<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อดุลย์’นำร่องไขก๊อกจ่อนั่งสภาสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ลั่นบัญชี 250 ส.ว.ลากตั้งเสร็จแล้ว แต่ตีมึนจำไม่ได้มีใครบ้าง &amp;ldquo;อดุลย์&amp;rdquo; ยื่นไขก๊อกรอนั่งสภาสูงแล้ว สะพัด! &amp;ldquo;บิ๊กเต่า&amp;rdquo; เล็งเดินตาม รวมทั้ง &amp;ldquo;ปลัดแรงงาน&amp;rdquo; บิ๊กทหารแห่ลาออกจาก บจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานกรรมการคัดสรรสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 11 พ.ค. หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 พ.ค. ว่าเรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการคัดสรร ส.ว.เป็นผู้ดูแลทั้งหมด ส่วนที่มีข่าวจะให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้พิจารณาเพียงผู้เดียวนั้น ไม่จริง เพราะคณะกรรมการฯ เป็นผู้ดูแล และอยู่ในคณะกรรมการฯ ด้วย แต่จำไม่ได้ว่า ส.ว.ที่คัดสรรมามีใครบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีมีรายชื่อคณะรัฐมนตรีจะเข้าไปเป็น ส.ว.ด้วย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จำไม่ได้ เมื่อถามต่อว่ามีรายชื่อของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) บางคนที่จะไปเป็น ส.ว.ออกมาแล้วบางส่วน เท่าที่ดูเป็นไปตามนั้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่เห็น จำไม่ได้ว่ามีใครบ้าง อาจเห็น แต่ดูผ่านไปเรื่อยๆ แต่จำไม่ได้เลยสักคน เพราะมันเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน ได้แจ้งต่อผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมว.แรงงานแล้ว โดยจะทำงานในหน้าที่รัฐมนตรีจนถึงวันที่ 8 พ.ค.เป็นวันสุดท้าย ขณะที่ทีมงานของ พล.ต.อ.อดุลย์ได้ทยอยเก็บของออกจากห้องทำงาน สำนักงานรัฐมนตรี ที่ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงานแล้ว โดยมีกระแสว่าจะเป็น ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวเรื่องนี้ว่า ตำแหน่ง ส.ว.นั้นยังไม่แน่นอน แต่งานในตำแหน่งรัฐมนตรีทำมา 4-5 ปี และในเดือน มิ.ย.จะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ทีมงานจึงเก็บของบางส่วนออกจากห้องทำงานเพื่อเตรียมการไว้ก่อน
ทั้งนี้ มีรายงานอีกว่า นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ก็เตรียมลาออกจากตำแหน่งไปเป็น ส.ว.เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เองได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมดโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.เป็นต้นไป โดยเฉพาะการไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการถ้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2562 ที่วนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค. โดยมีกระแสข่าวว่า พล.อ.สุรศักดิ์จะลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปรับตำแหน่ง ส.ว. โดยมีผลในวันที่ 8 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังพบว่าอดีตนายทหารและตำรวจที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ทำหนังสือถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อแจ้งการลาออก เช่น พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง อดีต ผบ.ทอ. ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย สนช. ลาออกจากตำแหน่งกรรมการอิสระ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน), พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม สมาชิก สนช. และ พล.อ.สสิน ทองภักดี อดีตรอง ผบ.ทบ. สมาชิก สนช. ลาออกจากตำแหน่งกรรมการอิสระและกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม สมาชิก สนช. ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการอิสระของบริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35026</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิิมพ์, เลือกส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190503/image_big_5ccc43b28a0af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยากเลือกตั้งตามบี้กกต. ‘พท.’ผวาศาลทำส.ส.ยื้อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กลุ่มอยากเลือกตั้งร้อง กกต.ทำหน้าที่โปร่งใส จี้หยุดซ่อน-หยุดกั๊ก-หยุดโกง พท.หวั่นอ้างศาล รธน.วินิจฉัย 8 พ.ค. ยื้อรับรอง ส.ส. &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; เปิดตัว &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ร่วมทีม รีเทิร์นนั่งเลขาฯ ปชป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และนายปิยรัฐ จงเทพ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยมวลชนกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินทางมาขอเข้าพบประธาน กกต. แต่ประธาน กกต.ติดภารกิจ จึงยื่นข้อเสนอผ่านสื่อมวลชน โดย น.ส.ณัฏฐาเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่ขั้นต่ำ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ขอให้เปิดเผยผลคะแนนเลือกตั้งเป็นรายหน่วยทั่วประเทศ อย่างที่เขต 1 นครปฐม ก็มีข้อบกพร่องนับไม่ตรงกัน จะซ่อนทำไม 2.กรณีที่ประธาน กกต.ออกมายืนยันมีวิธีการคำนวณตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่ยังไม่เปิดเผยต่อประชาชน จะขอเปิดให้รู้พร้อมกันในวันที่ประกาศผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งน่าแปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ยังไปขอให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิจฉัยวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่เข้าใจว่ารู้แล้วจะกั๊กทำไม และ 3.ขอให้ กกต.หยุดพฤติกรรมเลือกปฏิบัติ โดยใช้องค์กรอิสระเป็นปัจจัยในการสืบทอดอำนาจ ซึ่ง กกต.อาจจะเป็นคนที่สับขั้วจัดตั้งรัฐบาลเสียเอง จะเห็นได้ว่าคำร้องฝ่ายไหนรวดเร็วติดจรวด ฝ่ายไหนไม่ได้รับการตอบสนอง บางพรรคการเมืองถูกยุบไปแล้ว บางพรรคยังไม่ได้วินิจฉัย จึงขอเรียกร้องให้ กกต.หยุดซ่อน หยุดกั๊ก หยุดโกง อย่าทำให้ความอดทนของประชาชนสิ้นสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่น่ากังวลคือ กกต.จะสามารถรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทันตามกำหนดเวลาที่ประกาศไว้คือวันที่ 8 พ.ค.หรือไม่ เนื่องจากต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 8 พ.ค. เวลา 09.30 น. ซึ่งจะสามารถเสร็จในวันเดียวกันหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญออกคำวินิจฉัยล่าช้าจนเป็นเหตุให้การรับรอง ส.ส.ล่าช้ากว่าวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งเป็นเส้นตายตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้งต้องแล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่ที่กฎหมายลูก 4 ฉบับมีผลใช้บังคับ จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ และจะเป็นเกมยื้อเวลาแบบที่ กกต.มีข้ออ้างไม่ต้องถูกดำเนินการเอาผิดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์ถึงปัญหา พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยใช้ชื่อหัวข้อว่า &amp;quot;5 ปมกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. เรื่องที่รอการแก้ไข&amp;quot; ว่า มีอย่างน้อย 5 ประเด็นที่ต้องแก้ไข ดังนี้ 1.ปัญหาการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้ในมาตรา 128 ที่คณะกรรมกาารร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และ กกต.ใช้สูตรคำนวณให้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวนส.ส.พึงมีได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย ซึ่งน่าจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 91 2.ปัญหาเรื่องลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.กรณีถือครองหุ้นสื่อ อาจทำให้ว่าที่ ส.ส.เกินครึ่งของจำนวนทั้งหมดเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.ได้ 3. ปัญหาความบกพร่องของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. กรณีพบผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติก่อนประกาศผลเลือกตั้ง ซึ่งไม่มีการบัญญัติกรณีนี้ไว้โดยเฉพาะ 4.พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 53 ทำให้ กกต.มีอำนาจมากกว่าปกติ ในการชี้ขาดเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.เขต และ 5.ระบบการเมืองแบบจัดสรรปันส่วนผสม จนทำให้ผลคะแนนผกผันได้ตลอดเวลาหากต้องมีการเลือกตั้งใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล, นายขยัน วิพรหมชัย, นายพรชัย จิตรนวเสถียร, น.ส.วรณัน อ้นท้วม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ และคณะ เดินทางไป จ.เชียงใหม่ โดยร่วมเดินทางไปร่วมสรงน้ำพระที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขต 8 ที่ กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 26 พ.ค.นี้ โดยนายจุรินทร์ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่วางใจทุกคะแนนเสียงที่พรรคได้รับจากชาวเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายจุรินทร์ยังได้เปิดเผยถึงบุคคลที่จะมาทำหน้าที่เลขาธิการพรรคในทีมของตนเองหากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคในวันที่ 15 พ.ค.ว่า ได้ทาบทามนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค และอดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนายเฉลิมชัยรับปากแล้วว่าจะมาร่วมทีม ซึ่งถือเป็นบุคลากรคนหนึ่งของพรรคที่มีศักยภาพ มีประสบการณ์ มีความพร้อม และเป็นที่ยอมรับจากสมาชิกพรรคอย่างกว้างขวางและมั่นใจว่าสามารถทำงานร่วมกับสมาชิกพรรคได้ดีในทุกภาค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35025</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กลุ่มอยากเลือกตั้ง, หนังสือพิิมพ์, เปิดเผยผลคะแนนเลือกตั้เป็นรายหน่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190503/image_big_5ccc43c720b3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีขู่จัดหนักพ่อฟ้า ‘7พ.ค.’ถึงขั้นช็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปมถือหุ้นสื่อลามไม่หยุด ยื่น กกต.ไม่ให้รับรองว่าที่ ส.ส.อนาคตใหม่พร้อมยุบพรรค &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; แย้ม &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; มีหุ้นสื่อโผล่อีก ขู่หลัง 7 พ.ค.ช็อกแน่ ซัดฝ่าย ปชต.อย่ากลัวการตรวจสอบ ว่าที่ &amp;nbsp;250 ส.ว.ผวาซ้ำร้อยว่าที่ ส.ส. ส่อกระทบโหวตนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 3 พฤษภาคม ยังมีการเข้าร้องปมการถือหุ้นสื่ออย่างต่อเนื่อง โดยนายสุรวัชร สังขฤกษ์ กลุ่มการเมืองภาคประชาชน เดินทางมายื่นเรื่องขอให้ระงับการรับรองผลการเลือกตั้งของว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) อ้างว่าเข้าข่ายเป็นโมฆะ จากเหตุที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค.อยู่ระหว่างไต่สวนสืบสวนกรณีถือครองหุ้น พร้อมขอให้ กกต.พิจารณาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค อนค. และให้ส่งศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และดำเนินคดีอาญากับหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 5 กรณีคำร้องตรวจสอบการถือหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดของนายธนาธร &amp;nbsp;โดยกล่าวว่าหลังฟังการชี้แจงของนายธนาธรผ่านสื่อแล้ว ยังมีข้อสงสัยเรื่องการนำเช็คธนาคารเข้าบัญชี จึงมาเสนอให้ กกต.ตรวจสอบเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง ว่าเป็นการหลีกเลี่ยงนิติกรรมการโอนหุ้นหรือไม่ &amp;nbsp;หากหลักฐานที่นำเสนอไม่มีน้ำหนักเพียงพอก็ยกคำร้องได้ แต่ที่มายื่นเพิ่มเติมเพื่อต้องการให้เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ ส่วนกรณี กกต.จะประกาศรับรองผลนายธนาธรไปก่อนก็เป็นสิทธิ์ของ กกต. หากตรวจสอบพบการกระทำผิดภายหลังก็สามารถร้องศาลรัฐธรรมนูญได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายคารม พลพรกลาง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนค.และพวก แจ้งความในข้อหายื่นคำร้องเท็จที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายศรีสุวรรณกล่าวว่าเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ และจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน หากอัยการมีความเห็นว่าสั่งไม่ฟ้องก็จะฟ้องกลับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 และมาตรา 174 เอาผิดผู้ไปแจ้งความ ซึ่งไม่สะทกสะท้านพร้อมต่อสู้ตามกฎหมาย คนที่เป็นนักการเมืองต้องพร้อมได้รับการตรวจสอบ โดยเฉพาะคนที่อ้างว่าเป็นฝั่งประชาธิปไตย ถ้ากลัวการตรวจสอบจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะทำหน้าที่โปร่งใส และสามารถทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนตามที่เขาโฆษณาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้ได้ตรวจพบหลักฐานการกระทำความผิดในเรื่องการถือหุ้นสื่อของนายธนาธรเพิ่มเติมนอกจากกรณีหุ้นบริษัท วี-ลัคฯ ซึ่งมั่นใจว่าจะเอาผิดนายธนาธรได้ 100% โดยอยู่ในขั้นการหาหลักฐาน และตรวจสอบหลังวันที่ 7 พ.ค.นี้ จะมีอะไรมันๆ ดีๆ เกี่ยวกับนายธนาธรอีก ประเภทช็อกไปเลย บอกแล้วว่าอย่ามาทะเลาะกับศรีสุวรรณ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายคารมหลังจากไปแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้องเพื่อดำเนินคดีนายศรีสุวรรณกรณียื่นสอบผู้สมัคร ส.ส.และว่าที่ ส.ส.พรรค อนค. 11 คนว่าถือหุ้นสื่อ ก็ได้นำเอกสารแจ้งความเข้ายื่นคัดค้านคำร้องของนายศรีสุวรรณต่อ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 2 จ.ราชบุรี เนื่องจากเป็นกรรมการบริษัทและถือหุ้นในบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์ในลักษณะถือหุ้นสื่อ และขอให้ระงับการประกาศผลการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ผู้ได้รับการติดต่อจาก คสช.ให้ไปกรอกประวัติรอบสุดท้ายที่กองทัพบกภายในวันที่ 4 พ.ค.นี้ เพื่อจะทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ส.ว.จำนวน 250 คนนั้น หลายคนกำลังหวาดผวาไม่สบายใจเพราะเกรงจะขาดคุณสมบัติ โดยเฉพาะปัญหาการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.และสมัคร ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ได้รับการติดต่อจาก คสช.ให้มากรอกเอกสารครั้งสุดท้าย โดยผู้ที่ลงสมัครระดับอำเภอเพื่อเลือกกันเองมาตามลำดับกระทั่งถึงระดับประเทศจะถูกคัดไว้ 50 คน และจะต้องไม่เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นสื่อก่อนวันสมัครระหว่าง 26-30 พ.ย.61 ส่วนประเภทที่คณะกรรมการสรรหาที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานคัดเลือกไว้ 400 คน และจะถูกคัดไว้ 194 คน น่าจะถือเอาวันที่ผู้ได้รับการติดต่อจาก คสช.แจ้งความประสงค์ว่าพร้อมจะเป็น ส.ว.ซึ่งต้องยื่นเอกสารให้ คสช.ไม่เกินวันที่ 11 เม.ย. หากใครยังเป็นเจ้าของและถือหุ้นสื่อก็เท่ากับขาดคุณสมบัติเหมือน ส.ส.ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระบวนการคัดสรรคนจะเป็น ส.ว.ทั้ง 2 ประเภทโดย คสช.กระทำแบบปิดลับมาโดยตลอด ไม่มีการตรวจสอบรายละเอียดว่าใครขาดคุณสมบัติและไม่มีหลักเกณฑ์ใดแจ้งต่อสาธารณชน จึงเชื่อว่าจะเกิดปัญหาวุ่นวายตามมาและกระทบต่อความชอบธรรมในการโหวตเลือกนายกฯ แน่&amp;rdquo; รายงานระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35024</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ถือหุ้นสื่อ, ปชต.อย่ากลัวการตรวจสอบ, หนังสือพิิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190503/image_big_5ccc43a44ad49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภัยโทษ5หมื่นราย! โอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก/พธม.-ไผ่ได้เฮ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พระราชทานอภัยโทษผู้ต้องขัง 5 หมื่นราย เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คาด 5 แกนนำพันธมิตรฯ-ไผ่ ดาวดิน ได้รับการปล่อยตัว ส่วน &amp;quot;สนธิ&amp;quot; ไม่อยู่ในข่าย อธิบดีราชทัณฑ์เผยต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน คดีค้ามนุษย์ ยาเสพติด อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ โกง นอนคุกต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่า ในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นับเป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษทุกเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศ ได้นำไปประกาศให้ผู้ต้องขังได้รับทราบ โดยอาจจะมีผู้ต้องขังที่ได้รับการลดโทษตามสัดส่วนและปล่อยตัวออกจากเรือนจำ โดยกรมจะเร่งประเมินคุณสมบัติและเงื่อนไขต่างๆ เพื่อแยกให้ชัดว่านักโทษที่จะได้รับการปล่อยตัวมีจำนวนเท่าไหร่ และได้ลดโทษตามชั้นต่างๆ เป็นจำนวนเท่าใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ระบุว่า จะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน หรือ 120 วัน ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบจะดำเนินการอย่างอย่างรัดกุม มีกรรมการ 3 ฝ่ายประกอบด้วย ผู้พิพากษา อัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบรายชื่อว่ามีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ได้รับการอภัยโทษหรือไม่ เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จจึงจะส่งรายชื่อให้ศาลออกหมายปล่อย และต้องทยอยปล่อยเป็นรุ่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการพระราชทานอภัยโทษให้ผู้ต้องขังถือเป็นโบราณราชประเพณีในวโรกาสเฉลิมฉลองพิธีบรมราชาภิเษก และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยกรมราชทัณฑ์จะจัดพิธีปล่อยตัวพร้อมกับจัดกิจกรรมให้ผู้ที่ได้รับพระทานอภัยโทษแสดงความจงรักภักดีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวว่า ในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้มีบัญชีลักษณะความผิดแนบท้ายที่เป็นคดีหลักและนโยบายสำคัญ ซึ่งผู้ต้องขังเช่นคดีค้ามนุษย์และค้ายาเสพติด คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ การฮั้วประมูล ก็จะได้ประโยชน์น้อยกว่าผู้ต้องขังคดีอื่น เช่น หากเป็นผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปีเหลือโทษไม่เกิน 3 ปี แต่ถ้าติดเงื่อนไขในคดีแนบท้ายก็จะไม่ได้รับการปล่อยตัว แต่จะเปลี่ยนเป็นลดวันต้องโทษตามสัดส่วนบางส่วน เว้นแต่เมื่อลดโทษแล้วไม่เหลือเวลาต้องโทษก็ต้องปล่อยตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวเปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ต้องขังที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษประมาณ 4-5 หมื่นคน สำหรับคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกทำเนียบรัฐบาล ปี 2551 อยู่ในข่ายได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำด้วย เนื่องจากคดีนี้ศาลได้พิพากษาจำคุกผู้ต้องขังทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 83 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 72 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 68 ปี, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 72 ปี และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปี เป็นเวลา 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกเว้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งแม้จะมีอายุเกิน 70 ปี แต่เนื่องจากต้องโทษหลายคดี และมีคดีที่เข้าเงื่อนไขบัญชีแนบท้ายคดีเกี่ยวกับความผิดตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่อยู่ในข่ายได้รับการปล่อยตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ไม่อยู่ในข่ายได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากต้องโทษจำคุก และยังติดเงื่อนไขต้องโทษในคดีทุจริตปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ขณะที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อายุยังไม่ถึง 60 ปี และต้องโทษหลายคดี อาจได้ลดวันต้องโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพริ้ม บุญภัทรรักษา มารดาของนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน เผยว่า ได้ทราบข่าวว่าบุตรชายได้รับพระราชทานอภัยโทษ สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก ถ้าตามกำหนดนั้น ไผ่จะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 19 มิถุนายนที่จะถึงนี้ แต่ในทางกฎหมายนั้น เมื่อได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้ว การดำเนินการปล่อยตัวต้องดำเนินการภายใน 120 วัน โดยผู้ว่าราชการจังหวัด, อัยการ, ผู้พิพากษา ต้องลงลายมือชื่อรับรอง จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของศาลออกใบปล่อยตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในส่วนกรณีของไผ่นั้น หากนับวันที่จะพ้นโทษจริงๆ คือวันที่ 19 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ หรืออีกประมาณ 47 วัน ก็จะครบแล้ว ซึ่งเชื่อว่าขั้นตอนทุกอย่างของทางราชการน่าจะเรียบร้อยและได้ออกมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวเร็วกว่ากำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพริ้มกล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าครอบครัวจะเดินทางไปเยี่ยมไผ่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น สถานที่ที่ไผ่ถูกคุมขังอยู่ โดยที่ก่อนหน้านี้ไผ่ถูกศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาจำคุกจากคดีความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน ครอบครัวจึงได้ทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษให้กับไผ่ไปเมื่อเดือน ก.ย.2560 โดยดำเนินการผ่านเรือนจำฯ จนกระทั่งในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ &amp;nbsp;บดินทรเทพยวรางกูร พระองค์มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 ส่งผลให้ไผ่เป็นหนึ่งในนักโทษที่ได้รับการลดโทษและปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อไผ่ออกจากคุกแล้ว ครอบครัวจะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญรับขวัญไผ่ และเพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิตของไผ่และครอบครัวในคราวเดียวกันด้วย ส่วนพิธีดังกล่าวจะจัดที่ขอนแก่น หรือที่บ้านที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิหรือไม่นั้น ครอบครัวขอหารือกันหลังจากรับตัวไผ่กลับบ้านแล้ว&amp;quot; นางพริ้มกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35023</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชทานอภัยโทษผู้ต้องขัง 5 หมื่นราย, หนังสือพิิมพ์, โอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190503/image_big_5ccc43920baca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2019 00:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บรมราชาภิเษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลขาธิการพระราชวังเชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกร มายังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พร้อมเสด็จฯ ทรงนมัสการพระแก้วมรกต ถวายบังคมพระบรมอัฐิ-พระอัฐิที่หอพระธาตุมณเฑียร มหามงคลพระสังฆราชทรงจุดเทียนชัยประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พสกนิกรใส่เสื้อเหลืองเฝ้าฯ รับเสด็จ เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.54 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้เชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ออกจากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปตั้งแต่ง ณ พระแท่นมณฑล ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ เจ้าพนักงานเตรียมการตั้งแต่งที่หมู่พระมหามณเฑียร มีพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย กับตั้งแต่งสถานที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และที่โรงพิธีพราหมณ์ ณ ศาลาสหทัยไว้พร้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์เชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล &amp;nbsp;จากธรรมาสน์ศิลาไปยังเกยประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเชิญประดิษฐานบนพระราชยานกง สำหรับพระราชยานกงทำด้วยไม้แกะสลักปิดทอง ประดับผ้าที่ฐาน มีกงสำหรับวางแขนและพนักพิง เป็นพระราชยานแบบประทับห้อยพระบาท มีคานหามสองคานกับแอกและลูกไม้สำหรับหาม ใช้คนหาม 8 คน ใช้สำหรับทรงในเวลาปกติ และการเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนราบในครั้งนี้ ใช้สำหรับประดิษฐาน พระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.05 น. เคลื่อนพระราชยานกงเข้าสู่ริ้วขบวนเชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกร ที่ตั้งริ้วรอยาตราขบวน โดยมีการจัดกำลังแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนนำริ้ว และส่วนพระราชยาน มีการแต่งกายตามโบราณราชประเพณี มีเครื่องสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งประกอบพระบรมราชอิสริยยศที่ใช้ในพระราชพิธีต่างๆ ในราชสำนัก เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นรามาธิบดี แล้วยาตราไปตามถนนหน้าศาลาสหทัยสมาคม เลี้ยวตามถนนจักรีจรัญเข้าประตูพิมานไชยศรี ไปตามถนนอมรวิถี จากนั้นพระราชยานกงเทียบเกยหน้าประตูทวารเทเวศรรักษา รวมระยะทาง 220 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.15 น. พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์เชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรลงจากพระราชยานกง เข้าทางพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย แล้วขึ้นไปประดิษฐาน ณ พระแท่นมณฑล ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ตั้งอยู่ริมผนังด้านตะวันออกเป็นที่ประดิษฐานเครื่องบรมราชาภิเษกหมวดต่างๆ ได้แก่ หมวดสิ่งสักการะพระพุทธรูปสำคัญ, หมวดพระเจ้า, หมวดพระราชสิริ,หมวดเครื่องพระมุรธาภิเษก, หมวดเครื่องต้น, หมวดเครื่องพิชัยสงคราม, หมวดพระแสง, หมวดเครื่องสูง และหมวดเครื่องราชูปโภค ที่ตั้งแต่งอยู่ในพระแท่นมณฑล เตรียมการเพื่อการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกวันที่ 4 พ.ค. ฤกษ์เวลา 10.09-12.00 น. ภายในพระบรมมหาราชวัง สำหรับพระสุพรรณบัฏ &amp;nbsp;ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ถือเป็นหมวดพระราชสิริ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 16.12 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หน้าประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จฯ ไปยังพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนพระมหามงคล 1 คู่ ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา, เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย จากนั้นทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ เสด็จออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.36 น. รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่พระทวารเทเวศรรักษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี เสด็จฯ เข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ &amp;nbsp;อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ประทับรอ โดยมีคุณพลอย ไพลิน เจนเซน, คุณเดวิด วีลเลอร์ และคุณสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าฯ รับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 45 รูป ที่จะเจริญพระพุทธมนต์ขึ้นนั่งบนอาสน์สงฆ์ในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว ทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้า ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ด้านทิศตะวันออก เทียนมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ด้านทิศตะวันตก ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารรัชกาลที่ 1-9 ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางพระทวารเทวราชมเหศวร พ.ต.อ.ธรรมนิธิ วนิชย์ถนอม มหาดเล็กเชิญพระแสงดาบคาบค่ายตามเสด็จ เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร และดุริยางค์ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 30 รูป ที่จะเจริญพระพุทธมนต์ขึ้นนั่งบนอาสน์สงฆ์ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
ถวายบังคมพระบรมอัฐิฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเสด็จฯ ไปยังหอพระธาตุมณเฑียร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิรวม 22 พระโกศ ได้แก่ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก, พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1, สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี, พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย &amp;nbsp;รัชกาลที่ 2, สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี, พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3, สมเด็จพระศรีสุลาลัย, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4, สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี, &amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5, สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7, สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9, สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออกจากหอพระธาตุมณเฑียร เข้าพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงยืนประเคนพัดรองที่ระลึกฯ แด่รองสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะจนครบ 95 รูป จากนั้นเสด็จไปพระแท่นมณฑล ทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้า ทรงจุดเทียนมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ ข้างพระแท่นมณฑลด้านทิศเหนือ ทรงจุดเทียนมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ ข้างพระแท่นมณฑลด้านทิศใต้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงกราบ ทรงรับการถวายเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระอาสน์ ทรงศีล สมเด็จพระสังฆราช ถวายศีลจบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงจากพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พร้อมด้วยสมเด็จพระสังฆราช ทางพระทวารเทวราชมเหศวร ไปที่ตู้เทียนชัย ในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาพระฤกษ์ 16.19-18.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจิมเทียนชัย ทรงรับเทียนชนวนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า ทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน แล้วทรงถวายเทียนชนวนแด่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงรับเทียนชนวนแล้วบริกรรมคาถา แล้วทรงจุดเทียนชัยในตู้เทียนชัย แล้วถวายคืน &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเทียนชนวนแล้วพระราชทานคืนจากพนักงานพระราชพิธี สมเด็จพระสังฆราช ทรงเทียนชัย พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา จุดเทียนชัย ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร และดุริยางค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พร้อมด้วยสมเด็จพระสังฆราชทางพระทวารเทวราชมเหศวร สมเด็จพระสังฆราชกลับไปประทับอาสน์สงฆ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับพระราชอาสน์ที่เดิม ในการนี้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟจากโคมไฟฟ้า ซึ่งเจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุดให้ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเชิญไปจุดบูชาพระมหาเศวตฉัตร 10 แห่ง ได้แก่ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย, พระที่นั่งไพศาลทักษิณ, พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท, พระที่นั่งอนันตสมาคม, พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท, พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน 2 องค์, ปราสาทเทพบิดร, ห้อง ว.ป.ร.พระที่นั่งอัมพรสถาน, พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วเชิญไปจุดบูชาที่ปูชนียสถานสำคัญ 9 แห่ง ได้แก่ หุ่นพระบรมรูปรัชกาลที่ 1 (ห้องภูษามาลา), เทวสถานพระอิศวร โบสถ์พราหมณ์, เทวสถานพระนารายณ์ โบสถ์พราหมณ์, เทวสถานพระพิฆเนศวร โบสถ์พราหมณ์, เทวรูป ณ หอเชือก กรมศิลปากร, พระหลักเมือง ศาลหลักเมือง, พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬชัยศรี เจ้าหอกลอง เจ้าเจตคุปต์, เทวรูป ณ หอแก้วพระภูมิ ข้างกำแพงพระที่นั่งบรมพิมาน และเทวรูป ณ ตึกดิน อยู่ในโรงเรียนสตรีวิทยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าพนักงานศุภรัต อาราธนาพระปริตร พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ยืนบนอาสนะลาดผ้าขาวด้านซ้ายพระสยามเทวาธิราชท้ายอาสน์สงฆ์ด้านตะวันออก คล้องด้ายสายสิญจน์ซึ่งโยงมาจากยันต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อ่านประกาศพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจบ เฉพาะพระพักตร์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระสงฆ์ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ 30 รูป และในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย 45 รูป เจริญพระพุทธมนต์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อถึงบทเสกน้ำพระพุทธมนต์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนที่ฝากรอบพระกริ่ง จากนั้นเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญครอบพระกริ่งไปตั้งที่หน้าสมเด็จพระสังฆราช เสด็จฯ ไปทรงประเคนครอบพระกริ่งแด่สมเด็จพระสังฆราช ประทับพระราชอาสน์ที่เดิม เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายน้ำเทพมนตร์ที่พระหัตถ์ด้วยพระมหาสังข์พิธีพราหมณ์ ถวายใบมะตูมทรงทัด ขณะนี้พราหมณ์เป่าสังข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณทูลเกล้าฯ ถวายใบสมิต ใบมะม่วง 25 ใบ 1 ช่อ เป็นใบไม้ป้องกันภยันตราย ทรงรับแล้วทรงปัดพระองค์แล้วพระราชทานคืน พราหมณ์เป่าสังข์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณทูลเกล้าฯ ถวายใบสมิต ใบทอง 32 ใบ 1 ช่อ เป็นใบไม้ป้องกันอุปัทวันตราย ทรงรับแล้วทรงปัดพระองค์แล้วพระราชทานคืน พราหมณ์เป่าสังข์ พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ถวายใบสมิต ใบตะขบ 96 ใบ 1 ช่อ เป็นใบไม้ป้องกันโรคันตราย ทรงรับแล้วทรงปัดพระองค์แล้วพระราชทานคืน พราหมณ์เป่าสังข์ เสด็จฯ ไปทรงประเคนผ้าไตรและย่ามที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแด่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงยืนประเคนผ้าไตรและย่ามที่ระลึกฯ แด่รองสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ จนครบ 95 รูป ซึ่งเดินเข้ามารับจนหมด เสด็จฯ ไปประทับพระราชอาสน์ที่เดิม พระสงฆ์ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเงิน เทียนทองบูชาสยามเทวาธิราช ทรงกราบ เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะเทวดารักษาพระมหาเศวตฉัตร และทรงจุดเทียนที่บัตรเทวดานพเคราะห์ ทรงคม เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งภัทรบิฐ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะเทวดารักษาพระมหาเศวตฉัตร ทรงคม เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งภัทรบิฐไปยังพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เข้าพระทวารท้องพระโรงหน้า ด้านตะวันตก ผู้ที่จะถวายน้ำอภิเษกในวันรุ่งขึ้น และโหรหลวงประจำทิศ เข้าประจำที่รอบพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ระหว่างนั้นผู้ที่จะถวายน้ำอภิเษกจุดเทียนบูชาพระแท่นอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ โหรหลวงจุดเทียนปักที่ขันสาครแล้วมานั่งสวดบูชาเทวดานพเคราะห์ประจำทิศ กับผู้ที่จะถวายน้ำอภิเษก เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป ขึ้นนั่งบนพระแท่นราชบรรจถรณ์ ในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เข้าห้องบรรทมในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่บนพระแท่นราชบรรจถรณ์ ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ณ ห้องกลาง ทรงสวมพระมหามงคล ทอดถวายไว้บนโต๊ะ พระสงฆ์ 5 รูปซึ่งนั่งบนแท่นราชบรรจถรณ์เจริญพระพุทธมนต์ เฉลิมพระราชมณเฑียรจบ ทรงเปลื้องพระมหามงคลแล้ว พระสงฆ์ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ บนพระแท่นราชบรรจถรณ์ เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าพระแท่นมณฑล และที่หน้าพระสยามเทวาธิราช เสด็จลงจากพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทางพระทวารเทวราชมเหศวร ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เสด็จฯ ไปทรงกราบพระพุทธรูปที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนเงิน เทียนทอง เครื่องบูชากระบะมุก ณ พระแท่นสวดภาณวาร พระสงฆ์นั่งปรกและสวดภาณวารตลอด &amp;nbsp;เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทางพระทวารเทเวศรรักษา ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต&amp;nbsp;
ปชช.พร้อมใจใส่เสื้อเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม บริเวณข้างพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีพสกนิกรที่พร้อมใจกันสวมเสื้อเหลืองมาเฝ้าฯ รอรับเสด็จในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &amp;nbsp;บางคนถือพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกับเปล่งเสียงทรงพระเจริญกันอย่างกึกก้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในวันที่ 4 พ.ค. เวลา 11.00 น. กองทัพเรือจะเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ออกจากอู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือ ธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ไปจอดเทียบท่าราชวรดิฐ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ระหว่างเพื่อเป็นการถวายเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศตามโบราณราชประเพณี และจอดเทียบท่าจนถึงวันที่ 6 พ.ค.2562 โดยกองทัพเรืออำนวยความสะดวกประชาชนในการชมและถ่ายภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ณ บริเวณสนามหญ้าข้างพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยในแต่ละวัน ดังนี้ วันที่ 4 พ.ค. เวลา 12.00-20.00 น. ระหว่างพระราชพิธีออกมหาสมาคม เวลา 14.00 น. ประชาชนสามารถอยู่ในสนามหญ้าข้างพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยด้วยอาการสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 5 พ.ค. ระหว่างเวลา 12.00-19.30 น. โดยตั้งแต่เวลา 19.30 น. กองทัพเรือจะเชิญประชาชนไปรอเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จฯ เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารคในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ โดยริ้วขบวนจะผ่านท่าราชวรดิฐเวลาประมาณ 21.00 น. และวันที่ 6 พ.ค. เวลา 12.00-20.00 น. ระหว่างพระราชพิธีเสด็จออก ณ สีหบัญชร เวลา 16.30 น. ประชาชนสามารถอยู่ในสนามหญ้าข้างพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เพื่อชมและถ่ายภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยสามารถเข้าชมได้ครั้งละ 250 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.62 นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และร่วมกิจกรรมที่แต่ละจังหวัดจัดขึ้น โดยทุกคนจะร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ของแผ่นดินไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯ ย้ำว่าขณะนี้การเตรียมการพระราชพิธีทุกอย่างพร้อมแล้ว และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนจำนวนมากที่จะเดินทางไปร่วมเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การจราจร การแพทย์ อาหาร น้ำดื่ม และห้องสุขา ให้ดีที่สุดและเพียงพอต่อความต้องการ ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางก็สามารถรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีสำคัญนี้ได้ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ปลาบปลื้มใจที่เห็นทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และจิตอาสา พร้อมใจกันจัดโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยทุกหมู่เหล่ารู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ ในนามของรัฐบาลและพสกนิกรชาวไทย ขอถวายพระพรแด่องค์พระประมุขของชาติให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญของแผ่นดินไทยสืบไป&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในเวลา 18.00 น. สถานีโทรทัศน์ทุกสถานี ได้เผยแพร่วีดิทัศน์ประกอบเพลงชาติรูปแบบใหม่ มีความยาว 1 นาที 16 วินาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่เผยแพร่วีดิทัศน์ประกอบเพลงชาติรูปแบบใหม่ผ่านสถานีโทรทัศน์ทุกสถานีในเวลา 18.00 น. โดยวีดิทัศน์ดังกล่าวจะมีเนื้อหาของภาพที่แสดงถึงพลังและความรู้สึกรักชาติแบบสมัยใหม่ของชายหญิง ต่างจากอันเดิมที่มีภาพการสู้รบ และยังเพิ่มภาพพลเรือน เกษตรกร ชาวประมง ผู้นำศาสนา เพื่อให้เห็นความรักชาติในทุกมิติ รวมถึงความมีวินัยของเด็กนักเรียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการเปลี่ยนรูปภาพประกอบวีดิทัศน์และปรับทำนองเพลงให้มีพลังและรู้สึกถึงความรักชาติ ไม่ให้แข็งเหมือนทำนองเดิม แต่ไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาเพลงชาติ สำหรับหน่วยงานเอกชนและภาครัฐที่จะต้องใช้เพลงชาติ สามารถนำวีดิทัศน์ไปใช้ได้เลย&amp;quot; นางพัชราภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในส่วนเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีการเปลี่ยนรูปจากพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี ซึ่งจะมีการทำขึ้นใหม่ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35022</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพระเจริญ, บรมราชาภิเษก, หนังสือพิิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190503/image_big_5ccc6dbb6e36b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมาบ้ายังระบาดไปทั่ว ที่ชุมพรตายหมดทั้งวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมาบ้ายังระบาดหนัก อธิบดีกรมควบคุมโรคเตือนผู้ปกครอง ช่วงปิดเทอมเด็กคลุกคลีกับสัตว์มีโอกาสถูกกัดได้ง่าย วัดที่ชุมพร 4 วันสุนัขตาย 40 ตัว &amp;nbsp;เจ้าอาวาสเผยไม่มีหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยมาฉีดยา แจ้งแล้วแต่ไม่มีใครมาดูแล ทำใจหมาตายหมดวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-22 มีนาคม 2561 ได้รับรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย จาก 6 จังหวัด คือ สุรินทร์ สงขลา ตรัง นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ และบุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจตัวอย่างสัตว์พบเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า (ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์) วันที่ 1 มกราคม-21 มีนาคม 2561 พบตัวอย่างผลบวกในพื้นที่ 37 จังหวัด จำนวน 444 ตัวอย่าง จากตัวอย่างที่ส่งตรวจทั้งหมด 3,261 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 13.26 ชนิดสัตว์ที่ตรวจพบคือ สุนัข ร้อยละ 91.67, โค ร้อยละ 5.86 และแมว ร้อยละ 2.48 ส่วนผลบวกเฉพาะตัวอย่างสุนัข-แมว พบว่าไม่มีเจ้าของและไม่ทราบประวัติร้อยละ 41.14 และพบว่าไม่ได้ฉีดวัคซีนและไม่ทราบประวัติวัคซีนถึงร้อยละ 87.79
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคเผยว่า การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ เนื่องจากในช่วงนี้พบการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์หลายพื้นที่ ประกอบกับเป็นช่วงปิดเทอม เด็กที่เล่นกับสัตว์จึงมีโอกาสถูกกัดได้ง่าย กรมควบคุมโรคขอแนะนำว่า หากถูกสุนัข แมว กัดหรือข่วน ให้รีบปฏิบัติ ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.รีบล้างแผลให้เร็วที่สุดด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดการติดเชื้อ เพราะจะทำให้เชื้อโรคต่างๆ ที่บริเวณนั้นหลุดออกจากแผลไปตามน้ำ จากนั้นเช็ดแผลให้แห้งและใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน หรือทิงเจอร์ไอโอดีน หรือยาฆ่าเชื้ออื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ต้องจดจำลักษณะและสังเกตอาการสัตว์ที่กัด หากเป็นสัตว์ที่มีเจ้าของ ควรขอประวัติการฉีดยาของสุนัข หากเป็นสุนัขไม่มีเจ้าของหรือไม่ทราบที่มาของสัตว์ ควรแยกสัตว์ไว้สังเกตอาการ 10 วัน หรือแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 3.ไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ขอให้ทุกคนช่วยกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ผู้เลี้ยงสุนัขหรือแมวควรนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ครั้งแรกเมื่อมีอายุ 2-4 เดือน และฉีดซ้ำตามกำหนดทุกปี นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรระมัดระวังเด็กในการเล่นกับสัตว์เลี้ยง ไม่ควรเล่นใกล้ชิดเกินไป ไม่แหย่หรือรบกวนสุนัข หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์ที่มีพฤติกรรม ทั้งนี้ หากประชาชนพบสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตาย หรือมีอาการอัมพาต ขาอ่อนแรง คลุ้มคลั่ง มีอาการดุร้าย โปรดแจ้งไปที่กรมปศุสัตว์ 0-2653-4412 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด อสม. หรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422&amp;rdquo; อธิบดี คร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดชุมพร ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีสุนัขที่อาศัยอยู่ภายในวัดท้องตมใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลด่านสวี อ.สวี &amp;nbsp; ทยอยตายกว่า 40 ตัว ภายใน 4 วัน หลังเกิดเหตุทางวัดได้เข้าแจ้งต่อหน่วยงานเกี่ยวข้องในอำเภอสวีแล้ว แต่ผ่านมาหลายวันก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เดินทางเข้ามาตรวจสอบแต่อย่างใด เกรงว่าสุนัขที่ตายจะติดเชื้อพิษสุนัขบ้าที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดดังกล่าวเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบพระครูนิวิฐศิลวัตร เจ้าคณะตำบลด่านสวี เจ้าอาวาสวัดท้องตมใหญ่ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสุนัขอาศัยอยู่ที่วัดประมาณ 60 ตัว หลังจากที่มีข่าวการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าปีนี้ยังไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกัน จึงได้ติดต่อผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาฉีดวัคซีนป้องกัน แต่ไม่มีหน่วยงานไหนติดต่อเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งเมื่อประมาณ 4 วันก่อน สุนัขที่วัดโดยเฉพาะลูกสุนัขวัย 1-2 ปี เริ่มมีอาการผิดปกติ คือเบื่ออาหาร กินน้อยลง จนมีอาการซูบผอมเดินโซเซเหมือนคนเมาและหมดแรง และทยอยตายวันละหลายตัว รวมทั้งหมดประมาณ 40 ตัว โดยจะไปนอนตายอยู่บริเวณใต้ถุนกุฏิพระ ห้องน้ำ หรือใต้ต้นไม้ในที่ร่มๆ บางวันนอนตายเกลื่อนบริเวณลานวัดเป็นที่น่าหดหู่ใจมาก หลังจากนั้นก็ให้ชาวบ้านและเด็กวัดช่วยกันนำไปเผา และบางส่วนก็นำไปฝังในป่าหลังวัด ส่วนตัวที่ยังไม่ตายและเริ่มมีอาการเหมือนเป็นไข้ จึงเอายาพาราเซตามอลและยาแก้อักเสบละลายน้ำกรอกปากให้กลืนลงท้องเพื่อรักษาเบื้องต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดท้องตมใหญ่กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์สุนัขภายในวัดเริ่มทยอยตายตั้งแต่วันแรก ก็เดินทางปรึกษาผู้นำชุมชนและนายก อบต.ด่านสวี ได้รับคำตอบว่าเดี๋ยวจะมีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบจนมาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเดินทางเข้ามาตรวจสอบเลย ซึ่งทางวัดและชาวบ้านได้แต่นำซากสุนัขไปฝังกลบและเผา อีกไม่นานสุนัขคงตายหมดวัดแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช นายแพทย์ไพศาล เกื้ออรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดแถลงกรณีติดตามควบคุมแก้ไขโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่นครศรีธรรมราช ในส่วนของคน ขณะที่ส่วนของสัตว์นั้น สำนักงานปศุสัตว์นครศรีธรรมราชได้เร่งทำการควบคุม โดยขณะนี้นครศรีธรรมราชอยู่ในโซนพื้นที่สีเหลือง การตรวจสอบขณะนี้พบสุนัขติดเชื้อ 9 ตัวจาก 6 อำเภอ คือ อ.ทุ่งสง 3 ตัว, อ.ชะอวด 2 ตัว, อ.เฉลิมพระเกียรติ, ทุ่งใหญ่, จุฬาภรณ์ และ อ.เชียรใหญ่ อำเภอละ 1 ตัว และมีแนวโน้มว่าการระบาดของการติดเชื้อในสัตว์เพิ่มขึ้น จึงได้มีมาตรการป้องกันและควบคุมโรคร่วมกับหลายหน่วยงาน รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสุนัขทั้ง 9 ตัวที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า มีคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากการสัมผัส 86 คน ที่สัมผัสน้ำลายหรือมีร่องรอยขีดข่วน ได้รับการรักษาภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งตรงนี้ผู้สัมผัสทุกคนได้รับการดูแลครบ 100% สิ่งที่ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนคือ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ขอให้นำไปฉีดวัคซีนโดยด่วน และขอให้ความร่วมมือแจ้งข้อมูลแก่กับเจ้าหน้าที่ทันที โดยในโรคนี้จะปรากฏไม่ใช่เฉพาะในสุนัขเท่านั้น แต่จะอยู่ในสัตว์กลุ่มเลี้ยงลูกด้วยนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีกรมปศุสัตว์ประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราว ในรัศมี 5 กิโลเมตร บริเวณซอยอ่อนนุช 36 เขตสวนหลวง หลังพบสุนัขติดเชื้อพิษสุนัขบ้ากัดประชาชนในพื้นที่ว่า กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับกรมปศุสัตว์ตรวจสอบและดูแลพื้นที่ดังกล่าวอย่างเข้มงวด ยืนยันว่ากรุงเทพมหานครมีวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเพียงพอในการให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งได้ดำเนินการใช้ไปแล้ว 130,000 โดส จากทั้งหมดประมาณ 3 แสนโดส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5712</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab64aed0908a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบเพิ่มสำนวนเสือดำอ่อน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำนวน &amp;quot;เปรมชัย&amp;quot; ล่าเสือดำยังอ่อน ไม่ครบถ้วนบางประเด็น อัยการสั่งสอบเพิ่ม &amp;quot;สมศรี&amp;quot; เผย อัยการจะพิจารณาสั่งคดีใดต้องพิจารณาสำนวนให้มีความละเอียดรอบคอบ เพราะต้องนำไปขึ้นศาล เอาสำนวนไปยื่นฟ้อง หากสำนวนไม่พร้อมหรือไม่เรียบร้อย จะปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพวกอีก 3 คน ตกเป็นผู้ต้องหาคดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดนดำเนินคดีทั้งหมดรวม 9 ข้อหา และพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนไปยังอัยการแล้วนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีว่า หลังพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมมาให้ ทางคณะทำงานอัยการได้พิจารณาตามคำสั่งให้สอบเพิ่มเติมในบางประเด็นเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่พบว่ายังไม่ครบถ้วน ขาดในบางประเด็นที่ได้สั่งดำเนินการไปแล้ว จึงประสานให้พนักงานสอบสวนไปสอบเพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเผยว่า ในที่ 26 มี.ค.นี้ จะนำสำนวนมาประชุมหารือกันอีกครั้งที่ จ.กาญจนบุรี ก่อนที่จะรายงานความคืบหน้ามาที่ตนให้ได้รับทราบต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่อัยการจะพิจารณาสั่งคดีใดนั้น ต้องพิจารณาสำนวนให้มีความละเอียดรอบคอบ เพราะต้องนำไปขึ้นศาล เอาสำนวนไปยื่นฟ้อง หากสำนวนไม่พร้อมหรือไม่เรียบร้อย จะปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้&amp;quot; นางสมศรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมด้วยนายชัยศิริ ชุมแสง ปลัดฝ่ายป้องกัน อ.ศรีสวัสดิ์ ทหารร้อย รส.อ.ศรีสวัสดิ์ และเจ้าหน้าที่ บก.ปทส.ภ.จว.กาญจนบุรี นำกำลังเข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง ในพื้นที่บ้านท่าสนุ่น หมู่ 4 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เป็นครั้งที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง เนื่องจากสำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง ตั้งอยู่พิกัดที่ 0514171 E 1607562 N บริเวณริมขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากท่าแพขนานยนต์บ้านแม่ละมุ่นราว 3 กม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันเข้าตรวจสอบรอบบริเวณพื้นที่ พบลูกศิษย์กำลังนั่งสนทนากับพระสมฤทธิ์ รัตนญาโณ (ธรรมกะ บุญญพลัง) เจ้าอาวาสวัด โดยพื้นที่โดยรอบพบกรงเลี้ยงนกและสัตว์ป่าต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งกิ้งก่า อีกัวนา นกยูง ไก่ป่า นกอีมู นกกระจอกเทศ นกแก้วมาคอว์ นกกระตั้ว รวมทั้งบ่อเลี้ยงตะพาบน้ำและเต่าขนาดใหญ่หลายตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐิติจึงเข้าชี้แจงรายละเอียดให้พระสมฤทธิ์ รัตนญาโณ ทราบว่ากรมอุทยานฯ ได้มีหนังสือเพิกถอนที่พักสงฆ์แห่งนี้ออกจากโครงการพุทธอุทยานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ระยะที่ 2 เนื่องจากพบว่าได้กระทำผิดเงื่อนไขและข้อตกลง มีการก่อสร้างฐานองค์พระขนาดใหญ่ มีไม้แปรรูปและสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง เจ้าหน้าที่จึงเข้ามาดำเนินการ ตรวจยึดคืนพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบมีสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด 7 รายการ ประกอบด้วย กุฏิ 1 หลัง, ศาลา 1 หลัง, ลานธรรม 1 หลัง, ถังเก็บน้ำ 1 หลัง, ห้องน้ำ 1 หลัง, ฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่กว้าง 36 เมตรสูงกว่า 50 เมตร และบันไดทางลงริมอ่างน้ำซึ่งมีการสร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่งไว้ จึงทำการตรวจยึดพื้นที่จำนวน 20 ไร่ 2 งาน รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5711</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab64edae9637.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
