิปหลักฐานมัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คณะ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ถึงถิ่นสหรัฐอเมริกาแล้ว อ้อนคนไทยสามัคคี ลั่นประเทศกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเสถียรภาพดีขึ้น เผยยามว่าง Netflix คลายเครียด &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; อ้าแขนรับงูเห่า โอ่เพราะมีดีเลยมีคนอยากย้ายซบ &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; กรี๊ดลั่นเพื่อไทยไม่ทรยศประชาชน ขู่มีคลิปและหลักฐานเตรียมจัดหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ก.ย. เวลา 11.05 น. (ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศสหรัฐอเมริกา) พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา &amp;nbsp;และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี นครนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมการประชุมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ (United Nations General Assembly - UNGA) ครั้งที่ 74
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. คณะนายกฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปการเข้าร่วมการประชุมยูเอ็น ก่อนจะไปพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาที่โรงแรมพลาซา แอทธินี ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก โดยทันทีที่เดินทางมาถึงมีคนไทยมาให้การต้อนรับบริเวณด้านหน้าโรงแรม โดยมอบดอกไม้และชูรูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมป้ายข้อความให้กำลังใจ เช่น &amp;quot;รักหมดใจ...&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ลุงตู่สู้ไม่ถอย&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ลุงตู่สู้ๆ พวกเราเป็นกำลังใจให้ท่านเสมอ&amp;quot; ทั้งยังส่งเสียงให้กำลังใจ &amp;quot;ลุงตู่สู้ๆ&amp;quot; ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์พูดคุยกับชาวไทยจำนวน 175 ราย ซึ่งมีทั้งหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยในนครนิวยอร์ก, เครือข่ายสมาคมและชมรมคนไทย, กลุ่มนักวิชาชีพชาวไทยในรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง, ผู้แทนสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา, นักศึกษาไทยในสหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;และผู้สื่อข่าวไทยประจำนครนิวยอร์ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยินดีที่ได้พบปะพูดคุยกับชุมชนไทยเพื่อแจ้งถึงสถานการณ์ประเทศไทย นโยบายรัฐบาล รวมถึงรับทราบทุกข์สุข ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชน โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินนโยบายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยดำเนินการปฏิรูปทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และได้ออกกฎหมายและปรับปรุงกฎหมายรวมกว่า 400 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และเอื้ออำนวยต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ &amp;nbsp; นอกจากนี้รัฐบาลยังพยายามแก้ไขปัญหาสังคมที่คั่งค้างมานาน เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาแรงงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เน้นการแก้ไขปัญหาในการดํารงชีวิต &amp;nbsp;และปรับปรุงระบบสวัสดิการเพื่อประชาชนโดยมีแผนดำเนินการที่เป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมภูมิใจและยินดีที่ได้เห็นคนไทยที่นี่เป็นพลเมืองที่ดีของสหรัฐอเมริกา ประกอบอาชีพและธุรกิจที่ได้รับการยอมรับ และมีสิทธิเสรีภาพทัดเทียมกับชาวอเมริกัน โดยเชื่อมั่นว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศไทยได้ แม้จะพำนักและทำงานอยู่ในสหรัฐ ที่สำคัญขอให้มีความสามัคคี เพื่อนำเสนอประเทศไทยในทางบวกและสร้างความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย และแสดงเอกภาพและศักยภาพของชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาให้เป็นที่ประจักษ์ และขอขอบคุณชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกาทุกคน สำหรับกำลังใจและการสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล เพื่อร่วมกันนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังชี้แจงถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ว่าจะไม่พูดเรื่องความขัดแย้ง เพราะประเทศกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง เวลานี้เสถียรภาพทางการเมืองไทยดีขึ้น ส่วนตัวไม่ได้ต้องการขัดแย้งกับใคร มีแต่คนที่ต้องการขัดแย้งกับตนเองตลอดเวลา โดย 5 ปีที่ผ่านมาแม้จะมีงดเว้นการเยี่ยมเยียนต่างประเทศในระดับสูงบ้าง แต่ในช่วงนั้นก็สามารถเดินทางไปได้หลายประเทศ ซึ่งหลายประเทศก็ไม่ได้รังเกียจอะไรตนเองนัก ครั้งนี้เมื่อมาเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว โดยเฉพาะอเมริกาที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี ก็เป็นประเทศต้นๆ ที่ออกแถลงการณ์รับการเลือกตั้งแสดงความยินดีในการเป็นนายกฯ ด้วยลายมือของตัวเอง&amp;nbsp;
ยามว่างดู Netflix
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ได้ตอบคำถามคนไทยช่วงหนึ่งว่าดูแลสุขภาพอย่างไร นายกฯ ตอบว่าเป็นโชคดีที่มีสุขภาพแข็งแรง และโชคดีที่มีภรรยาคอยดูแลอยู่ เมื่อทำงานเสร็จกลับบ้านดู Netflix กับภรรยา เพราะภรรยาชอบดูหนังแนวสืบสวนสอบสวน เลยติดชอบดูไปด้วย สนุกดี และอ่านหนังสือบ้าง ทั้งไทยอังกฤษ ให้ภรรยาช่วยแปลด้วย หากมีเวลาพักผ่อนก็พยายามพักผ่อนให้มากที่สุด เสาร์-อาทิตย์ก็ออกกำลังกาย &amp;nbsp;แต่ความเป็นนายกฯ ไปไหนลำบาก มี รปภ.ติดตาม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากให้ผมไปไหนคนเดียว ใครจะเสี่ยงกับผม ผมไม่ได้กลัวตาย แต่มันเสียศักดิ์ศรี หากอยู่ดีๆ มีใครมาตะโกนด่า เคาะหัว ชกหน้า มันก็ไม่ใช่ แต่ผมคิดว่าคงไม่มีใครทำร้ายผม มีแต่รอยยิ้ม ไม่ต้องกลัว &amp;nbsp;ถ้ายังมีรอยยิ้มแบบนี้ก็คิดว่าคงอยู่ได้สักระยะหนึ่ง มีพวกเราทั้งในและต่างประเทศ ผมก็คิดว่าคนคงไม่ได้เกลียดผมมากมายนักหรอก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันที่ประเทศไทยก็มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกระแสข่าวนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นัด 14 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย (พท.) รับประทานอาหารเช้าในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งถูกมองว่าเป็นดีลหา ส.ส.งูเห่า โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;กล่าวว่าไม่รู้ ให้ไปถามทั้งนายสมศักดิ์และนายสุริยะเอง มาถามตนก็ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นยุทธศาสตร์ของพรรค พปชร.หรือไม่ในการดึง ส.ส.ฝ่ายค้านมาร่วม พล.อ.ประวิตรย้ำว่าพรรคไม่มียุทธศาสตร์นี้ ส่วนว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่หาก ส.ส.ของพรรค พท.มาร่วมงานนั้น &amp;quot;จะทำอย่างไรได้ คุณก็ให้เขามาสิ&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าถ้า 14 เสียงมาร่วมกับรัฐบาลจะทำให้หนักแน่นขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;ldquo;ถ้า-ไม่เอา เอาจริงเลย&amp;rdquo; สื่อถามย้ำว่าถ้ามาก็เอาเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;เอาสิ มาก็เอา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นการแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่ได้แก้ปัญหา เขาอยากมาก็ทำยังไงได้ เมื่อถามว่าสิ่งใดที่ทำให้ 14 ส.ส.เพื่อไทยอยากมา พล.อ.ประวิตรตอบทันทีว่า &amp;quot;ผมจะไปรู้เหรอ คุณถามมาก็ตอบเอง&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวขึ้นว่า พล.อ.ประวิตรต้องมีอะไรดี ส.ส.เพื่อไทยถึงอยากมาอยู่ด้วย รองนายกฯ ตอบกลับว่า &amp;quot;ผมอาจจะดีก็ได้มั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวเรื่องนี้ว่าไม่ทราบเลย มันก็เป็นข่าว ยังไม่เห็นการเคลื่อนไหวอะไรที่มีแนวโน้มว่าจะมีการสลับขั้วสลับข้างอะไร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำได้อย่างเดียวคือตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้เต็มที่ เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่เรารับสถานการณ์เป็นวันๆ ไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมคิดว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้น ยุคนี้สมัยนี้ผลงานคือข้อพิสูจน์ ถ้าเราเสนอสิ่งที่ดีที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อประชาชนทั่วไป ประชาชนที่เลือกผู้แทนเข้ามา เขาไม่ได้คิดหรอกว่าคนที่เขาเลือกมานั้นจะมาเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล และรัฐบาลเองก็ไม่ได้คิดว่าประชาชนจังหวัดนี้จังหวัดนั้นมี ส.ส.ของรัฐบาลหรือฝ่ายค้านแล้วจะไม่ดูแล มันเป็นไปไม่ได้ เราดูแลหมด ผมเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อถือเป็น ส.ส.ของประเทศไทย ก็ต้องไปดูแลประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้ว ซึ่งก็เหมือนกับทุกพรรค ผมมั่นใจอย่างนั้น&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว
โวเพื่อไทยไม่ทรยศ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ชาติพรรค พท.กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลที่มาจากกลไกผิดปกติ เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่ไม่มีเสถียรภาพ ต้องดิ้นรนทุกอย่างที่จะพยายามสืบทอดอำนาจต่อ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตั้งแต่วันแรกที่เลือกตั้งจบก็มีความพยายามที่จะเพาะฟาร์มงูเห่า ทำมาหลายครั้ง พยายามใช้เงิน ข่มขู่เรื่องคดี วันนี้มีความพยายามเพาะฟาร์มงูเห่าต่อ โดยเสนออามิสสินจ้าง ถือเป็นความพยายามอยู่ทุกวี่ทุกวันของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำได้มาด้วยความพิกลพิการ แต่โชคดีที่คนของพรรคมีอุดมการณ์ ไม่ทรยศประชาชนและเล่าให้ฟังหมด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พรรคมีโอกาสได้รวบรวมคลิปเสียง รวบรวมหลักฐาน ขออนุญาตยังไม่เปิดเผยรายละเอียดตอนนี้ &amp;nbsp;โดยจะใช้หลักฐานเหล่านี้ดำเนินการ เพราะคนที่มาเสนอเงินให้ ส.ส.นั้นมีความผิด หากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกจะมี ส.ส.พร้อมจะช่วยดำเนินการ&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเชื่อมั่นว่าหลักฐานที่มีจะเอาผิดได้หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราทำตามกฎหมาย ทำแบบคนไร้เส้นไม่มีเส้น แต่ทางคนที่มีอำนาจรอดทุกคดี ก็ไม่เป็นไร อะไรก็ตามที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย การกระทำของผู้มีอำนาจในรัฐบาลพยายามทำอยู่นั้น เป็นการกระทำที่ขาดซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม และทำลายระบอบประชาธิปไตยและระบอบการเมือง อีกทั้งเสี่ยงผิดกฎหมายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีแนวทางป้องกันการอภิปรายงบประมาณที่อาจใช้วิธีทาบทามหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในไม่สามารถบอกให้ทราบได้ เดี๋ยวจับเขาไม่ได้ ส่วนในการอภิปรายจะมีเสียงแตกของเพื่อไทยไปอยู่ฝั่งตรงข้ามหรือไม่นั้น เรามั่นใจว่า ส.ส.เพื่อไทยไม่กล้าทรยศประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท.กล่าวถึงการประชุมของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อพิจารณาแนวทางการยื่นตรวจสอบจริยธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เดิมกำหนดประชุมวันที่ 23 ก.ย. ได้เลื่อนไปเป็นวันที่ 24 ก.ย. ว่าเนื่องจากการประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีประจำทุกวันจันทร์มีการเลื่อนออกไป เรื่องดังกล่าวจึงต้องเลื่อนหารือออกไปด้วย โดยหลังการประชุมเสร็จจะมีข้อยุติที่ชัดเจนและจะมีการแถลงข่าวให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พรรคกำลังเตรียมการอยู่ แต่ยังไม่ได้คนลงสมัคร ส่วนจะหาผู้สมัครที่มาแข่งกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ได้หรือไม่นั้น ตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นคนเลยว่าจะให้ใครลงสมัคร ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพรรคเตรียมการอยู่ ไม่ได้ลงไปจัดการหรือเตรียมการเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่านายชัชชาติลงสมัครอิสระ ไม่ได้ลงในนามพรรคเพื่อไทยมองอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ทราบ จะลงก็ลง ไม่รู้ ไม่ได้คุยหรือเจอกับนายชัชชาติเลย และไม่รู้จักกันด้วย&amp;quot; และเมื่อถามว่าสมมตินายชัชชาติจะมาสนับสนุนแนวทางของพรรค พปชร.จะเปิดกว้างรับแนวคิดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรสวนว่า &amp;quot;ถ้ามาถามว่าเผื่อ และสมมติตนไม่ตอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกรณีนายชัชชาติจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคหรือไม่สั้นๆ ว่า &amp;quot;รอให้ชัดก่อน&amp;quot;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46446</URL_LINK>
                <HASHTAG>United Nations General Assembly - UNGA, การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d6017fd41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
