<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัว &#039;ต้นมะเดื่อกวาง&#039; อายุ270ปี ไม้ใหญ่สวยงามสมบูรณ์สุดในอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.61 -&amp;nbsp;ที่ป่าชุมชนดอนดงคำ บ้านหัวบึง หมู่ 9 ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการ วัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกขมรดกแผ่นดิน ต้นมะเดื่อกวาง พร้อมพาสื่อมวลชนนั่งรถอีแต๋นเข้าชมเส้นทางธรรมชาติ ที่มีต้นไม้นานาพันธุ์ และสัตว์นานาชนิด ริมถนน 2 ข้างทาง บนเนื้อที่รวม 88 ไร่ พร้อมทั้งชมต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และความสวยงาม ประมาณ 3 คนโอบ สูง 30-50 เมตร อายุกว่า 100 ปี ไม่ว่าจะเป็นต้นพะยูง,ต้นยางนา และต้นตะเคียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ผวจ.ขอนแก่น พร้อมทั้งผู้นำชุมชนได้ร่วมกันนำผ้า 3 สี ผูกรอบต้นมะเดื่อกวาง อายุกว่า 270 ปี &amp;nbsp;ซึ่งมีขนาดเส้นรอบวง 6.35 เมตร เกิดขึ้นอยู่กลางป่าชุมชน เพื่อแสดงถึงการอนุรักษ์ต้นไม้ภายในป่าชุมชนแห่งนี้ พร้อมทั้งเข้าชมบ่อน้ำแร่ผุดศักดิ์สิทธิ์ ขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางผืนป่า เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติคู่กับต้นมะเดื่อกวาง โดยบ่อน้ำแร่ผุดนี้มีอายุเกือบ 300 ปี ซึ่งลักษณะของน้ำเป็นสีฟ้าครามผุดตลอดปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การเปิดตัวต้นมะเดื่อกวางที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน เป็นการช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่า และปกป้องต้นไม้นานาชนิดที่มีขนาดใหญ่ ที่สมบูรณ์และสวยงามแห่งหนึ่ง่ในประเทศไทย อีกทั้งยังคงเป็นการยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ซึ่งต้นมะเดื่อกวางอายุกว่า 270 ปีต้นนี้ ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นต้นไม้ 1 ใน 63 ต้น ที่ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือเรื่อง &amp;ldquo;รุกขมรดกของแผ่นดิน&amp;rdquo; เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 63 พรรษา 2 เมษายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือรวบรวมประวัติและเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ในสถานที่ต่างๆจากทุกภูมิภาค ดังนั้นเมื่อจังหวัดพบต้นมะเดื่อกวาง ต้นที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย จึงควรนำมาแสดง และจัดให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีการศึกษาความสวยงามและความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าแห่งนี้ และที่ชุมชนแห่งนี้ในเทศกาลต่างๆ จะมีประชาชนนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาพักผ่อนและชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าชุมชนแห่งนี้ และได้เข้ากราบขอพรจากปู่สีทน กิตติปัญโญ และปู่หาญ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาผืนป่าชุมชนแห่งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตัวเองและครอบครัวอีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสมจิตร มาตรกำจร อายุ 67 ปี ปราชญ์ชาวบ้านบ้านหัวบึง กล่าวว่า &amp;nbsp;ตั้งแต่เกิดมาได้เห็นต้นมะเดื่อกวางต้นนี้ และต้นไม้อื่นๆที่เติบใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้ หลายชั่วอายุคน ซึ่งป่าชุมชนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลปู่สีทน กิตติปัญโญ และศาลปู่หาญ ซึ่งเป็นผู้รักษาผืนป่าจำนวน 88 ไร่ พร้อมทั้งมีการกล่าวขานมาอย่างต่อเนื่องในหลายยุคหลายสมัยว่า ปู่สีทนและปู่หาญ จะคอยบอกลูกหลานว่าอย่าตัดต้นไม้ในป่าแห่งนี้ เพราะจะเป็นป่าที่หล่อเลี้ยงชาวบ้านไม่ให้อดอยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำบอกคำสอนดังกล่าวนี้นั้นลูกหลานต่างมีความเชื่อจึงมีการสืบทอดการรักษาดูแลป่ามาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงต้นมะเดื่อกวาง ที่มีอายุกว่า 270 ปี และบ่อน้ำแร่ผุดบ่อนี้ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากสิ่งศักดิสิทธิ์ภายในป่าทำให้เกิดขึ้น เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งการนำไปใช้อุปโภคบริโภคก็ไม่มีวันหมด ไม่เคยแห้งแล้งแม้แต่วันเดียว ต่อมาทางผู้นำชุมชนได้ใช้น้ำจากบ่อน้ำผุดไปผลิตเป็นประปาหมู่บ้าน และปล่อยลงไปในพื้นที่การเกษตรให้ชาวบ้านกว่าร้อยไร่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เคยมีอาจารย์ซึ่งเป็นนักวิจัยในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ลงพื้นที่นำน้ำจากบ่อน้ำผุดไปตรวจพิสูจน์ และพบว่าไม่มีสารอันตรายเจือป่น สามารถดื่มกินและใช้ได้ ทั้งยังมีแร่ธาตุ จำนวน 278 ชนิด เป็นแร่ธาตุที่มีคุณประโยชน์กับร่างกายทั้งสิ้น ชาวบ้านจึงคอยช่วยกันดูแลรักษาบ่อน้ำผุดแห่งนี้ไว้เป็นอย่างดีเรื่อยมาให้อยู่คู่กับป่ากับคนในชุมชนตลอดไป&amp;quot;ปราชญ์ชาวบ้าน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14985</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ต้นมะเดื่อกวาง, ต้นไม้อายุ270ปี, นายสมศักดิ์ จังตระกุล, ป่าชุมชนดอนดงคำ, วัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่, หนังสือรุกขมรดกแผ่นดิน, อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6acc371c35e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เปิดตัวหนังสือ “รุกข มรดกของแผ่นดิน”  เฉลิมพระเกียรติ63พรรษาสมเด็จพระเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28มิ.ย.61-วธ.เปิดตัวหนังสือ &amp;ldquo;รุกข มรดกของแผ่นดิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระชนมายุ 63 พรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.ได้จัดพิมพ์หนังสือ &amp;ldquo;รุกข มรดกของแผ่นดิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2561 โดยหนังสือรวบรวมและเรียบเรียงประวัติความเป็นมาและความหมายของต้นไม้ที่มีการอนุรักษ์มายาวนาน ในสถานที่ต่างๆ จากภูมิภาคจำนวน 63 ต้น เท่าพระชนพรรษา ของพระองค์ เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้นำบทความ &amp;ldquo;ต้นไม้ในวังสระประทุมของเจ้าฟ้านักอนุรักษ์&amp;rdquo; พร้อมภาพต้นไม้ในวังสระปทุม และได้รวบรวม เรื่องราวที่มีการบันทึกไว้ รวมไปถึงความรู้ทางวิชาการด้านพฤกษศาสตร์เกี่ยวกับต้นไม้ในสถานที่ต่างๆ มารวมไว้ในเล่ม จัดพิมพ์ 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน พร้อมภาพประกอบที่สวยงามที่ถ่ายโดยศิลปินแห่งชาติ เพื่อเผยแพร่เป็นความรู้ให้ผู้อ่านได้รู้จักต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืนยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องการยกย่องให้ต้นไม้เป็นมรดกแห่งชาติ มีทำมาแล้วใน 7 ประเทศ เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ ไทยเป็นประเทศที่ 8 ที่เริ่มทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว การดูแลต้นไม้เป็นวาระที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล ในบางประเทศมีมูลนิธิดูแล บางประเทศมีหน่วยงาน กระทรวงเป็นผู้ดูแล แต่อย่างของไทยเรา ต้นไม้ที่เป็นมรดกมีทั้งที่อยู่ในความดูแลของวัด โรงเรียน ชุมชน อุทยานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งมีความหลากหลายควรค่าที่ต้องยกเป็นมรดก หลายต้นราชวงศ์ของไทยเป็นผู้ปลูก หลายต้นก็มีมาตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในหนังสือ มีเรื่องราวของต้นไม้ที่มีอายุเก่าแก่และน่าสนใจเช่น &amp;ldquo;ต้นพระศรีมหาโพธิ์&amp;rdquo; ที่จ.กำแพงเพชร อายุ 661 ปี เป็นต้นไม้ที่สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย ทรงนำมาจากลังกา เมื่อคราวส่งสมณฑูตไปสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและทรงปลูกไว้พร้อมกับพระบรมสารีริกธาตุเมื่อพุทธศักราช 1900 ปัจจุบันต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้ มีเส้นรอบวงประมาณ 10.20 เมตร และมีความสูงประมาณ 20 เมตร อีกต้นหนึ่งคือ &amp;ldquo;ต้นจันผา&amp;rdquo; ที่จังหวัดสุรินทร์มีเส้นรอบวง 3.63 เมตรความสูง 13.79 เมตร ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมวัดเขาดาร์สปวง ถือเป็นต้นจันผาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บนหินขนาดใหญ่ บริเวณใต้ต้นไม้จะมีหินขนาดใหญ่ 2 และมีช่องหิน เชื่อกันว่าผู้ที่ไม่มีคู่ครองเมื่อลอดแล้วก็จะได้พบเนื้อคู่ และจะได้แต่งงานกันอยู่ดีมีสุข สำหรับคนที่มีคู่ครองแล้วหากลอดช่องหินดังกล่าวก็จะยิ่งพบความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ กล่าวอีกว่า การเปิดตัวหนังสือครั้งนี้ เป็นการสะท้อนคุณค่าของวัฒนธรรม 3 ประการ ประการแรก คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระปรีชาสามารถด้านงานวัฒนธรรม ทรงเอาพระทัยใส่ในด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติเสมอมา ทั้งยังทรงแสดงพรอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์และการสืบทอดงานศิลปวัฒนธรรมให้เจริญรุ่งเรือง เปรียบประดุจต้นไม้ใหญ่ที่แผ่ไพศาลปกเขตทั่วฟ้าแดนไทยให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งถือได้ว่าทรงเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็นเช่นเดียวกับร่มไม้ใหญ่ที่มีต่อสรรพสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประการที่สอง ในต้นไม้ใหญ่มีวัฒนธรรม มีทั้งเรื่องของต้นไม้ เรื่องของบุคคล หรือชุมชนผู้ปลูก และเรื่องสถานที่ที่ต้นไม้เหล่านั้นเติบโตขึ้นมา รวมถึงกาลเวลาที่ต้นไม้ได้ยืนหยัดผ่านมา ที่ส่งผลให้เห็นถึงแรงบันดาลใจ ความเชื่อ ความศรัทธา ตลอดจนวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชนที่เป็นเสมือนบ้านของต้นไม้เหล่านั้น การที่วธ.สำรวจค้นคว้า จนได้มาซึ่งต้นไม้ใหญ่ของแผ่นดินทั้ง 63 ต้นจึงเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้ท้องถิ่น และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความรัก และความห่วงแหนในมรดกทางธรรมชาติเหล่านี้ และนำไปสู่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืน เพื่อให้ต้นไม้ยืนหยัด ให้ร่มเงาแห่งความรักและความผูกพันระหว่างมนุษย์กับต้นไม้&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
และประการที่สาม วัฒนธรรมจะพัฒนาได้ก็ต้องต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เช่นต้นไม้ใหญ่ที่แตกยอดให้ร่มเงาแผ่ไพศาลเป็นรุกขมรดกของแผ่นดินที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย การนำต้นไม้และวัฒนธรรมชุมชนมาสร้างสรรค์เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวนั้น&amp;nbsp;


แทงสล็อต นอกจากจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้วยังสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้สะท้อนวิถีชีวิตและความงดงามทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ทำให้ต้นไม้เป็นมากกว่าคำว่าต้นไม้ ทำให้วัฒนธรรมมีชีวิต และสร้างมิติใหม่ของการท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรมกับธรรมชาติ ซึ่งก็หวังว่า หนังสือเล่มนี้จะมีคุณค่าในการต่อยอดองค์ความรู้ หวังให้เป็นจุดเริ่มต้นในการอนุรักษ์ปลูกฝังวัฒนธรรมความรักต้นไม้ และรักธรรมชาติแก่เด็กเยาวชน และประชาชนรวมถึงเป็นแบบอย่างแก่ท้องถิ่นอื่นๆ ต่อไปในอนาคตอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ วธ.ยังได้กำหนดจัดกิจกรรมวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมในท้องถิ่นที่มีต้นไม้ทรงคุณค่า&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชุมชน สามารถเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ หลายต้นก็ได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้วเช่นต้นเลียงผึ้ง ที่อุทัยธานี มีสินค้าเกษตรค้าขายบริเวณทางเข้าชมต้นไม้ มีผู้เข้ามาชมเฉลี่ยวันละ 200-300 คน เสาร์อาทิตย์ 2,000 คน ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมาประมาณ 3,000 คน เร็วๆ นี้ก็จะไปเปิดตัวรุกข&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น มรดกของแผ่นดิน ที่ต้นมะขามยักษ์ จ.กาญจนบุรี บริเวณใกล้เคียงก็จะจำลองบรรยากาศงานวัดฟื้นฟูงานวัดย้อนยุคให้กลับมาควบคู่กับต้นไม้มรดก โดยจะจัดทั้งหมด 55 จังหวัด ก็จะทยอยเปิดตัวต้นไม้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของชุมชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้สนใจติดต่อสอบถามกรมส่งเสริมวัฒนธรรม หรือดาวน์โหลด E-BOOK จาก www.culture.go.th หรือหากเดินทางไปชมต้นไม้สถานที่จริงก็สแกนคิวอาร์โค้ดของหนังสือที่ป้ายต้นไม้นั้นๆได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12297</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ฉลอง63พรรษาสมเด็จพระเทพฯ, หนังสือรุกขมรดกแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b349a2f49917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
