<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด รฟท.ไฟเขียวร่างสัญญาลงนามไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ต.ค.62-นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด รฟท. ชุดใหม่นัดแรกว่า ที่ประชุมบอร์ด รฟท. มีมติเห็นชอบร่างสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท ที่จะมีการลงนามระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ โดยมอบหมายให้นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่า รฟท. เป็นผู้ลงนามสัญญาดังกล่าว หลังผ่านการตรวจสอบของอัยการสูงสุด รวมถึงคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) และการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ บอร์ด รฟท. ขอให้ รฟท.รายงานความคืบหน้าทุกเดือนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่า รฟท. กล่าวว่า โครงการดังกล่าว จะมีการลงนามสัญญาในวันที่ 25 ต.ค.นี้อย่างแน่นอน โดยมีกำหนดระยะเวลา 5 ปีในการก่อสร้าง หลังจากเจรจากับเอกชนได้ข้อสรุปว่าจะมีการขยายเวลาส่งมอบหนังสือให้เอกชนเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้าง (Notice to Proceed: NTP) ภายใน 2 ปีนับจากวันลงนามสัญญา จากเดิมที่ระบุไว้ 1 ปี พร้อมเงื่อนไขสามารถขยายสัญญาก่อสร้างออกไปอีกได้ หากติดปัญหาสุดวิสัยที่แก้ไขไม่ได้ โดยจะไม่มีการชดเชยเงินสดให้เอกชนแต่จะชดเชยเป็นระยะเวลาก่อสร้างแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนประเด็นเรื่องการยกเลิกสัญญาโครงการนี้หลังจากลงนามนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะทั้ง 2 ฝ่ายต่างตั้งใจดำเนินการ จะไม่มีการปล่อยภาระให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเสียผลประโยชน์ และทำให้ต้องยกเลิกงานก่อสร้าง ส่วนเรื่องการเวนคืนที่ดินนั้นจะมีการเสนอพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน (พรฎ.)​เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในเดือน พ.ย.-ธ. ค. นี้ เมื่อเห็นชอบจะเริ่มเวนคืนได้ทันที สอดคล้องกับช่วงเวลา 3 เดือนหลังลงนามสัญญา ที่กำหนดให้เอกชนออกแบบแผนก่อสร้าง เพื่อนำไปใช้ประกอบการเวนคืน โดย รฟท.จะรับผิดชอบเรื่องผู้บุกรุก ส่วนเอกชนรับผิดชอบเรื่องเวนคืนและประสานกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ซึ่งรฟท.มั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้เกิน 50% ตามที่กำหนดไว้ใน RFP ภายใน 1-2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับพื้นที่ปัญหาในการเวนคืนนั้น อยู่ที่ช่วงดอนเมือง-บางซื่อ-พญาไท เป็นแนวเส้นทางที่มีปัญหาเยอะทั้งด้านผู้บุกรุก เสาไฟฟ้า และสาธารณูปโภครัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะท่อน้ำมันที่ต้องมีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)​ ก่อนรื้อย้ายด้วย&amp;quot; นายวรวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวถึงกรณีโฮปเวลล์ว่า ในการประชุมบอร์ด รฟท.ชุดใหม่นัดแรกนั้น นายวรวุฒิ มาลา รักษาการแทนผู้ว่า รฟท. ได้รายงานข้อมูลภายหลังคณะทำงานที่มีนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพบหลักฐานใหม่ และมอบหมายให้ รฟท. ไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลแพ่งและพาณิชย์ ในประเด็นการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทย ซึ่ง บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้ดำเนินการขอและได้รับการยกเว้น ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 (ปว. 281)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาในส่วนของคดีโฮปเวลล์ที่ศาลตัดสินแล้ว โดยมีกำหนดให้จ่ายค่าชดเชยมูลค่ารวมประมาณ 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 12,000 ล้านบาท และดอกเบี้ย 13,000 ล้านบาท ที่จะครบกำหนดในวันที่ 19 ต.ค.นี้นั้น ได้มอบหมายให้อาณาบาล รฟท. ไปหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม ในฐานะคู่สัญญาร่วมกัน ก่อนเตรียมยื่นของดการบังคับคดีต่อศาลปกครองสูงสุด ภายในวันที่ 18 ต.ค.นี้ เพื่อขอให้ศาลฯ คุ้มครองชั่วคราวและชะลอการจ่ายค่าชดเชยดังกล่าวออกไป อย่างไรก็ตาม หากศาลไม่รับการพิจารณานั้น รฟท. ก็พร้อมมี่จะดำเนินการตามกระบวนการคำสั่งของศาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์ กล่าวต่ออีกว่า ในวันที่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 9.00 น. บอร์ด รฟท. จะมีการประชุม เพื่อพิจารณาโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. วงเงินลงทุน 1.79 แสนล้านบาท ในส่วนของสัญญา 2.3 (งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและฝึกอบรมบุคลากร) วงเงิน 50,600 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่าโครงการโฮปเวลล์ผ่านมาแล้วมากกว่า 20 ปี จึงเป็นที่คาใจว่าเหตุใด รฟท.จึงปล่อยให้บริษัทที่มีต่างด้าวถือหุ้นเกิน เข้ามารับโครงการใหญ่มูลค่านับหมื่นล้านบาท โดยไม่มีการตรวจสอบให้ชัดเจน ถือเป็นความหละหลวมที่เสี่ยงต่อผลประโยชน์รัฐ เนื่องจากปัจจุบันรฟท.มีงานก่อสร้างระบบรางหลายสายทั้ง รถไฟทางคู่ รถไฟไฮสปีดไปจนถึงงานพัฒนารถไฟสายต่างๆ เป็นที่น่าสนใจว่าได้มีการตรวจสอบบริษัทที่เข้ามาประมูลหรือบริษัทที่ได้รับงานมากน้อยแค่ไหน เพราะอาจนำไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อนจนกลายเป็นค่าโง่ในอนาคตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประธานบอร์ดการรถไฟคนปัจจุบัน ยอมรับว่ากรณีโฮปเวลล์ไม่มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจริง เป็นเรื่องสมัยหลายสิบปีมาแล้วซึ่งยุคนั้นอาจเกิดข้อผิดพลาดได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48214</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), จิรุตม์ วิศาลจิตร, ซีพี, รถไฟเชื่อม3สนามบิน, หนังสือสัญญา 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cb387495a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
