<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดคืนหนี้กยศ. ทะลุ3หมื่นล้าน! ไลบี้อีก2แสนคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กยศ.&amp;rdquo; เตรียมร่อนหนังสือฟ้องลูกหนี้อีก 2 แสนราย หลังพบเบี้ยวหนี้นานกว่า 4 ปี อ้างเศรษฐกิจชะลอกระทบหนัก ฟุ้งยอดชำระปีนี้พุ่งแรงทะลุ 3 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จ่อถกกฤษฎีกาหาช่องช่วยลูกหนี้ถูกฟ้องศาลคดีใกล้หมดอายุความ สั่งพักชำระหนี้-ดอกเบี้ยลูกหนี้อ่วมพิษน้ำท่วมเหนือ-อีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวถึงการดำเนินคดีกับลูกหนี้ กยศ.ว่า ปีนี้ กยศ.เตรียมฟ้องดำเนินคดีกับลูกหนี้เพิ่มเติมอีกกว่า 1.5-2 แสนราย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระกับ กยศ.มากกว่า 4 ปี โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงบางรายก็มีเจตนาไม่ชำระหนี้ แต่ก็ถือว่าอัตราการฟ้องร้องในปีนี้อยู่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว และแม้จะอยู่ในกระบวนการฟ้องดำเนินคดี แต่ กยศ.ก็พร้อมเปิดให้ลูกหนี้เข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ได้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยณรงค์กล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ทำให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้บ้าง เพราะลูกหนี้บางรายเคยมีงานทำบางคนก็ตกงาน ซึ่งเมื่อโทร.ไปสอบถามก็ได้รับแจ้งและขอชำระแค่บางส่วน เช่น เดิมมีภาระต้องชำระปีละ 3,000 บาท ก็ขอลดชำระหนี้แค่ 1,000 บาท อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในการชำระหนี้ปีนี้ยังทำได้ดี โดยยอด 11 เดือน มีการชำระหนี้เข้ามาแล้ว 29,700 ล้านบาท และเมื่อครบทั้งปีน่าจะทะลุ 30,000 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์&amp;rdquo; นายชัยณรงค์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุที่มีการชำระหนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมีการใช้มาตรการหักหนี้ผ่านบัญชีเงินเดือนลูกหนี้ได้แล้ว 4 แสนราย คิดเป็นวงเงิน 420 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 3,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปีหน้าคาดว่าจะหักเงินเดือนได้เพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้มียอดชำระหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 32,000 ล้านบาท&amp;quot; นายชัยณรงค์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยณรงค์กล่าวว่า กยศ.มีนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้ที่ถูกฟ้องดำเนินคดีและมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้ให้ กยศ.เป็นรายเดือน ที่มีจำนวน 1.6 ล้านราย โดยแต่ละรายมีหนี้ประมาณ 1.2 แสนบาท ให้ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม เนื่องจากลูกหนี้กลุ่มจะหมดอายุความภายใน 2 ปี แต่เขามีระยะเวลาชำระหนี้เหลืออีก 5 ปี จึงจะมีการส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อสอบถามถึงแนวทางว่า กยศ.จะเข้าไปช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวได้อย่างไร เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กยศ.ยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบภัยน้ำท่วมให้ขอผ่อนผันได้ไม่เกิน 2 ช่วง ช่วงละไม่เกิน 1 ปี รวมแล้วไม่เกิน 2 ปี โดยช่วงเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน ผู้กู้ยืมไม่ต้องชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย โดยกองทุนจะยกเว้นเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน ขณะเดียวกัน เป็นผู้มีรายได้ถดถอยเมื่อหักจำนวนเงินงวดที่ครบกำหนดชำระคืนกองทุนในปีนั้นมาเฉลี่ยเป็นรายเดือน แล้วมีเงินเหลือไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท และเป็นผู้กู้ยืมเงินที่มีความจำเป็นต้องดูแลบุคคลในครอบครัวซึ่งชราภาพ ป่วย หรือพิการ ต้องเป็นผู้มีรายได้คงเหลือหลังจากการหักค่าใช้จ่ายที่ใช้ดูแลบุคคลในครอบครัว ซึ่งชราภาพ ป่วย หรือพิการแล้ว เหลือไม่เกิน 8,008 บาทต่อเดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้พิการหรือทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่อาการรุนแรงจนไม่สามารถประกอบการงานได้ มีรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการประกอบอาชีพการงานไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี หรือไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน &amp;nbsp;รวมถึงมีโทษจำคุกตลอดชีวิต และถูกพิพากษาเป็นคนล้มละลาย ให้กองทุนพิจารณาระงับการเรียกให้ชำระหนี้ได้คราวละไม่เกิน 1 ปี&amp;quot; ผู้จัดการ กยศ.กล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., ยอดชำระปีนี้พุ่งแรง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนังสือฟ้องลูกหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d790fee3350e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
